Home Blog Page 33

Celebrate Valentine’s Day with Thai Artisanal Chocolates

0

เติมความหวานในวันวาเลนไทน์นี้ด้วยช็อกโกแลตอาร์ติซานสัญชาติไทย
บทความ: ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพเปิด: Siamaya Chocolate

ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะถึงนี้ หากคุณกำลังมองหาช็อกโกแลตเพื่อเป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษของคุณ เราอยากเชิญชวนให้คุณได้ลองพิจารณาช็อกโกแลตอาร์ติซานสัญชาติไทยทั้ง 3 แบรนด์นี้ประกอบการตัดสินใจ เพราะช็อกโกแลตงานคราฟระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ไทยเหล่านี้ต่างก็เปี่ยมไปด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งจากผลผลิตโกโก้ของสวนในประเทศไทย ซึ่งในแต่ละภูมิภาคและแต่ละฤดูกาลต่างก็ให้รสชาติและโทนที่แตกต่างกันออกไป บวกกับรสชาติการปรุงแต่งและสูตรของแต่ละแบรนด์ที่กลั่นกรองและตั้งใจสร้างความแปลกใหม่เพื่อให้ผู้ที่หลงใหลในช็อกโกแลตได้ลิ้มลองกัน

Charoendee Chocolate จากบ้านสวนเจริญดีในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดิมทีนั้นเป็นสวนแห่งนี้มีทุเรียนเป็นหลักและเจ้าของสวนเกิดความสนใจในต้นโกโก้เมื่อครั้งไปท่องเที่ยวที่บาหลี เมื่อผลผลิตโกโก้มากขึ้น จึงเรียนรู้กระบวนการแปรรูปและสร้างแบรนด์ช็อกโกแลตของตัวเองขึ้นในปี ค.ศ. 2023 ซึ่งความจริงจังและความมุ่งมั่นในการแปรรูปผลผลิตเม็ดโกโก้ของแบรนด์นี้นั้นอยู่ในระดับเข้มข้นจริงๆ เพราะเป็นการทำในรูปแบบโกโก้จากแหล่งกำเนิดเดียวจากป่าละอู (Single Origin Pala-U) เนื่องจากเป็นผลผลิตของทางสวนเองจึงมั่นใจได้ว่าช็อกโกแลตบาร์ที่คุณจะได้ลิ้มลองนั้นจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ในทุกๆ ขั้นตอนตั้งแต่การเก็บผลโกโก้ การหมัก การตาก จนออกมาเป็นช็อกโกแลตบาร์นั่นเอง โดยรสชาติจะแบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล ซึ่งแต่ละฤดูกาลก็จะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สนใจสามารถสั่งซื้อที่ที่ช่องทาง Facebook และ Instagram ของแบรนด์โดยตรง


KanVela Chocolate เป็นแบรนด์ช็อกโกแลตคราฟสัญชาติไทยจากเชียงใหม่ที่มีจุดเริ่มต้นจากการทำสวนโกโก้ที่เชียงใหม่ และเริ่มศึกษาและพัฒนาผลผลิตอย่างจริงจังเพื่อให้ได้โกโก้คุณภาพเยี่ยม จนต่อยอดธุรกิจด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตจากสวนของแบรนด์เอง บวกกับผลผลิตโกโก้จากสวนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนเกิดเป็นช็อกโกแลตคราฟฝีมือคนไทยจากเกษตรกรไทยที่น่าภาคภูมิใจ ทั้งยังสร้างสรรค์รสชาติแปลกใหม่ให้กับคราฟช็อกโกแลตของแบรนด์ด้วยการผสมผสานเสน่ห์ของอาหารเหนือ อาทิ ข้าวซอย แกงฮัลเล ให้ลูกค้าหรือผู้ที่ชื่นชอบช็อกโกแลตได้ลิ้มลองอีกด้วย นอกจากช็อกโกแลตบาร์ ช็อกโกแลตบงบง และช็อกโกแลตสอดไส้แล้ว KanVela ยังมีผลิตภัณฑ์จากโกโก้อีกมากมายให้คุณได้ลิ้มลองและซื้อหาเป็นของขวัญและของฝาก ซึ่งคุณสามารถสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ หรือร้านคาเฟ่ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ และกรุงเทพ


