Home Blog Page 37

National Gallery of Victoria Presents Australia’s Largest Yayoi Kusama Exhibition

National Gallery of Victoria เสนอนิทรรศการ ยาโยอิ คุซามะที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยจัดมาในออสเตรเลีย
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: National Gallery of Victoria

Nation Gallery of Victoria หรือ หอศิลป์แห่งชาติวิกตอเรียในนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียนำเสนอนิทรรศการของยาโยอิ คุซามะ หนึ่งในศิลปินหญิงที่ทรงอิทธิพลและมีชื่อเสียงที่สุดในโลกแห่งยุคปัจจุบัน ผู้ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานด้วยรูปแบบ สีสัน และสัญลักษณ์ที่แปลกใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งยังเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกระแสศิลปะสำคัญๆ ซึ่งรวมถึงศิลปะมินิมอลลิสม์ ป๊อปอาร์ต และศิลปะเฟมินิสต์ในช่วงศตวรรษที่ 20 และ 21 อีกด้วย

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

โดยนิทรรศการครั้งนี้จะจัดแสดงผลงานกว่า 180 ชิ้นงานตลอดระยะเวลากว่า 8 ทศวรรษของยาโยอิ คุซามะ รวมถึงการดำดิ่งไปกับผลงานห้องกระจกอนันต์ (Infinity Mirror Room) ชิ้นล่าสุดและผลงานอื่นๆ ที่ชาวออสเตรเลียยังไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในนิทรรศการของยาโยอิ คุซามะที่มีผลงานครอบคลุมที่สุดที่เคยจัดแสดงทั่วโลก และยังเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดแสดงในประเทศออสเตรเลีย

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Kate Shanasy)
Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Kate Shanasy)
Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Kate Shanasy)
Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Kate Shanasy)
Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
NGV Yayoi Kusama Infinity (Photo: Sean Fennessy)

National Gallery of Victoria ได้มอบพื้นที่ทั้งชั้นกราวด์ของหอศิลป์ให้กับนิทรรศการครั้งสำคัญนี้ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้ดื่มด่ำไปกับโลกลายจุดของยาโยอิ คุซามะที่สะท้อนเรื่องราวการต่อสู้ทั้งในเรื่องของชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ในช่วงทศวรรษ 1930 จนถึงปัจจุบันผ่านผลงานที่หลากหลายจากคอลเลคชั่นส่วนตัวของเธอเองและจากสถาบันชั้นนำทั่วญี่ปุ่นและออสเตรเลียที่ประกอบไปด้วยภาพวาด ประติมากรรม ภาพตัดปะ แฟชั่น วีดีโอ และศิลปะแบบติดตั้งที่เผยให้เห็นถึงอัจฉริยภาพอันน่าทึ่งและความสามารถในการทำงานหลากหลายแขนงของเธอ โดยมีไฮไลท์สำคัญเป็นผลงานไอคอนนิกอย่างห้องกระจกอนันต์หรืออินฟินิตี้หลากสีสันที่จัดทำขึ้นเฉพาะสำหรับนิทรรศการครั้งนี้

นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์อื่นๆ อีก อาทิ การเปิดตัวครั้งแรกของประติมากรรมสำริดสูง 5 เมตร Dancing Pumpkin ในออสเตรเลียที่ NGV ได้จัดซื้อมาติดตั้งที่หอศิลป์แห่งนี้ รอบปฐมทัศน์ของ The Hope of the Polka Dots Buried in Infinity will Eternally Cover the Universe, 2019 ที่จะดึงดูดให้ผู้ชมหลงใหลไปกับประติมากรรมรูปทรงหนวดปลาหมึกลายจุดสีเหลืองดำสูง 6 เมตร ผลงานการตีความใหม่ของผลงานสร้างชื่ออย่าง Narcissus Garden ศิลปะการติดตั้งลูกบอลสเตนเลสสีเงินกว่า 1,400 ลูกในงาน Venice Biennale เมื่อปี ค.ศ. 1966 แกลเลอรีสำหรับเด็ก Kusama for Kids และอีกมากมายซึ่งรวมถึงพื้นที่สาธารณะด้านนอกอาคารหอศิลป์ด้วย นิทรรศการเริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 เมษายน ศกนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในโลกลายจุดและมีความสนใจในเรื่องราวของศิลปินหญิงท่านนี้ก็ยังพอมีเวลาวางแผนการเดินทางไปชมนิทรรศการนี้ สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและการซื้อบัตรเข้าชมได้ที่เว็บไซท์ของทาง National Gallery of Victoria ได้โดยตรง

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
NGV Yayoi Kusama Trees (Photo: Tobias Titz)

บทความที่เกี่ยวข้อง: La Lanta Fine Art Presents “The Grandmaster: After Tang Chang” by Vichit Nongnual

Celebrate the Lunar New Year with Gucci Beauty Products

เฉลิมฉลองปีนักษัตรมะเส็งจีนด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษจาก Gucci Beauty
บทความ: ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: Gucci Beauty

Gucci Beauty ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนในปีนักษัตรมะเส็งจีนปีนี้คือ “ปีงูไม้” อันเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับ เสน่ห์อันน่าค้นหา ภูมิปัญญา และการปรับตัวตามสัญชาตญาณตามธรรมชาติด้วยไอเทมต่างๆ ทั้งเครื่องสำอางและน้ำหอมสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเป็นของขวัญสุดพิเศษที่สะท้อนความหรูหราและความมีชีวิตชีวาและสัญลักษณ์แห่งความโชคดีในโทนสีแดงอันสดใสที่มาช่วยสร้างบรรยากาศให้กับการเฉลิมฉลอง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่น่าประทับใจและน่าจดจำในเทศกาลแห่งความสุขนี้

Luxury shopping featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

โดยในกลุ่มของเครื่องสำอางในคอลเลคชั่นลิมิเต็ดอิดิชั่นสำหรับปีนักษัตรมะเส็งก็มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ ลิปกรอส Gloss à Lèvres ที่มอบเอฟเฟกต์ริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มพร้อมฟินิชแบบใสแวววาวติดทนนาน ทั้งดูแลริมฝีปากด้วยแบล็คโรสออยและไฮยาลูโรนิคแอซิดที่มอบความชุ่มชื้นยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ลิปสติก Rouge à Lèvres Mat limited-edition ที่มอบสีสันที่เด่นชัดพร้อมสัมผัสนุ่มละมุนดุจกำมะหยี่บนริมฝีปาก มีให้เลือกใน 2 เฉดสีหลัก: 505 Janet Rust สีแดงอมส้ม และ 217 Valeria Rose สีแดงอมโรส ส่วน Palette de Beauté Quatuor limited-edition ในเฉดสี 04 Festive Glow อายแชโดว์เนื้อละเอียดบางเบาให้ฟินิชทั้งแบบแมตต์และชิมเมอร์ในเฉดสีเหมาะกับเทศกาลและ Blush de Beauté limited-edition บรัชออนเนื้อแมทที่มอบสีสันธรรมชาติติดทนนานบนแก้มหรือเปลือกตาในเฉดสีพิเศษ 10 Soft Peach ซึ่งทั้งพาเลตต์อายแชโดว์และบรัชมาในตลับดีไซน์วินเทจสีแดงและทองลายดาวสะดุดตา

