Home Blog Page 34

Celebrate the Month of Love with a Variety of Curated, Fun Activities

เติมความหวานอย่างมีระดับกับ 5 กิจกรรมสุดพิเศษที่คู่รักห้ามพลาด
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Flow Yacht Club

สำหรับคู่รักที่กำลังมองหาไอเดียเพื่อเติมความพิเศษให้กับความสัมพันธ์ และได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน เราได้คัดสรรกิจกรรมสุดพิเศษที่จะช่วยเติมเต็มความทรงจำแสนหวาน และกระชับความสัมพันธ์ของคุณและคนรักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคู่รักที่ชื่นชอบการผจญภัย หลงใหลในศิลปะ หรือหลงรักการพักผ่อนแบบหรูหรา เราก็มีตัวเลือกที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ที่สำคัญ ทุกๆ กิจกรรมที่เรานำเสนอนี้ ไม่ได้เหมาะแค่กับเฉพาะคู่รัก เพราะไม่ว่าจะเป็นโซโล่เดท เฟรนด์เดท หรือมากันเป็นครอบครัว ก็เอนจอยได้เช่นกัน

เวิร์กชอปทำแหวนคู่ที่ OriginAg
หากคุณและคนรักกำลังหาของขวัญแทนใจที่ไม่เหมือนใคร เปี่ยมด้วยความหมาย และได้ลงมือทำด้วยตัวเอง เวิร์กชอปทำเครื่องประดับ โดยเฉพาะแหวนคู่ ถือว่าเหมาะมากๆ อย่างที่ OriginAg ร้านเครื่องประดับเงินและทองซึ่งมีสาขาที่ตลาดนัดสวนจตุจักรและที่ River City Bangkok ก็มีคลาสที่คุณจะได้ออกแบบและสร้างสรรค์แหวนด้วยตัวเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด วัสดุมีให้เลือกทั้งเงินแท้และทอง 9K ทรงและดีไซน์ของแหวนก็มีให้เลือกหลากหลาย อีกทั้งคุณยังสามารถสลักชื่อหรือคำที่ต้องการที่ด้านในตัวแหวนได้ด้วย ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนจากแหวนเป็นกำไลเงินก็ได้ หรือจะเวิร์กชอปทำทั้งแหวนและกำไลไปใส่เป็นเซ็ตเลยก็ดีไม่น้อย


ผ่อนคลายในสปาที่ i.Sawan Residential Spa & Club
เครียดจากงานและการใช้ชีวิตกันมาทั้งสัปดาห์ ลองควงคู่กันไปผ่อนคลายความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจที่ i.Sawan Residential Spa & Club สปาหรูระดับ 5 ดาวบนชั้น 5 ของโรงแรม Grand Hyatt Erawan Bangkok ที่นี่นำเสนอทรีตเมนต์สปาหลากหลายรูปแบบ ท่ามกลางบรรยากาศสงบร่มรื่นของสวนเขตร้อน พร้อมห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหรา สำหรับคู่รักที่ต้องการดูแลตัวเองแบบครบวงจร แนะนำ “Signature Escape” แพ็คเกจ 3 ชั่วโมงที่รวมทรีตเมนต์ไว้ครบทั้ง White Lotus Scrub & Wrap เพื่อผิวกายที่เนียนนุ่ม ตามด้วย Essence of i.sawan Massage นวดผ่อนคลายสไตล์ซิกเนเจอร์ ปิดท้ายด้วยทรีตเมนต์ดูแลผิวหน้า นอกจากนี้ยังมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ และห้องอบไอน้ำ ให้ใช้บริการเพิ่มเติมได้ด้วย


ดินเนอร์โอมากะเสะที่ Mizuki Omakase
สำหรับคู่รักที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารญี่ปุ่น แนะนำให้ลองไปสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่นแบบโอมากาเสะสุดพิเศษที่ Mizuki Omakase ซึ่งผสมผสานความพิถีพิถันของอาหารญี่ปุ่นระดับสูงเข้ากับแรงบันดาลใจจากความงดงามและความลึกลับของดวงจันทร์ โดยคำว่า “Mizuki” หมายถึง พระจันทร์สะท้อนน้ำ สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความละเมียดละไมในทุกคำที่เสิร์ฟ คอร์สโอมากาเสะพรีเมียมของที่นี่มีให้เลือกทั้ง New Moon, Full Moon และ Ethereal Moon ซึ่งคุณและคนรักจะได้ดื่มด่ำเรื่องราวของฤดูกาลผ่านวัตถุดิบชั้นเลิศจากแหล่งที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งปลาสดใหม่จากตลาดปลาโทโยสุ วัตถุดิบหายากเฉพาะฤดูกาล ที่นำมารังสรรค์อย่างประณีตโดยเชฟมากฝีมือ พร้อมจับคู่กับเครื่องดื่มที่เข้ากัน เพื่อให้ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยรสชาติที่สมบูรณ์แบบ