Siamaya Chocolate เป็นอีกแบรน์ช็อกโกแลตแบรนด์ดังจากเชียงใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2017 โดยเกิดจากแพชชั่นของคุณนีล แรนซัมและหุ้นส่วนอีกสองท่านที่มีความสนใจในการแปรรูปเมล็ดโกโก้ที่ซื้อตรงจากชาวสวนไทยให้เป็นคราฟช็อกโกแลตแท่งหลากหลายรสชาติ โดยนำเสนอความแตกต่างด้วยรสชาติความเป็นไทยที่กลมกล่อมและลงตัวมากถึง 16 รสชาติ อาทิ ต้มยำ ต้มข่า แกงมัสมั่น ข้าวซอย ทุเรียน มะม่วง กล้วย ส้มโอ และอีกมากมายซึ่งรวมถึงรสชาติชาไทยอันเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของไทยอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรสชาติตามเทศกาลต่างๆ ที่เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าช่วงวันวาเลนไทน์ก็มีรสชาติพิเศษเตรียมไว้ให้คุณได้เซอร์ไพรส์คนรักของคุณอย่างแน่นอน สามารถหาซื้อได้ทั้ง 3 สาขา คือ สาขาวัวลาย ท่าแพ และสนามบินเชียงใหม่ หรือดูรายละเอียดที่หน้าเว็บไซท์ของ Siamaya Chocolate

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Siamaya Chocolate)
Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Siamaya Chocolate)
Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Siamaya Chocolate)

บทความที่เกี่ยวข้อง: Dazzle Your Valentine with Exquisite Creations from Five Refined Jewelers

Dazzle Your Valentine with Exquisite Creations from Five Refined Jewelers

5 คอลเลกชันเครื่องประดับจากแบรนด์หรูที่เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญในวาเลนไทน์นี้
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Chopard

ช่วงเวลาแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่มีสิ่งใดจะสื่อถึงความรู้สึกพิเศษได้ดีเท่ากับเครื่องประดับอันเจิดจรัส ที่จะช่วยเติมเต็มโมเมนต์แสนหวานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น วาเลนไทน์ปีนี้ เราได้คัดสรรเครื่องประดับคอลเลกชันพิเศษที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านงานดีไซน์อันประณีต และความวิบวับของอัญมณีล้ำค่า เปี่ยมด้วยความหมายอันลึกซึ้งในทุกรายละเอียด รับรองว่าความรักจะอบอวลในใจทั้งผู้ให้และผู้รับแน่นอน

คอลเลกชัน Happy Hearts จาก Chopard
คอลเลกชัน Happy Hearts จาก Chopard นำเสนอสร้อยพร้อมจี้ กำไลข้อมือ แหวน และต่างหู ตัวเรือนโรสโกลด์ 18K ในดีไซน์รูปหัวใจที่เป็นซิกเนเจอร์ของเมซงมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 โดดเด่นด้วยการผสานเทคนิค Dancing Diamond เข้ากับโมทีฟหัวใจอันเป็นที่รักยิ่งของแคโรไลน์ เชอฟเฟอล ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของเมซง เพิ่มความสดใสด้วยหัวใจพิงค์โอปอลที่นอกจากเป็นสีชมพูอ่อนหวานแล้ว ยังเชื่อกันว่าเป็นอัญมณีแห่งหัวใจที่ช่วยเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ มอบความสงบและความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ผู้สวมใส่ นับเป็นของขวัญที่สื่อความหมายได้อย่างลึกซึ้งในวันแห่งความรัก

(ภาพ: Chopard)
(ภาพ: Chopard)
(ภาพ: Chopard)