Luxury shopping featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

เสริมเสน่ห์ไร้กาลเวลาเพื่อเติมเต็มทุกการเฉลิมฉลองด้วยน้ำหอมกลิ่นซิกเนเจอร์ของ Gucci Guilty, Gucci Bloom, Gucci Flora Gorgeous Gardenia และ Gucci Flora Gorgeous Orchid ใหม่ล่าสุด หรือกลิ่นสุดหรูจาก The Alchemist’s Garden เช่น Tears from the Moon และ A Chant for the Nymph มีตัวเลือกให้เข้ากับรสนิยมของทุกคน ซึ่ง The Alchemist’s Garden คือคอลเลคชั่นน้ำหอมที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะแห่งการเล่นแร่แปรธาตุผสานกับศาสตร์น้ำหอมสมัยใหม่ที่มีความเข้มข้นและทรงพลังจากการรวบรวมส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์และผ่านการปรุงแต่งมาโดยเฉพาะ เพื่อค้นหาความสมบูรณ์แบบทางกลิ่นหอมจากช่วงเวลาอันน่าประทับใจในธรรมชาติผ่านกระบวนการที่เชื่อมโยงกับธาตุทั้งสี่ ได้แก่ Substratum (ดิน), Vaporum (อากาศ), Liquidum (น้ำ), และ Ignis (ไฟ) และแต่ละธาตุถูกบรรจุในขวดสีสันสดใสที่สะท้อนกระบวนการแห่งการเปลี่ยนแปลง

บทความที่เกี่ยวข้อง: Chanel’s New Makeup Collection Brings Playfulness to the Spring-Summer 2025 Season

Vacheron Constantin Releases the Historiques 222 in Stainless Steel

0

Vacheron Constantin ผลิตนาฬิกา Historiques 222 ด้วยวัสดุสเตนเลสสตีลแล้วในที่สุด
บทความ: รักดี โชติจินดา ภาพ: อภิวิชญ์ พรหมพิทักษ์

[ English ]

หากคุณผู้อ่านยังจำกันได้ นาฬิการุ่นหนึ่งของ Vacheron Constantin ในงาน Watches and Wonders Geneva 2022 ที่เรียกเสียงฮือฮาจากคนเล่นนาฬิกาทั่วโลกได้ก็คือ Historiques 222

เรื่องราวของนาฬิกาที่มีชื่อว่า 222 มีต้นกำเนิดในปี ค.ศ. 1977 เมื่อ Vacheron Constantin มอบหมายให้ดีไซเนอร์ยอร์ก ไฮเสก ออกแบบนาฬิการุ่นหนึ่งขึ้นมาเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 222 ปีของแบรนด์ในปีนั้น โจทย์ที่ Vacheron Constantin ต้องการก็คือนาฬิกาสปอร์ตที่ดูแตกต่างจากนาฬิกาสปอร์ตอื่นๆ ในเวลานั้นโดยที่ไม่ต้องเจาะจงว่านี่จะเป็นนาฬิกานักบิน นาฬิกานักสำรวจ นาฬิกานักดำน้ำหรืออะไรก็ตาม โดยจะต้องเป็นนาฬิกาสปอร์ตที่สวมใส่ในโอกาสที่ดูเป็นทางการได้ด้วย แต่จำนวนการผลิตนาฬิกา 222 รุ่นดั้งเดิมนั้นก็ไม่ได้มากมายอะไร เมื่อเวลาผ่านไปจึงกลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมเหมือนเช่นเรือนเวลาหลายๆ รุ่นจากยุคทศวรรษที่ 1970 นั้น

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

หลังจากนั้น 45 ปีหรือในปี ค.ศ. 2022 Vacheron Constantin จึงหยิบเอาดีไซน์ดังกล่าวกลับมาปัดฝุ่นแล้วผลิตใหม่ด้วยวัสดุเยลโลว์โกลด์พร้อมตั้งชื่อว่า Historiques 222 อย่างที่เกริ่นนำบทความนี้ และแน่นอนว่าด้วยกระแสความนิยมนาฬิกาในยุคนี้ประกอบกับความที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นจึงทำให้นักสะสมรีบคว้าโอกาสในการเป็นเจ้าของ Historiques 222 รุ่นเยลโลว์โกลด์ดังกล่าวจนหมดในทันที พร้อมคาดเดาว่าในอนาคตจะต้องมีวัสดุอื่นตามออกมา บ้างก็คิดว่าจะเป็นทองสีอื่นและเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นเหมือนเดิม บ้างก็คิดว่าจะเป็นสเตนเลสสตีล ส่วนทางเรานั้นจริงๆ ยังไม่ได้คิดเพราะว่าในแต่ละปีมีคอนเทนท์ที่ต้องทำมากมายจนบางครั้งไม่มีเวลาใช้จินตนาการเท่าที่ควร จนกระทั่งเราได้รับข่าวสารจาก Vacheron Constantin ว่าจะมีการผลิตนาฬิกา Historiques 222 เวอร์ชั่นใหม่เป็นสเตนเลสสตีลและเปิดตัวในวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 2025 นี้เพื่อเป็นการคิกออฟปีฉลองครบรอบ 270 ปีของแบรนด์

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Historiques 222 เป็นนาฬิกาสไตล์อินทีเกรทเบรซเลทซึ่งมีขอบตัวเรือนลายฟลุตที่ดูคล้ายเฟืองขนาดใหญ่ ที่ตำแหน่ง 5 นาฬิกาบนตัวเรือนมีสัญลักษณ์ไม้กางเขนมอลตีสของ Vacheron Constantin ซึ่งผลิตด้วยวัสดุเยลโลว์โกลด์ ตัวเรือนขนาด 37 มม. นี้หนาเพียง 7.95 มม. เท่านั้น เพราะใช้เครื่องนาฬิกาแบบอัลตร้าธินรุ่นคาลิเบอร์ 2455/2 ซึ่งบางเพียง 3.6 มม. และมีโรเตอร์ลวดลายฟลุตเหมือนกับขอบตัวเรือนพร้อมแกะสลักเลข 222 ตรงกลาง โดยโรเตอร์นี้ผลิตจากเยลโลว์โกลด์ 22 กะรัตเพื่อประสิทธิภาพในการขึ้นลานจนได้กำลังเต็ม 40 ชั่วโมง

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

หน้าปัดของ Historiques 222 ตามสเปคระบุว่าเป็นสีน้ำเงิน แต่ในความเป็นจริงแล้วเราขอเรียกว่าเป็นสีน้ำเงินอมเทาน่าจะทำให้คุณผู้อ่านเข้าใจได้ตรงกับความเป็นจริงมากกว่า เพราะมันไม่ใช่น้ำเงินสดแน่ๆ และมันดูเกือบจะเป็นสีเทาอยู่แล้วในบางสภาพแสง ต้องเจอแสงเข้าตรงๆ อย่างในรูปเปิดบทความนี้จึงจะเริ่มเห็นเป็นสีน้ำเงินมากขึ้น สัญลักษณ์ไม้กางเขนมอลตีส หลักชั่วโมงและเข็มบอกเวลาผลิตจากไวท์โกลด์ทั้งหมด สารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่าที่ใช้คือแบบที่ดูออกสีขาวนวลในเวลากลางวันเพื่อให้ดูคล้ายกับสารทริเทียมที่ใช้ในนาฬิกา 222 รุ่นดั้งเดิม แต่ว่าจะเรืองแสงเป็นสีเขียวเมื่อเข้าสู่ที่มืด และหากเปรียบเทียบกับ 222 รุ่นดั้งเดิม หน้าต่างวันที่ของ Historiques 222 จะอยู่ในตำแหน่งที่ขยับเข้ามาอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของหน้าปัดอีกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ไปทับกับสเกลนาที

