Home Blog Page 35

Lux To Know: The Danish Master of Sound and Design Bang & Olufsen

3 เรื่องควรรู้ของ Bang & Olufsen เจ้าแห่งนวัตกรรมเสียงและการออกแบบที่ผสานกันอย่างลงตัว
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Bang & Olufsen

ผลงานในโลกของเทคโนโลยีส่วนใหญ่มักจะมุ่งเน้นในเรื่องของความเร็วและฟังก์ชัน แต่มีแบรนด์หนึ่งที่กล้าคิดต่าง และพิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อใช้งานเท่านั้น อันที่จริงแล้วเทคโนโลยีกับศิลปะสามารถบรรจบกันได้อย่างลงตัว ซึ่งนี่ก็คือ จุดกำเนิดของ Bang & Olufsen แบรนด์จากเดนมาร์กที่ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ควรเป็นงานศิลปะที่มีชีวิต มีอารมณ์ และสะท้อนตัวตนของผู้ใช้ และนี่คือ 3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ Bang & Olufsen แบรนด์ที่ปฏิวัติแนวคิดเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยี และรังสรรค์ผลงานได้โดนใจผู้คนมากมายทั่วโลก

1. ตำนานแห่งเทคโนโลยีที่ถือกำเนิดในบ้านไร่
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1925 ที่บ้านไร่หลังหนึ่งในเมืองสเตเวนส์ ประเทศเดนมาร์ก ปีเตอร์ แบงค์ และสเวนด์ โอลูฟเซ่น สองวิศวกรหนุ่มไฟแรงผู้มีใจรักในการประดิษฐ์คิดค้นได้เริ่มต้นธุรกิจร่วมกัน พวกเขาสามารถคิดค้นวิทยุทรานซิสเตอร์แบบเสียบปลั๊กไฟบ้าน ไม่ต้องใช้แบตเตอรีได้สำเร็จ และเป็นเจ้าแรกที่ผลิตสามารถผลิตวิทยุดังกล่าวออกจำหน่ายได้ครั้งละมากๆ และในปี ค.ศ. 1939 Bang & Olufsen ก็ได้เปิดตัว “Beolit 39” วิทยุทรานซิสเตอร์รุ่นแรกที่ทำให้เกิดการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ด้วยคำขึ้นต้นว่า “Beo” ซึ่งการคิดค้นของทั้งคู่ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการอิเล็กทรอนิกส์ในเวลาต่อมา

2. ปรัชญาการออกแบบที่เหนือชั้น
“Form Follows Emotion” คือหัวใจหลักของการออกแบบที่ Bang & Olufsen ยึดมั่น นักออกแบบที่นี่เชื่อว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ควรเป็นเพียงวัตถุที่เน้นเพียงหน้าที่หรือฟังก์ชัน หรือมีเพียงแค่ความสวยงาม แต่ต้องคำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ใช้งาน อีกทั้งเทคโนโลยีนั้นไม่ควรดูแข็งกระด้าง แต่ควรกลมกลืนไปกับพื้นที่ด้วย อย่างลำโพง Beolab ที่มีรูปทรงล้ำสมัย งดงาม แปลกตา และโดดเด่น ราวกับเป็นประติมากรรมเคลื่อนที่ หรือโทรทัศน์ Beovision ที่ไม่ว่าจะวางในบ้านหรืออาคารไหนๆ ก็เหมือนเป็นผลงานศิลปะชั้นเอก ใครเห็นก็อดหยุดมองไม่ได้ ก็ล้วนสะท้อนปรัชญานี้อย่างชัดเจน

โทรทัศน์รุ่น Beovision Harmony

3. เจ้าแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย
นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว Bang & Olufsen ยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่แท้จริง พวกเขาไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์และท้าทายขีดจำกัดของเทคโนโลยี ตัวอย่างของนวัตกรรมสุดล้ำสมัยที่คิดค้นโดย Bang & Olufsen ก็คื “BeoSound Shape” ระบบลำโพงที่สามารถกระจายเสียงได้แบบสามมิติ 360 องศาที่ให้ประสบการณ์การฟังเพลงราวกับคุณกำลังอยู่ในคอนเสิร์ตส่วนตัว หรืออย่าง “Master Control Link” เทคโนโลยีแรกที่ช่วยให้เชื่อมต่อลำโพงแบบมัลติรูมได้ ผลงานการคิดค้นสุดไอคอนิกในยุค 1980 ของ Bang & Olufsen ก็ทำให้ประสบการณ์การฟังเพลงของเราในทุกวันนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก ซึ่งความสามารถด้านนวัตกรรมอันโดดเด่นก็ทำให้แบรนด์ต่างๆ เช่น Balenciaga โดยเฉพาะค่ายยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น Ford, Audi, Lamborghini, Aston Martin เลือก Bang & Olufsen เป็นพาร์ทเนอร์ในการออกแบบเครื่องเสียงในยานยนต์ของตน

