Home Blog Page 36

Cartier Prize for Watchmaking Talents of Tomorrow Celebrates Excellence and Creativity

0

Cartier Prize for Watchmaking Talents of Tomorrow รางวัลแห่งความเป็นเลิศและความคิดสร้างสรรค์ในงานประดิษฐ์นาฬิกา
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: Cartier

Cartier Prize for Watchmaking Talents of Tomorrow คือรางวัลอันทรงเกียรติที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 โดยสถาบันสร้างสรรค์นาฬิกา Cartier Watchmaking Institute เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการให้การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่สนใจที่จะสืบสานงานประดิษฐ์นาฬิกาให้คงอยู่สืบต่อไป ซึ่งตอกย้ำถึงวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสถาบันฯ ที่จะถ่ายทอดทักษะความเชี่ยวชาญแขนงต่างๆ ของแบรนด์ให้แก่ผู้คนที่สนใจในวิชาชีพนี้

โดยในแต่ละปีจะมีการเชื้อเชิญช่างนาฬิการุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์จากสถาบันต่างๆ มาแข่งขันประดิษฐ์กลไลตามธีมที่กำหนด เพื่อแสดงออกถึงความสามารถทางด้านเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์นาฬิกาของแต่ละคน ซึ่งเดิมทีจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 ที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิตนาฬิกาเข้าร่วมแข่งขัน แต่ในปี ค.ศ. 2024 ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาในสาขาไมโครเทคโนโลยี และนักศึกษาอาชีวศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 2 เข้าร่วมแข่งขันด้วย ซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี และเบลเยียม

สำหรับการประกาศผลรางวัล Cartier Prize for Watchmaking Talents of Tomorrow 2024 จัดขึ้น ณ Musée International d’Horlogerie ในเมืองลาโชเดอฟองส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นการแข่งขันในครั้งที่ 27 ผู้เข้าแข่งขันได้รับมอบหมายให้นำเอากลไกของนาฬิกาตั้งโต๊ะอันเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Cartier มาตีความใหม่ภายใต้หัวข้อ Magic of the Senses หลังจากผ่านขั้นตอนการคัดเลือกจากแบบร่าง คำบรรยายและการนำเสนอผ่านวีดีโอจนได้ผู้เข้าแข่งขันในรอบสุดท้าย 11 คน ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลาในการพัฒนาและประดิษฐ์นาฬิกาของตนเองให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน 2 เดือนหรือเวลา 80 ชั่วโมงโดยได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษา  

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Tree ผลงานของวาเลนไทน์ เกรดซินสกี้ ที่ได้รางวัล Special Jury’s Prize for Creativity

Cartier Prize for Watchmaking Talents of Tomorrow 2024 แบ่งเป็น 2 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลประเภท Apprentice winners มีผู้ได้รับรางวัล 3 ท่านโดยมาร์ธา มาเซียร์ส คือผู้ชนะรางวัลที่ 1 ในประเภท Apprentice winners ด้วยผลงานที่มีชื่อว่า La Reine du Temps และ รางวัลประเภท Technician winners มีผู้ได้รับรางวัล 3 ท่าน ซึ่งรางวัลที่ 1 ในประเภท Technician winners ตกเป็นของฮิวโก้ แมนดริลลอน ด้วยผลงานที่มีชื่อว่า Œil du Temps และเป็นครั้งแรกที่มีรางวัลพิเศษ Special Jury’s Prize for Creativity มอบให้กับผลงานที่โดดเด่นของวาเลนไทน์ เกรดซินสกี้ ที่มืชื่อว่า Tree ซึ่งผู้ชนะแต่ละคนจะได้รับนาฬิกา Cartier เป็นรางวัลและจะได้รับเชิญให้ได้ไปสำรวจจักรวาลของแบรนด์ อีกทั้งผู้ชนะรางวัลชนะเลิศทั้ง 2 ประเภทยังได้รับการเสนอให้เข้าฝึกงานกับทางแบรนด์อีกด้วย

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

บทความที่เกี่ยวข้อง: Vacheron Constantin Releases the Historiques 222 in Stainless Steel

Lux Pick: Front Room at Waldorf Astoria Bangkok

0

ห้องอาหาร Front Room โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok กับอาหารไทยแท้ จัดจ้านครบรส สไตล์ “อาหารรสมือแม่”
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: อภิวิชญ์ พรหมพิทักษ์

