Home Blog Page 38

Bangkok’s Finest Chinese New Year Dining Options

0

ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนและต้อนรับปีมะเส็ง ณ ห้องอาหารจีนสุดพรีเมียมรอบกรุงเทพ
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาห้องอาหารจีนคุณภาพดีเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนสุดพิเศษที่กำลังจะมาถึงนี้กับครอบครัวและคนที่รัก กรุงเทพมหานครในฐานะเมืองที่มีวัฒนธรรมจีนผสมผสานอยู่อย่างกลมกลืน ก็มีห้องอาหารจีนระดับพรีเมียมมากมายที่พร้อมมอบประสบการณ์อาหารมงคลรสเลิศ ในบรรยากาศหรูหรา และนี่คือ 5 ห้องอาหารจีนระดับพรีเมียมในโรงแรมชั้นนำ ที่พร้อมต้อนรับคุณในเทศกาลตรุษจีนปีมะเส็งนี้

ห้องอาหาร Liu โรงแรม Conrad Bangkok
โรงแรม Conrad Bangkok ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยโปรโมชันอาหารสุดพิเศษ ณ ห้องอาหารหลิว ชั้น 6 ระหว่างวันที่ 25 – 29 มกราคมนี้ โดยเอ็กเซกคิวทีฟเชฟ ชาวฮ่องกง “แอนดี้ ฟุง” ได้เลือกเมนูอาหารจีนต้นตำรับมาจัดเป็นชุดอาหารมงคลมื้อพิเศษ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และความร่ำรวย ทั้งบุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวัน “อิ่มไม่อั้น” ที่มีเมนูกว่า 32 รายการและเมนูอาหาร 6 คอร์สพิเศษ เช่น หอยนางรมจากเมืองฮิโรชิมาทอดราดซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำ เป็ดปักกิ่งม้วนโรล ปลานึ่งหิมะราดซอส XO หรือจะเป็นอาหารชุด ที่มีให้เลือกตั้งแต่ “อาหารชุด Essential” “อาหารชุด Family” และ “อาหารชุด Premium Family” ที่นำเสนออาหารจีนชั้นเลิศ เช่น เมนูสลัดมงคลหรือโหลเหหยี่ซัง มัสยาพาโชคแซลมอน นอกจากนี้ยังมีขนมไหว้ตรุษจีน “เหนียนเกา” ไส้พุทราจีน 1 ใน 5 ผลไม้อายุวัฒนะให้ได้เลือกซื้อเป็นของขวัญของฝากด้วย


ห้องอาหาร Man Ho โรงแรม JW Marriott Hotel Bangkok
โรงแรม JW Marriott Hotel Bangkok เชิญคุณและครอบครัวมาดื่มด่ำวัฒนธรรมการกินอันรุ่มรวยของชาวจีนกับ 2 เซตอาหารเสริมมงคลฉลองตรุษจีนที่ห้องอาหารจีน Man Ho ได้แก่ “สมูบูรณ์พูนสุข” และ “มั่งมีศรีสุข” ตั้งแต่วันที่ 25 – 31 มกราคมนี้ ซึ่งหัวหน้าเชฟเลสลี่ ดูว์ได้รังสรรค์เมนูอาหารมหามงคลทั้งคาวและหวาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารมงคลประจำเทศกาลอย่าง “หยี่ซัง” ที่มีให้เลือกทั้งหยี่ซังแซลมอน ทูน่า และปลาหมึก และหยี่ซังสลัดไก่และหอยสังข์ซอสเห็ดทรัฟเฟิลและหยี่ซังกุ้งมังกรมหาเศรษฐีหมื่นล้าน เซต “สมบูรณ์พูนสุข” มาพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ เช่น ซุปหอยสังข์ไก่ดำและหอยเชลล์แห้ง ปลาเก๋าดำนึ่งซอสพริกเหลืองและกระเทียม เป็ดปักกิ่ง ส่วนเซต “มั่งมีศรีสุข” นำเสนอเมนูแสนอร่อย เช่น ซุปเป๋าฮื้อตุ๋นเยื่อไผ่ยัดไส้กุ้งและยอดผัก กุ้งมังกรบอสตันอบพริกเกลือ เนื้อซี่โครงออสเตรเลียตุ๋นสไตล์เจียงหนาน


ห้องอาหาร Fei Ya โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong
ห้องอาหารจีน Fei Ya โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong นำเสนอเซตอาหารจีนกวางตุ้งสุดมงคลสำหรับฉลองเทศกาลตรุษจีนปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 27 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 เซต ได้แก่ Happiness Set, Prosperity Set และ Harmony Set (สำหรับ 6 ท่านขึ้นไป) ทุกเมนูออกแบบอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นเป็ดปักกิ่งสูตรต้นตำรับที่มีจุดเด่นคือการรมควันด้วยไม้ลิ้นจี่หอมหวล เป๋าฮื้อตุ๋นเสิร์ฟพร้อมหอยเชลล์แห้งและหมูเด้งสาหร่ายกับผักสวน ปลากะพงนึ่งหัวไชเท้าและกระเทียมในซอสถั่วเหลือง และข้าวผัดเป็ดย่างห่อใบตอง พร้อมหอยเชลล์แห้งและหน่อไม้ และที่ขาดไม่ได้อย่างหยี่ซัง เมนูมงคลเพื่อเสริมโชคลาภ เงินทอง และอายุที่ยืนนานของทุกคนในครอบครัว นอกจากนี้ ยังเอาใจคนรักติ่มซำกับ “All-You-Can-Eat Dim Sum” บุฟเฟต์มื้อกลางวันที่ให้คุณอิ่มอร่อยได้ไม่อั้นกับติ่มซำหลากหลายเมนู


