Home Blog Page 9

The Alter Ego, Amplified Rolls-Royce Black Badge Spectre Debuts in Bangkok

นิยามใหม่ของความแรงไร้เสียง Rolls-Royce Black Badge Spectre เปิดตัวในไทยอย่างสง่างาม

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Rolls-Royce

Rolls-Royce Motor Cars Bangkok เผยโฉมยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด “Black Badge Spectre” ที่สุดแห่งความทรงพลังในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “The Alter Ego, Amplified” สะท้อนบุคลิกเฉพาะของกลุ่มลูกค้าผู้กล้าแหกทุกกรอบนิยามดั้งเดิมของความหรูหรา

Black Badge Spectre พัฒนาจากข้อมูลการใช้งานจริงนับแสนกิโลเมตรของเจ้าของรถ Black Badge รุ่นก่อนหน้า ผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าล้วนกับดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว ตัวรถมาพร้อมกำลังสูงสุดถึง 659 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,075 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.3 วินาที พร้อมโหมดขับขี่ “Infinity” ที่ให้สมรรถนะเร้าใจสูงสุด ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องยนต์ Rolls-Royce Merlin ของเครื่องบินรบในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง

16×9
16×9

ดีไซน์ภายนอกสะดุดตาด้วยสีตัวถังม่วงเมทัลลิกแบบนีออน สะท้อนกลิ่นอายไนต์คลับยุค 80s – 90s กระจังหน้าแพนธีออนเรืองแสงพ่นสีภายใน และตรานางฟ้า Spirit of Ecstasy ชุบโครเมียมรมดำ สื่อถึงความลึกลับและทรงพลัง ประตูขนาด 1.5 เมตรแบบไร้เสากลางเปิดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนล้ออะลูมินัมฟอร์จขนาด 23 นิ้ว เสริมบุคลิกให้น่าหลงใหลยิ่งขึ้น

16×9
16×9

ห้องโดยสารประดับด้วยลวดลายเทคนิคัลไฟเบอร์และแดชบอร์ดเรืองแสง ที่ฝังสัญลักษณ์อินฟินิตี้ล้อมรอบด้วยประกายดาวกว่า 5,500 ดวง สะท้อนภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนในสไตล์มืดมนชวนหลงใหล แผ่นกันรอยกาบบันไดเรืองแสง เบาะหลังเสริมลูกเล่นพิเศษด้วยสัญลักษณ์อินฟินิตี้ตรงกลาง แสดงพลังและศักยภาพไร้ขอบเขต

16×9
16×9

Black Badge Spectre ยังได้รับการปรับปรุงวิศวกรรมให้เหมาะกับพละกำลังที่สูงขึ้น ทั้งพวงมาลัยที่แม่นยำขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมและการรับรู้ถึงสภาพถนน และความนุ่มนวลในการขับขี่ระดับตำนาน ที่ยังคงรักษาความสะดวกสบายในการโดยสารดุจพรมวิเศษ

16×9

ผู้ที่สนใจสามารถนัดหมายเพื่อสัมผัสสุดยอดยนตรกรรมไฟฟ้า Black Badge Spectre ได้ที่แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 18–22 มิถุนายน พ.ศ. 2568 นี้

บทความที่เกี่ยวข้อง:
The Ultimate Off-Roader Land Rover Defender OCTA Arrives in Thailand

Finding the Inner Child at Udom Taephanich’s Art Exhibition, Iconsiam

Lost in Domland” โดยอุดม แต้พานิช นิทรรศการที่จะพาคุณเปิดประตูสู่จิตวิญญาณเด็กอีกครั้ง

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Trendy Gallery

การเป็นผู้ใหญ่พาให้เราติดกับดักของความจริงจัง การค้นหาความเป็นเด็กในจิตวิญญาณกลายเป็นสิ่งที่หายากและล้ำค่า “Lost in Domland” นิทรรศการศิลปะเดี่ยวของโน้ต อุดม แต้พานิช ที่จัดขึ้น ณ The Pinnacle Hall ชั้น 8 ศูนย์การค้า Iconsiam จึงเป็นมากกว่าการแสดงงานศิลปะ แต่เป็นการเดินทางสู่การค้นพบตัวตนที่แท้จริง