Speaker Bag ผลงานคอลแลบระหว่าง Bang & Olufsen และ Balenciaga

บทความที่เกี่ยวข้อง: Sony Enriches Cinematic Experience at Home with Bravia Theatre U

A Glimpse into the Future at World Expo 2025 in Osaka, Kansai

0

เรื่องควรรู้ก่อนไปสัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัยในงาน World Expo 2025 ที่โอซาก้า
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Expo 2025

ใกล้เปิดฉากแล้วกับ World Expo 2025 งานมหกรรมระดับโลกที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 5 ปี เริ่มตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1851 ณ คริสตัลพาเลซ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ งาน World Expo ในปีนี้จะจัดขึ้นที่เกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 13 เมษายน – 13 ตุลาคม 2025 ภายใต้แนวคิด “Designing Future Society for Our Lives” หรือ “การออกแบบสังคมแห่งอนาคตเพื่อชีวิตของทุกคน” โดยตลอดระยะเวลา 6 เดือนของการจัดงาน คาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 28.5 ล้านคนจากทั่วโลก

Grand Ring สัญลักษณ์สำคัญของ World Expo 2025 (ภาพ: Expo 2025)

ไฮไลท์สำคัญของ World Expo คือการรวมตัวของพาวิลเลียนจากกว่า 150 ประเทศที่จะมาจัดแสดงนวัตกรรม ความเจริญก้าวหน้าทางศิลปวิทยาการ และวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน บนพื้นที่กว่า 155 เฮกตาร์ หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอลประมาณ 217 สนาม ภายในงานแบ่งเป็นโซนสำคัญอย่าง Future Life ที่จะได้พบกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้ง AI หุ่นยนต์ และการแพทย์แห่งอนาคต รวมถึงโซน Green World ที่นำเสนอโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด

สำหรับพาวิลเลียนของญี่ปุ่น ประเทศเจ้าภาพ มาในดีไซน์วงกลมที่ซ้อนกันคล้ายเขาวงกต สื่อถึงโลกที่ประกอบขึ้นจากวัฏจักรชีวิตมากมายมหาศาลทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นคุณค่าและเข้าใจความหมายของชีวิตมากขึ้น ทั้งยังสะท้อนถึงความผูกพันและเชื่อมโยงกันระหว่างธรรมชาติและความงดงามที่หลอมรวมจนเป็นประเทศญี่ปุ่น โดยตัวพาวิลเลียนจะทำจากไม้สนซีดาร์ เน้นความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในส่วนของพาวิลเลียนประเทศไทยอยู่ภายใต้แนวคิด “ภูมิพิมาน” นำเสนออัตลักษณ์แห่งภูมิไทยหลายแขนง บนพื้นที่จัดแสดงขนาด 3,000 ตารางเมตร โดยได้นำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยผสมผสานกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไฮไลท์สำคัญคือการจำลองวิถีชีวิตริมน้ำแบบไทยที่สะท้อนภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ พร้อมนำเสนอโซลูชันด้านการเกษตรอัจฉริยะและการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมด้านการแพทย์แผนไทยที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ การสาธิตการทำอาหารไทยที่ใช้วัตถุดิบยั่งยืน รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยหมุนเวียนตลอดระยะเวลาจัดงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์ความเป็นไทยในมิติที่หลากหลาย ซึ่งคาดว่าพาวิลเลียนไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยน่าจะได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก

ความพิเศษของงานยังรวมถึงการแสดงโดรนแสงสีประจำวันที่ใช้โดรนกว่า 1,000 ลำสร้างภาพอันน่าตื่นตาบนท้องฟ้า เทศกาลอาหารนานาชาติที่นำเสนอนวัตกรรมด้านอาหารแห่งอนาคต และกิจกรรมเชิงโต้ตอบผ่านเทคโนโลยี AR และ VR ที่จะพาผู้ชมดื่มด่ำกับประสบการณ์แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด

(วิดีโอ: Expo 2025)