ห้องอาหาร Shang Palace โรงแรม Shangri-La Bangkok
โรงแรม Shangri-La Bangkok ร่วมเฉลิมฉลองตรุษจีนประจำปีมะเส็ง ณ ห้องอาหารจีน Shang Palace ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม ถึง 6 กุมภาพันธ์นี้ กับเมนูชุดตรุษจีนและเมนูอะลาคาร์ทรสเลิศสำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ทั้งชุด “โชคทวีคูณ” ชุด “รุ่งเรืองมั่งคั่ง” หรือจะเป็นติ่มซำแบบพรีเมียมสำหรับมื้อกลางวัน นอกจากนี้ คุณยังสามารถส่งมอบความสุขและความปรารถนาดีให้แก่คนที่คุณรักด้วยหลากหลายตัวเลือกของขวัญที่เปี่ยมความหมายมงคลประจำเทศกาล ทั้งชุดกระเช้าของขวัญต้อนรับตรุษจีน และชุดซอสและชาพรีเมียมจากห้องอาหารจีน Shang Palace ที่ประกอบด้วยคัพเค้กมาไลโกว ขนมเข่งตรุษจีนรูปปลาคาร์ฟและก้อนทอง (เหนียนเกา) ขนมอบไส้ลูกบัวใบเตยไข่เค็ม กระเป๋าตวงทรัพย์ เป็นต้น และพลาดไม่ได้กับไฮไลต์อย่างการแสดงเชิงสิงโตเสริมความสิริมงคลในวันพุธที่ 29 มกราคม เวลา 10.15 น. ณ บริเวณทางเข้าอาคาร Shangri-La Wing


ห้องอาหาร Viu โรงแรม The St. Regis Bangkok
โรงแรม The St. Regis Bangkok เชิญคุณร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยอาหารรสเลิศและกิจกรรมสุดพิเศษ ณ ห้องอาหาร Viu ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม ถึง 8 กุมภาพันธ์นี้ เริ่มต้นด้วยมื้อค่ำ Epic Dinner ในวันที่ 31 มกราคม และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับเมนูอาหารจีนไปจนถึงยุโรปที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเส้นทางสายไหมโบราณ ไม่ว่าจะเป็นหมูหัน เป็ดปักกิ่ง ไส้กรอกหมูสไตล์อิตาเลียน หางล็อบสเตอร์บอสตันย่าง เป็นต้น ส่วนซิกเนเจอร์ ซันเดย์ บรันช์ ที่ให้บริการในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ จะเพิ่มความพิเศษด้วยเมนูยอดนิยมประจำเทศกาลตรุษจีน เช่น หยี่ซัง และอาหารไฮไลท์ เช่น เนื้อปลาแซลมอนย่าง อีกทั้งแขกทุกโต๊ะจะได้รับเค้กส้มอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและโชคลาภ เพลิดเพลินกับการแสดงเชิดสิงโต การบรรเลงกู่เจิง และรับซอง “อั่งเปา” ที่ออกแบบพิเศษ พร้อมได้ร่วมลุ้นรับรางวัลเป็นของขวัญจากทางห้องอาหารอีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง: Shelly House Brings Sydney-Inspired, All-Day Brunch to Sathorn

Ten Year of the Snake Watches to Channel Wisdom and Transformation

10 เรือนเวลาประจำปีงู สัญลักษณ์แห่งความปราดเปรื่องและการเติบโตแห่งปี
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพเปิด: Jaeger-LeCoultre

แวดวงนาฬิกาก็เป็นอีกหนึ่งวงการที่จะมีผลิตภัณฑ์พิเศษประจำปีนักษัตรเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและอวยพรให้กับผู้ที่เกิดในปีนักษัตรนั้นๆ สำหรับปี ค.ศ. 2025 เป็นปีงูและตรงกับธาตุไม้ ซึ่งในวัฒนธรรมจีน “งู” นับว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง บ่งบอกถึงภูมิปัญญา ความปราดเปรื่อง อันเป็นบุคลิกของนักคิด นักวิเคราะห์ นักวางแผน ทั้งยังเป็นนักปรับตัวและนักแก้ปัญหาที่ดีเยี่ยมอีกด้วย Luxuo Thailand ขอนำเสนอเรือนเวลาจากแบรนด์ต่างๆ สำหรับผู้ที่เกิดในปีนักษัตรนี้ ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็ตีความหมายของปีนักษัตรมะเส็งนี้ในรูปแบบที่มีความหมาย งดงามและเป็นสิริมงคลทั้งสิ้น


