Home Blog Page 42

Live the Squid Game Life

0

Netflix จับมือกับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกต้อนรับการกลับมาของซีรีส์ Squid Game ซีซัน 2
บทความ: ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: Netflix

Netflix ร่วมมือกับพันธมิตรสินค้าไลฟ์สไตล์และสินค้าบริโภคหลากหลายแบรนด์ดังทั่วโลกออกผลิตภัณฑ์ฉลองการกลับมาของซีรีส์ดัง Squid Game ซีซัน 2 ที่จะออกอากาศในวันที่ 26 ธันวาคมนี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าประทับใจ และมอบความสุขให้กับสมาชิก Netflix และแฟนๆ ซีรีส์ รวมถึงได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่ซีรีส์ฉาย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน กิจกรรมถ่ายทอดสด และข้อเสนอพิเศษต่างๆ จากผลิตภัณฑ์ของเหล่าพันธมิตรที่ร่วมมือกันมาตั้งแต่ซีซัน 1 และพันธมิตรใหม่ในซีซันที่ 2 นี้

ในหมวดของสินค้าบริโภคทั้งแบรนด์เกาหลีและแบรนด์ระดับโลกต่างก็ออกสินค้าเฉพาะกิจสำหรับซีรีส์ดังนี้ ไม่ว่าจะเป็น bibigo แบรนด์ชั้นนำระดับโลกของ CJ CheilJedang บริษัทอาหารอันดับ 1 ของเกาหลี มอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอาหารที่เต็มอิ่มให้กับแฟนๆ ทั่วโลกด้วยการผสาน ‘การเล่นเกม’ เข้ากับแพลตฟอร์มต่างๆ ของแบรนด์ GS25 ร้านสะดวกซื้อชื่อดังของเกาหลีก็ออกผลิตภัณฑ์ว่า 40 ชนิดทั้งอาหารแช่แข็ง เครื่องดื่ม สแน็กและช็อกโกแลตกระปุกหมูออมสินที่ได้แรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ Burger King ในฝรั่งเศสเองและ Carl’s Jr. ฟาสต์ฟู้ดชื่อดังในลาตินอเมริกาก็มีเมนู Squid Game พร้อมกับกิจกรรมพิเศษ McDonald’s ในออสเตรเลียก็มี Squid Game Meal และกิจกรรมเกมขนมน้ำตาล Dalgona Candy Challenge ส่วน KFC สเปนนอกจากจะมีเมนูพิเศษแล้วยังมีกิจกรรมการแข่งขันชิงเงินรางวัลด้วย Knorr ในประเทศอินเดียนำเสนอรายอนรสเกาหลีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ และยังมีพันธมิตรอื่นๆ อีกมากมายในประเทศต่างๆ

ส่วนพันธมิตรในสหรัฐอเมริกาเองก็มี Domino’s ซึ่งจัดกิจกรรมมอบ Emergency Pizza ฟรีเป็นเวลา 1 ปีสำหรับผู้ชนะในการแข่งขันในงาน Squid Game: The Experience เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา Jack Link’s สแน็กชื่อดังก็ออกเนื้ออบแห้งรสชาติสไตล์เกาหลีชื่อ “Red Light Green Light” ส่วนขนมขบเคี้ยว Doritos Dinamita ก็มอบประสบการณ์ด้วยรสชาติเผ็ดร้อนหลายระดับให้ได้เลือกชิม นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรในหมวดเครื่องดื่มชูกำลังและแอลกอฮอล์ที่เราไม่สามารถนำเสนอรูปได้เนื่องด้วยกฏหมายสุราในประเทศไทย อาทิ Johnnie Walker ในอเมริกา ยุโรปและเอเชีย, Dos Equis XX ในเม็กซิโก, Zone Energy ในญี่ปุ่น และ Jinro โซจูเกาหลี

สำหรับพันธมิตรในหมวดสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ ก็มี อาทิ Puma ชุดวอร์ม T7 กระเป๋าและรองเท้าผ้าใบที่นำเอารุ่นไอคอนมาทำคอลเลคชั่น Puma x Squid Game หรืออย่าง About You แพลทฟอร์มแฟชั่นออนไลน์ของยุโรปก็มีสตรีทแวร์คอลเลคชั่นพิเศษจำหน่าย เสื้อผ้าแฟชั่นจาก VandyThePink และ Pull&Bear รองเท้า Crocs รุ่นพิเศษพร้อมให้คุณได้สนุกกับการเลือกตัวติดรองเท้ารูปต่างๆ จาก Squid Game ส่วนร้านสุขภาพและความงามชื่อดังของเกาหลีอย่าง Olive Young ก็ออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับซีรีส์นี้ด้วยเช่นกัน ห้างสรรพสินค้าของเกาหลี Shinsegae เองก็มีผลิตภัณฑ์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากซีรีส์นี้กว่า 100 ชนิด หรือจะเป็นพันธมิตรสินค้าประเภทของสะสมและของเล่นต่างๆ อาทิ Little People, Monster High, Lucie Kaas, และ KAWS นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรที่อยู่ในรูปแบบเกมส์อย่าง Call of Duty และ Xbox แอพพลิเคชั่นสอนภาษาอย่าง Duolingo ที่จับมือกับ Netflix เป็นครั้งแรกโดยมีนกฮูก Duo มาสคอตประจำแอพฯ สวมบทบาทเป็นผู้คุมเกมมาพร้อมกับธีมเพลง Pink Guard ตลอดช่วงแคมเปญ หรือ Tik Tok ที่มีฟิลเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเกม Red Light, Green Light และแพลทฟอร์มต่างๆ อีกมากมายเพื่อให้แฟนซีรีส์ได้ร่วมสนุกและดำดิ่งไปกับประสบการณ์จาก Squid Game ซีซัน 2 นี้อย่างเต็มอิ่ม