ผู้เข้าชมสามารถเดินทางสู่งานได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายใหม่ที่เชื่อมต่อจากสถานี Cosmosquare และบริการรถชัทเทิลบัสจากจุดสำคัญในเมืองโอซาก้า โดยผู้สนใจสามารถจองตั๋วล่วงหน้าพร้อมเลือกแพ็คเกจที่เหมาะกับความต้องการได้ผ่านเว็บไซต์หลักของงาน แนะนำให้ศึกษาแผนผังของงานให้ดี สวมใส่รองเท้าที่เดินสบาย และควรจองที่พักล่วงหน้าเนื่องจากคาดว่าจะมีผู้เข้าชมจำนวนมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง: 6 Must-Visit Destinations in Busan in 2025

World’s First AP Cafe at AP House Singapore

AP Café แห่งแรกของโลกที่ AP House Singapore
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: Audemars Piguet

Audemars Piguet แบรนด์นาฬิกาลักชัวรีสัญชาติสวิสประกาศเปิดตัว AP House แห่งล่าสุดที่ประเทศสิงคโปร์ที่พร้อมจะต้อนรับเหล่าแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ ผู้หลงใหลในโลกของเรือนเวลา นักสะสม ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มมีความสนใจในนาฬิกา หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวก็ตาม โดยนำห้องไอคอนนิก Bar and Billiard Room ของ Raffles Hotel โรงแรมหรูระดับตำนานที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1887 มาสร้างสรรค์ให้เป็นจักรวาลของ Audemars Piguet ด้วยพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร โดยนำเอาสภาพแวดล้อมแห่งหุบเขาเลอ บราซูส์อันเป็นถิ่นกำเนิดของแบรนด์และความเขียวขจีของประเทศสิงคโปร์มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
ภายใน AP House Singapore

AP House แห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ดำดิ่งไปกับจักรวาลของ Audemars Piguet ด้วยการสอดแทรกประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ในงานประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิมผ่านการจัดแสดงนาฬิกาโบราณที่คัดสรรมาอย่างดี และแสดงวิวัฒนาการและนวัตกรรมจากนาฬิการุ่นใหม่ๆ ที่นำมาให้ผู้เข้าชมได้สำรวจอย่างใกล้ชิด โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยให้คำแนะนำ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมอันกว้างไกลของแบรนด์ที่ผสมผสานศิลปะร่วมสมัย ดนตรี และอาหาร ที่เชื่อมโยงกับโลกแห่งเรือนเวลาผ่านพื้นที่ต่างๆ ภายใน AP House แห่งนี้ อีกทั้งยังมีพื้นที่จัดนิทรรศการหมุนเวียนที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การแสดงมรดกและนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาของ Audemars Piguet เท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานฝีมืออื่นๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการแสวงหาความเป็นเลิศและงานฝีมือที่พิถีพิถันของแบรนด์อีกด้วย

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
ภายใน AP House Singapore
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
ภายใน AP House Singapore
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
ภายใน AP House Singapore
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
ภายใน AP House Singapore
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
ภายใน AP House Singapore

นอกจากนี้ Audemars Piguet ยังเปิดตัว AP Café แห่งแรกของโลกที่ AP House Singapore ด้วยเช่นกัน นับเป็นก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นของแบรนด์ โดยจะเป็นการยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าประจำของแบรนด์ไปจนถึงบุคคลทั่วไปที่อาจจะยังไม่รู้จักแบรนด์ ซึ่ง AP Café จะเป็นดั่งประตูที่เชื้อเชิญให้ผู้ที่มาใช้บริการก้าวเข้าสู่โลกของ Audemars Piguet ที่น่าหลงใหลนั่นเอง โดย AP Café จะนำเสนออาหารสวิสหลากหลายเมนูที่ได้รับการดัดแปลงตามแบบฉบับของชาวสิงคโปร์ ซึ่งแต่ละเมนูที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นล้วนแล้วแต่เชิดชูความแม่นยำ ความพิถีพิถันและนวัตกรรมที่ล้วนเป็นมาตรฐานในการสรรสร้างนาฬิกาของ Audemars Piguet ทั้งสิ้น

Loro Piana Interiors Introduces Pure and Pristine Collection 2025 in Paris

Loro Piana Interiors เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์หรู Pure and Pristine Collection 2025 ในงาน Paris Déco Off 2025
บทความ: LuxuoTH ภาพ: Loro Piana Interiors

Loro Piana Interiors เปิดตัว “Pure and Pristine” คอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์และสิ่งทอตกแต่งบ้านประจำปี 2025 ในงาน Paris Déco Off ระหว่างวันที่ 15 – 18 มกราคม 2025 สะท้อนแนวคิดความบริสุทธิ์และความเรียบง่ายที่ลงตัวผ่านการออกแบบที่ประณีต