Blancpain Villeret Calendrier Chinois Traditionnel 2025

Blancpain นับว่าเป็นหนึ่งในบรรดาแบรนด์นาฬิกาที่มีธรรมเนียมการผลิตเรือนเวลาปีนักษัตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำเอาปฏิทินจีนอันซับซ้อนมาผสมผสานกับการแสดงวันที่และข้างขึ้นข้างแรมแบบเกรโกเรียนผ่านคอลเลคชั่น Villeret อันเรียบหรูและสง่างามเป็น Blancpain Villeret Calendrier Chinois Traditionnel 2025 เรือนเวลาที่สะท้อนวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างน่าสนใจ ตัวเรือนแพลทตินัมขนาด 45.2 มม. หน้าปัดสีเขียวสุขุมด้วยเทคนิคกรองเฟอร์อินาเมล ทำงานเที่ยงตรงด้วยเครื่องนาฬิกาขึ้นลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 3638 บนโรเตอร์ไวท์โกลด์ 22 กะรัตแกะสลักรูปงูและคำว่า “งู” และ “ไม้” เป็นภาษาจีนพร้อมประดับรูบี้หนึ่ง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน   


Breguet Classique 7145

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Breguet ร่วมเฉลิมฉลองปีงูด้วยคอลเลคชั่น Classique พร้อมกับยกย่องสองสุดยอดงานฝีมือช่างหัตถศิลป์อย่างกิโยเช่และงานแกะสลักรูปงูด้วยมือผสมผสานกับการลงสีอันวิจิตรและโดดเด่นสะดุดสายตาบนเรือนเวลาที่มีชื่อว่า Breguet Classique 7145 ที่บรรจุอยู่ในตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัตขนาด 40 มม. แถบด้านข้างตัวเรือนมีลวดลายของการเซาะร่องอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แสดงเวลาด้วยเข็มชั่วโมงและนาทีทรงเบรเกต์ปลายเปิด ทำงานด้วยเครื่องนาฬิกาขึ้นลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 502.3 สวมใส่ด้วยสายหนังจระเข้สีเขียวพร้อมหัวเข็มขัดวัสดุเดียวกันกับตัวเรือน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น


Casio G-Shock GST-B400CX-1A

Casio G-Shok เองก็มีนาฬิการุ่นพิเศษ GST-B400CX-1A ที่ผลิตจำนวนจำกัดมาร่วมฉลองปีนักษัตรมะเส็งด้วยเช่นกัน โดยนำงูอูโรโบรอส (Ouroboros) ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นงูกินหางอันเป็นตัวแทนของความไม่สิ้นสุด ความเป็นนิรันด์และความโชคดีมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยนาฬิการุ่นพิเศษนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์ G-Steel ที่ผสมผสานระหว่างตัวเรือนวัสดุโลหะและสายเรซิน ตกแต่งด้วยกรอบโลหะสีเงิน หน้ำปัดสีดำเงาและรายละเอียดสีทองอันโดดเด่น ฝาหลังสลักภาพลวดลายงูอูโรโบรอส พร้อมนวัตกรรมเหนือชั้นด้วยการเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟน และระบบชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์


Hublot Spirit of Big Bang Year of the Snake

Hublot เลือกคอลเลคชั่น Spirit of Big Bang มาสะท้อนมนต์เสน่ห์ที่ลึกลับ น่าค้นหาของปีนักษัตรปีนี้ด้วยตัวเรือนเซรามิคสีดำพ่นทรายและขัดเงาขนาด 42 มม. พร้อมขอบตัวเรือนตกแต่งลวดลายงู สะดุดทุกสายตาด้วยหน้าปัดคริสตอลแซฟไฟร์ประดับหลักชั่วโมงและเข็มนาที ชั่วโมงสีทอง พร้อมรูปงูแกะสลักทองในดีไซน์ที่ขดเลื้อยไปมาซึ่งมีฟังก์ชั่นเป็นขอบวงทดนาทีของระบบโครโนกราฟที่ให้ทั้งความสมจริงดุจเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าปัดและความสมมาตรแก่หน้าปัดในขณะเดียวกัน ทำงานด้วยเครื่องนาฬิกาขึ้นลานอัตโนมัติแบบสเกเลตั้น HUB4700 สวมใส่สบายด้วยสายยางสีดำลวดลายผิวงู ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 88 เรือน


