Home Blog Page 8

ทำไม นาฬิกาทอง ถึงเป็นนาฬิกาที่น่าจับตามองและน่าลงทุนในปีนี้

Why Gold Watches Make Perfect Collectibles And Investments in 2025

บทความ: ศศิวิมล สุริยะมณี ภาพเปิด: Vacheron Constantin

ปีนี้หลายคนคงเห็นกันแล้วว่าราคาทองพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ “นาฬิกาทอง” กลับมาเป็นไอเท็มที่คนให้ความสนใจอีกครั้ง เราเลยอยากชวนมาดูว่าทำไมนาฬิกาทองถึงกลายเป็นอีกหนึ่งของสะสมที่น่าลงทุน จะซื้อไว้ใส่เองก็ดี หรือเก็บไว้ส่งต่อก็ยังคุ้ม แต่อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาเรื่องค่าความบริสุทธิ์ของทองให้ละเอียดถี่ถ้วนด้วยว่ามีกี่เปอร์เซนต์หรือกี่กะรัต เพราะความคุ้มค่าก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยในด้านต่างๆ นี้ด้วย

1. ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Asset)

ปี 2025 ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ซึ่งราคาทองจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มของเศรษฐกิจ ยิ่งตอนนี้ราคาทองขึ้น ก็จะทำให้นาฬิกาทองมีมูลค่าขึ้นตามไปด้วย ที่สำคัญทองคำยังเข้าข่ายว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือเรียกว่าเป็นสินทรัพย์หลบภัยของนักลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน การเลือก “นาฬิกาทอง” จึงเป็นเหมือนการลงทุนที่ค่อนข้างปลอดภัย สามารถสวมใส่ได้ แถมดูดีด้วย

Santos De Cartier Yellow Gold (Photo: Cartier)

2. นาฬิกาทอง มีคุณค่าทางใจและส่งต่อได้

นาฬิกาทองเป็นของสะสมที่สามารถเก็บไว้ให้ลูกหลาน ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ มีความทนทาน ไม่ตกยุค แม้ไม่ได้ใส่เอง ก็สามารถซื้อเก็บให้ลูกหลานได้ และที่สำคัญในบางวัฒนธรรม อย่างเช่น เมืองไทย ทองคำ ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและฐานะด้วย

Omega Aqua Terra 30mm (Photo: Omega)

3. ความต้องการในตลาดของนาฬิกาทองยังแรง

นาฬิกาทอง โดยเฉพาะแบรนด์อิสระหรืองานประณีตต่างๆ เช่น F.P.Journe, Laurent Ferrier, A Lange & Söhne บางรุ่นมักมีการผลิตในจำนวนจำกัด ทำให้ราคาขายต่อ (Resale Value) มักจะสูงขึ้นเมื่อเลิกผลิต ควบคู่ไปกับการมีผู้เล่นนาฬิกาเพิ่มขึ้น และนักสะสมก็เริ่มหันมาสนใจนาฬิกาทองคำกันมากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง:
คุณจก เสริมคุณ คุณาวงศ์ จากนักสะสมสู่ผู้สร้างบ้านพิพิธภัณฑ์แห่งแรงบันดาลใจ
Franck Muller เผยโฉม Round Triple Mystery นวัตกรรมใหม่แห่งวงการนาฬิกาหรู

อาหารกลางวัน 3 สไตล์ ที่ลงตัวทั้งรสชาติและบรรยากาศน่าประทับใจ

Midday Moments: 3 Distinct Lunch Experiences to Savor in Bangkok

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Ms. Jigger, Akira Back Bangkok, Uno Mas’s

มื้อกลางวันอาจกินเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็เป็นช่วงสำคัญที่เราจะได้พักจากความวุ่นวาย และเติมพลังให้ตัวเองอย่างมีคุณภาพ เซ็ตอาหารเที่ยงที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่ยังรวมถึงความคุ้มค่า ความพิถีพิถัน และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และนี่คือ อาหารกลางวัน 3 สไตล์ ทั้งเอเชียนฟิวชัน อิตาเลียน และสเปน จาก 3 ห้องอาหารดัง ที่เราคัดสรรมาให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อยในแบบที่ใช่ ไม่ว่าจะในวันทำงานหรือวันพักผ่อน