สายนาฬิกาลายหกเหลี่ยมของ Historiques 222 มีการขัดลายซาตินแนวตั้งต่อเนื่องลงมาจากตัวเรือน และสายของนาฬิการุ่นนี้ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยเช่นกัน จุดแรกที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือบานพับที่เป็นแบบสามทบแทนที่จะเป็นแบบสองทบเหมือนเดิม และสิ่งที่เราเองยังต้องไปค้นหาคำตอบต่อไปก็คือว่าเขาซ่อนพินของข้อสายได้อย่างไรเพราะเรามองไม่เห็นเลย

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ผู้เขียนเป็นคนไม่ชอบนาฬิกาเรือนเล็ก ปกติใส่นาฬิกาขนาด 40-42 มม. เป็นหลัก มีนาฬิกาขนาด 38 มม. แค่ 2-3 เรือน และไม่มีนาฬิกาที่เล็กกว่านั้นเลย แต่เมื่อปี ค.ศ. 2022 ตอนที่ได้ลองนาฬิกา Historiques 222 เวอร์ชั่นเยลโลว์โกลด์ที่งาน Watches and Wonders Geneva ก็รู้สึกว่าเล็กกว่านาฬิกาที่ใส่อยู่ทุกวัน แต่ก็รับกับข้อมือพอดี ไม่ได้ดูเล็กจนรู้สึกว่าไม่อยากใส่ โดยรวมขอกล่าวว่าเหมาะสมกับดีไซน์และยุคที่มาของรุ่นดั้งเดิม มาในครั้งนี้เมื่อได้สัมผัสกับรุ่นสเตนเลสสตีลก็ยังคงรู้สึกว่าโอเคเช่นกัน เพราะแม้ตัวเลขสเปคจะระบุว่าตัวเรือนมีขนาด 37 มม. แต่ด้วยรูปทรงของตัวเรือนสไตล์ที่ Vacheron Constantin เรียกว่าแฟลทเทเบิลแล้วเมื่อใส่จริงจะได้ฟีลเหมือน 39 มม. มากกว่า และเมื่อผลิตตัวเรือนและสายด้วยสเตนเลสสตีลจึงมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเยลโลว์โกลด์ของปี ค.ศ. 2022 ประมาณหนึ่งด้วย

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Historiques 222 รุ่นสเตนเลสสตีลนี้ไม่ใช่ลิมิเต็ดเอดิชั่น แต่เราเชื่อว่าจำนวนการผลิตก็จะไม่สูงมาก และนักสะสมที่สนใจจะต้องแย่งกันครอบครองไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แล้วมาติดตามกันต่อไปนะครับว่าในเดือนเมษายนนี้ Vacheron Constantin จะเล่นใหญ่เพียงใดในงาน Watches and Wonders Geneva และเราเชื่อว่าทางแบรนด์จะต้องเก็บผลงานบางรุ่นเอาไว้เปิดตัวในช่วงเดือนหลังจากนั้นเพิ่มเติมตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้อง: Hands-On with All Three Patek Philippe Cubitus Watches


Responding to clients’ expectation, the maison presents this novelty to mark the beginning of their 270th anniversary.  

Words: Ruckdee Chotjinda Photo: Apivit Bhrombhitak

If you recall, one of the most talked-about watches from Vacheron Constantin at Watches and Wonders Geneva 2022 was the Historiques 222. The watch model sparked significant excitement among watch enthusiasts worldwide. 

The story of the 222 began in 1977, when Vacheron Constantin tasked designer Jorg Hysek with creating a watch to celebrate their 222nd anniversary. The brief was to imagine a distinctive sports watch that stood apart from others of the era, without tying it to specific categories such as pilot, explorer or diver’s watches. Instead, it was intended to be a more versatile piece, equally suitable for formal occasions. The original production run of the 222 was small, and over time, it became a highly coveted collector’s item, much like many other iconic timepieces from the 1970s. 

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

In 2022, 45 years after its initial release, Vacheron Constantin reintroduced the 222, refining its design with modern touches and crafting it in yellow gold. This new iteration, aptly named the Historiques 222, quickly became a must-have among collectors. The combination of its limited edition status and the growing interest in high-end mechanical timepieces ensured it sold out almost immediately. Speculation about future variations followed, with some predicting releases in other colors of gold or stainless steel. For us, given the workload each week and month, we did not have the luxury of time to indulge in guesses. We forgot about the Historiques 222 for a while, until Vacheron Constantin alerted us to the upcoming arrival of a stainless steel version of the Historiques 222, set to debut today, on 13 January 2025, marking the start of their 270th anniversary celebrations. 

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

The Historiques 222 is characterized by its integrated bracelet design and fluted bezel. The five o’clock position on the case prominently features Vacheron Constantin’s Maltese cross emblem in yellow gold. The case measures 37 mm in diameter and is impressively slim at 7.95 mm, thanks to the ultra-thin Calibre 2455/2 movement. At just 3.6 mm thick, this movement boasts a rotor with fluted design that echoes the bezel. Engraved with “222” at its center, this rotor is made of 22-carat yellow gold rotor for maximum winding efficiency to build the 40-hour power reserve. 

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Although the official specifications describe the dial as blue, it is perhaps more accurately a blue-gray shade. Depending on the light, it can appear almost gray, with its blue tones only becoming prominent under direct illumination, as seen in the article’s opening image. The Maltese cross emblem, hour markers, and hands are all crafted in white gold, while the Super-LumiNova applied to the dial has a creamy hue reminiscent of the tritium used in the original 222. This luminous material glows green in the dark. If compared with the original 222, the date window on the Historiques 222 has been subtly repositioned closer to the center of the dial, ensuring it does not interfere with the minute scale. 

The bracelet of the Historiques 222 retains its signature hexagonal link design, with a vertically brushed satin finish that seamlessly transitions from the case. The clasp has been upgraded from a twin-blade to a triple-blade design. Notably, Vacheron Constantin has cleverly concealed the pin system within the bracelet links, an intriguing detail that invites closer inspection. 

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Personally, I usually prefer larger watches, typically in the 40-42 mm range, with only a few 38 mm pieces in my collection and none smaller. Yet, when I tried the yellow gold Historiques 222 at Watches and Wonders Geneva in 2022, I found its proportions well-suited to my wrist despite its smaller size. It did not feel too diminutive and instead perfectly embodied the design and spirit of its original era. The stainless steel version evokes a similar impression. While the case is listed as 37 mm, its flat-table design design gives a slightly larger appearance like 39 mm on the wrist. The stainless steel construction also makes it somewhat lighter than the yellow gold version from 2022. 

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Though the stainless steel Historiques 222 is not a limited edition, we anticipate that production numbers will remain low, ensuring intense demand among collectors. As we look ahead, it will be exciting to see how Vacheron Constantin captures attention at Watches and Wonders Geneva this April. We fully expect the brand to reserve a selection of remarkable timepieces for unveiling throughout the remainder of their 270th anniversary year as well.