IWC Portofino Automatic Moon Phase 37 Year of the Snake

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

IWC นำคอลเลคชั่น Portofino มาเฉลิมฉลองปีนักษัตรมะเส็ง Portofino Automatic Moon Phase 37 Year of the Snake เรียบหรูด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 37 มม. เป็นนาฬิกาสไตล์เดรสที่เหมาะสำหรับผู้ที่เกิดปีงูที่มีบุคลิกเป็นนักคิด นักวางแผน เพิ่มความโดดเด่นด้วยหน้าปัดสีแดงเบอร์กันดีสดที่ช่วยขับให้พระจันทร์สีทองที่หน้าต่างมูนเฟสตำแหน่ง 12 นาฬิกานั้นสุกสว่างสะดุดตา ทำงานด้วยเครื่องนาฬิกาขึ้นลานอัตโนมัติแบบอินเฮาส์คาลิเบอร์ 32800 ซ่อนความเก๋ไว้ที่โรเตอร์ทองแกะสลักเป็นรูปงู มีสายหนังลูกวัวสีดำและสีแดงเบอร์กันดีให้คุณได้สลับใช้ในโอกาสที่แตกต่างกัน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือนเท่านั้น


Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Enamel Snake

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Jaeger-LeCoultre นำคอลเลคชั่นไอคอนนิกอย่าง Reverso มานำเสนอในปีนักษัตรมะเส็งสู่เรือนเวลาที่มีมนต์เส่นห์อย่าง Reverso Tribute Enamel Snake ที่บรรจุอยู่ในตัวเรือนพิงค์โกลด์ขนาด 45.5 มม. x 27.4 มม. x 9.73 มม. โดยเชิดชูงานฝีมือช่างแกะสลักและช่างอินาเมลแห่งเมซงด้วยหน้าปัดเงางามสีดำขลับจากเทคนิคกรองเฟอร์อินาเมล และลวดลายแกะสลักรูปงูที่ด้านหลังตัวเรือน พร้อมขัดแต่งลวดลายด้วยการขัดเงาและพ่นทรายเพื่อสร้างมิติยามต้องแสง ผสานเทคนิคอินาเมลสีดำสนิทที่งดงามและทรงพลัง บอกเวลาเที่ยงตรงด้วยเครื่องไขลาน คาลิเบอร์ 822 ผลิตเป็นจำนวนจำกัดตามคำสั่งซื้อ


Longines Conquest Heritage Year of the Snake

Longines ร่วมมือกับศิลปินชาวจีนชื่อดัง หวู่ เจี้ยนอัน สรรค์สร้างเรือนเวลาสุดพิเศษเพื่อร่วมฉลองปีนักษัตรมะเส็งด้วย Conquest Heritage Year of the Snake ที่มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40 มม. พร้อมฝาหลังตัวเรือนแบบขันเกลียวที่มีเหลี่ยมมุมมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และสลักลวดลายรูปงูศักดิ์สิทธิ์คาบเห็ดหลินจือ หน้าปัดทรงโดมสีแดงซันเรย์ไล่เฉดสีสดใส ประดับด้วยเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงสีทองช่วยสร้างประกายระยิบระยับได้อย่างลงตัว ทำงานอย่างเที่ยงตรงด้วยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ L888.5 ที่มีนวัตกรรมที่ช่วยให้ทนทานต่อสนามแม่เหล็กได้สูงกว่ามาตรฐาน ISO764 ถึง 10 เท่า ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,025 เรือนเท่านั้น


Perrelet Turbine Snake

Perrelet หยิบเอาคอลเลคชั่น Turbine อันโด่งดังและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาร่วมฉลองปีงู โดยเพิ่มเสน่ห์และความน่าค้นหาให้กับเรือนเวลาด้วยหน้าปัดรูปงูสามมิติปิดทองที่สมจริงขดเลื้อยไปมาบนพื้นหน้าปัดแลคเกอร์สีแดงสดที่แต่งแต้มอักษรจีนสีทองที่สื่อถึงความโชคดีและความมั่งคั่ง ซึ่งหน้าปัดรูปงูนี้ซ่อนอยูใต้ใบพัดหมุนตามจังหวะการเคลื่อนไหวของข้อมือ ยิ่งการหมุนของใบพัดนั้นเร็วเท่าไหร่ รูปงูก็จะปรากฏเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น ตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบดำด้วยกระบวนการดีแอลซีขนาด 41 มม. ทำงานด้วยเครื่องนาฬิกาขึ้นลานอัตโนมัติแบบอินเฮาส์ คาลิเบอร์ P-331-MH ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 88 เรือน


Swatch Year of Snake Collection

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

แบรนด์ Swatch เองนั้นก็มักจะมีนาฬิการุ่นพิเศษที่เป็นคอลเลคชั่นสำหรับช่วงเทศกาลต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ก็นำเสนอคอลเลคชั่น Year of Snake ใน 2 ดีไซน์ที่มีสีสันสดใสสื่อถึงการเติบโต การปรับตัวและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ซึ่งสัมพันธ์กับปีมะเส็ง ดีไซน์แรกเป็น Blue And Golden Lithe Dancer ใน Big Bold Biosources นาฬิกาโอเวอร์ไซส์แนวสปอร์ตโดดเด่นด้วยลวดลายงูเลื้อยพันตัดกับพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม สื่อถึงความงดงามและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ส่วนดีไซน์ที่สองเป็น Golden Red Bamboo ใน Skin Irony ที่เพรียวบางสีทองอร่ามพร้อมดีไซน์ลายงูและต้นไผ่ที่พริ้วไหว สื่อถึงจิตวิญญาณแห่งการเติบโตและปรับตัว