บทความที่เกี่ยวข้อง: 5 Jewelry Choices to Shine at Festive Parties

Shelly House Brings Sydney-Inspired, All-Day Brunch to Sathorn

0

Shelly House บ้านริมทะเลซิดนีย์ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านสาทร พร้อมเสิร์ฟเสน่ห์อาหารออสเตรเลียสไตล์โมเดิร์น
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Shelly House

[English]

ท่ามกลางตึกสูงและความวุ่นวายของย่านสาทร มีบ้านหลังหนึ่งที่พร้อมพาทุกคนหลุดออกจากความจำเจของเมืองใหญ่ไปสู่บรรยากาศสบายๆ ริมชายหาดแห่งซิดนีย์ “Shelly House” ร้านอาหารน้องใหม่ในซอยสาทร 2 เกิดจากแรงบันดาลใจของทีมผู้สร้างสรรค์ Toby’s BKK ที่ต้องการนำเอาความรู้สึกผ่อนคลายของ “เชลลี” หนึ่งในชายหาดชื่อดังแห่งเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยการตกแต่งสไตล์บ้านริมชายหาดที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

ความพิเศษของ Shelly House อยู่ที่การนำเสนออาหารสไตล์โมเดิร์น ออสเตรเลียน บรันช์ที่ผสมผสานความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างลงตัว โดยกว่า 85% ของเมนูเป็นการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เพื่อที่นี่โดยเฉพาะ คุณสามารถเริ่มต้นวันด้วยเมนูไข่สุดพิเศษอย่าง “Crab and Caviar Scrambled Eggs” ไข่คนเนื้อนุ่มที่เพิ่มความหรูหราด้วยเนื้อปูและคาเวียร์ “Egg Mikado” ไข่ดาวน้ำบนขนมปังซาวร์โดที่เสิร์ฟพร้อมปลาแซลมอนรมควันและซอสฮอลแลนเดส ราดด้วยผงฟูริคาเกะ หรือจะเป็น “Avocado on Toast” ขนมปังซาวร์โดปิ้งกรอบนอกนุ่มในท็อปด้วยอะโวคาโดหรือซัลซ่าอะโวคาโด เพิ่มความจัดจ้านด้วยและกลิ่นหอมด้วยเลมอน พริกป่น และผักชี

สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติแบบเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ควรพลาด “The Mezze” จานรวมที่มาพร้อมฮัมมูส ลูกชิ้นลาบเนห์ ซัลซ่ามะเขือเทศแตงกวา และชีสฮาลูมีชุบน้ำผึ้ง เสิร์ฟพร้อมขนมปังแฟลตเบรด หรือจะลองเมนู “Crispy Turkish Eggs” ไข่ดาวกรอบสไตล์ตุรกีที่เสิร์ฟพร้อมลูกชิ้นลาบเนห์และเนื้อบด ราดด้วยน้ำมันพริก โรยด้วยสมุนไพรและถั่ว

จุดเด่นอีกอย่างของร้านคือการพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ ทั้งชีสบูราต้าที่เสิร์ฟคู่กับผลไม้ตามฤดูกาล แซลมอนรมควันที่นำมาใช้ในหลากหลายเมนู และผักสดที่คัดมาอย่างดี สำหรับคนรักอาหารเพื่อสุขภาพ ที่นี่มีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง “Summer Bowl” ข้าวกล้องเสิร์ฟพร้อมเลนทิล ฟักทอง แตงกวา และชีสฮาลูมีชุบน้ำผึ้ง หรือ “Green and Gold” จานอาหารที่มีทั้งไข่ดาวน้ำ พิวเร่ฟักทองและแครอท ดอกกะหล่ำ บร็อคโคลินีหรือเบบี้บร็อคโคลี อะโวคาโด และทับทิม

นอกจากอาหารเช้าและบรันช์แล้ว Shelly House ยังมีเมนูอาหารจานหลักที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็น “Hanger Steak” เนื้อชั้นดีย่างเสิร์ฟพร้อมบร็อคโคลินีและซอสกระเทียมดำ พาสต้าหลากหลายสไตล์ทั้ง “Spaghetti Black Truffle” ที่มาพร้อมมะเขือเทศตากแห้ง “Linguine with Clams” ที่เสิร์ฟพร้อมหอยตลับในซอสกระเทียมและสมุนไพร หรือจะเป็นปลาย่างในซอสดาชิมะเขือเทศที่เข้ากันอย่างลงตัว

เครื่องดื่มที่ Shelly House ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าอาหาร สำหรับคอกาแฟ ที่นี่โดดเด่นด้วยกาแฟคั่วพิเศษที่มีให้เลือกถึงสองแบบ คือ “Byron blend” ที่ให้รสชาติหอมหวานแบบคาราเมลผสานกับกลิ่นดอกมะลิ และ “Bronte blend” ที่ให้กลิ่นช็อกโกแลตและถั่ววอลนัท นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์อย่าง “Coconut Water Espresso” และ “Citrus Cold Foam Coffee” สมูทตี้สูตรพิเศษอย่าง “Go Getter Power Breakfast” ที่ผสมเอสเพรสโซ่กับกล้วยและโกโก้ และชาคุณภาพดีจาก T2 แบรนด์ดังจากออสเตรเลีย

Shelly House เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น. ด้วยทำเลที่ตั้งที่เดินทางสะดวก อยู่ตรงข้ามโรงแรม The Cotton Saladaeng พร้อมบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง และเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด Shelly House จึงเป็นมากกว่าร้านอาหาร เพราะเปรียบเสมือนบ้านริมทะเลหลังที่สองที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้มาพักผ่อน พบปะเพื่อนฝูง หรือใช้เวลาแสนพิเศษกับครอบครัวและคนที่รัก ไม่ว่าจะมารับประทานอาหารเช้า บรันช์ หรือมื้อค่ำ ที่นี่ก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกมื้อ เรื่องที่จอดรถก็ไม่ต้องกังวล เพราะคุณสามารถจอดรถได้ที่บริเวณข้างร้าน และที่โรงแรม The Cotton Saladaeng (สามารถนำบัตรจอดรถมาประทับตราที่ร้านได้เลย) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-028-8837 และทุกช่องทางออนไลน์ของ Shelly House