แกลมปิ้งที่ Te Mata Glamping Khao Yai
สำหรับคู่รักที่อยากสัมผัสบรรยากาศแคมป์ปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ แบบยังคงหรูหราและสะดวกสบาย Te Mata Glamping คือคำตอบที่ลงตัว ด้วยแนวคิด “Your Unscripted Luxury” ที่ผสมผสานประสบการณ์การพักแรมกับความหรูหราของวิลล่าได้อย่างกลมกลืน ที่นี่มีที่พักสไตล์กระโจมหรู 5 หลัง และเรสซิเดนซ์ 2 หลัง เช่น Eden Pool, Eden Onsen แต่ละหลังได้รับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีพื้นที่ส่วนตัว และมีบัตเลอร์คอยดูแลตลอดการเข้าพัก คุณจะได้ตื่นมาพร้อมเสียงนกร้องยามเช้า สูดอากาศบริสุทธิ์ และดื่มด่ำกับบรรยากาศป่าเขาที่โอบล้อม ได้ออกไปพายแพดเดิลบอร์ดในทะเลสาบส่วนตัว จุดแคมป์ไฟและย่างมาร์ชเมลโลว์แบบโรแมนติกสุดๆ ในยามค่ำคืน แถมคู่ไหนมีน้องหมาน้องแมว ก็สามารถพาน้องมาพักด้วยได้


ล่องเรือครูซสุดโรแมนติกกับ Flow Yacht Club
การล่องเรือชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ Flow Yacht Club เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราขอแนะนำ ด้วยบริการระดับพรีเมียมและวิวอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา คุณจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติกท่ามกลางแสงสีของตัวเมืองกรุงเทพฯ ที่นี่มีแพ็คเกจให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซันเซ็ตครูซส่วนตัวที่คุณจะได้ชื่นชมพระอาทิตย์ตกดินพร้อมจิบแชมเปญ หรือดินเนอร์สุดหรูบนเรือที่รังสรรค์โดยเชฟมืออาชีพพร้อมไวน์ชั้นดี นอกจากนี้ยังมีบริการจัดเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแบบส่วนตัว พร้อมดอกไม้และการตกแต่งที่คุณสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ หรือถ้าคู่ไหนกำลังวางแผนแต่งงาน ที่นี่ก็รองรับการถ่ายพรีเวดดิ้งท่ามกลางวิวสวยๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง: Five Thai Resorts with Stunning Mountain View

Lux Pick: Infinity Fitness at InterContinental Bangkok

0

ยกระดับไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายใจกลางกรุง กับ Infinity Fitness โรงแรม InterContinental Bangkok ที่ที่เป็นมากกว่าฟิตเนสเซ็นเตอร์
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: อภิวิชญ์ พรหมพิทักษ์

สำหรับคนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ การได้ค้นพบสถานที่ออกกำลังกายที่ตอบโจทย์ทั้งด้านทำเลที่ตั้ง อุปกรณ์ที่ครบครัน และบริการที่เป็นเลิศ คือสิ่งที่ทำให้การออกกำลังกายกลายเป็นกิจวัตรที่น่าตื่นเต้น และ Infinity Fitness ณ โรงแรม InterContinental Bangkok ก็คือคำตอบที่เราค้นพบ

Infinity Fitness ตั้งอยู่บนชั้น 36 ของโรงแรม InterContinental Bangkok ย่านราชประสงค์ ที่นี่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้ลงตัวกับการใช้งาน ผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวเมืองแบบพาโนรามา ทำให้การออกกำลังกายในยามเช้าหรือยามเย็นเป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง เมื่อได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดินท่ามกลางตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานคร

ด้านอุปกรณ์ออกกำลังกาย Infinity Fitness ได้คัดสรรอุปกรณ์ระดับพรีเมียมจาก TechnoGym แบรนด์ชั้นนำจากอิตาลีที่ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันกีฬาและนักกีฬาระดับโลก โดยเฉพาะจักรยานปั่นรุ่นพิเศษที่หาได้ยากในฟิตเนสทั่วไป ซึ่งมาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเพื่อติดตามผลการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์คาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งที่ครบครัน ทั้งลู่วิ่ง เครื่องเดินวงรี เครื่องดึงสายเคเบิล และเครื่องเล่นกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่อุปกรณ์มาตรฐาน แต่ยังมีห้องสตูดิโอกระจกที่มาพร้อมอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายแบบ Functional Training ซึ่งเป็นพื้นที่โปรดของผู้ที่ชื่นชอบโยคะ พิลาทิส และเวิร์กเอาต์แบบไดนามิก ภายในห้องมีเสื่อโยคะ ลูกบอลออกกำลังกาย และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เพื่อรองรับการฝึกฝนที่หลากหลาย อีกทั้ง Infinity Fitness ยังมีเวทีมวย สำหรับผู้ที่สนใจฝึกซ้อมมวยไทยหรือมวยสากล โดยมีอุปกรณ์เสริมอย่างกระสอบทรายและนวมชกมวยครบครัน พร้อมโปรแกรม Muay Thai Mastery ที่ให้คุณได้ฝึกฝนมวยอย่างจริงจังกับเทรนเนอร์ส่วนตัวหรือโค้ชมืออาชีพในเวลา 90 นาที

นอกเหนือจากพื้นที่ฟิตเนส สมาชิกยังสามารถใช้บริการห้องซาวน่าและห้องสตีมที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย ห้องล็อกเกอร์กว้างขวางพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์กรูมมิ่งครบครัน รวมถึง Oasis Pool บนชั้นดาดฟ้าที่มีทั้งสระว่ายน้ำ และสระจากุซซี่ พร้อมเก้าอี้ริมสระให้นั่งผ่อนคลาย ทำให้การมาออกกำลังกายที่นี่รู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนที่รีสอร์ตหรู

Infinity Fitness ให้บริการทั้งสมาชิกรายวัน, ราย 1 เดือน, ราย 3 เดือน และรายปี ในราคา 1,000++ บาท, 8,000++ บาท, 21,000++ บาท และ 75,000++ บาท ตามลำดับ ซึ่งนอกจากสมาชิกจะใช้บริการส่วนต่างๆ ที่บอกไปข้างต้นได้แล้ว ยังสามารถเข้าร่วมคลาสออกกำลังกายประจำวันได้ฟรี และสามารถจองคลาสส่วนตัวได้ด้วย และพิเศษสุดๆ สำหรับสมาชิกรายปีซึ่งจะมีเทรนเนอร์ส่วนตัวระดับมืออาชีพคอยดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเป้าหมายของผู้ใช้งานแต่ละคนด้วย ทั้งนี้ สมาชิกรายวันและรายเดือนที่สนใจก็สามารถขอรับบริการเทรนเนอร์ส่วนตัวและโค้ชมืออาชีพเพิ่มเติมได้

เมื่อได้มาสัมผัสบรรยากาศและบริการด้วยตัวเอง เราเข้าใจว่าทำไม Infinity Fitness จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนเมืองที่ต้องการดูแลสุขภาพในบรรยากาศหรูหรา ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง การบริการระดับโรงแรม 5 ดาว และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้การออกกำลังกายที่นี่เป็นมากกว่าการดูแลสุขภาพ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง: 4 Ways to Become a New You This New Year

A House of Gently Intertwined Cottages by Nendo

Hand-in-Hand House บ้านแห่งสายสัมพันธ์ของคนในครอบครัว โดย Nendo
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา Photo: Masahiro Ohgami via Nendo

Nendo คือ ดีไซน์สตูดิโอสัญชาติญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติด้วยความโดดเด่นทางด้านงานออกแบบผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เครื่องใช้ต่างๆ ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์มากมาย รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่มีความเป็นมินิมอลแต่เปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน โดย Hand-in-Hand House คือ ผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมล่าสุดของ Nendo ที่ยังคงคอนเซ็ปท์แห่งความเรียบง่ายและตอบโจทย์การใช้งาน

Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

บ้านที่มีชื่อว่า Hand-in-Hand หลังนี้เป็นโครงการสำหรับครอบครัวหนึ่งที่ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูกอีก 2 คนที่ต้องการบ้านพักตากอากาศสำหรับช่วงสุดสัปดาห์ โดยโครงการบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 5,800 ตารางเมตรบนเนินเขาในเมืองคารุอิซาวะ อันเป็นเมืองตากอากาศชื่อดังทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนางาโนะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว

การออกแบบเริ่มต้นด้วยระเบียงขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปตามเนินเขาเพื่อที่ผู้พักอาศัยจะได้ชื่นชมทิวทัศน์และภูมิประเทศอันงดงามของภูเขาอาซามะและความเขียวขจีจากต้นไม้รอบๆ บริเวณได้อย่างชัดเจน บ้านหลังนี้ประกอบไปด้วยกระท่อมขนาดเล็ก 6 หลังที่มีขนาดประมาณหลังละ 20 ตารางเมตรกระจายอยู่ตามระเบียงนี้ รวมพื้นที่ใช้สอย 142.48 ตารางเมตร กระท่อมแต่ละหลังถูกออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่หันไปในทิศทางที่แตกต่างกันเล็กน้อยเพื่อมิให้บดบังทัศนียภาพนอกระเบียงกันเอง ทั้งยังออกแบบให้ความสูงของหลังคามีความแตกต่างกันในแต่ละหลังเพื่อให้กลมกลืนไปกับภูมิทัศน์โดยรอบ โดยหลังคาของกระท่อมแต่ละหลังเชื่อมโยงกันอย่างนุ่มนวลเสมือนการจับมือกันของคนในครอบครัวอย่างกลมเกลียว และดีไซน์ที่น่าสนใจนี้เองที่เป็นมีที่มาของชื่อบ้านว่า Hand-in-Hand

Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

โดยกระท่อมแต่ละหลังนั้นต่างก็มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เช่น ครัว พื้นที่รับประทานอาหาร และห้องนอน ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่เล็กๆ ที่มีลักษณะเฉพาะที่มอบความสะดวกสบายที่แตกต่างกัน รวมถึงมอบพื้นที่ส่วนตัวด้วยการรักษาระยะห่างที่พอเหมาะพอดี อันเป็นการเคารพและให้เกียรติเวลาและความเป็นปักเจกของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวและเชื่อมโยงสายใยภายในครอบครัวภายใต้หลังคาเดียวกันนั่นเอง

Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

บทความที่เกี่ยวข้อง: Loro Piana Interiors Introduces Pure and Pristine Collection 2025 in Paris

Your Resort Choices When Following “The White Lotus” to Koh Samui

5 รีสอร์ตหรู สำหรับทริปตามรอยซีรีส์ดัง The White Lotus ไปพักผ่อนบนเกาะสมุย
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Kimpton Kitalay Samui

เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกหนึ่งสวรรค์แดนใต้ที่เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยชายหาดขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใส วัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ รวมถึงการเดินทางที่แสนสะดวกสบาย และในปี ค.ศ. 2024 เกาะแห่งนี้ยิ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อช่องบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่าง HBO เลือกให้เป็นโลเคชันถ่ายทำซีรีส์ดังระดับโลกอย่าง The White Lotus Season 3 ที่กำลังจะออนแอร์เร็วๆ นี้ จึงเป็นจังหวะเหมาะที่เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 รีสอร์ตหรูระดับโลกบนเกาะสมุยที่พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนแสนพิเศษและน่าจดจำให้กับคุณ

Four Seasons Resort Koh Samui
เริ่มด้วยรีสอร์ตหรูที่เป็นโลเคชันถ่ายทำสำคัญของซีรีส์ โดดเด่นด้วยวิลล่าสไตล์ไทยภาคใต้ดั้งเดิมที่ตั้งลดหลั่นบนเนินเขาปกคลุมด้วยต้นมะพร้าว มาพร้อมชายหาดส่วนตัวยาวกว่า 800 เมตรให้ได้ทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ ห้องพักมีให้เลือกทั้งแบบพลูวิลล่า เช่น Beach Villa with Pool, Panoramic Ocean-View Pool Villa และเรสซิเดนซ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบหนึ่งจนถึงห้าห้องที่มาพร้อมอุปกรณ์ทำครัวครบครัน วิวพาโนรามา ศาลารับประทานอาหาร และผู้ดูแลส่วนตัว ไฮไลท์ห้ามพลาดคือการลิ้มรสอาหารใต้พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ห้องอาหาร Koh Thai Kitchen และการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจกับโปรแกรม Secret Night Spa ที่ให้บริการแขกเพียงวันละ 2 ท่านเท่านั้น

(ภาพ: Four Seasons Resort Koh Samui)
(ภาพ: Four Seasons Resort Koh Samui)
(ภาพ: Four Seasons Resort Koh Samui)
(ภาพ: Four Seasons Resort Koh Samui)
(ภาพ: Four Seasons Resort Koh Samui)