Vacheron Constantin Métiers d’Art The Legend of the Chinese Zodiac – Year of the Snake

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Vacheron Constantin เลือกเอาคอลเลคชั่น Métiers d’Art มารังสรรค์เป็น The Legend of the Chinese Zodiac – Year of the Snake ที่เป็นดั่งผืนแคนวาสให้ศิลปินและช่างฝีมือแห่งเมซงได้แสดงทักษะความเชี่ยวชาญในงานศิลปะการแกะสลักและตกแต่งนาฬิกาด้วยงานวาดอินาเมลขนาดเล็กที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน บวกกับการใช้เครื่องนาฬิกาขึ้นลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 2460 G4 ที่พัฒนาขึ้นและผลิตโดยแบรนด์ที่แสดงชั่วโมง นาที วันที่ และวันด้วยระบบจานหมุน ทำให้ผู้เป็นเจ้าของเรือนเวลานั้นสามารถชื่นชมความงดงามบนหน้าปัดได้อย่างเต็มอิ่มและยังอ่านค่าเวลาและวันที่ได้อย่างชัดเจน มีให้เลือกด้วยกัน 2 วัสดุ ได้แก่ พิงค์โกลด์และแพลทตินัม และผลิตจำนวนจำกัดวัสดุละ 25 เรือน

บทความที่เกี่ยวข้อง: Hands-On with All Three Patek Philippe Cubitus Watches

Auspicious Wallet Color According to Your Birth Day

กระเป๋าสตางค์ 7 สีสำหรับคนแต่ละวันเกิด ที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และความหมาย
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Montblanc

เมื่อพูดถึงกระเป๋าสตางค์ หนึ่งในสิ่งสำคัญที่หลายคนคำนึงถึงไม่ใช่แค่ดีไซน์หรือฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังรวมถึงสีที่เสริมความมั่นใจและส่งผลต่อพลังงานในชีวิตประจำวันของเรา โดยเฉพาะในวัฒนธรรมไทย สีประจำวันเกิดมักเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องโชคลางและความสำเร็จในด้านต่างๆ บทความนี้จึงได้รวบรวมกระเป๋าสตางค์ 7 ใบ 7 สี ที่ตอบโจทย์ทั้งสไตล์และความหมายสำหรับคนเกิดในแต่ละวัน พร้อมดีไซน์หรูจากแบรนด์ระดับโลกที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

Bulgari Serpenti Forever Trifold Wallet สีทอง
ใบแรกสำหรับคนเกิดวันจันทร์ที่มีสีประจำวันเกิดเป็นสีเหลือง แต่เราขอเสริมความมั่งคั่งและความเฉิดฉายให้กับชีวิตด้วยกระเป๋าสตางค์ Serpenti Forever Trifold Wallet จาก Bulgari ผลิตในอิตาลี โดดเด่นด้วยหนังลูกวัวสีทองตัดกับด้านในที่บุด้วยหนังนาปป้าสีดำ จุดเด่นอยู่ที่ตัวล็อกรูปหัวงูประดับเกล็ดสีสันสะกดตา ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องประดับ Serpenti ในยุค 60 ด้วยขนาดที่กะทัดรัดพร้อมช่องใส่บัตรเครดิต 6 ช่อง ช่องใส่ธนบัตร และกระเป๋าซิปด้านนอก จึงตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย


Dolce & Gabbana Dauphine Calfskin Wallet with Branded Plate สีชมพู
กระเป๋าสตางค์หนังลูกวัว Dauphine Calfskin Wallet with Branded Plate จาก Dolce & Gabbana สีชมพูใบนี้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนเกิดวันอังคาร กระเป๋าผลิตในอิตาลีด้วยหนังลูกวัวคุณภาพสูง ดีไซน์กะทัดรัดพอดีกับกระเป๋าทุกขนาด โดดเด่นด้วยแผ่นโลหะแบรนด์ที่ผสมผสานการชุบโลหะสองแบบในโทนสีเงินและสีทอง ภายในมีช่องใส่บัตร 4 ช่อง ช่องใส่ธนบัตร และกระเป๋าซิปใส่เหรียญด้านหลัง สีชมพูอันเป็นสีมงคลของวันอังคารจะช่วยเสริมพลังความรัก ความสำเร็จ และความมั่งคั่ง


Celine Small Flap Wallet Triomphe in Shiny calfskin สี Amazone
กระเป๋าสตางค์ Small Flap Wallet Triomphe จาก Celine ทำจากหนังลูกวัวเงาสีเขียว Amazone สะท้อนความสง่างามของแบรนด์หรูจากฝรั่งเศส สำหรับคนเกิดวันพุธที่มีสีเขียวเป็นสีมงคล กระเป๋ารุ่นนี้จะช่วยเสริมปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และโชคลาภ ดีไซน์แบบพับครึ่งขนาดกะทัดรัดพร้อมตราสัญลักษณ์ Triomphe ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโซ่รอบประตูชัย (Arc de Triomphe) ในกรุงปารีส สะท้อนความหรูหราและประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ ภายในมีช่องใส่บัตรและธนบัตรที่จัดวางอย่างลงตัว ใช้งานสะดวก