ชุดเบนโตะมื้อกลางวันสไตล์เอเชียนฟิวชัน ที่ Akira Back Bangkok

ห้องอาหาร Akira Back Bangkok โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park นำเสนอ “Midday Box of Delights” เซ็ตเบนโตะอาหารกลางวันสุดพิเศษที่ผสมผสานความประณีตของอาหารญี่ปุ่นและกลิ่นอายของเกาหลีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เสิร์ฟในกล่องไม้ดีไซน์หรูหรา ประกอบด้วยอาหารจานเล็ก 6 อย่างที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม เสิร์ฟพร้อมข้าวนึ่งจากจังหวัดนีงาตะ ซุปมิโซะ และของหวานสุดละมุน

เมนูจานหลักมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ ไก่ซอสโกชูจัง, ปลาฮาลิบัตซอสมิโซะ, และเนื้อวากิวนุ่มลิ้น ส่วนอาหารจานเล็กประกอบด้วย Horenzo shirae ผักโขมราดน้ำสลัดงา, Sashimi แซลมอนและทูน่า, Kimbap ข้าวห่อสาหร่าย, Kimchi jeon แพนเค้กกิมจิ, Tsukune เนื้อไก่ซอสบูลโกกิ และ Rock shrimp กุ้งทอดมายองเนสเผ็ด ปิดท้ายด้วย Hawaiian mochi cake เค้กโมจิซอลท์คาราเมล เปิดบริการทุกวันพฤหัสบดีถึงอาทิตย์ เวลา 12.00 – 14.30 น.

อาหารกลางวันสไตล์อิตาเลียนแท้ ที่ Ms.Jigger

ห้องอาหาร Ms.Jigger โรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok เข้าใจดีว่าแต่ละมื้อกลางวันมีความต้องการที่แตกต่างกัน ด้วยคอนเซ็ปต์ “Pranzo Perfetto” ที่แปลว่า “มื้อเที่ยงที่สมบูรณ์แบบ” ให้คุณได้ดื่มด่ำอาหารเที่ยงสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม ในบรรยากาศที่เหมือนนั่งอยู่กลางกรุงโรม เซ็ตอาหารกลางวันสำหรับวันทำงาน (จันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.30 – 14.30 น.) นำเสนอเมนูอิตาเลียนต้นตำรับ อาทิ Carpaccio di Manzo (การ์ปัชโชเนื้อกับชีสพาร์เมซานและผักร็อกเก็ต), Fettuccine alla Bolognese (พาสต้าซอสเนื้อวากิวตุ๋น), พิซซ่าอบสดใหม่หอมชีส

ส่วนเซ็ตมื้อเที่ยงวันหยุด (11.30 – 17.00 น.) ให้คุณได้เพลิดเพลินกับอาหารเรียกน้ำย่อย อาทิ มะกอกดองหลากรส, บรูสเก็ตต้า, การ์ปัชโชปลากะพง ได้แบบบุปเฟต์ พร้อมจานหลักให้เลือกทั้งราวิโอลีโฮมเมดไส้เห็ดและชีสริคอตต้าราดซอสครีมทรัฟเฟิล, สปาเกตตีคาร์โบนารา, รีซอตโต้เห็ดป่า, และแซลมอนย่างซอส pizzaiola ทั้งนี้ เช็ตมื้อเที่ยงทั้งวันธรรมดาและวันหยุดจะมีให้เลือกแบบ 2 คอร์ส (อาหารเรียกน้ำย่อยและจานหลัก) และ 3 คอร์ส (อาหารเรียกน้ำย่อย จานหลัก และของหวาน)

บุฟเฟต์อาหารสเปนมื้อเที่ยงที่ Uno Mas’s

วันหยุดสุดสัปดาห์ คุณสามารถเอนจอยมื้อเที่ยงแบบจัดเต็มได้ที่ห้องอาหาร Uno Mas’s โรงแรม Centara Grand at CentralWorld กับบุฟเฟต์อาหารสเปนหลากหลายเมนู นำทีมรังสรรค์โดยหัวหน้าเชฟบอร์คา เทอรี บอร์เรโก (Borja Terry Borrego) เชฟมิชลินสตาร์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสเปน – เมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัย ให้บริการทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 12.00 – 16.00 น.