Anantara Lawana Koh Samui Resort
รีสอร์ตหรูทางตอนเหนือของหาดเฉวง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากเรือประมงโบราณ รวมถึงวิถีชีวิตของชาวประมงและผู้คนท้องถิ่น ผสมผสานความเป็นไทยและจีนอย่างลงตัว ห้องพักและวิลล่าทุกหลังตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้หรูหราและผ้าทอมือคุณภาพสูง ไฮไลท์สำคัญคือห้องอาหาร Tree Tops Signature Dining ที่แขกสามารถรับประทานดินเนอร์เซ็ทเมนูได้ภายในศาลาส่วนตัวบนยอดไม้ซึ่งมีเพียง 8 หลัง รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่อายุกว่า 120 ปี สามารถชมวิวทะเลได้แบบ 360 องศา ส่วนกิจกรรมก็มีให้บริการหลากหลาย ทั้งสปาพร้อมห้องทรีตเมนต์กลางแจ้ง คลาสทำอาหารไทย โยคะริมทะเล ฝึกไทเก๊ก ทัวร์ดำน้ำ ตกปลากลางทะเล เป็นต้น

(ภาพ: Anantara Lawana Koh Samui Resort)
(ภาพ: Anantara Lawana Koh Samui Resort)
(ภาพ: Anantara Lawana Koh Samui Resort)
(ภาพ: Anantara Lawana Koh Samui Resort)
(ภาพ: Anantara Lawana Koh Samui Resort)

Centara Reserve Samui
หลังจากการปรับโฉมครั้งใหญ่ Centara Reserve Samui ก็กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดฮิต ด้วยทำเลบนปลายหาดเฉวงที่เงียบสงบ โดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัยที่ผสานความงามของวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ห้องพักมีให้เลือกทั้งแบบห้องบนอาคารไปจนถึงวิลล่าริมทะเล ห้องบนทุกห้องพักตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นและงานศิลปะพื้นถิ่น โดยเฉพาะ Reserve Ocean Pool Villa ขนาด 501 ตารางเมตร มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ พื้นที่รับประทานอาหารกลางแจ้ง บริการ Reserve Host และชายหาดหน้าวิลล่าที่เดินถึงในไม่กี่ก้าว นอกจากนี้ยังมี Salt Society Beach Bar & Kitchen ห้องอาหารริมทะเลที่เลื่องชื่อเรื่องค็อกเทลและอาหารทะเลสด Reserve Spa Cenvaree ที่มอบทรีตเมนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และ The Gin Run ที่มีมิกโซโลจิสต์คอยรังสรรค์เครื่องดื่ม รวมถึง Fitness Centre ที่เปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง

(ภาพ: Centara Reserve Samui)
(ภาพ: Centara Reserve Samui)
(ภาพ: Centara Reserve Samui)
(ภาพ: Centara Reserve Samui)
(ภาพ: Centara Reserve Samui)

Kimpton Kitalay Samui
บูติกรีสอร์ตสุดชิคที่ถ่ายทอดเสน่ห์วิถีชีวิตชาวประมงผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย ที่พักมีให้เลือกหลากหลาย รวมถึง Oceanfront Pool Villa ขนาด 224 ตารางเมตรที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ทุกห้องตกแต่งด้วยงานฝีมือท้องถิ่นและมีระเบียงส่วนตัว รีสอร์ตมีห้องอาหารให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Shio ห้องอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมพร้อมซูชิบาร์ที่กลับมาเปิดให้บริการในปีนี้ FishHouse FishHouse Restaurant and Bar สไตล์บีชเฮ้าส์ที่นำเสนออาหารดั้งเดิมและโมเดิร์นรสเลิศจากซีฟู้ดและปลาสดใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี Kitavaree Spa & Wellness ที่ให้บริการทรีตเมนต์พิเศษด้วยสมุนไพรท้องถิ่น สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ขนาดใหญ่ริมทะเลก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ เช่น โยคะยามเช้า คลาสทำอาหารไทยที่ใช้วัตถุดิบจากชุมชน

(ภาพ: Kimpton Kitalay Samui)
(ภาพ: Kimpton Kitalay Samui)
(ภาพ: Kimpton Kitalay Samui)
(ภาพ: Kimpton Kitalay Samui)
(ภาพ: Kimpton Kitalay Samui)

Six Senses Samui
Six Senses Samui ตั้งอยู่บนแหลมทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสมุย โดดเด่นด้วยปรัชญาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ทุกตารางนิ้วของรีสอร์ตถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มอบความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง พร้อมวิวทะเลอันงดงามที่มองเห็นได้จากทุกมุม ไฮไลต์สำคัญคือ Dining on the Rocks ห้องอาหารบนโขดหินธรรมชาติ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับมื้ออาหารสุดโรแมนติกพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน นอกจากนี้ยังมี Six Senses Spa ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและสมุนไพรจากสวนของรีสอร์ตเอง พร้อมกิจกรรมเพื่อสุขภาพหลากหลาย เช่น โยคะ การฝึกสมาธิ และเวิร์กช็อปทำผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กิจกรรมน่าสนใจอื่นๆ เช่น การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ การเรียนรู้การทำอาหารไทย