Montblanc Soft Nano Continental Wallet สี Coral
Soft Nano Continental Wallet จาก Montblanc กระเป๋าสตางค์ทรงคอนติเนนทัลหนังนุ่มสีคอรัลอันสดใส เหมาะกับคนเกิดวันพฤหัสที่มีสีส้มเป็นสีมงคล ช่วยเสริมพลังความมั่นใจและความสำเร็จในชีวิต ดีไซน์กะทัดรัดพร้อมช่องซิปหลัก ช่องใส่ธนบัตร ช่องใส่บัตรเครดิต 3 ช่อง และช่องเสริมอีก 2 ช่อง พิเศษด้วยช่องใส่บัตรด้านนอกสำหรับบัตรที่ใช้บ่อยประดับด้วยโลโก้ Montblanc ดาวหกแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากยอดเขามงบล็องในเทือกเขาแอลป์ ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งาน


Loewe Coin Cardholder in Soft Grained Calfskin สี Water/Light Ghost
กระเป๋าใส่บัตรและเหรียญ Coin Cardholder in Soft Grained Calfskin จาก Loewe ที่มาในสี Water/Light Ghost สีฟ้าอ่อนและสีครีมนี้เป็นตัวเลือกชั้นเยี่ยมสำหรับคนเกิดวันศุกร์ที่ชอบความเบาสบาย ผลิตจากหนังลูกวัวเนื้อนุ่มลายละเอียด มาพร้อมช่องใส่บัตรและช่องซิปใส่เหรียญที่จัดวางอย่างชาญฉลาด แม้จะมีขนาดกะทัดรัดแต่จุของได้คุ้มค่า ตกแต่งด้วยโลโก้ Anagram อันเป็นเอกลักษณ์ สีฟ้าอ่อนสบายตาช่วยเสริมเสน่ห์และความสำเร็จในการติดต่อสื่อสาร เหมาะสำหรับคนที่ต้องการกระเป๋าสไตล์มินิมอลที่ยังคงความหรูหราและใช้งานสะดวก


Prada Large Leather Wallet สี Wisteria
กระเป๋าสตางค์ทรงยาว Large Leather Wallet จาก Prada ในสี Wisteria หรือสีม่วงพาสเทล สำหรับคนเกิดวันเสาร์ ด้วยดีไซน์คลาสสิกประดับโลโก้สามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อถึงความหรูหราของแบรนด์ มาพร้อมการจัดวางภายในอย่างลงตัว ทั้งช่องใส่บัตรที่มีให้ครบครัน ช่องใส่ธนบัตรขนาดใหญ่ และช่องซิปใส่เหรียญที่ปลอดภัย ทุกรายละเอียดสะท้อนงานฝีมือชั้นเลิศจากเมืองมิลาน สีม่วงอ่อนช่วยเสริมบารมีและความมั่งคั่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกระเป๋าสตางค์ทรงยาวที่ใช้งานสะดวกและแฝงความหรูหราในทุกรายละเอียด


Versace Medusa ’95 Long Wallet สีแดง
กระเป๋าสตางค์ Medusa ’95 Long Wallet จาก Versace ในโทนสีแดง โดดเด่นด้วยฮาร์ดแวร์รูปศีรษะเมดูซ่าอันเป็นเอกลักษณ์สุดไอคอนิกของแบรนด์ กระเป๋าสตางค์ทรงยาวรุ่นนี้ผลิตจากหนังลูกวัวคุณภาพเยี่ยม ให้สัมผัสหรูหรานุ่มนวล มาพร้อมช่องใส่การ์ด 12 ช่อง ช่องใส่ธนบัตรครบครัน และช่องซิปกลางสำหรับใส่เหรียญหรือแม้แต่สิ่งของมีค่าอย่างเครื่องประดับชิ้นเล็กที่ต้องการเก็บไว้แบบปลอดภัย สีแดงช่วยเสริมพลัง ความมั่นใจ ความกระตือรือร้น และความมุ่งมั่น เหมาะสำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ที่ชอบสีสันสดใสและดีไซน์ที่สะท้อนถึงพลังและความสง่างาม

บทความที่เกี่ยวข้อง: 5 On-Trend Items in the Relaxed Elegance Vibe of Mocha Mousse Color

La Lanta Fine Art Presents “The Grandmaster: After Tang Chang” by Vichit Nongnual

La Lanta Fine Art นำเสนอนิทรรศการเดี่ยวชุดพิเศษของ วิชิต นงนวล “The Grandmaster: After Tang Chang”
บทความ:
LuxuoTH ภาพ: La Lanta Fine Art