See also: Hands-On with All Three Patek Philippe Cubitus Watches

Serpent-Inspired Luxury Items and Accessories for the Year of the Snake

เฉลิมฉลองปีมะเส็ง 2025 กับ 5 ไอเท็มและเครื่องประดับดีไซน์งูจากแบรนด์หรูระดับโลก
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Thom Browne

ปี ค.ศ. 2025 คือปีมะเส็งหรือปีงูเล็กตามปฏิทินนักษัตรจีน สัตว์มงคลที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความเฉลียวฉลาด และสัญชาตญาณอันแหลมคมในวัฒนธรรมตะวันออก อีกทั้งงูยังเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต การเกิดใหม่ และความเป็นอมตะ ซึ่งความงามอันน่าหลงใหลและพลังอำนาจที่แฝงอยู่ในตัวตนของงู ทำให้สัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบและแบรนด์แฟชั่นชั้นนำมาอย่างยาวนาน ในโอกาสพิเศษแห่งการเริ่มต้นปีใหม่จีนที่จะมาถึงในวันที่ 29 มกราคมนี้ เราจึงได้รวบรวมไอเท็มสุดพิเศษจากแบรนด์หรูระดับโลกที่นำเอาความงามและพลังของงูมาตีความใหม่ผ่านงานดีไซน์อันประณีต เพื่อเพิ่มความมงคลและความสง่างามให้กับการก้าวเข้าสู่ปีมะเส็งของคุณ

Snake & Skull Brooch in Antique Silver จาก Alexander McQueen
เข็มกลัดสไตล์วิคทอเรียนจาก Alexander McQueen ที่มาพร้อมความหรูหราลึกลับในแนวโกธิคอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ตัวเข็มกลัดทำจากโลหะชุบเงินรมดำ ผลิตในอิตาลี ดีไซน์เป็นรูปงูพันหัวกะโหลกบนคริสตัลคุชชันคัตทรงเหลี่ยม โดดเด่นด้วยดีเทลอันประณีตของเกล็ดงูที่สลักอย่างมีมิติ ที่ตัวงูและด้านหลังสลักคำว่า Alexander McQueen สามารถใช้ติดเสื้อสูท แจ็คเก็ต กระเป๋า หมวก หรือเครื่องแต่งกายอื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มลูกเล่นและความเท่ให้กับลุคของคุณ


Margot Black Jewel Sandals Snake จาก René Caovilla
รองเท้าส้นสูงรุ่น Margot Black Jewel Sandals Snake จาก René Caovilla แบรนด์รองเท้าระดับโลกจากอิตาลีที่นำกำไลทองรูปงูโบราณในพิพิธภัณฑ์เนเปิลส์มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สายพันข้อเท้ารูปงูอันเป็นซิกเนเจอร์สุดโด่งดังของแบรนด์ รองเท้าส้นสติเล็ตโตสูง 12 เซนติเมตรคู่นี้ผลิตโดยช่างฝีมือของอิตาลี ตัวรองเท้าทำจากหนังนิ่มสีดำด้านและกำมะหยี่ ไฮไลท์อยู่ที่แถบรัดข้อเท้าหนังสีทองประดับคริสตัลสีทองเล่นแสงวิบวับ แถบสีทองด้านหน้าทั้งสองเส้นช่วยเพิ่มความสมดุลทั้งในแง่ดีไซน์และการสวมใส่


Crystalline Chinese New Year Ballpoint Pen จาก Swarovski
ปากกาลูกลื่นคริสตัลในคอลเลกชัน Crystalline เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2025 จาก Swarovski ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และเฉลิมฉลองให้กับปีแห่งงู ตัวปากกาทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Swarovski เคลือบด้วยสีทองประดับด้วยคริสตัลสีแดงกว่า 430 เม็ด เพิ่มความน่ารักด้วยจี้ห้อยรูปงูสีทองสุดประดับคริสตัลสีแดงที่บริเวณปลายด้าม ใครเห็นก็อยากหยิบออกมาใช้งาน ปากกาสามารถเปลี่ยนไส้ได้ โดยไส้ปากกาที่มาพร้อมกันนั้นเป็นหมึกสีดำ แต่ก็สามารถเลือกซื้อไส้ปากกาหมึกสีน้ำเงินมาเปลี่ยนใช้งานได้เช่นกัน


Lunar New Year Pebble Grain 4-Bar Snake Bag จาก Thom Browne
กระเป๋ารูปทรงงูสีน้ำเงินแสนสะดุดตาจาก Thom Browne ที่นำเอาดีไซน์แถบ 4 แถบ หรือ 4-Bar อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตีความใหม่ในรูปแบบเกล็ดงูปักทอง ไฮไลท์อยู่ที่แถบริบบิ้นลายแถบสามสี แดง-ขาว-น้ำเงิน หรือทรีคัลเลอร์สไตร์ปประจำแบรนด์ที่ดีไซน์เป็นลิ้นงูอย่างสร้างสรรค์ ตัวกระเป๋าทำจากหนังเพบเบิลคุณภาพสูง ด้านในบุด้วยผ้าลายแถบสามสี นับเป็นไอเท็มสุดพิเศษที่ผสมผสานความคลาสสิกของ Thom Browne เข้ากับสัญลักษณ์มงคลแห่งปีมะเส็งได้อย่างลงตัว


Crystal Chinese New Year Travel Cup จาก Versace
แก้วน้ำเย็นพกพาจาก Versace ที่จะเพิ่มความแกลมให้กับการดื่มเครื่องดื่มสุดโปรดของคุณได้อีกมาก ตัวแก้วและฝาแก้วประดับด้วยคริสตัลสีดำ โดดเด่นด้วยคำว่า Versace จากคริสตัลสีทองที่ขอบแก้วด้านบน และโมทีฟลายงูจากคริสตัลโทนสีเหลืองและสีทองเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนประจำปีนี้ที่เป็นปีมะเส็งหรือปีงูเล็กนั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง: Ten Year of the Snake Watches to Channel Wisdom and Transformation

Mastering Work-Life Balance: The Inspiring Journey of the Panchasarp Brothers

เปิดมุมมองการทำงาน การใช้ชีวิต และเคล็ดลับความสำเร็จ กับคุณโชติกรและคุณศุภโชค ปัญจทรัพย์

บทความ: LuxuoTH ภาพ: มโนสิทธิ์ บุญนนท์ วีดีโอ: ปสิทธา รุ่งอารีชัยรัตน์ กำกับแฟชั่น: รัชดา ทับทิมเพ็ชร

[ English ]

คุณโชติกรและคุณศุภโชค ปัญจทรัพย์คือสองผู้บริหารคนสำคัญผู้บุกเบิก Asset Five Group ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีภายใต้คอนเซปต์สร้างบ้านด้วยใจ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทมหาชนแห่งนี้สะท้อนถึงการใช้ชีวิตของทั้งคู่ที่ให้ความสำคัญกับ “เวิร์ค-ไลฟ์บาลานซ์” วันนี้ Luxuo Thailand จึงได้เชิญทั้งคู่มาเปิดมุมมองและแบ่งปันเคล็ดลับในการทำงาน และการใช้ชีวิตที่นำไปสู่ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจการงานเพื่อเป็นแนวคิดให้กับทุกท่าน

คุณศุภโชคเกิดมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งทางฝั่งคุณพ่อและฝั่งคุณแม่ แต่ว่าคุณศุภโชคเลือกเดินเส้นทางที่ต้องสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง ความรู้สึกหรือความตั้งใจในเวลานั้นคืออะไร
ตอนเด็กผมเคยดูละครเรื่องหนึ่งชื่อว่า “ลอดลายมังกร” มันจะมีตัวละครตัวหนึ่งที่เสื่อผืนหมอนใบ มาแบกข้าวสาร จนกระทั่งตั้งตัวได้ เก็บหอมรอมริบ เปิดร้านโชว์ห่วย จนปลายทางเขาได้เป็นเจ้าของโรงงาน ก็รู้สึกประทับใจ ตัวละครมีทั้งเถ้าแก่ ลูก หลาน อย่างลูกเถ้าแก่ก็มีทั้งลูกที่ดีและไม่ดี ตอนนั้นผมฝังใจกับลูกเถ้าแก่ที่ไม่ดีที่วันๆ เอาแต่แบมือขอเงิน แล้วเราเองก็เกิดมาในครอบครัวกงสี เลยรู้สึกว่าอยากเป็นเถ้าแก่บ้าง อยากมีมรดกตกทอดของตัวเอง ก็เลยออกมาตั้ง Asset Five Group ครับ ตอนนั้น 11 – 12 ขวบภาพก็ยังไม่ชัดมาก แต่มันมาชัดตอนที่เราเริ่มธุรกิจแรกด้วยตัวเองคือการขายของออนไลน์ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง หาเงินก้อนแรกได้เราก็รู้สึกภูมิใจ ก็ไม่อยากกลับไปเป็นลูกเถ้าแก่แล้ว อยากเป็นเถ้าแก่เองครับ

คุณศุภโชค ปัญจทรัพย์

ความสำเร็จเกิดขึ้นยากหรือง่ายอย่างไรในช่วงเริ่มแรกนั้น และคุณศุภโชคผ่านมันมาได้อย่างไร
มันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ครับ ตอนที่เริ่ม Asset Five Group ตอนนั้นยังไม่มีออฟฟิศ เราก็ต้องนั่งอยู่ร้านกาแฟ 2 เดือนเพื่อที่จะรับสมัครคน พอออฟฟิศเสร็จ ออฟฟิศแรกก็คือตู้คอนเทนเนอร์หนึ่งตู้ มาพร้อมพนักงาน 3 ท่าน ก็จะมีโปรเจกต์เมเนเจอร์ ผม แล้วก็ฝ่ายเซลควบมาร์เก็ตติ้ง ก็เหมือนการเริ่มธุรกิจใหม่ เราเกิดในครอบครัวที่ทำพร็อพเพอร์ตี้ตั้งแต่คุณปู่ที่ทำตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953 ทำมา 71 ปีแล้ว

คุณศุภโชคได้รับอิทธิพลเรื่องวิธีคิดในการทำธุรกิจจากแหล่งใดมากที่สุด
ผมว่ามันก็ซึมซับมาโดยไม่รู้ตัวครับ สมัยปิดเทอมคุณปู่คุณพ่อจะพาไปไซต์งาน เราก็เอาเกมไปเล่น ไมได้สนใจจะไปดูงานก่อสร้างหรอกครับ เรียกว่าเปลี่ยนที่เล่นเกม ไปหัดขับจักรยาน โตมาก็ไปหัดขับรถ เคยไปดูที่กับคุณปู่ เขาถึงขนาดจับดินว่าเป็นยังไง สายลมแสงแดดเป็นยังไง ทิศทางดีไหม แต่ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้สอนเรานะครับ เพียงแต่เราติดรถไปด้วย ไปขับรถให้ มันก็ซึมซับมา ผมว่าทุกคนก็เป็นครูให้เรา แต่ก็จะมีไอดอลที่ชอบๆ อย่างคุณอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของ Land and Houses ก็เป็นไอดอลคนหนึ่ง เพราะเขาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นห้าง หมู่บ้าน โรงแรม เรียกว่าครบทุกอย่าง

จากการทำธุรกิจในด้านนี้มาหลายปี คุณโชติกรสังเกตเห็นแนวคิดของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด
แนวคิดเรื่องบ้าน ที่ดิน และสินทรัพย์เปลี่ยนไปด้วยหลายปัจจัยครับ ทั้งเรื่องของการขยายตัวของสังคม โครงสร้างของครอบครัว การใช้ชีวิตในปัจจุบัน อย่างในอดีต บ้านก็คือสินทรัพย์และเป็นมรดกที่ตกทอดกัน แต่ทุกวันนี้มุมมองเปลี่ยนไป บ้านอาจจะไม่ใช่สินทรัพย์และมรดกเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัย ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน คุณภาพชีวิตที่พัฒนาขึ้นจากบ้านหลังที่เราอยู่ แล้วโครงสร้างของครอบครัวก็เปลี่ยนจากครอบครัวใหญ่อยู่กันหลายคนไปสู่ครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขนาดเล็ก เลยมีความต้องการโครงการบ้านและคอนโดขนาดเล็กมากขึ้น โครงการที่พื้นที่น้อยแต่ฟังก์ชันการใช้งานค่อนข้างครบเป็นที่ตอบโจทย์ แต่ในขณะเดียวกัน ครอบครัวใหญ่สมาชิกเยอะเขาก็ต้องการโครงการใหญ่ เพราะต้องการพื้นที่ใช้สอยจำนวนมาก ส่วนกลางที่เป็นระเบียบ พื้นที่ที่มีปลอดภัย การออกแบบวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้ระยะยาว และทาง Asset Five Group เองก็มีความตั้งใจมุ่งมั่นพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้คนในทุกกลุ่มครับ

คุณศุภโชคมองว่ามีผู้ชนะที่แท้จริงในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยหรือไม่ ทั้งในแง่ของผู้ประกอบการ ผู้ซื้อหรือแม้แต่ภาครัฐก็ตาม
ผมเคยได้ยินคำว่า “ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว” วันนี้ชนะ พรุ่งนี้คุณอาจจะแพ้ก็ได้ เพราะฉะนั้น ผมว่ามันมีแต่การเรียนรู้นะ ผมชอบพูดเสมอว่า ประสบการณ์มันเป็นปุ๋ยของความสำเร็จ ฉะนั้นจะเป็นปุ๋ยที่ดีได้ คุณก็ต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาด ประมวลผล แล้วก็ไปต่อ ซึ่งคุณก็จะผิดอีกแหละ แต่อย่าผิดซ้ำบ่อยๆ นะครับ มันไม่ดี ผมว่าอันนี้คือคีย์ คนชนะวันนี้ พรุ่งนี้อาจจะไม่ชนะ ผมว่ามันมีแต่ “ได้เรียนรู้” หรือ “ไม่ได้เรียนรู้”

[คุณโชติกร] ผมว่าความผิดพลาดมันทำให้ชั่วโมงบินเราสูงขึ้น ถ้าไม่มีความผิดพลาดเราก็อาจจะไม่ได้จดจำจากประสบการณ์จริง ฉะนั้นความผิดพลาดก็ถือว่าเป็นครูสำหรับผมครับ