ห้องอาหาร Front Room ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok เปรียบเสมือนโอเอซิสกลางเมืองสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำรสชาติอาหารไทยแท้ๆ ในบรรยากาศหรูหรา ภายในห้องอาหารตกแต่งอย่างสวยงามด้วยโทนสีอบอุ่น แสงไฟนวลๆ ผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นวิวตึกสูงย่านราชประสงค์ โต๊ะไม้และเก้าอี้หนังสีน้ำตาลเข้มสร้างความรู้สึกหรูหราแต่ผ่อนคลาย จุดเด่นของที่นี่คือการนำเสนออาหารไทยรสชาติจัดจ้านสไตล์ “อาหารรสมือแม่” ที่ผสมผสานกับเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว โดยใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น ทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากที่อื่น และที่สำคัญคือ ครบทั้ง 8 รสชาติอันโดดเด่นของอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด ขม ฝาด และกลมกล่อม

ล่าสุด Front Room ได้เปิดตัว Tasting Set Menu ใหม่นำเสนออาหารใต้ในรูปแบบที่ใหม่เหมือนใคร ภายใต้การนำเชฟอ้น อธิติ ม่วงทอง ที่ได้นำประสบการณ์และแรงบันดาลใจรอบตัว โดยเฉพาะจากคนในทีมที่เป็นชาวใต้มาร้อยเรียงจนเกิดเป็น Tasting Set Menu ที่ประกอบด้วยอาหารทั้งคาวและหวานทั้งสิ้น 4 คอร์ส

แขกทุกโต๊ะจะได้รับอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง “ข้าวเกรียบกุ่ยช่าย” ที่เมื่อคุณได้ลิ้มรสแล้วรับรองเลยว่าจะต้องอยากขอเบิ้ลอีกจาน จากจานเรียกน้ำย่อย มาที่คอร์สแรกของเซ็ต “ขนมจีบกุ้ง ข้าวยำ ขนมจีนแกงปู หมูสะเต๊ะ” ที่สื่อถึงความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมของภาคใต้ อาหารถูกเสิร์ฟมาในขนาดพอดีคำ แม้จะเป็นคำเล็กๆ แต่รสชาติดีถึงเครื่อง โดยเฉพาะขนมจีนกุ้งที่ได้รับประทานต้องเซอร์ไพรส์เพราะไส้เป็นห่อหมกเนื้อเนียนนุ่ม ต่างจากที่เคยลิ้มลอง

คอร์สถัดมาเป็น “บักกุ๊ดเต๋เนื้อวากิว ชอร์ตริบ พร้อมเห็ดหอม” ที่ใช้เทคนิคในการตุ๋นและซูวีจนได้เนื้อที่นุ่ม เคี้ยวง่าย ตัวน้ำซุปหอมเครื่องเทศและเข้มข้นจนซดได้หมดถ้วย หากใครชอบรสจัด ก็สามารถบีบมะนาวและเติมพริกป่นที่เสิร์ฟมาด้วยได้ อีกจานในคอร์สนี้คือ “ปีกไก่ยัดไส้” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากไก่ทอดหาดใหญ่ ใช้เนื้อสะโพกหมักเครื่องเทศ โรยด้วยหอมเจียว รับประทานคู่กับอาหารรสเปรี้ยวหวาน

มาถึงเมนคอร์สอย่าง “กุ้งฆอและ” กุ้งแม่น้ำเผาตัวโต มันเยิ้มๆ ราดด้วยซอสกอและรสชาติหวานมัน ซึ่งเซฟอ้นได้แรงบันดาลใจมาจากไก่กอและที่เป็นไก่หมักกับเครื่องแกงแบบมุสลิมแล้วนำไปย่าง รับประทานกับ “ข้าวสังข์หยด” ของดีเมืองพัทลุงที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมน้ำพริกกะลา ปลาอินทรีย่าง ไข่เค็ม และผักสด ตัวข้าวเสิร์ฟในกะลา ส่วนน้ำพริกเสิร์ฟในฝากะลา ภายใต้แนวคิด “Zero Waste” เพื่อลดขยะ จานสุดท้ายในคอร์สนี้ก็คือ “วายคั่ว” หรือปลาหมึกสายต้มกะทิและเครื่องเทศ อาหารพื้นเพของคนสมุย อีกหนึ่งจานเด็ดที่หารับประทานทั่วไปได้ยาก ซึ่งเชฟอ้นและทีมก็ได้รังสรรค์ให้เราได้ลิ้มลองในเซ็ตเมนูนี้ด้วย