ไฮไลท์ของคอลเลคชันนี้คือการผสมผสานวัสดุชั้นเลิศอย่าง Wish Merino Wool เส้นใยขนแกะเมอริโนพิเศษที่มีความละเอียดเพียง 15 ไมครอนกับขนแพะแคชเมียร์ สร้างสรรค์เป็นผ้าสักหลาดที่นุ่มนวลและยืดหยุ่น พร้อมด้วยผ้าลินินคุณภาพสูงที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นผ้ากำมะหยี่ Winter Garden ในโทนสีสดใส รวมถึงลินินบริสุทธิ์ในรูปแบบของผืนพรมเนื้อนุ่ม พากันมาปรากฏเคียงข้างบรรดาเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่ ที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นเพื่อยกย่อง “ความบริสุทธิ์” ผ่านรูปทรงอันเรียบง่าย

เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกในคอลเลกชันได้รับการออกแบบโดยดีไซเนอร์ระดับโลก นำโดย ราฟาเอล นาว็อต ผู้สร้างสรรค์เก้าอี้ Palm Wicker Armchair ที่ใช้งานหัตถกรรมสานหวายทั้งโครงสร้าง คงความอ่อนช้อยของเส้นสายดั้งเดิม ทั้งยังได้ฟรานเชสกา แลนซาเว็กกิอามาออกแบบ Trama ฉากกั้นห้องอเนกประสงค์ที่ผสมผสานไม้วอลนัตกับสิ่งทอ สามารถใช้เป็นชั้นวางหนังสือได้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีคอลเลกชันแคปซูลสุดพิเศษอย่าง Fiore di Cardo Capsule Collection ที่นำดอก “ธิสเซิล” สัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศของแบรนด์มาตีความใหม่บนสิ่งทอหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานปัก ทอ และพิมพ์ลาย สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Loro Piana ซึ่งก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นผ้าหุ้มเบาะเก้าอี้ และโซฟา

คอลเลกชัน “Pure and Pristine” ยังรวมถึงชุดโซฟา Delight ที่ผลิตร่วมกับ Exteta แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากอิตาลี ออกแบบในสไตล์โมดูลาร์ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามพื้นที่ใช้งาน พร้อมคุณสมบัติกันน้ำเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในและนอกอาคาร สะท้อนปรัชญาการออกแบบที่ผสานความงามเข้ากับประโยชน์ใช้สอยได้อย่างลงตัว

ผู้สนใจสามารถชมคอลเลกชันนี้สามารถชมคอลเลกชัน Pure and Pristine และขอรับคำปรึกษาด้านการออกแบบตกแต่งภายในได้ที่ Loro Piana Interiors ซึ่งให้บริการครอบคลุมทั้งลูกค้าทั่วไป มืออาชีพในวงการ รวมถึงงานออกแบบสำหรับเรือยอชต์ การบินส่วนตัว และธุรกิจบริการระดับพรีเมียม

บทความที่เกี่ยวข้อง: National Gallery of Victoria Presents Australia’s Largest Yayoi Kusama Exhibition

Rolex and Australian Open Unite to Celebrate 25 Years of Rod Laver Arena

0

Rolex ร่วมสานต่อตำนานแห่ง Australian Open 2025 ในวาระครบรอบ 25 ปีของสนาม Rod Laver Arena
บทความ: LuxuoTH ภาพ: Rolex

Australian Open ที่จัดขึ้นในกรุงเมลเบิร์นระหว่างวันที่ 12 – 26 มกราคมนี้ นอกจากจะเป็นแกรนด์สแลมแรกของปีแล้ว ยังนับเป็นโอกาสอันดีในการฉลองครบรอบ 25 ปีของ Rod Laver Arena สนามเทนนิสอันทรงเกียรติที่ตั้งชื่อตามตำนานนักเทนนิสชาวออสเตรเลีย ร็อด เลเวอร์ ผู้เป็นทั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Rolex และเจ้าของสถิติแกรนด์สแลมที่ยังไม่มีใครทำลายได้ อีกทั้งปีนี้ยังเป็นการครบรอบ 65 ปีที่เขาคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการแรกที่บ้านเกิดในปี ค.ศ. 1960 ด้วย

Rolex เข้ามาเป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ Australian Open ในปี ค.ศ. 2008 ต่อยอดจากการเป็นพันธมิตรกับวงการเทนนิสที่เริ่มต้นจากการแข่งขันวิมเบิลดันในปี ค.ศ. 1978 ซึ่งแบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์รายนี้ก็ได้สนับสนุนการพัฒนาวงการเทนนิสอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้นมา