คอลเลกชัน Lock จาก Tiffany & Co.
คอลเลกชัน Lock จาก Tiffany & Co. เป็นคอลเลกชันที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่กุญแจโบราณเมื่อปี ค.ศ.  1883 สื่อถึงความรักที่ปกป้องและเป็นนิรันดร์ผ่านสัญลักษณ์สากลที่เก็บรักษาสิ่งอันมีค่าไว้ในหัวใจ นำเสนอในรูปแบบเครื่องประดับหลากหลายชิ้น ทั้งจี้ประดับเพชรบนตัวเรือนโรสโกลด์ 18K กำไลข้อมือทรงแคบที่ผสมผสานระหว่างเยลโลว์โกลด์กับไวท์โกลด์ และโรสโกลด์กับไวท์โกลด์ ประดับเพชรแบบพาเว่ครึ่งวง รวมถึงแหวนที่มีให้เลือกทั้งในเวอร์ชันโรสโกลด์ประดับเพชรและเยลโลว์โกลด์เรียบหรู สะท้อนความงามของความรักผ่านงานคราฟต์แมนชิพชั้นสูง

(ภาพ: Tiffany & Co.)
(ภาพ: Tiffany & Co.)
(ภาพ: Tiffany & Co.)

คอลเลกชัน Women Spring 2025 จาก Celine
คอลเลกชัน Women Spring 2025 จาก Celine นำเสนอเครื่องประดับสำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองเหลืองชุบทอง โดดเด่นด้วยจี้หัวใจที่ร้อยเรียงต่อเนื่องกันตลอดทั้งเส้น เชื่อมต่อด้วยห่วงสีทอง สื่อถึงความรักที่ถักทอเข้าด้วยกัน พร้อมจี้ชิ้นหลักตรงกลางรูปทรียงฟ์หรือประตูชัยอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ สลักชื่อ Celine Paris อย่างประณีต ดีไซน์ผสมผสานความคลาสสิกและความสดใสเข้าด้วยกันอย่างลงตัว มาพร้อมตะขอสแน็ปที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะสวมใส่เองหรือมอบเป็นของขวัญในวันแห่งความรัก

(ภาพ: Celine)
(ภาพ: Celine)

คอลเลกชัน Pretty Woman Hypnotic จาก Fred
คอลเลกชัน Pretty Woman Hypnotic จาก Fred นำเสนอเครื่องประดับสองชิ้นใหม่ล่าสุด ได้แก่ สร้อยคอและแหวนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ “หัวใจซ้อนหัวใจ” อันเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลกชัน Pretty Woman สำหรับสร้อยคอมีหัวใจสองดวงที่เคลื่อนไหวได้ เชื่อมต่อด้วยตัวล็อกประดับเพชรพาเว่ที่ถอดออกได้ หัวใจดวงแรกประดับเปลือกหอยมุก ดวงที่สองประดับเพชรพาเว่ สามารถพลิกกลับด้านได้ทั้งสองดวงเพื่อสลับเป็นพิงค์โกลด์ ทำให้สวมใส่ได้ถึง 4 แบบตามสไตล์ที่ต้องการ ส่วนแหวนก็มีดีไซน์หัวใจคู่ที่พลิกกลับได้เช่นกัน สะท้อนจังหวะแห่งความรักผ่านการเคลื่อนไหวอันมีชีวิตชีวาของตัวเรือน

(ภาพ: Fred)
(ภาพ: Fred)

คอลเลกชัน Fleurette จาก Van Cleef & Arpels
คอลเลกชัน Fleurette จาก Van Cleef & Arpels นำเสนอเครื่องประดับ 4 ดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากโมทีฟดอกเบญจมาศอันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซง โดดเด่นด้วยการจัดวางเพชร 7 เม็ดในรูปแบบกลีบดอกไม้ที่โอบล้อมเกสรตรงกลาง บนตัวเรือนโรสโกลด์ 18K ที่ให้ความอบอุ่นละมุนตา เส้นสายในการออกแบบเน้นเรียบง่าย ก็ดูสง่างามและมีชีวิตชีวาเมื่อประดับบนเรือนร่างผู้สวมใส่ สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในงานคราฟต์แมนชิพชั้นสูงของ Van Cleef & Arpels ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน นับเป็นของขวัญที่จะมอบความประทับใจให้กับคนพิเศษในวันวาเลนไทน์ได้อย่างไม่รู้ลืม