มาที่คอร์สสุดท้ายของ Tasting Set Menu ครั้งนี้ ซึ่งก็คือของหวาน ที่เสิร์ฟมาด้วยกัน 2 จาน ได้แก่ “ส้มจี๊ด” ที่มีทั้งซอร์เบต์ส้มจี๊ด สัปปะรด และเจลลีน้ำผึ้ง ตกแต่งด้วยดาร์กชอคโกแลตรูปผึ้ง ตัวส้มจี๊ดมาจากอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ส่วนน้ำผึ้งเป็นน้ำผึ้งป่าเบญพรรณที่ให้ผึ้งทิ้งรังก่อนจึงค่อยเก็บน้ำผึ้งมาบริโภค ซึ่งถือว่าใส่ใจสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างมาก อีกจานคือ “ชาชักโรตีกรอบ” ที่นำชาใต้รสเข้มมาทำเป็นเปียกปูน รับประทานกับแผ่นโรตีทอดกรอบๆ และโฟมนมผสมนมข้นหวาน ของหวานทั้งสองจานนี้ จานหนึ่งให้ความสดชื่น อีกจานให้รสชาติมัน นัว ซึ่งก็น่าจะโดนใจสายรักของหวานทั้งคู่

Tasting Set Menu เซ็ตนี้ให้บริการในมื้อเย็นถึงวันที่ 30 เมษายนศกนี้ ในราคา 2,900++ ต่อคน โดยราคานี้รวมเครื่องดื่ม 1 แก้ว ซึ่งเลือกได้ทั้งไวน์ขาว ไวน์แดง ม็อกเทล ค็อกเทล หรือหากคุณอยากรับประทานอาหารไทยแท้แบบอะลาคาร์ท ที่ห้องอาหาร Front Room ก็มีบริการเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “เนื้อเค็มต้มกะทิ” “หมูสามชั้นผัดกระเทียมดอง” “ปลาเก๋านึ่งพริกลาบคั่ว” และอื่นๆ อีกมากมาย รับรองว่า หากได้ลองลิ้มรสสักครั้ง Front Room น่าจะครองตำแหน่งอีกหนึ่งห้องอาหารไทยในใจคุณได้แบบไม่ยาก

บทความที่เกี่ยวข้อง: Shelly House Brings Sydney-Inspired, All-Day Brunch to Sathorn

8 Auspicious Food to Welcome the Chinese New Year

0

ตรุษจีนทั้งที อย่าพลาดโอกาสตักตวงทุกโชคลาภที่รอคอยเราอยู่ข้างหน้าด้วยอาหารมงคลชนิดต่างๆ เหล่านี้
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: iStock

[ English ]

เทศกาลตรุษจีนหรือปีใหม่จีนในปี ค.ศ. 2025 ตรงกับวันพุธที่ 29 มกราคม นับเป็นหนึ่งในเทศกาลที่มีความสำคัญสำหรับชาวจีนทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ชาวไทยเชื้อสายจีนด้วยเช่นกัน หัวใจสำคัญของเทศกาลนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของฤดูหนาวและการย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่เป็นเสมือนฤดูแห่งความอุดมสมบูรณ์เนื่องจากสามารถทำการเพาะปลูกหรือการเกษตรได้เท่านั้น หากยังเป็นเทศกาลสำคัญที่เปิดโอกาสให้เครือญาติที่อยู่ห่างไกลกันนั้นได้กลับมาพบปะกับครอบครัวและเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุขด้วย โดยมักจะร่วมกันประกอบอาหาร รับประทานอาหารและสังสรรค์กันอย่างครื้นเครงในคืนก่อนวันปีใหม่นั่นเอง

และแน่นอนว่าอาหารที่ร่วมรับประทานในค่ำคืนก่อนวันปีใหม่นั้นก็มีความสำคัญอยู่ไม่น้อย ความเชื่อในเรื่องของอาหารที่จะส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวนั้นมีแต่ความสุข ร่ำรวยมั่งคั่ง เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานและธุรกิจการค้า และมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง อายุยืนยาวตลอดไปก็เป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน เนื่องจากอาหารมงคลนั้นมีมากมายและหลากหลายตามความนิยมของแต่ละประเทศ Luxuo Thailand ขอนำเสนออาหารยอดนิยมที่ต้องมีสำหรับมื้อสำคัญช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้สำหรับชาวไทย เพื่อความเป็นสิริมงคล โชคลาภและความสมูบรณ์พูนสุขในทุก ๆ ด้านไปตลอดทั้งปี