คุณโชติกร ปัญจทรัพย์

เรื่องไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากการทำงาน วันหยุดคุณศุภโชคและคุณโชติกรชอบทำอะไร เล่นกีฬาอะไร
[คุณศุภโชค] ปกติส่วนใหญ่ถ้ามีเวลาว่าง ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับครอบครัว ส่วนใหญ่ก็จะให้เวลากับลูกและภรรยาเป็นหลัก และสิ่งที่ผมชอบแน่ๆ คือการออกกำลังกายครับ ซึ่ง Asset Five Group เรามีคัลเจอร์ในการเก็บแคลอรี ขั้นต่ำอย่างน้อยๆ คือเดือนละ 10 กิโลเมตร จริงๆ ไม่ได้เยอะนะครับ ก็อาทิตย์ละ 2.5 กิโลเมตรเอง ไม่จำเป็นต้องวิ่งก็ได้ 1 กิโลเมตร เท่ากับ 80 แคลอรี ใครจะไปเล่นโยคะหรือปั่นจักรยานก็ได้ เพราะเรารู้สึกว่าร่างกายและจิตใจมันสัมพันธ์กัน ถ้าร่างกายดี จิตใจก็ปลอดโปร่ง จริงๆ ผมมีงานอดิเรกเยอะ แต่ก็ทำได้ไม่กี่อย่าง เพราะเวลาก็หมดไปกับลูกแล้ว ก็จะมีเทนนิส ออกกำลัง เล่นดนตรี ถ้าว่างก็ฟังพอดแคสต์ อ่านหนังสือ แค่นั้นก็หมดเวลาแล้วครับ

[คุณโชติกร] เมื่อก่อนผมเองก็ชอบเล่นกีตาร์ หรือไปดูคอนเสิร์ต ดูหนัง หรือท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ แล้วก็ไปออกกำลังกาย ลักษณะคล้ายๆ กัน เมื่อก่อนก็เคยเล่นไตรกีฬา ทุกวันนี้ก็อาจจะไม่ได้เล่นหนักเท่านั้นแล้ว เราเป็นครอบครัวที่ชอบเล่นกีฬาครับ ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ทุกคนไม่ว่าจะคุณพ่อ คุณอา ทุกคนในบ้านก็จะออกกำลังกายทุกวัน เราให้ความสำคัญกับฟิตเนสในบ้านมากเลยครับ

คุณโชติกรมีหลักการ กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการให้รางวัลตนเองอย่างไร
ปกติเวลาจะให้รางวัลตัวเองก็จะต้องมีเป้าหมาย มีความเหมาะสม แล้วก็มีความตั้งใจ สามอย่างนี้จะสัมพันธ์กัน เวลาที่ทำงานใดงานหนึ่งบรรลุผลสำเร็จ ผมก็จะให้รางวัลตัวเองด้วยการไปท่องเที่ยวเชิงผจญภัยบ้าง หรือไปต่างประเทศ สัมผัสวัฒนธรรมใหม่ๆ เจอผู้คนใหม่ๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ อากาศใหม่ๆ ก็จะทำให้มีแรงจูงใจในการทำงาน ในการคิดสิ่งใหม่ๆ ครับ

คุณโชติกรใช้ของแบรนด์เนมต่างๆ เยอะหรือไม่ มีแนวโน้มจะใช้เงินกับเรื่องใดมาก หรือชอบสะสมของประเภทใด
แล้วแต่โอกาสมากกว่าครับ ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นของมีราคาแพงเสมอไป แต่ของที่ชอบโดยมากจะมีคุณค่าทางจิตใจครับ ก็จะมีเรื่องนาฬิกาและเรื่องไวน์ นาฬิกาชอบเพราะมองเป็นงานศิลปะ คือมีความประณีตของผู้ผลิต เรื่องราวของนาฬิกาแต่ละเรือน ความตั้งใจของผู้ออกแบบ ไม่ว่าจะถูกหรือแพงก็ชอบหมด ผมชอบเรื่องกลไก มูฟเมนต์ ความสลับซับซ้อน ฟันเฟือง เรื่องต่างๆ ของนาฬิกาทำให้ผมหลงใหล ชอบอ่านหนังสือนาฬิกา เข้าไปดูเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อหาข้อมูล ส่วนเรื่องของไวน์ ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเรื่องความมึนเมาอย่างเดียว ผมมองว่ามันมีวัฒนธรรมของผู้ผลิตแต่ละประเทศ มันสัมพันธ์กันทั้งดินฟ้าอากาศ ฝน การหมัก การบ่ม การบรรจุขวด แต่ละปีก็แตกต่างกันไป รสชาติไวน์แต่ละปีแต่ละไร่ก็ต่างกันไปด้วย อย่างไวน์ก็ว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่มีมูลค่าเพิ่มตามกาลเวลา แล้วก็สามารถส่งมอบให้ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไปได้

สุดท้ายนี้ทั้งสองท่านอยากฝากข้อคิดอะไรเกี่ยวกับการใช้ชีวิตหรือการทำงานให้กับคนรุ่นใหม่หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่บ้าง
[คุณโชติกร] มุมมองการใช้ชีวิตผมว่ามันก็ขึ้นอยู่กับความชอบเป็นหลัก แต่ความชอบของเราต้องไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อน ผิดกฎหมาย หรือผิดกฎเกณฑ์อะไรของสังคม บางคนชอบเพลงร็อค บางคนชอบฮาร์ดคอร์ บางคนชอบฮิปฮอป ความชอบทุกอย่างไม่มีสิ่งที่ผิด เป็นความชอบส่วนตัว ทำให้เรามีความบันเทิงใจ มีความรู้สึกผ่อนคลาย เวลาที่เราว่างจากงานหรือว่าจากอะไรเครียดๆ สิ่งที่เราชอบมันก็ช่วยทำให้เรามีความสุขครับ

[คุณศุภโชค] ต้องใช้ชีวิตให้มีความสุข การทำงานหนักไปก็ไม่ดี ต้องใช้ชีวิตด้วย แต่คีย์สำคัญจะทำอะไรให้ดีได้ มันก็ต้องชอบ ต้องหาให้เจอว่าเรารักเราชอบอะไร อย่างที่ Asset Five Group เราใช้ใจสร้างบ้าน ก็คือ ทุกคนรู้และเห็นคุณค่าของงานที่เขาทำว่างานนี้มันประกอบร่างรวมกันแล้วกลายเป็นมาสเตอร์พีซชิ้นหนึ่ง ต้องหาให้เจอว่าเรารักอะไร ถ้ายังหาไม่เจอก็เห็นคุณค่ามันก่อนว่าเราทำไปเพื่ออะไร ถ้ารู้แล้วความรักมันก็จะมา พอทำทุกอย่างได้ดี ก็มีความสุข เอเนอร์จี้ก็จะดี คุณก็จะเอาความสุขจากที่ทำงานกลับไปที่บ้าน แล้วถ้าที่บ้านคุณดี ชีวิตครอบครัวดี กลับไปทำงานก็มีความสุข ฉะนั้น ผมว่าความสุขสำคัญ ต้องสุขที่บ้านและสุขที่ทำงานด้วยครับ

[คุณโชติกร] ทำอะไรก็ตามต้องมีแพชชั่น อย่างคำภาษาอังกฤษที่ว่า “เวิร์คฮาร์ด เพลย์ฮาร์ดเดอร์” ถ้าคุณทำงานหนัก แล้วเที่ยวเล่นให้หนักกว่า คุณก็จะไม่รู้สึกผิด แต่ถ้าทำงานไม่หนักพอ เอาแต่เที่ยวเล่น มันก็อาจจะทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จ งานการทุกอย่างมาจากความตั้งใจ ความอุตสาหะ และการลงแรงเป็นที่ตั้ง ไม่มีงานไหนที่ทำแล้วได้มาง่ายๆ หรือได้มาฟรีๆ ครับ


Chotikorn Panchasarp & Supachoke Panchasarp Share Their Tips for Success Along with Their Commitment in Work-Life Balance

Words: LuxuoTH Photo: Manosit Boonnon Video: Pasittha Rungareechairat Styling: Ratchada Tubtimphet

Brothers Chotikorn and Supachoke Panchasarp come from a family of real estate developers. They are the founders of Asset Five Group. This public company specializes in developing luxurious and super-luxurious properties, guided by the concept of “inspired by love.” This core idea reflects the brothers’ commitment to a healthy work-life balance. Luxuo Thailand invites them to share their insights, work tips, and experiences as successful businessmen.