อาหารเรียกน้ำย่อยมีให้เลือกหลากหลาย อาทิ สลัดซีฟู้ด, สลัดหมึกยักษ์, ทาร์ทาร์ปู, มิลเฟยแซลมอนรมควัน จานหลักประกอบด้วยเมนูสเปนคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นอกเป็ดย่างกระทะเนื้อฉ่ำ, เนื้อสันในหมูดำไอเบอริโกย่าง, โครเกต์รวมมิตร, กัมบาส พิลพิล หรือกุ้งผัดกระเทียมน้ำมันมะกอก, ซี่โครงแกะย่าง, และ Oxtail Bocadillo หรือแซนวิชหางวัวตุ๋นที่หารับประทานไม่ได้ง่ายๆ ปิดท้ายด้วยของหวาน เช่น บาสก์ชีสเค้ก หรือเค้กหน้าไหม้, ชูโรสเสิร์ฟพร้อมซอสช็อกโกแลต, บราโซ กิตาโน หรือเค้กม้วนสเปนเนื้อนุ่ม

บทความที่เกี่ยวข้อง:
โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok ชวนคุณดื่มด่ำอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย ณ ห้องอาหารใหม่ Alex Dilling at Lord Jim’s

Max Mara ถ่ายทอดเสน่ห์ของหญิงอิตาเลียนยุค 50 ผ่านคอลเลกชัน Resort 2026

Max Mara Celebrates the Italian Feminine Spirit with Resort 2026 Collection

บทความ: Luxuo TH ภาพ: Max Mara

Max Mara เปิดม่านคอลเลกชัน Resort 2026 ณ พระราชวังกาแซร์ตา (La Reggia di Caserta) หนึ่งในพระราชวังสไตล์บาโรกที่โอ่อ่าและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยคอลเลกชันนี้ได้แรงบันดาลใจจากเมืองเนเปิลส์ หรือปาร์เทโนเป้ เมืองท่าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล ความมีชีวิตชีวา และความภาคภูมิใจในแบบฉบับผู้หญิงอิตาเลียน สะท้อนผ่านดีไซน์ที่โอบรับทั้งความสง่างามและเสน่ห์อันเย้ายวนในเวลาเดียวกัน

Max Mara คอลเลกชัน Resort 2025 พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่ปี ค.ศ. 1951 จุดเริ่มต้นของแบรนด์และช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูประเทศอิตาลีหลังสงครามโลก ที่ซึ่งผู้หญิงเริ่มก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงทั้งทางวัฒนธรรมและสังคม ดังจะเห็นได้จากภาพถ่าย “American Girl in Italy” ของช่างภาพหญิง รูธ ออร์คิน (Ruth Orkin) สัญลักษณ์แห่งความกล้าและอิสรภาพของผู้หญิงยุคใหม่ ที่ถ่ายในปีเดียวกัน รวมถึงภาพยนตร์อิตาเลียนหลายเรื่อง อาทิ “Napoli Milionaria” ของเอดูอาร์โด เด ฟีลิปโป (Eduardo De Filippo) “L’Oro di Napoli” หรือ “The Gold of Naples” ของวิตตอรีโอ เด ซีกา (Vittorio De Sica)