ปลานึ่ง – ทรัพย์สินเพิ่มพูน

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

คำพ้องเสียงในภาษาจีนนั้นมีอิทธิพลมากในเรื่องโชคลางและการสื่อถึงความหมายอันเป็นมงคล แม้แต่ในอาหารก็เช่นกัน ปลา ในภาษาจีนกลางนั้นออกเสียงว่า “หยวี” (yú) ซึ่งพ้องเสียงกับคำภาษาจีนที่มีความหมายว่าเพิ่มพูน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ปลานั้นจะเป็นอาหารจานหลักไม่เฉพาะสำหรับเทศกาลตรุษจีนเท่านั้น หากยังเป็นอาหารที่นิยมในหลายๆ เทศกาลสำคัญของจีนด้วยเช่นกัน โดยเมนูปลานี้จะใช้ปลาอะไรก็ได้ที่ตัวใหญ่และต้องใช้ปลาทั้งตัวและเสิร์ฟทั้งตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งเมนูที่คุ้นเคยกันส่วนมากก็จะเป็น ปลานึ่งซิอิ้ว นึ่งบ๊วย หรือนึ่งมะนาว หากจะประยุกต์ให้เป็นแบบฉบับไทยอาจจะเป็นปลาทอดราดพริก ทอดน้ำปลาเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีธรรมเนียมปฏิบัติในการรับประทานปลาอยู่สองแบบคือเลือกที่จะทำหรือสั่งปลามาสองที่โดยไม่แตะต้องปลาจานที่สองเลย หรือรับประทานให้เหลือส่วนหัวและส่วนหางไว้ เพื่อสื่อความหมายว่ามีเหลือกินเหลือใช้ตลอดไป

เกี๊ยว – ความมั่งคั่ง

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเทศกาลนี้มีความสำคัญในเรื่องของการนำพาครอบครัวกลับมาพบปะและสังสรรค์กัน ร่วมมือร่วมใจกันหุงหาอาหารก็เป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีและรักใคร่กลมเกลียว ชาวจีนโดยเฉพาะทางเหนือนิยมกินเกี๊ยวในเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลสำคัญๆ เพราะเกี๊ยวจีนนั้นมีรูปร่างคล้ายเงินและทองก้อนในอดีตของจีน ดังนั้นการรับประทานเกี๊ยวสำหรับเทศกาลตรุษจีนนั้นสื่อถือความมั่งคั่ง ร่ำรวย ยิ่งทำเกี๊ยวให้มากและกินให้เหลือ ก็จะหมายถึงเงินทองมากมายเหลือเฟือ อีกทั้งเกี๊ยวในภาษาจีนกลางนั้นออกเสียงว่า “เจี่ยวจึ” (jiǎo zi) ซึ่งคำว่า “เจี่ยว” นั้นพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่าเปลี่ยนหรือแลกเปลี่ยน ดังนั้นความหมายของการกินเกี๊ยวนั้นก็เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ด้วย ซึ่งเกี๊ยวนั้นมีหลากหลายไส้ สามารถทำไส้จากเนื้อสัตว์ที่เป็นมงคลอย่างกุ้ง หมู หรือเนื้อก็ได้ หรือจะเป็นไส้ผักอย่างกะหล่ำปลีหรือหน่อไม้ก็ได้เช่นกัน สามารถเลือกที่จะรับประทานเป็นเกี๊ยวนึ่ง เกี๊ยวต้ม หรือเกี๊ยวทอดก็ได้เช่นกัน

ไก่ – ความสมัครสมานสามัคคีของคนในครอบครัว

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ไก่นั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันและความสมัครสมานสามัคคีของครอบครัว เช่นเดียวกันกับปลา ไก่และเป็ดนั้นนิยมเสิร์ฟทั้งตัวรวมถึงหัวและเท้า การปรุงที่นิยมสำหรับไก่คือการนำไก่ไปต้มทั้งตัว ซึ่งแต่ละส่วนของไก่นั้นก็มีความหมายที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อในบางมณฑลของจีน เช่นในมณฑลหูเป่ยของจีนจะรับประทานซุปไก่เป็นมื้อแรกของวันปีใหม่จีน หัวหน้าครอบครัวหรือเสาหลักของบ้านจะได้รับประทานขาไก่ซึ่งเปรียบเสมือนกรงเล็บของนกฟีนิกซ์ (fèng zhuǎ) ที่จะหยิบจับเอาโชคเอาลาภให้แก่ครอบครัว หรือการรับประทานปีกไก่ก็เหมือนการได้รับพรให้ได้รับยศที่สูงขึ้นหรือเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