Both your father’s and mother’s families are in the real estate industry, as real estate development is your family’s business. However, you decided to forge your own path and create a separate business. What were your feelings or intentions at that time?
[Supachoke] When I was young, I watched a TV drama titled “Lod Lai Mungkorn.” The main character in this drama comes from mainland China and has nothing. He starts off as a laborer carrying a rice bag but manages to save enough money to open a grocery store. Eventually, he becomes a factory owner. I was genuinely impressed by this story. The characters, including the owner, his children, and his grandchildren, exhibit good and bad traits. As a child, I disliked some of his children, who seemed to do nothing but ask their parents for money. I was born into an extended family, which inspired me to become a business owner and create my legacies. This ambition led me to establish Asset Five Group. At 11 or 12, I might not have had a clear vision. Everything became clearer when I started my first business—an online shopping venture—during the Tom Yum Kung crisis. I was very proud of my initial income and didn’t want to be seen as just the child of an owner; I wanted to be the owner myself.

How difficult was it to be successful in the beginning? What were the main challenges you faced in starting your business?
[Supachoke] Nothing came easily. When I started Asset Five Group, I didn’t have a brick-and-mortar office. I used a café as my temporary workspace for the first two months while recruiting staff. Our first office was a container, and there were three of us working there: a project manager, a sales and marketing person, and me. I was born into a family where my grandfather established a real estate business in 1953, which has now been running for 71 years. Unbeknownst to me at the time, I learned many lessons from him.

What influences your business strategy the most? Is it from business courses, the older generations you’ve worked with, or family?
[Supachoke] I didn’t realize how much I had learned until later, but I truly did. As a kid, my grandfather would take me to construction sites every school break. At the time, I was more interested in playing games and didn’t pay much attention to the sites themselves. For me, it was simply a change of scenery; I would either play games or learn to ride a bicycle and, later, to drive a car. However, I still remember accompanying my grandfather and observing him as he physically touched the soil to understand it better. He would also consider the wind and the sun, paying attention to their direction. While he never explicitly taught me anything, I learned a lot just by being there with him. I believe that everyone has something to teach us. One of my role models is Anant Asavabhokin, the owner of Land and Houses. He operates a comprehensive real estate business that includes shopping malls, housing development projects, and hotels. His business truly embodies a complete cycle of the real estate industry.

What changes have you observed from your years of experience in this industry? How do people respond to the following questions: What does “home” mean? Is a property considered an inheritance? What is the trend regarding large versus small families? How do you care for children and seniors?
[Supachoke] People’s views on housing, land, and assets have evolved due to various factors, including societal expansion, changes in family structure, and modern lifestyles. In the past, a house was primarily seen as an asset and a form of inheritance. However, today, houses are viewed differently; they now also reflect the identity and lifestyle of their owners. The quality of life is shaped by each individual home. Family structures have shifted from extended families living together to smaller or single-family units. This change has contributed to the growing demand for smaller housing projects and condominiums. While these projects may not offer large spaces, they are designed to incorporate all essential functions. At the same time, larger families still seek sizable housing options, prioritizing usable areas, well-organized facilities, safe environments, and durable design materials. Asset Five Group aims to develop projects that meet the diverse needs of all age groups.

Do you think there is a true winner in the real estate industry in Thailand, whether in terms of owners or even a government sector?
[Supachoke] There is a saying: “Happiness can only be enjoyed for one day.” Although you may win today, you could lose tomorrow. This is why I believe that learning is essential. I often say that experience serves as fertilizer for success. To obtain this valuable fertilizer, you must learn from your mistakes, evaluate them, and take the next step forward. You’ll undoubtedly make more mistakes along the way, but it’s important not to repeat the same ones. That’s not beneficial. I think this is a crucial idea, as today’s winners might be tomorrow’s losers. Ultimately, it all comes down to whether you “learn” something or choose “not to learn” at all.

[Chotikorn] I believe that mistakes provide us with greater experience. Without them, we may not learn or retain anything from our experiences. Therefore, I consider mistakes to be my teachers.

What do you typically do during your free time besides work? Do you play any sports?
[Supachoke] When I have free time, I prioritize my family and spend most of it with my wife and kids. However, I also have a passion for exercising. At Asset Five Group, there is a culture of calorie tracking. I aim to run at least 10 km each month, which isn’t a lot when breaking down to about 2.5 km per week. But it doesn’t have to be running; even walking just 1 km burns roughly 80 calories. Other activities like yoga or cycling also contribute to fitness. I believe that the mind and body are connected—when your body feels good, your mind is clearer. I have several hobbies, but I often find I don’t have enough time to indulge in all of them. Most of my time goes to my kids, playing tennis, staying active, playing a musical instrument, listening to podcasts, and reading. There’s rarely enough time for anything beyond that.

[Chotikorn] I used to enjoy playing guitar, attending concerts and movies, traveling both within Thailand and abroad, and exercising. I was once passionate about triathlon, but I no longer participate in it. My family has always had a love for sports; it runs in our blood. My grandfather, dad, uncles, and everyone else in the family exercise daily. That’s why having a home gym is a priority for us.

What criteria or conditions do you have for rewarding yourself?
[Chotikorn] When I reward myself, I usually have a goal, make sure it’s appropriate, and have a clear intention. These three factors are interconnected. After accomplishing a task, I take an adventurous trip or travel abroad. This allows me to experience new cultures, meet new people, and immerse myself in a different environment. Doing so inspires me to generate new ideas.

Do you frequently spend a lot of money on brand-name items? What kinds of things do you tend to spend money on? Or are you a collector?
[Chotikorn] It depends. My favorite items don’t always have to be expensive; many have sentimental value. I particularly enjoy watches and wines. I view watches as pieces of art; they showcase the creativity of their makers, the story behind each piece, and the designers’ intentions. I appreciate watches regardless of their price, as I am fascinated by the mechanics, movement, delicacy, and intricate cogs. I truly love learning about them and often visit websites to gather more information. As for wines, I see them as more than just alcoholic beverages. Each wine reflects the culture of the producers in its country of origin. Wines are influenced by factors such as the weather, fermentation, ripening, and bottling processes. The taste of a wine is affected not only by the specific year it was produced but also by its geographical location. Moreover, wines can serve as assets that increase in value over time and can be passed down to future generations.

Here comes the last question. Is there anything about life or work you would like to share with younger generations or new business owners?
[Chotikorn] I believe that lifestyle is based on individual preferences. However, these preferences should not harm others, must be legal, and should align with social norms. Some people enjoy rock music, while others prefer hardcore music or hip-hop. There is no right or wrong when it comes to personal tastes. Our preferences provide us with entertainment and relaxation. Whether we are spending our free time or coping with stressful situations, it is these interests that bring us happiness.

[Supachoke] Live happily. Working too hard is not beneficial; remember that you still have a life to enjoy. The key is to find joy in what you do. At Asset Five Group, we build homes with our hearts. Everyone here understands the value of their work and knows that when all the pieces come together, it will be a masterpiece. It’s important to discover what you love. If you haven’t yet found it, look for the purpose behind what you seek. Once you find that purpose, love will naturally follow. When you excel in any aspect, you’ll experience happiness and positive energy. You can carry that happiness from work into your home life. When you’re happy at home, you’ll approach work with a positive mindset. Therefore, prioritize your happiness; you should feel it at home and work.