(ภาพ: Van Cleef & Arpels)
(ภาพ: Van Cleef & Arpels)

บทความที่เกี่ยวข้อง: The New Bulgari Tubogas Collection Takes Centerstage in Bangkok

Raffles Sentosa Singapore to Open on 1 March

0

เตรียมยลโฉม Raffles Sentosa Singapore วิลล่ารีสอร์ทหรูแห่งแรกของสิงคโปร์
บทความ: LuxuoTH ภาพ: Raffles Sentosa Singapore

เพียง 15 นาทีจากย่านธุรกิจใจกลางสิงคโปร์สู่เกาะเซนโตซ่า คุณจะได้พบกับ Raffles Sentosa Singapore รีสอร์ทหรูแห่งใหม่ล่าสุดที่พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ที่นี่พร้อมพาคุณก้าวเข้าสู่มิติใหม่แห่งการพักผ่อนระดับพรีเมียม อีกทั้งพื้นที่สีเขียวกว่า 100,000 ตารางเมตรที่โอบล้อมยังให้ความเป็นส่วนตัวและความสงบสูงสุด

One-bedroom Pool Villa

Raffles Sentosa Singapore ถูกสร้างขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์การออกแบบอันโดดเด่นของสตูดิโอระดับโลกอย่าง Yabu Pushelberg รีสอร์ทแห่งนี้นำเสนอวิลล่าหรูทั้งหมด 62 หลัง ให้คุณได้เลือกสรรตามความต้องการ เริ่มตั้งแต่ One-bedroom Pool Villa ขนาด 210 ตารางเมตร หนึ่งห้องนอน ไปจนถึง Royal Villa อันหรูหราขนาด 650 ตารางเมตร พร้อมห้องนอน 4 ห้อง วิลล่าทุกหลังได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ มาพร้อมสระว่ายน้ำและระเบียงส่วนตัว ผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวสวนเขียวขจี และการบริการอันเป็นเอกลักษณ์จาก Raffles Butler ที่พร้อมดูแลทุกความต้องการของคุณตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านประสบการณ์การรับประทานอาหาร Raffles Sentosa Singapore นำเสนอห้องอาหารระดับเวิลด์คลาถึง 5 แห่ง ทั้ง Empire Grill ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนสไตล์ร่วม Royal China ที่นำเสนออาหารจีนกวางตุ้งระดับพรีเมียม Hashida ที่จะพาคุณดื่มด่ำกับประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นแบบโอมากาเสะ ทั้งยังมี Raffles Room ให้คุณได้จิบชายามบ่าย รวมถึง Chairman’s Room บาร์สุดหรูในบรรยากาศเป็นกันเอง นอกจากนี้ แขกผู้เข้าพักยังสามารถเลือกรับประทานอาหารในบรรยากาศส่วนตัวริมสระว่ายน้ำของวิลล่า ในสวนอันร่มรื่น หรือริมหาด Tanjong Beach ที่เข้าถึงได้โดยตรงจากรีสอร์ท

อีกจุดเด่นคือ Raffles Spa ที่ตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่ พร้อมห้องทรีตเมนต์ 13 ห้อง มอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ผสมผสานศาสตร์การบำบัดทั้งแบบตะวันออกและตะวันตก และสำหรับผู้ที่มองหาสถานที่จัดเลี้ยง ที่นี่ก็มีห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถึงสองห้อง รองรับแขกได้มากสุดถึง 400 คน

Raffles Sentosa Singapore ไม่เพียงสืบสานมรดกความหรูหราของแบรนด์ Raffles ที่ก่อตั้งในสิงคโปร์มาตั้งแต่ปี 1887 เท่านั้น แต่ยังนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ของการพักผ่อนที่ผสานความเป็นธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม และการดูแลสุขภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสำรองห้องพักได้แล้วในช่องทางออนไลน์ของรีสอร์ท