(ภาพ: Six Senses Samui )
(ภาพ: Six Senses Samui )
(ภาพ: Six Senses Samui )

บทความที่เกี่ยวข้อง: Five Thai Resorts with Stunning Mountain View

Thai Airways Debuts Royal Silk Class on Airbus A320

0

การบินไทยเปิดตัวที่นั่งชั้นธุรกิจบนเครื่องบินแบบ Airbus A320
บทความ: รักดี โชติจินดา ภาพ: การบินไทย

[ English ]

เดิมทีนั้นการบินไทยให้บริการผู้โดยสารด้วยเครื่องบินแบบลำตัวกว้างที่มี 2 ทางเดินเป็นหลัก และในเครื่องทุกรุ่นที่ใช้จะมีชั้นธุรกิจหรือที่การบินไทยเรียกว่า Royal Silk Class ให้บริการควบคู่กับชั้นประหยัดอยู่แล้ว แต่หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจและรวมสารการบินไทยสมายล์เข้ามาอยู่ภายใต้ชื่อแบรนด์การบินไทยชื่อเดียวก็มีเครื่องบินแบบลำตัวแคบที่มี 1 ทางเดินรุ่น A320 ของ Airbus เข้ามาให้บริการลูกค้าเพิ่มเติมอีก 20 ลำ ซึ่งเครื่องบินในกลุ่มนี้นั้นมีที่นั่งเฉพาะชั้นประหยัดเท่านั้นตลอดทั้งลำ

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ดังนั้น เพื่อให้ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร และเพื่อเพิ่มรายได้และสร้างผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแผนกลยุทธ์ Commercial Excellence ของบริษัท การบินไทยจึงเปิดตัว Royal Silk Class หรือชั้นธุรกิจบนเครื่องบินแบบ Airbus A320 อย่างเป็นทางการในปีนี้ รูปแบบที่นั่งเป็นแบบ 2-2 จำนวนลำละ 3 แถวหรือรวม 12 ที่นั่ง ตัวที่นั่งมีขนาดกว้าง 25 นิ้ว ปรับเอนได้ 120 องศา มีที่พักขาความยาว 11 นิ้ว และมาพร้อมระบบเอนเตอร์เทนเมนท์แบบ Thai Vision Connect ที่ผู้โดยสารเชื่อมต่อได้ด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง โดยการบินไทยจะทยอยติดตั้งที่นั่งลักษณะนี้บนเครื่องบิน Airbus A320 จนครบทั้งหมด 20 ลำภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ขณะนี้การบินไทยวางแผนที่จะใช้เครื่องบินแบบ Airbus A320 ที่มีที่นั่งระดับ Royal Silk Class ใหม่นี้ในเส้นทางภายในประเทศระหว่างกรุงเทพและ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ภูเก็ต หาดใหญ่และกระบี่ และยังจะสามารถบินยังอีก 22 จุดหมายระยะสั้นในเอเชียที่ใช้เวลาบินไม่เกิน 4 ชั่วโมงโดยประมาณ ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน อินเดีย เนปาล บังกลาเทศและศรีลังกา เป็นต้น หากเป็นเที่ยวบินที่มีระยะเวลาการบินเกิน 3.5 ชั่วโมงก็จะมีกระเป๋าชุดอำนวยความสะดวกหรือ Amenity Kit ที่ออกแบบและผลิตร่วมกับ Jim Thompson เป็นลวดลายที่สะท้อนความเป็นไทยมากถึง 12 แบบมอบให้กับผู้โดยสารด้วย

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

บทความที่เกี่ยวข้อง: A Glimpse into the Future at World Expo 2025 in Osaka, Kansai


The airline will retrofit all 20 aircrafts of this type within the fleet by the second quarter of this year.

Words: Ruckdee Chotjinda Photo: Thai Airways

Thai Airways originally operated a fleet primarily composed of wide-body aircraft with twin aisles, all of which featured both economy class and the airline’s signature business class, known as Royal Silk Class. However, following a strategic shift in its operations and the integration of Thai Smile Airways under the Thai Airways brand, the airline’s fleet is broadened with 20 Airbus A320 narrow-body aircrafts with a single aisle. These aircrafts were initially configured with an all-economy class layout. 