เป็ด – ความซื่อสัตย์ ความสามารถในหน้าที่การงาน และความอุดมสมบูรณ์

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

เป็ดนั้นเป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่นิยมรับประทานกันในช่วงเทศกาลตรุษจีน และเช่นเดียวกันกับไก่และปลาที่จะต้องเสิร์ฟทั้งตัวรวมถึงหัวและเท้า เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงความอุดมสมบูรณ์ เป็ดยังเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ จริงใจ และความสามารถที่หลากหลายในหน้าที่การงานอีกด้วย สำหรับการปรุงไม่ได้มีเพียงแค่เป็ดพะโล้เท่านั้น ยังมีเมนูยอดนิยมอย่างเป็ดปักกิ่ง หนังย่างสีแดงเข้มกรอบๆ รับประทานคู่กับผักเคียงและแป้งบางก็อร่อยไม่แพ้กัน หรือจะปรุงเป็นเป็ดตุ๋นต่างๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน 

บะหมี่ – ความสุขและอายุที่ยืนยาว

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ความหมายของการรับประทานบะหมี่สำหรับชาวจีนนั้นหมายถึงการมีความสุขและอายุที่ยืนยาว แน่นอนว่าความหมายนี้สามารถใช้ได้ในโอกาสอย่างวันเกิดและในเทศกาลสำคัญอย่างตรุษจีนด้วยเช่นกัน การรับประทานบะหมี่ในเทศกาลตรุษจีนนี้จะนำไปปรุงด้วยวิธีใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่น้ำ หรือที่นิยมกันมากคือบะหมี่ผัด ซึ่งมีกฎอยู่ว่าเวลานำไปปรุงจะต้องไม่ตัดบะหมี่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเวลารับประทานก็ไม่ควรกัดเส้นบะหมี่ขาดเช่นกัน ยิ่งเส้นบะหมี่ยาวมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งหมายถึงชีวิตที่ยืนยาวยิ่งขึ้นเท่านั้น โดยการปรุงนั้นจะใส่เกี๊ยวที่มีความหมายถึงความมั่งคั่งสำหรับบะหมี่น้ำก็ได้ หรือจะปรุงกับเนื้อสัตว์หรือผักที่มีความหมายเป็นมงคลอย่างกุ้ง ปลา เป็ด หอยเชลล์ เป็นต้น ในบะหมี่ผัดก็ได้เช่นกัน 

ขนมเข่ง – ความเจริญรุ่งเรืองในตำแหน่งหน้าที่การงาน

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

เค้กข้าว (Rice cake) ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวที่ชาวจีนเรียกว่า “เหนียนเกา” (Niángāo) หรือขนมเข่งที่เรารู้จักกันนั่นเอง ซึ่งขนมเข่งมีคำพ้องเสียงในภาษาจีนกลางกับคำว่า “เหนียน” ( Nián) หมายถึงปี “เกา” (gāo) ซึ่งหมายถึงสูง รวมกันหมายถึงสูงขึ้นทุกปี อันหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การเลื่อนขั้นหรือตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งนั่นจะหมายถึงความมั่นคงในชีวิตนั่นเอง เค้กข้าวของชาวจีนนั้นมีทั้งแบบของคาวซึ่งจะว่าไปมีความคล้ายแป้งต๊อกของชาวเกาหลี ซึ่งจะต้องนำไปนึ่งหรือต้มแล้วปรุงกับผักหรือเนื้อสัตว์ตามที่ต้องการ หรือจะเป็นแบบของหวานที่จะเหมือนขนมเข่งที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ซึ่งจะรับประทานเลยหรือจะนำไปทอดก็อร่อยไม่แพ้กัน

บัวลอย – ความรักความผูกพันของคนในครอบครัว

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ขนมบัวลอยที่มักจะรับประทานกันในวันสุดท้ายของเทศกาลตรุษจีน เหตุผลที่บัวลอยนั้นเป็นขนมพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีนนี้ก็เพราะชื่อของขนมในภาษาจีนกลางว่า “ถวนหยวน” (Túan yuan) นั้นมีความหมายว่าการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน มิตรภาพและความผูกพันของครอบครัวนั่นเอง ขนมบัวลอยนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบ รูปแบบที่เราคุ้นเคยจะมีไส้อย่างบัวลอยน้ำขิงที่ไส้ด้านในเป็นงาดำ หรือจะเป็นไส้ถั่วแดงบด หรือแม้แต่ไส้พุทราบดก็ตาม หรืออาจจะเป็นเพียงบัวลอยไม่มีไส้ก็ได้ ในบางมณฑลของประเทศจีนก็นิยมรับประทานบัวลอยแบบของคาวที่มีไส้เป็นเนื้อสัตว์และผัก