บทความที่เกี่ยวข้อง: Your Resort Choices When Following “The White Lotus” to Koh Samui

Cartier Women’s Initiative Entrepreneurial Program Launched in Collaboration with Chulalongkorn University

0

Cartier ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดหลักสูตรอบรม Cartier Women’s Initiative (CWI) Entrepreneurial Program สำหรับผู้ประกอบการเพื่อสังคม
บทความ: LuxuoTH ภาพ: Cartier

โครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) Entrepreneurial Program เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Cartier และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาหลักสูตรอบรมสำหรับผู้ประกอบการเพื่อสังคมในประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม รวมถึงเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ

หลักสูตรนี้เป็นโครงการระยะสั้น 6 สัปดาห์ จัดการเรียนการสอนทุกวันเสาร์ ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึง 29 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เข้าร่วมจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจ ครอบคลุมทั้งด้านการสร้างแบรนด์ การทำตลาด การบริหารการเงิน และการนำเสนอโครงการต่อนักลงทุน

จุดเด่นของหลักสูตรคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกเพศทุกวัยที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืนของสหประชาชาติอย่างน้อย 1 ข้อ จาก 17 ข้อ และต้องการพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคมได้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากองค์ความรู้ที่จะได้รับแล้ว ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสประชาสัมพันธ์ธุรกิจผ่านช่องทางของโครงการ และสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์จะได้รับคำแนะนำในการสมัครแข่งขัน Cartier Women’s Initiative Awards ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับโลกที่ Cartier ริเริ่มขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหญิงได้แสดงศักยภาพและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

โครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) Entrepreneurial Program เปิดรับสมัครถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยผู้สนใจต้องกรอกใบสมัครพร้อมส่งคลิปวิดีโอแนะนำตัวและธุรกิจความยาวไม่เกิน 3 นาที และจะมีการประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมจำนวน 40 ท่านในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กเพจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บทความที่เกี่ยวข้อง: Audi Replaces Four Rings with all-capital AUDI for the China Market

OTOP Shopping Ideas for Your Easy E-Receipt 2.0 Benefits

5 แบรนด์โอท็อประดับพรีเมียม สืบสานภูมิปัญญา พร้อมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy e-Receipt 2.0
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: ลิเภาย่านทอง

ความงดงามของภูมิปัญญาไทยไม่เคยจำกัดอยู่แค่ในอดีต ปัจจุบันเราได้เห็นงานคราฟต์ไทยที่ร่วมสมัยและทรงคุณค่าในหลากหลายหมวดสินค้า วันนี้เราภูมิใจนำเสนอแบรนด์ OTOP ระดับพรีเมียมที่เลือกสรรมาเป็นพิเศษ นอกจากความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิตแล้ว แต่ละแบรนด์ยังเข้าร่วมโครงการ e-Receipt 2.0 ซึ่งหากซื้อภายใน 28 กุมภาพันธ์นี้ ก็สามารถนำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้า OTOP วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือได้สูงถึง 50,000 บาทเลยหากคุณยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืนในส่วนแรก นับเป็นโอกาสดีที่จะสนับสนุนสินค้าไทยคุณภาพไปพร้อมกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่คุ้มค่า

ลิเภาย่านทอง
มรดกแห่งศิลปะย่านลิเภาที่สืบทอดมากว่า 100 ปีจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันบริหารงานโดยทายาทรุ่นที่ 3 นำเสนอคอลเลคชันกระเป๋าย่านลิเภาหูไม้ที่โดดเด่นด้วยงานฝีมือชั้นสูง ผสานการออกแบบร่วมสมัย แต่ละชิ้นสะท้อนความประณีตผ่านการถักทอและการเลือกใช้วัสดุอย่างพิถีพิถัน เป็นงานคราฟต์ที่ยกระดับภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่แฟชั่นหรูร่วมสมัย ภายใต้วิสัยทัศน์ “ย่านทอง สร้างนิยามใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับแฟชั่น ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ในกรอบอีกต่อไป” ผลงานทุกชิ้นของลิเภาย่านทองไม่ได้เป็นเพียงแค่กระเป๋า แต่เป็นงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า