ปี 2024 ที่ผ่านมานับเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ของนักเทนนิสรุ่นใหม่ผู้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Rolex ทั้งยานนิค ซินเนอร์ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการแรกได้สำเร็จ รวมถึงเฉิน ชินเหวิน นักเทนนิสสาวจากจีนวัย 21 ปีที่ก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรก โดยทั้งสองคนได้แสดงศักยภาพบนสนาม Rod Laver Arena ภายใต้สายตาของ ร็อด เลเวอร์ นักเทนนิสระดับตำนานที่พวกเขาเคารพ เจ้าของสถิตินักเทนนิสหนึ่งเดียวที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการในปีเดียวกันได้ถึงสองครั้ง ในปี ค.ศ. 1962 และปี ค.ศ. 1969 โดยครั้งหลังยังเป็นสถิติที่ไม่มีใครทำลายได้ในยุคโอเพ่น

แคโรไลน์ วอซเนียคกี ในการแข่งขัน Australian Open 2024

อีกหนึ่งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ Rolex อย่างแคโรไลน์ วอซเนียคกี อดีตมือหนึ่งของโลกที่สร้างผลงานยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ Australian Open เมื่อปี ค.ศ. 2018 ก็มีความทรงจำที่ตราตรึงใจกับสนามแห่งนี้เช่นกัน เพราะ Rod Laver Arena เป็นที่ที่เธอคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการแรกได้สำเร็จ หลังแข่งขันยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง

Australian Open ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคมนี้ เป็นการเปิดฤดูกาลเทนนิสที่โรเล็กซ์ให้การสนับสนุน โดยตลอด 15 วันของการแข่งขัน เหล่านักเทนนิสจะได้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนสนาม Rod Laver Arena ภายใต้สายตาของตำนานผู้เป็นเจ้าของชื่อสนามที่จะคอยเฝ้าดูการไล่ล่าความสำเร็จของนักเทนนิสรุ่นใหม่

บทความที่เกี่ยวข้อง: Jannik Sinner Became the World’s Number One Men’s Singles Tennis Player

Aptera Unveils Production-Ready Solar Electric Vehicle

Aptera Motors อัพเดทความพร้อมของรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ขับขี่ได้จริง
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: Aptera Motors

Aptera Motors บริษัทสตาร์ทอัพจากแคลิฟอร์เนียที่เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Electric Vehicle (sEV) ที่มุ่งมั่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งในอนาคตประกาศความพร้อมของรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่พร้อมสำหรับการผลิตในงาน CES 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนสถานะจากการสร้างรถยนต์ต้นแบบไปสู่ยานยนต์เพื่อการตรวจสอบ ทั้งยังประกาศจับมือกับ 2 พันธมิตรอย่าง LG Energy Solution และ CTNS ที่จะร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (sEV) ของ Aptera เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลักดันการขนส่งที่ยั่งยืนต่อไป

Luxury car featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Solar Electric Vehicle (sEV) รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ Aptera นี้นำมาซึ่งแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการขนส่งและการนำเสนอยานยนต์สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยไม่ต้องอาศัยการชาร์จแบตเตอรี่แบบเดิม และประสบการณ์การขับขี่ที่ปราศจากการปล่อยมลพิษอย่างแท้จริง โดย sEV ของ Aptera สามารถขับรถได้ไกลสูงสุด 40 ไมล์ต่อวัน (64 กม.ต่อวัน) ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ล้วนๆ ที่ลดการพึ่งพาการชาร์จจากระบบไฟฟ้าได้อย่างมาก และยังมีตัวเลือกแบบเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ไกล 400 ไมล์ (640 กม.) ต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียวในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงอีกด้วย

ซึ่งในงาน CES 2025 นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Aptera ได้จัดแสดงแผงโซลาร์เซลล์แบบครบชุดสู่สาธารณะ ประกอบไปด้วยแผงโซลาร์เซลล์ 4 แผงที่ตำแหน่งบนฝากระโปรง แผงหน้าปัด หลังคา และแผงด้านข้างของรถ ควบคู่ไปกับโครงสร้างตัวถังรถที่ผลิตขึ้นจากแผ่นคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์ (CF-SMC) วัสดุขั้นสูงนี้ช่วยลดความซับซ้อนลงอย่างมาก ซึ่งต้องใช้ชิ้นส่วนน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไปถึงหนึ่งในสิบส่วน ส่งผลให้มีการออกแบบที่น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง Solar Electric Vehicle (sEV) นี้ได้รับความสนใจล้นหลาย และมียอดจองไปแล้วกว่า 50,000 คัน คิดเป็นรายได้กว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Luxury car featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury car featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury car featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

บทความที่เกี่ยวข้อง: Sony Honda Mobility Debuts Afeela 1 as Their First EV

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image