ผลไม้มงคล – ความอุดมสมบูรณ์

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ผลไม้ที่เป็นที่นิยมสำหรับเทศกาลตรุษจีนนั้นคงจะขาดส้มไปไม่ได้ ไม่เพียงสีสันของส้มที่เปรียบเสมือนสีเหลืองทองอันเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและร่ำรวยแล้ว ความกลมของส้มก็ยังหมายถึงความกลมเกลียวของคนในครอบครัวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้คำพ้องเสียงของส้มในภาษาจีนกลางคือ “เฉิง” (chéng) ซึ่งหมายถึงความสำเร็จ และอีกหนึ่งเสียงที่มีความหมายถึง “จูจึ” (júzi) ที่หมายถึงโชคดีด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีผลไม้อีกมากมายที่ต่างก็มีความหมายที่สื่อถึงความเป็นสิริมงคลด้วยเช่นกัน อาทิ ส้มโอก็มีความหมายถึงสุขภาพที่ดีและความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง สับปะรดจะหมายถึงโชคดี กล้วยหมายถึงโชคดีในเรื่องการเรียนการศึกษา แอปเปิ้ลหมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข องุ่นหมายถึงความมั่งมี เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง: Bangkok’s Finest Chinese New Year Dining Options


Don’t miss your chance to maximise fortunes this Lunar New Year.

Words: Lapheepun Chotjinda

The Lunar New Year is one of the most important festivals for people of Chinese ancestry around the world. This of course includes many Thais of Chinese descent. Taking place this year on Saturday, January 25, the festival is a celebration of the end of winter and the start of spring, noted as an important season for cultivation and agriculture. The event is marked with relatives returning home to meet and celebrate with family members, and of course the ubiquitous cooking and feasting that happens on the eve of the new year. 

The food selected for Chinese New Year’s Eve are carefully chosen for their special symbolisms. Many of the dishes have long been believed to bring happiness, wealth, luck in business, good health and longevity. As the auspicious foods differ according to regions, Luxuo Thailand presents some of the most popular dishes that have become staples of the Lunar New Year table for the people of Thailand. Each of these selections are sure to bring prosperity, fortune and happiness in all areas of your life throughout the year. 

Steamed Fish – Increasing Assets 
In Chinese culture, the sound of words takes on symbolic and auspicious meanings. For example, fish in Mandarin is produced “yú”, and sounds similar to the Chinese word for “increasing”. It is therefore not surprising that fish has become a popular main course not just during Chinese New Year, but many other important Chinese festivals. Any large fish can be used, but it must be served whole. They are often steamed in soy sauce, sour plum sauce or lime. In Thailand, fish is not only steamed but often fried and topped with chilis, fish sauce or other local herbs. There are two different ways to traditionally enjoy fish during this festive period. One is to order or cook two fishes, eating only one of them without touching the second fish. The other method is to eat only the fish’s body, leaving the head and tail. Both these methods symbolise having a surplus left over to consume.   

Dumplings – Wealth 
As mentioned before, this festival is an important social event that brings families together. Cooperating in cooking this large feast is one of the many activities that create unity and harmony, and this is most apparent in the making of fresh dumplings. For the Northern Chinese, dumplings are a particularly important part of this festival, as they are shaped like old Chinese gold and silver ingots. Eating dumplings therefore symbolise the gathering of riches, and one is encouraged to eat plenty of dumplings while also leaving plenty of them to show that they have lots of wealth to spare. The Mandarin word for dumpling (jiǎo zi) is similar to the word for change or exchange, and therefore dumplings also take on the symbolism of changing from the past year to the next. Dumplings can be made of different auspicious meats like pork, shrimp and beef. They can also be filled with vegetables like cabbage and bamboo shoots and then boiled, steamed or fried. 

Chicken – Family Unity and Solidarity 
The chicken is a symbol of unity and solidarity within the family. As with fish and duck, chicken is served whole with its head and feet intact. It is usually boiled, with each part of the chicken having a special meaning. For example, according to a belief in the Hubei province, chicken soup should be the first meal of the new year. The head of the family will often eat the chicken’s legs and feet, which are symbolic of claws of the phoenix (fèng zhuǎ) in order to bring good fortune to the family. Eating the wings are believed to bless you with a higher rank or progress in your career. 