(ภาพ: ลิเภาย่านทอง)
(ภาพ: ลิเภาย่านทอง)
(ภาพ: ลิเภาย่านทอง)
(ภาพ: ลิเภาย่านทอง)

ธัญญมณี
ร้านอัญมณีและเครื่องประดับทองแท้จากจันทบุรีที่ดำเนินการมากว่า 40 ปี ที่นี่เน้นการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นแหวน ต่างหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และอื่นๆ ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นประจำจังหวัดอย่างพลอยจันทบุรีน้ำงามซึ่งมีให้เลือกหลากหลายสีสัน ไม่ว่าจะเป็นพลอยบุษราคัม พลอยเขียวส่องหรือสตาร์ซัฟไฟร์ ทับทิมสยาม เป็นต้น โดยเพชรและพลอยทุกเม็ดของทางร้านผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี เชื่อถือได้ และมีใบรับประกัน เครื่องประดับทุกชิ้นออกแบบและรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยช่างฝีมือมากประสบการณ์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับอัญมณีและเครื่องประดับที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน ดีไซน์มีทั้งแบบเรียบหรูสวมใส่ได้ทุกวัน และแบบโดดเด่นสะดุดตา เหมาะสำหรับใส่ในโอกาสสำคัญ

(ภาพ: ธัญญมณี)
(ภาพ: ธัญญมณี)
(ภาพ: ธัญญมณี)
(ภาพ: ธัญญมณี)
(ภาพ: ธัญญมณี)

มันตรา คราฟท์ แบรนด์ผ้าฝ้ายมัดย้อมจากจังหวัดเลยที่เชี่ยวชาญในการทำลวดลายผ้าด้วยเทคนิคการมัดย้อมขั้นสูงของญี่ปุ่นที่เรียกว่าชิโบริ ผ้าที่ใช้มาจากเส้นใยธรรมชาติ 100% ไร้การผสมเส้นใยสังเคราะห์ ผ่านการทอและเข็นนฝ้ายเป็นเส้นด้วยมือ ซึ่งเป็นกรรมวิธีโบราณ สีย้อมผ้าก็ได้จากวัตถุดิบธรรมชาติที่หาได้จากในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ และด้วยสูตรพิเศษจึงทำให้ได้สีสันสดใสและมีเฉดสีหลากหลาย ผ้าที่ได้จึงปราศจากสารเคมี ทั้งยังนุ่มฟู ใส่สบายทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาว ที่สำคัญคือ เทคนิคการมัดย้อมยกดอกที่รวมการทอ สอย มัด และย้อม ในผืนเดียวกัน ซึ่งมีที่เดียวในโลก ผลงานของมันตรา คราฟท์มีทั้งผ้าผืน ผ้าคลุมไหล่ ผ้าถุง กระโปรง เสื้อ ซึ่งคุณสามารถสั่งตัดได้ตามต้องการด้วย

(ภาพ: มันตรา คราฟท์)
(ภาพ: มันตรา คราฟท์)
(ภาพ: มันตรา คราฟท์)
(ภาพ: มันตรา คราฟท์)

ดอยคำ
สินค้าดอยคำ ภายใต้มูลนิธิโครงการหลวง เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาสินค้า OTOP ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยคุณภาพและมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการรับรอง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตรบนดอยที่หลากหลาย อาทิ น้ำผลไม้ ชา กาแฟ แยมผลไม้ น้ำพริก และอาหารแปรรูปต่างๆ ไม่เพียงแต่ได้สินค้าคุณภาพดี แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรบนพื้นที่สูงให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระบวนการผลิตทั้งหมดคำนึงถึงความยั่งยืนและการรักษาสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่เพาะปลูก อีกทั้งยังสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