La Lanta Fine Art ขอเชื้อเชิญคุณมาสัมผัสนิทรรศการเดี่ยวของวิชิต นงนวล ที่มีชื่อว่า “The Grandmaster: After Tang Chang” โดยมีภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์ เป็นภัณฑารักษ์ร่วมกันนำเสนอการตีความและสร้างสรรค์ผลงานใหม่บนพื้นฐานของมรดกทางศิลปะของศิลปิน นักเขียนบทกวีและจิตรกรไทยเชื้อสายจีนผู้มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง จ่าง แซ่ตั้ง ผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งวิชิต นงนวลนั้นหลงใหลและศรัทธาในผลงานของ จ่าง แซ่ตั้ง ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักเรียนเรื่อยมาจนเติบโตเป็นศิลปินอาชีพ

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Replica Tang Chang
Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Memory of Tang Chang

นิทรรศการ “The Grandmaster: After Tang Chang” นี้เป็นเสมือนการสร้างบทสนทนากับศิลปินระดับปรมาจารย์ โดยจำแนกออกมาเป็นสามแนวทางด้วยกัน ได้แก่ แนวทางแรก คือการลอกเลียนแบบผลงานของครูบาอาจารย์ซึ่งนับว่าเป็นวัตรปฏิบัติที่ทำกันเป็นปกติในอดีต โดยสร้างสรรค์จากความทรงจำที่เคยได้สังเกตและสัมผัสผลงานของปรมาจารย์ด้วยตา และการศึกษากระบวนการทำงาน วิถีปฏิบัติ ตลอดจนประเภทของสีและวัสดุที่ใช้ รวมถึงจากการบอกเล่าจากปากของทายาทของจ่างโดยตรง จนปรากฏเป็นผลงานที่ถึงแม้จะไม่เหมือนกับต้นฉบับร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็สามารถดึงอารมณ์ ความรู้สึก และจิตวิญญาณแบบจ่างออกมาได้อย่างครบถ้วน

แนวทางที่สองเป็นการแสดงให้เห็นถึงรูปแบบและเทคนิคการทำงานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวิชิต โดยการตีความผลงานชิ้นเอกของจ่างขึ้นมาใหม่จากกระบวนการถักทอขนสัตว์ (Wool) แทนการใช้สีสันบนผืนผ้าใบ ถึงแม้เส้นใยสิ่งทออันนุ่มนวลละมุนละไม ผู้ชมก็ยังคงสัมผัสถึงปณิธานอันแรงกล้าในการประท้วงต่อต้านการล่วงละเมิดและปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนที่จ่างส่งผ่านภาพนี้ออกมาได้อยู่ดี ศิลปินยังใช้กระบวนการเดียวกันนี้ บอกเล่าเรื่องราวของจ่างและครอบครัว สะท้อนสายใยแห่งความผูกพันที่ถักทอร้อยรัดสมาชิกครอบครัวเหล่านี้และสายสัมพันธ์และความรักของเหล่าบรรดาทายาทรุ่นหลังนี่เอง

แนวทางที่สาม คือ การสร้างบทสนทนาด้วยการจำลองรูปกายของจ่างและเหล่าบรรดาทายาทของเขาขึ้นมาใหม่ ในรูปของประติมากรรมสามมิติด้วยเทคนิคการถักทอขนสัตว์ หรือการทำงานเครื่องเคลือบดินเผาด้วยกระบวนการแบบภูมิปัญญาโบราณของญี่ปุ่นในการซ่อมแซมเครื่องปั้นดินเผาคินสึงิ (Kintsugi) สะท้อนวิถีทางและปรัชญาการทำงานของจ่าง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาและปรัชญาแบบตะวันออก นอกจากนี้ วิชิตยังถ่ายทอดความหลงใหลศรัทธาในตัวของ จ่าง แซ่ตั้ง ผ่านผลงานศิลปวัตถุที่กินได้ในรูปของช็อกโกแลตเพื่อเป็นการลดช่องว่างระหว่างศิลปะกับผู้ชม ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับผลงานศิลปะ นิทรรศการ “The Grandmaster: After Tang Chang” จัดแสดงที่ La Lanta Fine Art ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม ถึง 26 กุมภาพันธ์ ศกนี้ (เวลาเปิดทำการ อังคาร – เสาร์ ตั้งเเต่ 10.00น. – 19.00น.)

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Tang Chang with family and disciples

บทความที่เกี่ยวข้อง: January Bangkok Gallery Hopping Ideas

Sony Honda Mobility Debuts Afeela 1 as Their First EV

Afeela 1 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจาก Sony Honda Mobility
บทความ: LuxuoTH ภาพ: Sony Honda Mobility

Sony Honda Mobility (SHM) บริษัทร่วมทุนระหว่าง Sony และ Honda ที่ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 2022 ได้เปิดตัว Afeela 1 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Afeela อย่างเป็นทางการในงาน CES 2025 ที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 89,900 ดอลลาร์สำหรับรุ่น Origin และ 102,900 ดอลลาร์สำหรับรุ่น Signature พร้อมแพ็กเกจบริการพิเศษฟรี 3 ปี ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ก็เริ่มเปิดให้จองแล้วในแคลิฟอร์เนียด้วยค่ามัดจำ 200 ดอลลาร์ซึ่งสามารถขอคืนได้ด้วย