บทความที่เกี่ยวข้อง: Culturally Auspicious Food for the New Year Day


Enjoy modern Australian cuisine in a setting reminiscent of a Sydney beach house.
Words: Netnapha Pawakhung Photo: Shelly House

Nestled among the skyscrapers of bustling Sathorn is a place designed to evoke the beachside atmosphere of Sydney. Located in Soi Sathorn 2, Shelly House is the brainchild of the same team that brought us Toby’s BKK, and their goal this time around is to bring the relaxed vibe of Sydney’s famed Shelly Beach to central Bangkok. The moment you step inside the restaurant, the warm, beach house-style décor will put you in the right mood for the gastronomic delights to come.

Shelly House serves modern Australian brunch with a healthy dose of Mediterranean influence, with 85% of menu items specially created for this location. If you feel like starting your day with a luxury treat, try Crab and Caviar Scrambled Eggs,” fluffy, velvety eggs topped with crabmeat and luscious roe. Another egg dish worth trying is Egg Mikado, poached eggs on sourdough with smoked salmon and Hollandaise sauce on the side and a sprinkle of Furikake on top. Fans of avocado on toast will love Shelly House’s version, the sourdough toast crispy on the outside but tender on the inside, the avocado available plain or as avocado salsa enhanced with lemon, ground chili and cilantro.

Mediterranean lovers shouldn’t miss The Mezze platter with hummus, labneh, a tomato-cucumber salsa and honey-glazed halloumi cheese alongside a serving of flatbread. Crispy Turkish Eggs, a traditional breakfast dish of Turkiye, also comes highly recommended, the eggs served atop a bed of labneh and ground beef and sprinkled with chili oil, herbs and nuts.

The restaurant sources ingredients – from the burrata served with an assortment of seasonal fruits, to the smoked salmon featured in several dishes, to the fresh produce – from quality sources. Because of this, even vegan options will please almost anyone, not just those with dietary restrictions. Two dishes that are equal parts virtuous and delicious are the Summer Bowl, brown rice with lentil, squash, cucumber and honey-glazed halloumi, and Green and Gold, poached eggs, pumpkin-and-carrot puree, cauliflower, broccolini, avocado and pomegranate.

In addition to breakfast and brunch, Shelly House serves impressive mains – Hanger Steak with broccolini and black garlic sauce, Spaghetti Black Truffle, Linguine with Clams, and Grilled Fish Fillet with Tomato Dashi, to name a few.

The drink menu is equally impressive. Coffee lovers will be pleased with the two specialty roasts, Byron Blend, whose flavor profile includes notes of caramel and jasmine, and Bronte Blend, which contains chocolate and walnut notes. Other choices include Coconut Water Espresso, Citrus Cold Foam coffee, Go Getter Power Breakfast smoothie with espresso, banana and cocoa powder, and quality teas from the popular Australian brand T2.

Shelly House is open daily from 9 am to 5 pm. The easily accessible location, warm and friendly vibe, and well-crafted menu make it an ideal hangout for family and friends as well as a restaurant to go to when hunger hits. Parking is available on the premises and at The Cotton Saladaeng hotel right across the street (be sure to bring the parking ticket to the restaurant to be validated). For more information and reservations, contact Shelly House on 02-028-8837 or any of their online contact channels.

See also: Culturally Auspicious Food for the New Year Day

Luxury New Year Gift Guide for the Intellectual

ของขวัญปีใหม่สุดลักชัวรีสำหรับสายเนิร์ด
บทความ: LuxuoTH ภาพเปิด: Saint-Louis

โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี ใครยังหาของขวัญปีใหม่ที่ถูกใจสำหรับคนสำคัญ คนรัก หรือคนในครอบครัวที่เป็นแนวนักคิด นักวิชาการ หรือแนวเนิร์ดมากๆ อยู่ Luxuo Thailand ขอนำเสนอของขวัญที่จะทำให้ผู้ที่ได้รับนั้นต้องประทับใจอย่างแน่นอน

ชุดประกอบนาฬิกาจักรกล Initium x Bewatchmaker

Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Bewatchmaker)
Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Bewatchmaker)

ชุดประกอบนาฬิกาจักรกลที่เป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง Initium บริษัทสัญชาติสวิสที่มอบประสบการณ์คอร์สประกอบนาฬิกาจักรกลที่เป็นของคุณเอล และ Bewatchmaker บริษัทผู้ผลิตชุดประกอบนาฬิกาจักรกลที่ก่อตั้งโดยสองช่างนาฬิกาผู้มีความเชี่ยวชาญและเคยร่วมงานกับแบรนด์นาฬิกาสวิสชั้นนำมาแล้ว ซึ่งคุณสามารถเลือกสรรนาฬิกาในแบบของคุณ โดยคุณสามารถเลือกได้ทั้งตัวเรือนจากวัสดุต่างๆ เคลือบสีหรือไม่ หน้าปัดลวดลายที่ต้องการ เข็มชั่วโมงและนาทีแบบที่อยากได้ ฟังก์ชั่นมีวันที่หรือไม่ และสายนาฬิกาที่ถูกใจ โดยชุดประกอบนี้จะมาในกระเป๋าที่มีชิ้นส่วนของนาฬิกาและอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนกับที่ช่างนาฬิกาใช้งานจริง คุณจะสนุกและดำดิ่งไปกับโลกแห่งนาฬิกาจักรกลและยังได้นาฬิกาที่เป็นผลงานของคุณซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียวในโลกอีกด้วย