อุดม แต้พานิช ศิลปินที่คนไทยรู้จักในฐานะนักแสดงเดี่ยวไมโครโฟนชั้นนำ ได้เปิดโลกภายในที่เงียบงันและลึกซึ้งผ่านผลงานศิลปะกว่า 1,000 ชิ้น ที่สะสมมานานกว่า 30 ปี นิทรรศการนี้ไม่ได้เล่าเรื่องเพื่อให้คนฟัง แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้สัมผัสและเข้าใจความหมายของการ “เล่น” ในฐานะปัจจัยสำคัญของการมีชีวิต

การออกแบบนิทรรศการเริ่มต้นด้วย “น้าดม” ประติมากรรมสูง 6 เมตร ก่อนจะเดินผ่านห้องสเก็ตช์ที่เต็มไปด้วยภาพร่างนับพัน และห้องแสดงผลงานตลอดสามทศวรรษ ไฮไลต์สำคัญคือ “สัตว์ประหลาดบนสายพาน” ประติมากรรมเหล็กที่เคลื่อนไหวช้าๆ บนเคาน์เตอร์บาร์ ประหนึ่งอาหารที่เสิร์ฟให้คุณได้ดื่มด่ำแบบเต็มอิ่ม และห้องประติมากรรมไฟเบอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงตุ๊กตาจากเวทีเดี่ยว 13 ให้ผู้ชมได้มองสบตาและทบทวนความไม่สมบูรณ์แบบของตนเอง

นิทรรศการยังมี “เทพทำใจ” ประติมากรรมหัวกล้วยสูง 3 เมตร ที่เตือนให้เราเลือกว่าจะให้ชีวิตซับซ้อนหรือง่ายดาย พร้อมห้องคาไลโดสโคป หรือกล้องสลับลาย ที่นำเสนอ “Dom Dog” ในโลกของแสงสะท้อน และปิดท้ายด้วยภาพวาดขนาด 4×9 เมตร ที่แสดงถึงการกลับมา “เล่น” อีกครั้งเพื่อเยียวยาจิตใจ

นิทรรศการ Lost in Domland เปิดให้ชมตั้งแต่ 7 มิถุนายน – 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นอกจากห้องนิทรรศการขนาดใหญ่ที่ให้คุณได้ชื่นชมงานศิลปะมากมายแล้ว ยังมี Pop-up Café “Domland x Oh My Godmother” ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงตู้ถ่ายรูป ให้คุณได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บัตรเข้าชมราคา 750-850 บาท จำหน่ายที่ 7-Eleven หรือ allticket.com

บัตรเข้าชมนิทรรศการมีราคา 750-850 บาท สามารถซื้อได้ทางออนไลน์ โดยคุณสามารถศึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทุกช่องทางของ Trendy Gallery

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Moving in Relation Exhibition Reveals the Beauty of Everyday Life by Wiriya Chotipanyavisut

The Nebula 40 Steel Blue by Arnold & Son Brings Cosmic Balance to The Wrist

Nebula 40 Steel Blue ความสมดุลแห่งจักรวาลจาก Arnold & Son

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Arnold & Son

เมื่อศาสตร์แห่งกลไกบรรจบกับสุนทรียภาพเหนือกาลเวลา จึงเกิดเป็น Nebula 40 Steel Blue Edition นาฬิกาสไตล์สเกเลตันจาก Arnold & Son แบรนด์นาฬิกาจากลอนดอน ที่บรรจุความสมดุลและความซับซ้อนไว้อย่างวิจิตร ทั้งในเชิงโครงสร้างและศิลปะเรือนเวลา การจัดวางสะพานเฟืองของกลไก A&S5201 สะท้อนลักษณะการจัดเรียงแบบสมมาตรจากศูนย์กลางที่สมบูรณ์แบบ เกิดเป็นภาพเรขาคณิตทรงพลังที่ชวนให้หลงใหลราวกับกำลังเพ่งมองโครงสร้างของจักรวาล