[Chotikorn] Whatever you do, do it with passion. There’s a saying: “Work hard, play harder.” When you put in the effort and work hard, you can enjoy your playtime without guilt. However, if you play hard without having worked enough, you may not achieve success. Every task requires intention and dedication. Remember, nothing worthwhile comes easily or for free.

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Pitt Karchai and His Evolving Living Spaces

Salzburg to Celebrate 60 Years of The Sound of Music

0

เมืองซาลซ์บูร์กฉลองครบรอบ 60 ปี The Sound of Music อย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา Opening Photo: Tourismus Salzburg GmbH

ภาพยนตร์เพลงอมตะ The Sound of Music ที่ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1965 โดยมีจูลี่ แอนดรูว์และคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์เป็นนักแสดงนำ​จะครบรอบ 60 ปีในปีนี้ และเมืองซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรียอันเป็นฉากสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เตรียมการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ให้กับภาพยนตร์อมตะที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ออกฉายและได้สร้างความตราตรึงใจให้กับแฟนๆ จากทั่วทุกมุมโลก โดยจะมีการจัดนิทรรศการต่างๆ การแสดง และกิจกรรมมากมายที่จะทำให้คุณได้ดำดิ่งไปกับเรื่องราวของ The Sound of Music ที่จะดำเนินในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไปตลอดทั้งปี 2025 นี้

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Tourismus Salzburg GmbH)
Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Tourismus Salzburg GmbH)

The Sound of Music เป็นภาพยนตร์เพลงที่สร้างมาจากหนังสืออัตชีวประวัติของ มาเรีย ออกัสตา ฟอน แทรปป์ (Maria Augusta von Trapp) ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1949 เรื่อง ​The Story of the Trapp Family Singers บอกเล่าเรื่องราวของมาเรีย ซึ่งรับบทโดยจูลี่ แอนดรูว์ หญิงสาวผู้รักในเสียงเพลงจากอารามแห่งหนึ่งในเมืองซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรียที่ถูกคุณแม่อธิการของอารามแห่งนั้น​ส่งตัวให้มาเป็นพี่เลี้ยงของเด็ก 7 คน ซึ่งเป็นลูกของ เกออร์ก ริทเทอร์ ฟอน แทรปป์ (Georg Ritter von Trapp) ซึ่งรับบทโดยคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ พ่อหม่ายทหารเรือ ซึ่งต่อมามาเรียได้นำความรักและเสียงเพลงเข้ามาสู่ครอบครัวแทรปป์และได้แต่งงานกับเกออร์กในที่สุด

ความประทับใจจากภาพยนตร์เรื่องนี้มิได้มีเพียงแค่เรื่องราวชีวิตรักที่เสมือนเทพนิยายและบทเพลงต่างๆ ที่ไพเราะเท่านั้น หากในแต่ละสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ก็มีความงดงามและมีมนต์เสน่ห์จนแฟนๆ ต้องเดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองซาลซ์บูร์กเพื่อตามรอยฉากสำคัญที่พวกเขาเหล่านั้นประทับใจนั่นเอง อาทิ ฉากที่มาเรียและเด็กๆ ฟอน แทรปป์ร้องเพลงและเต้นรำเพลง ‘Do-Re-Mi’ บริเวณ สวนมิราเบลล์ (Mirabell Garden) อันเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง Mirabell เนินเขามอนช์สเบิร์ก (Mönchsberg) ปราสาทโฮเฮนเวอร์เฟน (Hohenwerfen Castle) Felsenreitschule เธียเตอร์กลางแจ้งจากซีนประกวดร้องเพลงในเทศกาลดนดรี โรงแรม Schloss Leopoldskron ซึ่งเป็นฉากบ้านพักของครอบครัวแทรปป์ และอีกมากมายในเมืองเก่าซาลซ์บูร์กที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก

สำหรับไฮไลท์การเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์กับนิทรรศการ The Sound of Music ที่จะจัดขึ้นทั้งปีที่ โรงแรม Schloss Leopoldskron ก่อนที่จะนำไปเป็นนิทรรศการถาวรที่พิพิธภัณฑ์ Salzburg ในปี ค.ศ. 2026 ต่อด้วยเส้นทางเดินป่าและฟรีวอร์คกิ้งทัวร์ The Sound of Music ที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อน ตื่นตาตื่นใจกับละครบรอด์เวย์ The Sound of Music ในเวอร์ชั่นละครหุ่นกระบอกที่จะจัดแสดงที่ Salzburg Marionette Theatre ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง ตุลาคม ในเดือนมิถุนายน ถึง กรกฏาคมความงดงามของสวนของโรงแรม Schloss Leopoldskron จะถูกเปิดเผยในรูปแบบโรงละครกลางแจ้งให้คุณได้ดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์อันงดงามของสวนระหว่างชมการแสดง The Sound of Music in the Park

ในเดือนกรกฏาคม ถึง สิงหาคมร้านสินค้าที่ระลึกและสินค้าพื้นเมือง Salzburger Heimatwerk ในเขตเมืองเก่าจะจัดจำหน่ายชุดพื้นเมืองที่เรียกว่าเดิร์นเดิล (Dirndl) รุ่นครบรอบ เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นพร้อมกับจัดนิทรรศการร่วมกับพิพิธภัณฑ์ Salzburge ส่วนในวันที่ 23 ตุลาคมจะเป็นวันเริ่มต้นของสัปดาห์ครบรอบครั้งใหญ่ที่จะมีการแสดงและกิจกรรมพิเศษที่โรงแรม Schloss Leopoldskron และงานกาล่าในตอนค่ำซึ่งจะมีนิโคลัส แฮมมอนด์ ที่รับบทเป็น ฟรีดริช แทรปป์มาร่วมงานด้วย ในเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคมจะมีการแสดงบรอด์เวย์ The Sound of Music ที่ Salzburg State Theatre ด้วยกัน 7 รอบ

Luxury travel featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Tourismus Salzburg GmbH)

สำหรับใครที่ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะไปร่วมกิจกรรมไหนดีและยังไม่สามารถวางแผนการเดินทางได้ ทางเมืองซาลซ์บูร์กมีทัวร์แบบเดี่ยวและแบบกลุ่มที่จัดขึ้นทุกวันตลอดทั้งปีไว้ต้อนรับแฟนๆ ของภาพยนตร์อมตะด้วยเช่นกัน คุณจะได้เยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำ 12 แห่งในเมืองซาลซ์บูร์กรวมถึงทะเลสาบวูล์ฟกังและทะเลสาบมอนด์เซ แต่ถ้าต้องการสัมผัสประสบการณ์ The Sound of Music ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นก็มี Panorama Tours พร้อมประสบการณ์รับประทานอาหารค่ำและแพ็คเกจที่พักพิเศษอีกด้วย สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและสำรองตั๋วกิจกรรมต่างๆ ได้ที่เว็บไซท์ของเมืองซาลซ์บูร์กโดยตรง และอุ่นเครื่องด้วยการชมภาพยนตร์ The Sound of Music รอไปพลาง

บทความที่เกี่ยวข้อง: Mandarin Oriental, New York Offers Metropolitan Opera VIP Experience

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image