Beflo โต๊ะทำงานอัจฉริยะ Tenon Smart Adjustable Desk

Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Beflo)
Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Beflo)
Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Beflo)
Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Beflo)

โต๊ะทำงานอัจฉริยะ Tenon Smart Adjustable Desk ของ Beflo นี้จะเป็นโต๊ะทำงานที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ไม่ว่าจะนั่งหรือยืนทำงาน สามารถปรับความสูงต่ำได้ถึงสี่ระดับด้วยกัน พื้นที่ของโต๊ะนั้นเหมาะสมและพอเหมาะพอดีทั้งความกว้างและความยาวที่คุณสามารถวางหน้าจอคอมพิวเตอร์และแป้นคีย์บอร์ดได้ในตำแหน่งไม่ทำให้คุณเมื่อยแขนหรือข้อมือ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีแอสเซสเซอรี่เสริมเพื่อเก็บความเรียบร้อยของสายไฟ ขาตั้งจอมอนิเตอร์ ขาตั้งโน๊ตบุ๊ค ที่ครอบสายไฟ ราวแม่เหล็กสำหรับพอร์ตต่างๆ ที่แขวนต่างๆ และอีกมากมายที่จะช่วยให้โต๊ะทำงานของคุณนั้นไม่รกและแลดูสะอาดสะอ้าน นอกจากนี้ตัวโต๊ะยังสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นในมือถือเพื่อตั้งค่าความสูง ตั้งระบบเตือนว่าเราควรจะยืนได้แล้วหากนั่งนานจนเกินไป


ชุดกระดานหมากรุก Flannel-Grey Wood Chess Game Set จาก Saint-Louis

Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Saint-Louis)

สำหรับสายเนิร์ดที่ชอบเกมการแข่งขันที่ต้องใช้ความคิดและการชิงไหวชิงพริบ Saint-Louis Flannel-Grey Wood Chess Game Set ดูจะเหมาะอย่างเป็นที่สุด Sait-Louis เป็นแบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องแก้วและคริสตอลที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเก่าแก่ของประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคริสตอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกด้วยผลงานดีไซน์ที่โดดเด่น รังสรรค์โดยช่างเป่าแก้วและช่างเจียระไนฝีมือสุดประณีต โดยชุดเกมหมากรุกคลาสสิกชุดนี้นำเสนอการตีความเกมโบราณอย่างมีชั้นเชิง กระดานหมากรุกขนาด 26.3 นิ้ว x 26.3 นิ้ว ทำจากไม้บีชสีเข้มและเคลือบเงาแบบด้าน ตัวหมากรุกทั้ง 32 ชิ้นทำจากคริสตอลสีเทาผ้าสักหลาดและคริสตอล ซึ่งแน่นอนว่าทั้งกระดานและตัวหมากรุกนั้นเป็นงานประดิษฐ์ด้วยมือทั้งสิ้น


ชุดเครื่องเขียนอัจฉริยะ Moleskine Smart Writing Set

Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ของขวัญชิ้นนี้จะถูกใจสายคนทำงาน นักเขียน นักจดหรือแม้กระทั่งนักศึกษาที่ยังชื่นชอบสัมผัสของกระดาษและการขีดเขียน ชุดเครื่องเขียนอัจฉริยะ Moleskine Smart Writing Set เป็นการผสานเทคโนโลยีและความคลาสสิกเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งประกอบไปด้วย Moleskine Paper Tablet, ปากกาอัจฉริยะ Pen + และ แอพพลิเคชั่น Moleskine Note ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกันโดยเชื่อมต่อปากกา Pen + และแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณผ่านบลูทูธ สิ่งที่คุณเขียนหรือจดลงบน Paper Tablet ด้วยปากกา Pen + ก็จะไปปรากฏอยู่บนแอพพลิเคชั่นบนมือถือแบบเรียลไทม์ และคุณยังเพิ่มออพชั่นด้วย Smart Dairy/Planner ซึ่งทำหน้าที่เช่นเดียวกันกับ Paper Tablet


ชุดบอร์ดเกมต่างๆ จาก Fendi

เราขอจบการนำเสนอด้วยชุดเกมสุดหรูจากแบรนด์แฟชั่นลักชัวรีอย่าง Fendi ซึ่งเราคิดว่าบอร์ดเกม Roma Trio และ Roma Tic-Tac-Toe น่าจะช่วยสร้างความสนุกสนานได้ง่ายๆ กับทุกคนในครอบครัว โดย Fendi Roma Trio ซึ่งเป็นเกมสำหรับผู้เล่น 2 คนที่สลับกับหยอดเหรียญเพื่อให้เหรียญเชื่อมต่อกัน 4 ตัว ในแนวนอน แนวตั้ง หรือแม้กระทั่งแนวเฉียง ซึ่งหากใครสามารถเรียงให้ได้ 4 ตัวก่อนเป็นฝ่ายชนะ และ Fendi Roma Tic-Tac-Toe Set หรือเกมเอ็กซ์โอที่เรารู้จักกันดี เกมทั้งสองเซ็ตนี้ได้รับการออกแบบมาให้พกพาสะดวกและจัดเก็บได้ง่าย โดยกล่องไม้โอ๊คประดับด้วยลายทางพีคาน Pequin อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ตกแต่งด้วยฝาปิดกระจกอะคริลิกและมือจับหนังนัปป้าสีเข้ากัน นับว่าเป็นการผสมผสานความสนุกสนานและสไตล์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว


บทความที่เกี่ยวข้อง: 5 Jewelry Choices to Shine at Festive Parties

The New Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph Now in Shades of Grey

Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph ใหม่นำเสนอดีไซน์แบบทูโทนที่ลงตัวระหว่างวัสดุเซรามิกสีดำของตัวเรือนชิ้นกลางและไวท์โกลด์ 18 กะรัตของขอบตัวเรือนแบบบางพิเศษ ขาตัวเรือนที่มีเอกลักษณ์และปุ่มกดของระบบจับเวลา

The new iteration combines an octagonal case middle in black ceramic with an extra-thin bezel, stylised lugs and push-pieces in 18-carat white gold for a sober and harmonious two-toned design.