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

To enhance passenger comfort and support its Commercial Excellence strategy for sustainable revenue growth, Thai Airways has officially introduced Royal Silk Class on its Airbus A320 fleet this year. The new business class cabin features a 2-2 seating configuration with three rows per aircraft, accommodating a total of 12 seats. Each seat is 25 inches wide, reclines up to 120 degrees, and includes an 11-inch footrest. Passengers can also enjoy in-flight entertainment through the Thai Vision Connect system, which allows them to stream content on their own electronic devices. The airline is gradually retrofitting these seats across all 20 Airbus A320 aircraft, with completion expected by the second quarter of this year. 

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Thai Airways plans to deploy these upgraded Airbus A320 aircrafts with Royal Silk Class seating on domestic routes connecting Bangkok to eight key cities: Chiang Mai, Chiang Rai, Khonkaen, Udonthani, Ubonratchathani, Phuket, Hadyai and Krabi. Additionally, these aircrafts will operate on short-haul international routes across Asia, with flight times of approximately four hours or less. Destinations include Laos, Vietnam, Myanmar, Malaysia, Singapore, Indonesia, Hong Kong, Taiwan, India, Nepal, Bangladesh and Sri Lanka. For flights exceeding 3.5 hours, Royal Silk Class passengers will receive an exclusive amenity kit co-designed and produced in collaboration with Jim Thompson. The kit will feature 12 distinct designs inspired by Thai heritage.

See also: A Glimpse into the Future at World Expo 2025 in Osaka, Kansai

5 Indulgent Experiences In and Around Osaka for Visitors to World Expo 2025

0

สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบลึกซึ้งและมีระดับกับ 5 กิจกรรมห้ามพลาดที่โอซาก้าและเกียวโต
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Camellia Tea Ceremony

เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น กำลังจะได้เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกมุมโลกที่อยากมาสัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันก้าวล้ำ รวมถึงกิจกรรมน่าสนใจมากมายในงานมหกรรมสุดยิ่งใหญ่อย่าง World Expo 2025 แต่นอกเหนือจากความตื่นตาตื่นใจของงาน World Expo 2025 แล้ว เมืองโอซาก้าและเกียวโต สองเมืองสำคัญแห่งภูมิภาคคันไซ ยังพร้อมมอบประสบการณ์พิเศษระดับหรูหราที่จะเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวของคุณ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังเป็นการดื่มด่ำวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งและมีระดับ ซึ่งจะทำให้ในทริป World Expo ของคุณสมบูรณ์แบบและน่าประทับใจยิ่งขึ้น

1. ไฟน์ไดนิ่งที่ร้าน 3 ดาวมิชลิน Kashiwaya Osaka Senriyama
Kashiwaya Osaka Senriyama ภัตตาคารระดับ 3 ดาวมิชลินและมิชลินกรีนสตาร์ (รางวัลดาวมิชลินรักษ์โลก) ใจกลางโอซาก้าที่จะยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารของคุณสู่งานศิลปะชั้นสูง ที่นี่นำเสนอเมนูไคเซกิโอมากาเสะที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ภายใต้การนำของเชฟเชฟฮิเดอากิ มัตสึโอะ ผู้มีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่ละจานอาหารถูกสร้างสรรค์ราวกับงานศิลปะ ผสานเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิมกับความเป็นสมัยใหม่ บรรยากาศภายในร้านสงบเรียบง่าย แต่ทรงเกียรติ สร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าประทับใจในระดับสูงสุด แนะนำให้จองล่วงหน้าและแต่งกายสุภาพ


2. แช่ออนเซ็นนแบบส่วนตัวที่ Solaniwa Onsen Osaka Bay Tower
เปิดประสบการณ์แช่ออนเซ็นระดับพรีเมียมที่ Solaniwa Onsen Osaka Bay Tower ในห้องอาบน้ำและแช่ออนเซ็นแบบส่วนตัวที่มีให้เลือกถึง 3 ระดับ ตั้งแต่ห้อง Standard ที่รับรองผู้ใช้งานได้สูงสุด 4 คน ไปจนถึงห้อง Deluxe สไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นห้องเสื่อทาทามิ รับรองผู้ใช้งานได้ 4-6 คน และห้อง Deluxe สไตล์ตะวันตกที่มาพร้อมเต้นท์ซาวน่า แต่ละห้องมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งโทรทัศน์, อุปกรณ์อาบน้ำ ไดร์เป่าผม ทุกห้องมีอ่างออนเซ็นกลางแจ้งที่ใช้น้ำจากน้ำพุร้อนธรรมชาติ ให้คุณผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจได้พร้อมชมวิวสวนญี่ปุ่นอันงดงามและเงียบสงบ นอกจากนี้ที่นี้ยังมีบริการนวด สปาหินร้อน รวมถึงไฮไลต์อย่างสวนลอยฟ้าที่คุณสามารถสวมชุดยูกาตะไปเดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ ได้