Duck – Honesty, Potential and Abundance 
Another popular main dish, Duck is served whole with the feet and head similar to the other auspicious dishes. In Chinese culture, Ducks symbolise fertility, honesty, sincerity and the ability to accomplish duties at work. This is also a versatile dish, as duck can be served stewed in soy sauce or roasted as a Peking Duck with crispy red skin. This dish is usually eaten with vegetables, flour crepes, or cooked into stews. 

Noodles – Happiness and Longevity 
The Chinese believe that noodles represent both happiness and longevity. Due to this symbolism they are also enjoyed regularly on birthdays and other important events. During the Chinese New Year, noodles are prepared in a special way. Whether they are boiled in a soup or fried, a general belief is to not cut the noodles. Even when dining, one is expected to not bite the noodles in anyway that will shorten them, as longer noodles indicate a longer life. Dumplings make a great accompaniment here, as together they add wealth to your long life. Noodles are also paired with meats and vegetables with other auspicious meanings such as shrimp, fish, duck, and scallops. 

Glutinous Rice Cake – Prosperity in Work 
Cakes made from glutinous rice flour (niángāo) or “Khanom Kheng” in Thai are also a popular treat. The word “niánin” Mandarin sounds like the word for “year” while “gāo” sounds like the word for “higher”, together they can mean to reach a higher point every year. It is alluded that the cakes therefore mean continuous promotions or greater security in life. The Chinese Rice Cakes come in both savoury and sweet types. The savoury type is similar to a Korean rice cake, which must be steamed and boiled before being cooked with vegetables and meat. The sweet variety looks like the Khanom Kheng in leaf baskets we see in Thailand. The cakes are tasty eaten straight away or fried. 

Glutinous Rice Balls – Love and Togetherness Amongst Family
Glutinous Rice Balls, known in Thai as “Bua Loy” is eaten on the last day of the Lunar New Year. The reason for this is because the glutinous rice balls (túan yuan) means “being together” and therefore symbolises the bonds of friendship and family. Bua Loy can come in many forms, in Thailand they are typically served in ginger syrup and stuffed with black sesame, red bean or jujube. Some are enjoyed without any fillings at all. In certain provinces of China, these glutinous rice balls are eaten in savoury dishes with meat and vegetable stuffing. 

Fruit – Abundance
Fruits are indispensable during Chinese New Year. One of the most popular of these is the orange, with its bright colour it symbolises wealth and riches. The roundness of oranges also indicates harmony of family. In addition, the Chinese word for orange (chéng) means success. Another way to write the word for orange (júzi) means good luck. Many other auspicious fruits can be found at the Chinese table. These include the grapefruit that symbolises continued health and wealth, pineapples for good luck, bananas for luck in education, apples for happiness in living together and grapes for prosperity. 

See also: Bangkok’s Finest Chinese New Year Dining Options

Lux to Know: The 260-Year Crystal Excellence of Baccarat

3 เรื่องควรรู้ของ Baccarat มนต์เสน่ห์แห่งคริสตัลระดับตำนานที่เปล่งประกายมากว่า 260 ปี
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Baccarat

หากพูดถึงแบรนด์คริสตัลระดับตำนานที่ครองใจราชวงศ์และเหล่าชนชั้นสูงมาเนิ่นนาน Baccarat คือหนึ่งในแบรนด์ที่ต้องกล่าวถึง ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 260 ปี และความเป็นเลิศในการสร้างสรรค์งานคริสตัลที่งดงามไร้ที่ติ วันนี้เรามี 3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ Baccarat ที่จะช่วยให้คุณได้รู้จักแบรนด์คริสตัลและไลฟ์สไตล์หรูระดับโลกแบรนด์นี้มากขึ้น

1. คริสตัลแห่งราชวงศ์และชนชั้นสูง
Baccarat ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1764 ภายใต้พระบรมราชานุญาตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส เริ่มแรกโรงงานผลิตเพียงกระจกธรรมดาและกระจกสำหรับหน้าต่าง แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1816 จึงหันมาผลิตคริสตัลแทน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 ทรงสั่งชุดแก้วคริสตัลชุดแรก ทำให้ชื่อเสียงของ Baccarat โด่งดังในหมู่ราชวงศ์และชนชั้นสูงทั่วยุโรป ความพิถีพิถันในการผลิตทำให้คริสตัลของ Baccarat มีความใสบริสุทธิ์และประกายแวววาวที่เป็นเอกลักษณ์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “คริสตัลแห่งกษัตริย์”