A convergence of mechanics and aesthetics

Code 11.59 by Audemars Piguet เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2019 ในฐานะคอลเลคชั่นนาฬิกาที่เปี่ยมด้วยรายละเอียดในทุกมุมมอง ทั้งยังเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่ Audemars Piguet มีในการก้าวผ่านขีดจำกัดของงานฝีมือ ในขณะที่ยังรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่สั่งสมมานานหลายชั่วอายุคน

ในช่วงเริ่มแรกนั้น Code 11.59 by Audemars Piguet ประกอบด้วยนาฬิกาทั้งหมด 6 รุ่นซึ่งมีรุ่นที่มีกลไกโครโนกราฟและรุ่นที่มีกลไกฟลายอิ้งตูร์บิยองด้วย หลังจากนั้นเพียงแค่ปีเดียวก็มีการนำฟังก์ชั่นทั้งสองมารวมกันไว้ในนาฬิการุ่น Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph ซึ่งมีเครื่องสไตล์โอเพ่นเวิร์ค ก่อนที่จะมีเวอร์ชั่นใหม่ที่นำเสนอการตัดกันระหว่างพิงค์โกลด์ 18 กะรัตและเซรามิกสีดำในปี ค.ศ. 2022 แล้วในปีนี้ Audemars Piguet จึงเล่นธีมทูโทนดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในเฉดสีดำและเทาของ Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph รุ่นใหม่ล่าสุดนี้

The Code 11.59 by Audemars Piguet collection’s unconventional and intricate design offers more details than meets the eye. Unveiled in 2019, it reflects the brand’s commitment to pushing the limits of craftsmanship, while remaining faithful to its legacy.

Six watch models were initially presented including a Chronograph and a Flying Tourbillon reference. One year later, these two complications were brought together in the Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph, featuring an openworked design. A variation followed in 2022, showcasing the contrast between 18-carat pink gold and black ceramic. Building on this chromatic interplay, the latest model offers a striking new aesthetic with its two-tone case in shades of black and grey.


Modern architecture for the wrist

โครงสร้างตัวเรือนอันซับซ้อนของ Code 11.59 by Audemars Piguet Flying Tourbillon Chronograph ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ผลิตจากโลหะมีค่าและวัสดุร่วมสมัย อย่างเช่นในรุ่นปี ค.ศ. 2022 และ 2024 นี้ ขอบตัวเรือนแบบบางพิเศษ ขาตัวเรือนที่มีเอกลักษณ์และฝาหลังทรงกลมจะได้รับการผลิตด้วยพิงค์โกลด์หรือไวท์โกลด์ 18 กะรัต ในขณะที่ตัวเรือนชิ้นกลางทรงแปดเหลี่ยมผลิตจากเซรามิกเพื่อให้มีสีตัดกันอย่างชัดเจน องค์ประกอบทั้งหมดของตัวเรือนผ่านกระบวนการขัดแต่งด้วยมืออย่างพิถีพิถันตามแนวทางอันเป็นแบบฉบับของ Audemars Piguet นั่นก็คือการขัดซาตินบนพื้นผิวด้านบนตัดกับการขัดเงาบริเวณมุมเอียงที่มีการลบเหลี่ยมซึ่งจะเล่นกับแสงเป็นอย่างมากจนเป็นที่ชื่นชอบของคนรักนาฬิกาที่ทราบถึงรายละเอียดนี้ 

The complex case architecture of the Code 11.59 by Audemars Piguet Flying Tourbillon Chronograph has been highlighted by both precious and contemporary materials. On the 2022 and 2024 models, the extra-thin bezel, stylised lugs and round caseback are made of 18-carat pink or white gold, while the octagonal case middle is crafted in ceramic for a strong chromatic contrast. All the case components have been hand-finished with the Manufacture’s signature alternation of satin brushing and polished chamfers. These high-end finishes offer a captivating play of light that watch lovers have come to love.


Fascinating and artful openworking

การทำเครื่องนาฬิกาแบบโอเพ่นเวิร์คนั้นเป็นเทคนิคที่มีแบรนด์นาฬิกาจำนวนน้อยรายจริงๆ ที่จะทำออกมาแล้วดูสวยงามและมีคุณค่า ในกระบวนการผลิตนี้ ช่างจะต้องฉลุเอาเนื้อโลหะออกจากชิ้นส่วนของเครื่องนาฬิกาให้ได้มากที่สุดเพื่อให้แสงสามารถลอดผ่านลงไปยังกลไกต่างๆ ที่อยู่ข้างใต้ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความทนทานของเครื่องนาฬิกา ยิ่งเมื่อต้องขัดแต่งชิ้นส่วนเหล่านี้ด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมของกระบวนการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงก็ยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับกระบวนการดังกล่าว แต่ Audemars Piguet ก็มีความเชี่ยวชาญในศิลปะแขนงนี้มาตั้งแต่สมัยทศวรรษที่ 1930 แล้ว

เครื่องนาฬิการุ่นคาลิเบอร์ 2952 ที่ใช้ใน Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph มีเหลี่ยมมุมภายในที่ได้รับการขัดแต่งอย่างละเอียดอ่อนไม่น้อยไปกว่า 111 จุดตามบริดจ์และชิ้นส่วนตกแต่งต่างๆ ตัวเครื่องนั้นประกอบด้วยชิ้นส่วนมากถึง 479 ชิ้นสำหรับการแสดงค่าเวลา ระบบโครโนกราฟแบบฟลายแบ็ค และกลไกฟลายอิ้งตูร์บิยอง การขึ้นลานใช้โรเตอร์พิงค์โกลด์ 22 กะรัตเคลือบสีโรเดียมซึ่งมองเห็นได้ผ่านทางฝาหลังแบบแซฟไฟร์คริสตอล

The art of openworking is a specialty mastered by few watchmakers. It consists of removing as much material as possible from movement parts to let the light through and reveal the beauty of the mechanism without compromising the calibre’s integrity or performance. The complexity increases, as watchmakers also adorn these delicate parts with refined Haute Horlogerie decorations. Audemars Piguet has been specialised in this ancestral art since the 1930s.