3. ร่วมมื้ออาหารค่ำกับเกอิชา
การพบปะและรับประทานอาหารค่ำกับเกอิชา เป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากยิ่งในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะในเกียวโต เมืองที่ยังคงธำรงรักษาประเพณีดั้งเดิมได้อย่างงดงาม เกอิชาถือเป็นสัญลักษณ์แห่งศิลปะการบันเทิงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ผู้ซึ่งได้รับการฝึกฝนอย่างประณีตในศิลปะการสนทนา การเต้น ดนตรี และการสร้างบรรยากาศอันน่าประทับใจ สำคัญที่สุด การจะพบปะกับเกอิชาไม่สามารถทำได้โดยตรง เกอิชาและไมโกะจะไม่รับนัดลูกค้าทั่วไป นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์นี้จำเป็นต้องผ่านเอเจนซี่หรือบริษัททัวร์ที่มีความสัมพันธ์และเครือข่ายในชุมชนเกอิชาเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้ว การร่วมรับประทานอาหารค่ำกับเกอิชา คุณจะได้สัมผัสกับศิลปะในการสนทนา การแสดงดนตรีและการเต้นแบบดั้งเดิม พร้อมรับประทานอาหารญี่ปุ่น รวมถึงชาและเหล้าสาเก รวมถึงได้ทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น เกมดวลดื่ม

(ภาพ: Untold Japan)

4. เรียนรู้ปรัชญาญี่ปุ่นผ่านเวิร์กชอปคินสึกิ
“คินสึกิ” คือศิลปะการซ่อมแซมภาชนะที่แตกหักด้วยวิธีที่เปี่ยมไปด้วยปรัชญาอันลึกซึ้งของญี่ปุ่น โดยใช้ผงทองคำหรือเงินประสานรอยร้าว สะท้อนแนวคิดที่ว่า รอยแตกหักไม่ใช่สิ่งที่ต้องปกปิด แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัตถุนั้นมีเรื่องราวและความงดงามพิเศษ ในเวิร์กชอปคินสึกิที่ Shikata Urushi ร้านเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีในเกียวโต คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคดั้งเดิมของคินสึกิ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมภาชนะ การใช้กาวพิเศษ การประดับด้วยผงโลหะมีค่าอย่างทองคำแท้ และการเคลือบชิ้นงานด้วยอูรูชิญี่ปุ่น หรือแล็กเกอร์ธรรมชาติ วิธีการนี้ไม่ใช่แค่การซ่อมแซมภาชนะให้กลับมาใช้งานได้ หรือแค่การฝึกทักษะศิลปะ แต่ยังเป็นการเรียนรู้ปรัชญาชีวิตแบบญี่ปุ่นที่มองว่าความสมบูรณ์ไม่จำเป็นต้องปราศจากรอยแตก หากแต่ความงามเกิดจากการยอมรับและเติมแต่งรอยแตกนั้นอย่างมีศิลปะ


5. ประสบการณ์พิธีชงชาแบบส่วนตัวที่ Camellia Tea Ceremony
Camellia Tea Ceremony ในกรุงเกียวโต สถานที่ที่จะพาคุณดื่มด่ำวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นผ่านพิธีชงชาแบบดั้งเดิม พร้อมจิบมัทฉะและขนมหวานในบรรยากาศส่วนตัว Camellia Tea Ceremony มีสองทำเลให้เลือก ได้แก่ Garden Teahouse บ้านเก่าอายุ 100 ปี ใกล้สถานที่มรดกโลก ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด และ Flower Teahouse ที่เดินทางสะดวกกว่า อยู่ใกล้วัดคิโยะมิซุ (วัดน้ำใส) และย่านกิออน ทั้งสองแห่งมีกิจกรรมคล้ายกัน เริ่มจากการแนะนำวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของมัทฉะและพิธีชงชา ตามด้วยการสาธิตพิธีชงชา เสิร์ฟชาและขนม และให้ผู้เข้าร่วมได้ลองชงมัทฉะด้วยตนเอง แตกต่างตรงที่ Flower Teahouse จะมีบริการให้เช่าชุดกิโมโนเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง: 6 Must-Visit Destinations in Busan in 2025

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image