Nebula 40 Steel Blue คือวิวัฒนาการล่าสุดของคอลเลกชัน Nebula ที่เริ่มต้นจากเวอร์ชันสีดำและทอง และครั้งนี้กลับมาพร้อมโทนสีน้ำเงินลุ่มลึกจากการเคลือบ PVD บนแผ่นเพลตหลักและฝาครอบบาร์เรล ตกแต่งด้วยลวดลาย “Rayons de la Gloire” อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ในขณะที่สะพานเฟือง ล้อเฟือง และบาลานซ์ถูกขัดแต่งอย่างประณีตในโทนแพลเลเดียม เผยให้เห็นความกลมกลืนระหว่างกลไกกับตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 40 มิลลิเมตรที่บางเพียง 9.10 มิลลิเมตร ช่วยให้สวมใส่ได้อย่างหรูหราและคล่องตัว

รายละเอียดเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ภายในสะท้อนถึงความประณีตทางวิศวกรรมของ Arnold & Son ไม่ว่าจะเป็นการกลับด้านกลไกเม็ดมะยมไปไว้ด้านหลังเพื่อความสมดุล การใช้ชาตงทองคำ 18 กะรัตกับตลับลูกปืน หรือการขัดขอบสกรูให้เป็นกระจกเงา ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กันอย่างแม่นยำในระบบกลไกไขลานด้วยมือ พร้อมพลังสำรองนานถึง 90 ชั่วโมง และบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงผ่านเข็มชั่วโมง นาที และวินาที

Nebula 40 Steel Blue มาพร้อมทางเลือกของสายที่หลากหลาย ทั้งสายโลหะสตีลแบบสามข้อ สายน้ำเงินหนังจระเข้ หรือสายยางสีน้ำเงิน ทุกรุ่นให้ความรู้สึกหรูหราและสมดุลกับดีไซน์ของตัวเรือน ราคาเริ่มต้นที่ 16,700 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 660,000 บาท สำหรับรุ่นสายยาง ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับการลงทุนในนาฬิกาที่ไม่เพียงเป็นเครื่องบอกเวลา แต่ยังเปรียบเสมือนผลงานศิลปะเชิงวิศวกรรมที่ควรค่าแก่การครอบครอง

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Zenith’s Chronomaster Original Triple Calendar Embraces the Beauty of Lapis Lazuli

Osim Introduces AI-Powered uPhoria Sync Smart Leg Massager to Thailand

ครั้งแรกในไทยกับเครื่องนวดขาอัจฉริยะ uPhoria Sync จาก Osim ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเอไอ

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Osim

Osim แบรนด์เก้าอี้นวดไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชั้นนำของเอเชียเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “uPhoria Sync” เครื่องนวดขาอัจฉริยะระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาเพื่อความผ่อนคลายอย่างแท้จริง

uPhoria Sync มาพร้อมเทคโนโลยี AI ปรับการทำงานให้เข้ากับสรีระแต่ละบุคคล ผสาน Synergy Technology พร้อมคุณสมบัติเด่นอีกมากมาย อาทิ CalfGlide Tui-Na เพื่อนวดกระตุ้นจุดเมอริเดียนหลัก 3 จุดตามศาสตร์จีน, FeetReflex Massage ลูกกลิ้งนวดฝ่าเท้า ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด, WrapSqueeze Massage เพื่อการบีบและนวดกล้ามเนื้อขาและเท้า ช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้า, Soothing Warmth ที่ผสานแรงสั่นและความร้อน ช่วยให้รู้สึกสบายและคลายความเครียด