Calibre 2952, the movement powering the Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph, features no fewer than 111 meticulously handcrafted inner angles on the bridges and decorative elements. It combines 479 parts dedicated to the time indication, flyback chronograph and flying tourbillon. The sapphire caseback further reveals the movement’s refined decorations, along with the 22-carat rhodium-toned pink gold oscillating weight.


A new and subtle blend of greys

หลังจากที่เปิดตัว Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph ในอีกเวอร์ชั่นหนึ่งไปเมื่อ 2 ปีก่อน Audemars Piguet จึงได้นำเสนอเรือนเวลารุ่นสุดพิเศษนี้ในรูปแบบใหม่ที่มีตัวเรือนชิ้นกลางทรงแปดเหลี่ยมผลิตจากเซรามิกสีดำ และมีองค์ประกอบภายนอกอื่นๆ ของตัวเรือนผลิตจากไวท์โกลด์ 18 กะรัตเพื่อความตัดกันอย่างคมคายแต่สุขุม

เครื่องของนาฬิการุ่นนี้ก็ได้รับการตกแต่งด้วยโทนสีต่างระดับด้วยเช่นกัน เริ่มต้นด้วยเมนเพลทและแบเรลบริดจ์ที่ทำเป็นสีดำ ตัดด้วยบริดจ์สีโรเดียมที่ดูสมมาตรทางด้านซ้ายและขวาของหน้าปัด แล้วถัดขึ้นมายังมีขอบตัวเรือนชั้นในสีเทาผิวกึ่งด้านที่ล้อมรอบเครื่องนาฬิกาที่มีความซับซ้อนรุ่นนี้อีกชั้นหนึ่ง สำหรับเข็มบอกเวลาและเข็มจับเวลาทั้งหมดนั้นผลิตด้วยพิงค์โกลด์เพื่อความโดดเด่นที่ทำให้อ่านค่าได้อย่างชัดเจน ทั้งหมดนี้ทำให้เราพูดได้ว่า Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph รุ่นนี้ไม่เพียงมีความซับซ้อนทางด้านกลไก แต่ยังนำเสนอความน่าทึ่งด้วยเทคนิคการตกแต่งเครื่องนาฬิกาในสไตล์โอเพ่นเวิร์คอย่างแท้จริง

Two years after its predecessor, Audemars Piguet unveils a new version of the Code 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph. This novelty presents a black ceramic octagonal case middle combined with other exterior elements in 18-carat white gold for a contrasted, yet sober aesthetic.

On the movement, the blackened mainplate and barrel bridge are contrasted by rhodium-toned bridges that create a visual symmetry on the left and right of the dial, revealing layered shades of grey. The slate grey semi-matt inner bezel frames this complicated movement, while pink gold hands are used to ensure optimal legibility of both the time and the chronograph function. While mechanical watchmaking itself is a work of engineering, openworking endows this timepiece with an endless sense of awe.

Lux To Know: Mercedes-Benz and Its Innovative Spirit

3 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Mercedes-Benz ผู้บุกเบิกนวัตกรรมยานยนต์กับโลโก้สามแฉกสุดโด่งดัง
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Mercedes-Benz

ภายใต้ความเรียบหรูและจดจำง่ายของโลโก้ดาวสามแฉกสุดคุ้นตาของ Mercedes-Benz ค่ายยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีที่ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1926 มีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ โลโก้สุดโด่งดังนี้สื่อถึงปณิธานของแบรนด์ที่ตั้งใจก้าวสู่ความเป็นที่หนึ่งทั้งบนบก (รถยนต์) ในน้ำ (เรือ) และในอากาศ (เครื่องบิน) แต่เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับยานยนต์หรูสัญชาติเยอรมันอย่าง Mercedes-Benz ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ และนี่คือ 3 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Mercedes-Benz ซึ่งเรารวบรวมมาไว้ให้คุณแล้วในบทความนี้

1. ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์
นวัตกรรมหลายอย่างที่คิดค้นโดย Mercedes-Benz กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก เริ่มตั้งแต่ความมุ่งมั่นในการประดิษฐ์ “เกวียนไร้ม้า” ของคาร์ล เบนซ์ นักออกแบบรถยนต์และวิศวกรชาวเยอรมัน จนได้เปิดบริษัท Daimler-Benz AG ร่วมกับวิศวกรคนสำคัญชาวเยอรมันอีกคน นามว่าก็อทลีพ ไดม์เลอร์ และความสำเร็จของไดม์เลอร์ในการผลิตเครื่องยนต์สันดาปได้เป็นเครื่องแรกของโลกเมื่อปี ค.ศ. 1883 ก็นำไปสู่การเกิดรถสามล้อที่ได้รับการยอมรับทั่วไปว่าเป็นรถยนต์คันแรกของโลก ชื่อว่า Benz Patent-Motorwagen ต่อยอดไปถึงการผลิตรถกระบะดีเซลคันแรกของโลกในปี ค.ศ. 1923 และอื่นๆ อีกมากมาย