(ภาพ: ดอยคำ)
(ภาพ: ดอยคำ)
(ภาพ: ดอยคำ)
(ภาพ: ดอยคำ)
(ภาพ: ดอยคำ)

แฮงกี้ เฮ้าส์
แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่ช่วยเนรมิตบ้านให้อบอุ่นด้วยกลิ่นหอมและสัมผัสนุ่มละมุน ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงและการผลิตที่พิถีพิถัน ตั้งแต่ชุดเครื่องหอมที่ผสมผสานกลิ่นดอกไม้และสมุนไพรไทย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับห้องนอนที่ทำจากผ้าฝ้ายและผ้าลินินเกรดพรีเมียม ไฮไลท์ของแบรนด์อยู่ที่คอลเลกชันเครื่องหอมซึ่งได้แรงบันดาลใจจากความทรงจำอันแสนอบอุ่นของบ้าน ทั้งน้ำมันหอมระเหย เทียนหอม และแท่งดิฟฟิวเซอร์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย พร้อมกับชุดผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนจากผ้าฝ้ายและลินินคุณภาพสูง ที่ผ่านการคัดสรรให้สัมผัสนุ่มสบาย ระบายอากาศดี เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย

(ภาพ: แฮงกี้ เฮ้าส์)
(ภาพ: แฮงกี้ เฮ้าส์)
(ภาพ: แฮงกี้ เฮ้าส์)
(ภาพ: แฮงกี้ เฮ้าส์)
(ภาพ: แฮงกี้ เฮ้าส์)

บทความที่เกี่ยวข้อง: Auspicious Wallet Color According to Your Birth Day

Indulgent Ryokan Experience on a Cruise with guntû

0

Guntû มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยเรือหรูสไตล์เรียวกังในแบบที่ไม่เหมือนใคร
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา Photo: Setouchi Cruise ©guntû

Luxuo Thailand ขอนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางที่ต้องการหลีกหนีผู้คน ผู้ที่หลงใหลในท้องฟ้าและผืนน้ำ และต้องการที่จะดำดิ่งไปกับวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านการล่องเรือในท้องทะเล guntû เรือสำราญที่ผสมผสานความลักชัวรีของเรือสำราญเข้ากับความเรียบง่ายในสไตล์เรียวกังของญี่ปุ่นแท้ๆ คือคำตอบของการท่องเที่ยวในรูปแบบที่กล่าวข้างนี้เป็นอย่างมาก โดยเรือ guntû นี้จะล่องอยู่ในทะเลในเซโตะที่โอบล้อมภูมิภาคเซโตะอุจิซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะเล็กๆ กว่า 700 เกาะ

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: ©guntû)

เรือสำราญ 3 ชั้น guntû นี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อดังยาซูชิ โฮริเบะ โดยเน้นการใช้ไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติมาตกแต่งภายในของเรือ ไม่เพียงช่วยสร้างบรรยากาศที่เรียบหรูและให้ความรู้สึกผ่อนคลายเท่านั้น หากยังมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับในบรรยากาศเรียวกังแท้ๆ แก่ผู้เข้าพักที่ไม่เหมือนเรือสำราญอื่นๆ อีกด้วย ภายนอกของเรือตกแต่งอย่างหรูหราด้วยสีซิลเวอร์ที่สะท้อนแสงแดดและสีสันของท้องทะเลในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน ส่วนชื่อของเรือ guntû (กัน-ทซึ) เป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของปูม้าญี่ปุ่นซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในภูมิภาคเซโตะอุจิ

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Grand Suite (Photo: ©guntû)
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
The guntû Suite (Photo: ©guntû)
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Terrace Suite (Photo: ©guntû)
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Terrace Suite with Open-Air Bath (Photo: ©guntû)