เครื่องนวดขาอัจฉริยะ uPhoria Sync เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการนวดขาอย่างจริงจัง อีกทั้งขนาดที่กะทัดรัดยังทำให้ใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างสะดวก สามารถใช้งานขณะนั่งพักในโซฟาหรือเก้าอี้ทั่วไปได้ง่ายดาย นอกจากนี้ คุณยังสามารถเชื่อมต่อกับ uJolly Sync เครื่องนวดหลังอัจฉริยะจาก Osim เพื่อนวดผ่อนคลายทั้งร่างกายพร้อมกัน อีกทั้งยังรองรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Osim Well-Being ที่จะช่วยปรับการนวดให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และพื้นที่ในการใช้งานของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสมที่สุด

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ช่องทางออฟฟิเชียลของ Osim Thailand

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Modern Home Security Devices that Blend Innovation with Luxury Living

5 Luxury Resorts in Hawaii for a Lilo & Stitch-Inspired Vacation

ตามรอย Lilo & Stitch ไปพักร้อนที่ฮาวาย กับ 5 โรงแรมสุดหรู

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort

หากคุณตกหลุมรักเสน่ห์ของหมู่เกาะฮาวายจากแอนิเมชั่นคลาสสิกของดิสนีย์ เรื่อง Lilo & Stitch การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศแท้จริงของเกาะแห่งความสุขนี้คงจะเป็นความฝันที่หลายคนอยากทำให้เป็นจริง เราขอแนะนำ 5 โรงแรมหรูระดับตำนานที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับเสน่ห์ของฮาวายอย่างหรูหราที่สุด พร้อมกับบรรยากาศที่เหมือนกับในหนังที่คุณจะได้สัมผัสกับ “Ohana Spirit” ขนบธรรมเนียมแห่งความเป็นครอบครัวที่แท้จริงของฮาวาย เหมือนกับที่ Lilo สอนให้ Stitch รู้จักความหมายของคำว่า “ครอบครัว” ที่ไม่มีใครถูกทิ้งหรือลืม

The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort เกาะโออาฮู
“Pink Palace of the Pacific” โรงแรมสีชมพูสุดคลาสสิกที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1927 ตั้งอยู่บนหาดไวกิกิที่มีชื่อเสียงโด่งดัง โรงแรมแห่งนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมแรกๆ ที่สร้างขึ้นในไวกิกิ มีห้องพักทั้งหมด 528 ห้อง ในตัวอาคารประวัติศาสตร์และอาคาร Mailani Tower ที่สูงตระหง่าน การมาที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบเดียวกับที่ Lilo และ Stitch เคยวิ่งเล่นบนชายหาดสีทองคำ

(Photo: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort)
(Photo: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort)
(Photo: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort)
(Photo: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort)
(Photo: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort)
(Photo: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort)
(Photo: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort)
(Photo: The Royal Hawaiian, A Luxury Collection Resort)

Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa เกาะโออาฮู
โรงแรมเจ้าของฉายา “First Lady of Waikiki” เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1901 ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โบซาร์ และโครงสร้างสีขาวสะอาดตา พร้อมเสาโรมันอันโอ่อ่าและปอร์ต-โคแชร์ หรือซุ้มประตูทางเข้าสำหรับรถยนต์ที่โดดเด่น โรงแรมแห่งนี้ผสมผสานเสน่ห์วิคตอเรียนคลาสสิกเข้ากับความสะดวกสบายสมัยใหม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวแบบหรูหราในไวกิกิ

(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)
(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)
(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)
(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)
(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)
(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)
(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)
(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)
(Photo: Moana Surfrider, A Westin Resort & Spa)

Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort เกาะเมาวี
โรงแรมขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ริมชายหาดไวลี เปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำขนาดยักษ์ยาว 600 เมตร ประกอบด้วย 9 สระในระดับต่างๆ ที่เชื่อมต่อกันด้วยสายน้ำลดหลั่นเป็นชั้นๆ พร้อมด้วย Kilolani Spa ขนาดกว่า 460 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสปาที่ใหญ่ที่สุดในฮาวาย เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความบันเทิงและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน

(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)
(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)
(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)
(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)
(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)
(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)
(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)
(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)
(Photo: Grand Wailea, A Waldorf Astoria Resort)

The Ritz-Carlton Maui, Kapalua เกาะเมาวี
รีสอร์ทหรูระดับโลกที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางเหนือของเกาะเมาวี ล้อมรอบด้วยธรรมชาติอันงดงามและวิวมหาสมุทรแปซิฟิกที่ไร้ขีดจำกัด โรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านสนามกอล์ฟระดับแชมเปียนชิพและสปาชั้นเลิศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างเงียบสงบท่ามกลางบรรยากาศที่หรูหราและเป็นส่วนตัว

(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)
(Photo: The Ritz-Carlton Maui)

Mauna Kea Beach Hotel เกาะฮาวาย หรือเกาะใหญ่
โรงแรมในตำนานที่หาดเมานาเคอา ออกแบบโดยลอว์เรนซ์ ร็อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวหรูหราในฮาวาย ด้วยชายหาดทรายขาวสะอาดและน้ำทะเลใสสีฟ้าครามที่สมบูรณ์แบบ โรงแรมแห่งนี้เป็นสถานที่ในฝันสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับความเป็นฮาวายแท้ๆ พร้อมกิจกรรมดำน้ำชมปะการังและกีฬาทางน้ำหลากหลายรูปแบบ

(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)
(Photo: Mauna Kea Beach Hotel)

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Reel-to-Real Escapes: Luxurious Hotels from Hit Series and Films

Longchamp’s The Parisian Artisans Pop-Up Brings French Elegance to Bangkok

Longchamp นำเสน่ห์แห่งปารีสมาให้สัมผัสแล้วที่ The Parisian Artisans ป๊อปอัพสโตร์ล่าสุด ณ Iconsiam

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Longchamp

Longchamp แบรนด์เครื่องหนังจากฝรั่งเศสขวัญใจสาวๆ และหนุ่มๆ ทั่วโลก เปิดตัวป๊อปอัพสโตร์สุดพิเศษ “The Parisian Artisans” ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศของร้านช่างฝีมือคลาสสิกใจกลางกรุงปารีสอย่างใกล้ชิด

ป๊อปอัพครั้งนี้โดดเด่นด้วยงานออกแบบของกงสตองแตง รียองต์ (Constantin Riant) ศิลปินเซรามิกชาวปารีเซียง ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านลวดลายสีน้ำเงินโคบอลต์และสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ นำเสนอเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลกชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสตูดิโองานศิลป์และร้านเบเกอรีสไตล์ฝรั่งเศส พร้อมด้วยรสชาติแท้จากปารีสและกิจกรรมพิเศษมากมาย

ไฮไลท์ของงานคือแคปซูลคอลเลกชัน “Longchamp x Constantin Riant” โดดเด่นด้วยโลโก้เอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันของ Longchamp อย่างลึกซึ้ง โลโก้นี้จะปรากฏบนกระเป๋า Le Pliage โท้ทแคนวาสรุ่นใหม่ เสื้อยืด และสเวตเชิ้ตในโทนสีขาวและน้ำเงินที่สะดุดตา

ภายในงานยังมีเซเลบริตี้สุดฮอตอย่างฟรีน-สโรชา และเจมีไนน์-นรวิชญ์ มาร่วมงาน ที่สะท้อนสไตล์ปารีเซียงและนำเสนอคอลเลกชันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับใครที่อยากสัมผัสเสน่ห์แห่งปารีสโดยไม่ต้องบินไกล สามารถแวะชมคอลเลกชันพิเศษนี้ได้ที่ป๊อปอัพสโตร์ ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Celine Racer: The Retro-Luxe Sneakers You’ll Want in Your Collection

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image