อีกทั้ง Mercedes-Benz ยังเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีความปลอดภัยหลายอย่างที่กลายเป็นมาตรฐานในรถยนต์ทั่วโลก เช่น โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ Crumple Zone ที่จะยุบตัวพร้อมกระจายแรงกระแทก ทำให้ซับซับแรงกระแทกได้ดีกว่า ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1951 โดยวิศวกรของ Mercedes-Benz นามว่าเบล่า บาเรนี ซึ่งกลายมาเป็นต้นแบบในการผลิตตัวถังรถยนต์ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ระบบปกป้องผู้โดยสารล่วงหน้าก่อนเกิดอุบัติเหตุหรือพรี-เซฟ เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ รวมถึงระบบเบรก ABS ถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับ ก็ได้ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์และช่วยรักษาชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน


2. ความลับของรถยนต์ Mercedes-Benz แต่ละคลาส
Mercedes-Benz มีรถยนต์หลากรุ่นหลายสไตล์ จึงต้องกำหนดชื่อเรียกรถแต่ละคลาสให้เข้าใจง่าย อย่างรถซีดานหรือรถเก๋งจะเรียงลำดับคลาสจากเล็กไปใหญ่ ได้แก่ A-Class รถยนต์ขนาดเล็ก ขับขี่คล่องตัว B-Class รถอเนกประสงค์ เน้นการใช้งานหลากหลาย C-Class ตระกูลที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ ขวัญใจคนรุ่นใหม่ E-Class รถเก๋งขนาดกลางและขนาดใหญ่ นิยมในหมู่ผู้บริหาร และ S-Class มาจากคำว่า “Special Class” รถรุ่นเรือธงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แพงที่สุด และมีเทคโนโลยีล้ำที่สุดของแบรนด์ ซึ่งก็แตกเป็นแบรนด์ย่อยหรือรถตระกูลพิเศษเรียกว่า Maybach รถระดับอัลตร้าลักชัวรีที่เน้นความหรูหราและการปรับแต่งตามความต้องการลูกค้า ส่วนใหญ่จะพัฒนาจากพื้นฐานรถตระกูล S-Class

รถยนต์แนวเอสยูวีหรือรถสปอร์ตอเนกประสงค์ รถครอสโอเวอร์ และรถออฟโรดที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะไล่เรียงจากเล็กไปใหญ่ คือ GLA-Class, GLC-Class, GLE-Class, GLS-Class และ G-Class กับรูปทรงเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ แรกเริ่มถูกพัฒนาเป็นรถทหาร ก่อนจะกลายเป็นรถไอคอนิก ขวัญใจคนดังทั่วโลก สำหรับรถสปอร์ต หากเป็นคูเป้ 4 ประตูจะเรียกว่า CLA-Class และ CLS-Class ส่วนรถสปอร์ตเปิดประทุน เรียกว่า SLC-Class และ SL-Class


3. ก้าวต่อไปกับการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
Mercedes-Benz ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและความยั่งยืนอย่างจริงจัง โดยบริษัทได้ประกาศแผนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในปี ค.ศ. 2030 ในตลาดหลัก ผ่านการเปิดตัวแบรนด์ย่อย Mercedes-EQ ที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ อีกทั้งแบรนด์ยังลงทุนกับการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน

ซึ่งความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของ Mercedes-Benz ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้โรงงานผลิตทั้งหมดมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2039 โดยได้พัฒนานวัตกรรมด้านวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัสดุจากพืช การรีไซเคิลพลาสติกจากมหาสมุทร การพัฒนาวัสดุทดแทนหนังสัตว์ที่มีคุณภาพสูง มีการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในการผลิตมากขึ้น ทั้งยังพัฒนาระบบการจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพ เรียกว่าใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการจัดการผลิตภัณฑ์หลังหมดอายุการใช้งาน

โรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่แห่งแรกของยุโรปที่เมืองคุพเพนไฮม์ ประเทศเยอรมนี

บทความที่เกี่ยวข้อง: Mercedes-Benz GLS Arrives in the Thai Market

Find Rado’s Picks for Your Festive Gifts Here

0

Rado คัด 3 เรือนเวลาที่น่าซื้อสำหรับช่วงเทศกาลนี้
บทความ: รักดี โชติจินดา ภาพ: Rado

[ English ]

Rado ขอพาคนรักนาฬิกาทุกท่านเข้าสู่ช่วงเทศกาลอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าคุณกำลังมองหาของขวัญให้คนรักหรือตนเอง Rado ก็มีเรือนเวลาเซรามิกรูปทรงและสีต่างๆ ที่พร้อมจะตอบโจทย์ความต้องการอยู่แล้ว

สำหรับคุณผู้ชายสไตล์สปอร์ตก็ย่อมต้องไปทาง Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton R32192152 ซึ่งใช้วัสดุไฮเทคเซรามิกสีดำด้านในการผลิตตัวเรือนขนาด 43 มม. ที่กันน้ำได้ลึก 300 เมตรและสายนาฬิกา ตัดด้วยดีเทลสีโรสโกลด์บริเวณขอบตัวเรือนแบบหมุนทิศทางเดียวเพื่อจับเวลาดำน้ำ เม็ดมะยม เข็มบอกเวลาและหลักชั่วโมงเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา และยังมีหน้าปัดแซฟไฟร์คริสตอลที่เผยให้เห็นการทำงานของเครื่องรุ่นคาลิเบอร์ R808 ที่อยู่ด้านล่างอีกด้วย เครื่องนาฬิกาแบบขึ้นลานอัตโนมัติรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายจุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกำลังลานสำรองที่ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง หรือความเที่ยงตรงอันเหนือชั้นจากการใช้แฮร์สปริงแบบนิวาครอนซึ่งทนทานต่ออิทธิพลของสนามแม่เหล็ก