สำหรับคอลเลกชันนี้ Max Mara ได้เชิดชูจิตวิญญาณนั้นอีกครั้งผ่านผลงานที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันอย่างลงตัว ทั้งโค้ตทรงคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค เดรสเกาะอกตัดเย็บจากผ้าแพนโนเนื้อแน่นตกแต่งด้วยคริสตัลระยิบระยับและเสริมช่วงอกด้วยผ้าไหม ดูเรียบหรูและมีเสน่ห์แบบอิตาเลียนแท้ๆ ที่ขาดไม่ได้คือ กระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง Whitney Bag ดีไซน์ใหม่ และผ้าพันคอไหมทั้งแบบใหม่และแบบคลาสสิคที่จะมาช่วยเติมเต็มลุคของผู้หญิงที่มั่นใจและมีอิสระในแบบ Max Mara

ซาร่า เล็กจ์กับลุคดินเนอร์ก่อนเข้าร่วมชมโชว์ Max Mara Resort 2026
อีซองคยอง นักแสดงชื่อดังชาวเกาหลี ก็มาร่วมชมงานแฟชั่นโชว์ Max Mara Resort 2026 ด้วย
อเล็กซ่า ชุงในลุคจากคอลเลกชัน Spring Summer 2025 พร้อมด้วย Whitney Bag กระเป๋ารุ่นไอคอนิคจาก Max Mara

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Loewe เปิดตัวบูทีคสุดหรูใจกลาง Iconsiam นิยามลักชัวรีโฉมใหม่ฝั่งธนบุรี

Lux to Know: Darry Ring, The Diamond That Comes With a Lifetime Promise

3 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Darry Ring แหวนสำหรับผู้ที่เชื่อในรักแท้และคำมั่นสัญญาตลอดชีวิต

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Darry Ring

ช่วงนี้ความรักอบอวลไปทั่ว เห็นได้จากคู่รักดารา คนดัง และเซเลบหลายคู่ที่ประกาศหมั้นหมายและขอแต่งงานกันในช่วงที่ผ่านมา อาทิ ใหม่ ดาวิกา และเต๋อ ฉันทวิชช์ หรือจะเป็นมารีน่า บาเล็นซิเอก้า ที่ถูกคุณเนม ธฤต เซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน และถ้าจะพูดถึง “รักแท้” เชื่อว่าไม่มีแบรนด์ใดสร้างอัตลักษณ์และยืนหยัดอยู่บนคอนเซปต์นี้ได้แข็งแรงเท่า Darry Ring แบรนด์เครื่องประดับที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงการเครื่องประดับด้วยแนวคิดที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน และนี่คือ 3 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Darry Ring ที่จะทำให้คุณเห็นว่า แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานนั้นพิเศษ มีความหมาย และทรงคุณค่ามากกว่ากว่าที่คุณคิด

1. แหวนที่คุณซื้อได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต

แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานจาก Darry Ring ไม่ใช่ใครจะซื้อกี่วงก็ได้ ทุกการสั่งซื้อจะต้องลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน และลูกค้าทุกคนมีสิทธิ์ซื้อ “แหวนหมั้นเพชรเพียงหนึ่งวงตลอดชีวิต” เท่านั้น ตามสโลแกนที่ว่า “One Love, One Lifetime”  หากคุณเคยซื้อไปแล้ว จะไม่สามารถซื้อให้ใครคนใหม่ได้อีก นี่คือการวางระบบเพื่อยืนยันความตั้งใจในการมอบแหวนให้กับ “รักแท้เพียงคนเดียว” และไม่มีแบรนด์ใดในโลกที่กล้ากำหนดกฎข้อนี้แบบ Darry Ring

2. ซื้อแหวน = เซ็นสัญญารักตลอดชีวิต

ก่อนที่จะรับแหวน Darry Ring ไปครอบครอง คู่รักจะต้องลงชื่อใน “สัญญารักตลอดชีวิต” (True Love Agreement) ที่ระบุถึงความตั้งใจจริง ความซื่อสัตย์ และความรักที่มั่นคงต่อกัน โดยสัญญาฉบับนี้ไม่ได้มีผลทางกฎหมาย แต่มีน้ำหนักทางจิตใจอย่างยิ่ง เหมือนเป็นการย้ำเตือนว่าความรักที่แท้จริงคือคำมั่นที่เราต้องรักษา ไม่ใช่แค่เรื่องโรแมนติกที่จางหายไปตามกาลเวลา