ไฮไลท์สำคัญของ Afeela 1 คือการผสมผสานซอฟต์แวร์ขั้นสูงเข้ากับฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง รถรุ่นนี้ติดตั้งเซ็นเซอร์กว่า 40 ตัว ทั้งกล้อง LiDAR, เรดาร์ และเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก เพื่อรองรับระบบขับขี่อัจฉริยะ Afeela Intelligent Drive ที่ช่วยลดความเครียดในการขับขี่และมอบประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัย โดยใช้ชิปประมวลผล ECU ที่มีพลังการคำนวณสูงถึง 800 TOPS ร่วมกับเทคโนโลยี AI โดย Afeela 1 จะสามารถวิ่งได้สูงสุด 300 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “ยานยนต์ที่เป็นพื้นที่ความบันเทิงสุดสร้างสรรค์” มาพร้อมระบบเสียงคุณภาพสูงและจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง ระบบเสียงใช้เทคโนโลยี Sony’s 360 Spatial Sound ที่มอบประสบการณ์เสียงแบบรอบทิศทาง พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่พัฒนาโดย SHM นอกจากนี้ยังมี Afeela Personal Agent ผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ผ่านการสั่งงานด้วยเสียง พร้อมสนทนาและแนะนำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างการเดินทาง

ด้านสมรรถนะ Afeela 1 มาพร้อมระบบ 3D Motion Management ที่ควบคุมมอเตอร์ เบรก และระบบกันสะเทือนแบบบูรณาการ เพื่อการขับขี่ที่แม่นยำและสะดวกสบายบนทุกสภาพถนน การออกแบบภายนอกเรียบหรู เน้นความโค้งมน ตัดทอนเส้นสายและพื้นผิวที่ไม่จำเป็น ประมาณ 70% ของพื้นที่ภายใน ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงที่ทำจากพืชและวัสดุรีไซเคิล อีกทั้งแชสซีและแผ่นเหล็กตัวรถก็ทำจากวัสดุรีไซเคิล สะท้อนความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม

รุ่น Signature มาพร้อมล้อขนาด 21 นิ้ว ระบบความบันเทิงด้านหลัง และระบบกล้องมองข้าง C-CMS มีให้เลือก 3 สีภายนอก ได้แก่ Tidal Gray, Calm White และ Core Black พร้อมตัวเลือกสีภายใน 2 สี คือ ดำและเทา ระบบต่างๆ ของรถสามารถอัพเดทผ่าน OTA (Over-the-Air) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

Afeela 1 จะเริ่มผลิตที่โรงงานในโอไฮโอ และวางจำหน่ายในแคลิฟอร์เนียในปี 2025 โดยจะเริ่มส่งมอบรุ่น Signature ในกลางปี ค.ศ. 2026 ตามด้วยรุ่น Origin ในภายหลัง และจะเริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่นในปี ค.ศ.  2026 โดย SHM มีแผนจะให้บริการซ่อมบำรุงผ่านศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง: Lux To Know: Mercedes-Benz and Its Innovative Spirit

Illuminate Your Skin with Iconic La Crème by Clé de Peau Beauté

La Crème ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับกลางคืนสุดไอคอนิคจาก Clé de Peau Beauté
บทความ: LuxuoTH ภาพ: Clé de Peau Beauté

La Crème สุดยอดครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นสำหรับผิวกลางคืนจากแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมียม Clé de Peau Beauté ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1982 และได้รับการพัฒนาสูตรมาแล้วถึง 8 เจเนอเรชัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผิวที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึ่งนวัตกรรมอันล้ำสมัยและส่วนผสมอันทรงคุณค่าก็ทำให้ La Crème ขึ้นแท่นเป็นครีมบำรุงผิวไอคอนิกที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย

หัวใจสำคัญของ La Crème อยู่ที่เทคโนโลยี Skin-Empowering Illuminator หรือการเพิ่มเติมสารสกัดจากใบชิโสะแดงและรากโสมตังกุย ร่วมกับสารสกัดชีวภาพ CeraFerment Extract และส่วนผสมหลักเอสเซนส์สกัดจากรังไหมทอง-แพลตตินัม สารสกัดจากเคลือบในเปลือกหอยมุกและเธียไนน์ ในปริมาณสูง จนได้เป็นส่วนผสมเชิงซ้อนที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทวีความสามารถในการบรรเทาความเสียหายและป้องกันตัวเองตามธรรมชาติของผิว ฟื้นฟูให้ผิวดูเรียบเนียน เนื้อผิวแลดูอิ่มเอิบ และเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ริ้วรอยและจุดด่างดำดูจางลง โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเนื้อครีมที่เข้มข้นแต่ซึมซาบเร็วของ La Crème ยังสามารถมอบความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกแก่ผิวได้ตลอดทั้งคืน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว และสามารถใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย

บทความที่เกี่ยวข้อง: Chanel’s New Makeup Collection Brings Playfulness to the Spring-Summer 2025 Season

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image