ภายในเรือประกอบด้วยห้องพัก 4 ประเภท ทั้งหมด 19 เคบินที่สามารถรองรับแขกผู้เข้าพักได้สูงสุด 38 ท่านด้วยกัน ได้แก่ The guntû Suite ซึ่งมีเพียง 1 เคบินและเป็นเคบินที่มีขนาด 90 ตารางเมตรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดของเรือ และเป็นเคบินเดียวที่หันหน้าไปทางหัวเรือพร้อมด้วยกระจกเพดานจรดพื้นทั้งสองด้าน ทำให้ผู้เข้าพักเต็มอิ่มกับวิวทิวทัศน์ของผืนน้ำเบื้องหน้าได้ทั้งสองด้าน Grand Suite ขนาด 80 ตารางเมตรมีจำนวน 2 เคบิน Terrace Suite with Open-Air Bath ขนาด 50 ตารางเมตรมีจำนวน 2 เคบิน ซึ่งเคบินทั้ง 3 ประเภทแรกนี้จะมีความพิเศษตรงที่มีอ่างน้ำร้อนที่ทำจากไม้สนฮิโนกิหรือไซเปรสกลางแจ้ง ในขณะที่ Terrace Suite ขนาด 50 ตารางเมตรอีก 14 เคบินนั้นผู้เข้าพักก็สามารถดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์ด้านนอกจากห้องอาบน้ำได้ด้วยเช่นกัน

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: ©guntû)

Guntû ไม่ลืมที่จะเติมเต็มความประทับใจในการเดินทางด้วยอาหารเลิศรสและเครื่องดื่มหลากหลายด้วยห้องอาหารที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของเรือ ซึ่งมีให้คุณเลือกทั้งอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมหรืออาหารญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกที่เรียกว่าโยโชกุ และซูชิบาร์ อีกทั้งยังมีวากาชิของว่างสไตล์ญี่ปุ่นและขนมหวานซึ่งล้วนปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้การคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้บนเรือยังพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยมเทียบเท่าโรงแรมระดับห้าดาว อาทิ ห้องฟิดเนส อ่างน้ำร้อนรวมที่ทำจากไม้สนฮิโนกิและซาวน่า สปากับทรีตเมนท์สูตรพิเศษเฉพาะ รวมถึงบริเวณพักผ่อนที่บริเวณที่เรียกว่า Engawa เป็นระเบียงทอดยาวที่ชวนให้นึกถึงการนั่งระเบียงชมสวนของบ้านญี่ปุ่นเพียงแค่ทิวทัศน์เบื้องหน้าจะเป็นน้ำทะเลเท่านั้นเอง

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
บริเวณ Engawa (Photo: ©guntû)
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
บริเวณ Lounge (Photo: ©guntû)
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Sushi Bar (Photo: ©guntû)
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: ©guntû)

เส้นทางการเดินเรือนั้นมีด้วยกัน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ เส้นทางมุ่งหน้าไปทางตะวันตก เส้นทางใจกลางทะเลใน และเส้นทางมุ่งหน้าไปทางตะวันออก โดยมีให้เลือก 7 – 10 ทริป ซึ่งแต่ละเส้นทางก็จะมีกิจกรรมในการแวะชมสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชองชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่า การเดินทางด้วยเรือ guntû นี้จะเริ่มต้นจากท่าเรือของ Bella Vista Marina ในเมืองโอโนมิจิ จังหวัดฮิโรชิมะ ซึ่งทาง guntû มีบริการรถรับส่งจากสนามบินฮิโรชิมะและสถานีฟุกุยามะมายังท่าเรือ Bella Vista Marina สนใจสามารถศึกษารายละเอียด เส้นทางการเดินทาง เงื่อนไขต่างๆ และสำรองห้องพักได้ที่เว็บไซท์ของ guntû โดยตรง

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
ทิวทัศน์ที่งดงามจากอ่างอาบน้ำรวมทำจากไม้สนฮิโนกิ (Photo: ©guntû)

บทความที่เกี่ยวข้อง: A Glimpse into the Future at World Expo 2025 in Osaka, Kansai

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image