3. ต่อให้เป็นคนดังหรือมีอิทธิพลเพียงใด กฎก็ไม่เปลี่ยนแปลง

แม้แต่เซเลบริตี้ระดับโลกหรือมหาเศรษฐีที่มีกำลังซื้อสูง ก็ไม่สามารถขอข้อยกเว้นจาก Darry Ring ได้ หากเคยซื้อไปแล้ว ก็ไม่มีสิทธิ์ซื้อให้คนอื่น แม้จะเป็นอีกหนึ่งรักแท้ที่เกิดขึ้นในภายหลัง นี่คือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ Darry Ring ได้รับความนับถืออย่างสูงในแวดวงคนรักเครื่องประดับ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงการรักษาคำมั่นอย่างเคร่งครัด และไม่ยอมให้ความรักกลายเป็นเพียงเรื่องค้าขาย

แค่ 3 ข้อข้างต้น ก็ทำให้เห็นชัดแล้วว่า Darry Ring ไม่ใช่แค่แหวน แต่เป็น “สัญลักษณ์ของความรักที่คุณเลือกจะจริงจังกับมันตลอดไป” และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้แหวนวงเล็กๆ จากแบรนด์นี้ กลายเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่ทรงพลังที่สุดในโลกแห่งลักชัวรีและโลกแห่งรักแท้

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เจาะดีไซน์รูปทรงเพชรยอดนิยม กับแหวนเพชรและแหวนหมั้นจากแบรนด์หรูระดับโลก

A Memoirs of Lanna Afternoon Tea Set Brings Chiang Mai Charms to Bangkok

สัมผัสเสน่ห์แห่งเชียงใหม่ผ่าน ชุดน้ำชายามบ่าย Memoirs of Lanna ณ โรงแรม 137 Pillars Suites & Residences Bangkok

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: โรงแรม 137 Pillars Suites & Residences Bangkok

นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการจิบน้ำชายามบ่าย เมื่อโรงแรม 137 Pillars Suites & Residences Bangkok จับมือกับ Sarran แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำของไทย นำเสนอเสน่ห์แห่งล้านนา ผ่าน ชุดน้ำชายามบ่าย “ความทรงจำแห่งล้านนา” (Memoirs of Lanna) ที่สะท้อนแก่นและเรื่องราวของแบรนด์โรงแรม 137 Pillars และอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ และคอลเลกชันเครื่องประดับที่เผยความงดงามของดอกไม้แห่งเชียงใหม่

ชุดน้ำชายามบ่าย Memoirs of Lanna ประกอบด้วยอาหารคาวและหวานทั้งหมด 8 เมนู ซึ่งถูกจัดเรียงลำดับของรสชาติและเนื้อสัมผัสไว้อย่างพิถีพิถัน สำหรับเมนูอาหารคาว ล้วนเป็นซิกเนเจอร์ของอาหารเหนือ ทั้งข้าวซอยกุ้ง แก๋งกระด้างปลา น้ำพริกอ่องไก่ และลาบเมือง ที่ถูกจับแต่งหน้าแต่งตัวใหม่ แม้หน้าตาจะเปลี่ยนไป แต่ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน ส่วนเมนูของหวาน 4 รายการ ประกอบด้วยมูสลูกพลับ ช็อกโกแลตขอนไม้ ทาร์ตกุหลาบเวียงพิงค์ และเจลลีช็อกโกแลต ทั้งหมดรังสรรค์จากผลผลิตท้องถิ่นโดยเกษตรกรทางภาคเหนือ โดยทีมเชฟมากฝีมือ นำโดย เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟกรวิชญ์ รุ่งฉัตร ซึ่งก็ได้คุณศรัณญ อยู่คงดี จากแบรนด์ Sarran ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์แต่ละเมนูด้วย