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton

รุ่นต่อไปที่ Rado มองว่าเหมาะกับการเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลอย่างแน่นอนคือ True Square Open Heart R27073702 วัสดุไฮเทคเซรามิกทนทานต่อการขีดข่วนสีขาวรุ่นนี้ที่ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงด้วยขนาดตัวเรือน 38.0 x 44.2 มม. หน้าปัดเป็นแบบเปิดทำให้มองเห็นการทำงานของเครื่องนาฬิกาแบบขึ้นลานอัตโนมัติรุ่นคาลิเบอร์ R734 ซึ่งมีกำลังลานสำรอง 80 ชั่วโมง ตามตำแหน่งหลักชั่วโมงทั้ง 12 ประดับเพชรในเบ้าสีทองเหมือนกันกับเข็มบอกเวลา ใส่ได้ในทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุดสบายๆ และยังเข้ากับเสื้อผ้าสีต่างๆ ได้โดยง่าย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับช่วงเวลานี้หรือช่วงเวลาใดก็ตามของปี เพราะในตลาดนาฬิกานั้นก็จะมีนาฬิกาทรงกลมเป็นส่วนมาก การใส่นาฬิกาตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมจึงทำให้คุณดูโดดเด่นและแตกต่างได้อย่างมีสไตล์

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
True Square Open Heart

และรุ่นที่เรารู้สึกว่าคลาสสิกและโดดเด่นมากสำหรับคุณผู้หญิงก็คือ Centrix Automatic Diamonds Open Heart R30029942 หรือ Centrix Super Jubilé  ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบพีวีดีสีโรสโกลด์ขนาด 35 มม. สวมใส่ด้วยสายสเตนเลสสตีลเคลือบพีวีดีสีโรสโกลด์ซึ่งมีข้อกลางของสายผลิตจากไฮเทคเซรามิกสีน้ำตาล รับกับหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีน้ำตาลเข้มประดับเพชรที่ดูแปลกตาน่าค้นหา และมีการเปิดทางครึ่งบนของหน้าปัดเพื่อบ่งบอกถึงหัวใจการทำงานที่เป็นเครื่องนาฬิกาจักรกลแบบขึ้นลานอัตโนมัติรุ่นคาลิเบอร์ R734 ซึ่งมีกำลังลานสำรอง 80 ชั่วโมงเหมือน 2 รุ่นข้างต้น สำหรับ Centrix Super Jubilé รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นนาฬิกาสไตล์เดรสที่ใส่เวลากลางวันก็ไม่มากเกินและใส่ไปงานกลางคืนก็ไม่น้อยเกินอีกรุ่นหนึ่งเลยจริงๆ

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Centrix Automatic Diamonds Open Heart
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Centrix Automatic Diamonds Open Heart

ทั้งนี้ เราต้องขอย้ำอีกทีด้วยว่า วัสดุไฮเทค เซรามิกอย่างที่ Rado ใช้นั้น นอกจากจะทนทานต่อการขีดข่วนอย่างที่รู้กันแล้วก็ยังจะดูเหมือนใหม่เสมอไม่ว่าจะใส่ไปนานกี่ปีก็ตาม เลือกชมเรือนจริงของทุกรุ่นที่เรานำเสนอและนาฬิกา Rado รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แล้ว ณ จุดขายทั่วประเทศวันนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง: Rado Launches First Thai Boutique in Chiangmai


From masculine and unisex to feminine models, the Swiss manufacture proposes a relevant option for everyone.

Words: Ruckdee Chotjinda Photo: Rado

Rado warmly invites all watch lovers to celebrate the festive season in style. Whether you are searching for the perfect gift for a loved one or treating yourself, Rado offers an array of ceramic timepieces in a variety of shapes and colors to meet every preference.

For men with a sporty edge, the Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton R32192152 is a standout option. This 43 mm watch is crafted from matte black high-tech ceramic, offering a robust yet sleek design. It features a unidirectional rotating bezel for dive timing, a water resistance of up to 300 meters, and a ceramic bracelet for added comfort. Rose gold touches on the bezel, crown, hands, and hour markers add a vibrant contrast, while the sapphire crystal dial reveals the intricate workings of the Caliber R808 self-winding movement with an impressive 80-hour power reserve and a Nivachron hairspring for exceptional accuracy and magnetic resistance.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton

For a gift that is both timeless and versatile, the True Square Open Heart R27073702 is another excellent choice. This unisex model is crafted from scratch-resistant white high-tech ceramic, featuring a sleek case measuring 38.0 x 44.2 mm. Its skeletonized dial offers a glimpse of the Caliber R734 self-winding movement, which boasts an 80-hour power reserve. Diamonds, set in gold-toned holders, elegantly mark the hour positions while matching the gold-toned hands. This True Square Open Heart effortlessly complements a variety of work and casual attires in any color. Its distinctive square case also provides a stylish departure from conventional round designs, ensuring it stands out as a unique and thoughtful gift for any occasion.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
True Square Open Heart
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
True Square Open Heart

For women seeking a blend of elegance and individuality, the Centrix Automatic Diamonds Open Heart R30029942 or Centrix Super Jubilé is a stunning option. The 35 mm case and bracelet are crafted from stainless steel with a rose gold PVD coating, with high-tech ceramic middle links in a warm brown tone. The dark brown mother-of-pearl dial, adorned with sparkling diamonds, features an opening on the upper half that reveals the beating Caliber R734 self-winding movement with the same 80-hour power reserve as the two prior models. This is a refined dress watch that strikes a perfect balance in that it is suits daytime wear while also proving adequate for evening occasions.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Centrix Automatic Diamonds Open Heart

Rado’s high-tech ceramic material is not only renowned for its scratch resistance but also for its ability to maintain a like-new appearance after years and years of usage. Discover these models and explore the full range of Rado watches at all points of sales nationwide today.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

See also: Rado Launches First Thai Boutique in Chiangmai

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image