ทั้งนี้ ชุดน้ำชายามบ่าย Memoirs of Lanna จะเสิร์ฟพร้อมชุดสโคนทั้งสูตรดั้งเดิมและสโคนกระท้อนกลีบกุหลาบสีชมพู ให้คุณรับประทานคู่กับคลอตเต็ดครีมเนื้อนุ่ม แยมสตรอว์เบอร์รีผสมน้ำผึ้งโฮมเมดให้รสผลไม้เข้มข้น และแยมมะม่วงเสาวรสวานิลลาให้ความสดชื่นจากผลไม้ท้องถิ่น โดยจะมีเวลคัมดริงค์ให้คุณเลือกดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น ส่วนชาก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งชาซิกเนเจอร์อย่าง 137 Pillar Blend, Flavoured Green Tea, Flavoured Black Tea, Pure White Tea และ Herbal & Infusion

ชุดน้ำชายามบ่าย “ความทรงจำแห่งล้านนา” (Memoirs of Lanna) ให้บริการที่บ้านบอร์เนียวคลับ ชั้น 26 ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ถึง 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยจะมีการปรับเปลี่ยนเมนู 2 รายการในแต่ละฤดูกาล เพื่อถ่ายทอดความหลากหลายของวัตถุดิบจากเชียงใหม่ตลอดทั้งปี สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ทุกช่องทางออฟฟิเชียลของโรงแรม 137 Pillars Suites & Residences Bangkok

บทความที่เกี่ยวข้อง:

5 ร้านอาหารหรูในเมืองคานส์ ที่ต้องจองล่วงหน้าในช่วงเทศกาลภาพยนตร์
เอนจอยซันเดย์ บรันช์ กับ 5 ร้านห้ามพลาดในกรุงเทพฯ

Bai Lu Shines in Jimmy Choo’s Summer 2025 Campaign

ไป๋ ลู่เข้าร่วมครอบครัว Jimmy Choo ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด พร้อมเปิดตัวแคมเปญคอลเลกชันฤดูร้อน 2025

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Jimmy Choo

Jimmy Choo ประกาศแต่งตั้ง ไป๋ ลู่ นักแสดงจีนชื่อดัง เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้ปล่อยแคมเปญล่าสุดที่นำเสนอไอเท็มเด่นจากคอลเลกชันฤดูร้อน 2025

ไป๋ ลู่ เป็นนักร้อง นางแบบ และนักแสดงมากฝีมือ ที่มีผลงานดังมากมาย อาทิ Till The End Of The Moon จันทราอัสดง, Only For Love จีบให้วุ่นลงทุนด้วยรัก, Story of Kunning Palace เล่ห์รักวังคุนหนิง และกับผลงานล่าสุดในปีนี้อย่าง Moonlight My Stique ตํานานรักสวรรค์จันทรา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมไม่แพ้ผลงานที่ผ่านๆ มา

ไป๋ ลู่ กล่าวว่า “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Jimmy Choo ฉันชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือของแบรนด์มาโดยตลอด ทุกชิ้นล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันแสดงออกถึงตัวตนอย่างมั่นใจ และเติมเต็มความสุขทุกครั้งที่ได้สวมใส่”

โดยในการเปิดตัวไป๋ ลู่ ในฐานะแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนล่าสุดในครั้งนี้ Jimmy Choo ก็ได้ปล่อยภาพแคมเปญที่นำเสนอไอเท็มเด่นจากคอลเลกชันฤดูร้อน 2025 ทั้งกระเป๋ารุ่นใหม่ Curve, รองเท้า Adeline 60, สนีกเกอร์ Diamond Sling, กระเป๋า Diamond Hobo, รองเท้า Aren SB 45 รวมถึงกระเป๋ารุ่นไอคอนอย่าง Bon Bon ซึ่งความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของไป๋ ลู่ ก็สามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของคอลเลกชันนี้ออกมาได้อย่างทรงพลังและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งความขี้เล่นที่เป็นเสน่ห์ของเธอ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Step Into Summer with the Playful Valentino Garavani 9To5 Cherryfic Bag

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image