2. ศิลปินแห่งการเจียระไนอันไร้ที่ติ
ความโดดเด่นของ Baccarat ไม่ได้อยู่แค่ความงามของผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย Baccarat คิดค้นเทคนิคการเจียระไนคริสตัลแบบพิเศษที่เรียกว่า “Double Old-fashioned Cut” ซึ่งสร้างแพทเทิร์นเหลี่ยมมุมที่ซับซ้อน สวยงาม และเล่นแสงวิบวับ เช่น ชุดแก้วคอลเลกชัน Harmonie อันโด่งดัง นอกจากนี้ ยังเป็นผู้บุกเบิกการผลิตคริสตัลสีด้วยเทคนิคพิเศษ โดยเฉพาะสีแดงทับทิมอันเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า “Baccarat Red” ซึ่งต้องใช้ทองคำบริสุทธิ์ผสมในกระบวนการผลิต ทำให้ได้สีแดงลึกที่สวยงามไม่เหมือนใคร นับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน Baccarat ยังคงรักษามาตรฐานการผลิตระดับสูงสุด ผลงานทุกชิ้นงานต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างพิถีพิถันจากช่างผู้เชี่ยวชาญ

3. จากที่สุดแห่งคริสตัลสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก
ปัจจุบัน Baccarat ได้ขยายธุรกิจจากการผลิตเครื่องแก้วคริสตัลสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรูระดับโลก มีทั้งโคมไฟ เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน แอคเซสซอรีสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงงานคอลแลบอเรชัน เช่น Hello Kitty, Pokémon อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจของน้ำหอมกลิ่นดัง Baccarat Rouge 540 ของแบรนด์ Maison Francis Kurkdjian และไม่เพียงแค่นั้น เพราะมีกระทั่ง Baccarat Bar รวมถึงโรงแรมหรู Baccarat Hotel & Residences ในนิวยอร์ก ที่นำความงามของคริสตัลมาผสมผสานกับการตกแต่งอย่างหรูหรา ทุกห้องพักประดับด้วยคริสตัลแชนเดอเลียร์และของตกแต่งจาก Baccarat ทำให้แขกได้สัมผัสประสบการณ์ความหรูหราระดับตำนานอย่างแท้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง: Lux To Know: The 244-Year Journey of French High Jewellery Maison Chaumet

Nokia Design Archive Launched to the Public by Aalto University

Aalto University เปิดตัว Nokia Design Archive ให้สาธารณะชนเข้าชมทางออนไลน์
บทความ: ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: Aalto University

Nokia เป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถือในตำนานช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 ที่เคยเป็นผู้นำโทรศัทพ์มือถือในยุคที่ยังไม่เป็นสมาร์ทโฟนเหมือนอย่างทุกวันนี้ ไม่มีกล้องถ่ายภาพ ทำได้มากสุดก็แค่แชท ส่งข้อความและเล่นเกม Snake แต่ในขณะนั้นก็นับว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกอยู่ไม่น้อย ซึ่งแม้ว่าวันนี้ Nokia จะไม่ได้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือแล้วก็ตาม แต่เรื่องราวของโทรศัพท์มือถือแบรนด์นี้ก็มีแง่มุมที่น่าสนใจ น่าค้นคว้าและศึกษา ไม่ใช่แค่เฉพาะในแง่ของเทคโนโลยี หากรวมไปถึงการหล่อหลอมสังคมอีกด้วย

Luxury gadget featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Aalto University ในเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์อันเป็นดินแดนแหล่งกำเนิดของโทรศัพท์มือถือ Nokia เปิดตัว Nokia Design Archive ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงคลังเอกสารสำคัญกว่า 2 ทศวรรษของโทรศัพท์มือถือ Nokia ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานภายในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีการเชื่อมต่อของผู้คนบนโลก ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ศึกษาถึงแนวคิดและเบื้องหลังการทำงานขององค์กรขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนผู้คนนับล้านและโลกใบนี้ และได้เข้าไปศึกษาถึงขั้นตอนการสานฝันของผู้ที่ออกแบบโทรศัพท์ที่จะพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของโทรศัพท์มือถือและการสื่อสารให้ล้ำสมัยขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงได้เห็นถึงข้อมูลหรือดีไซน์ที่ไม่เคยเปิดเผยสู่สาธารณะมาก่อน โดยมีนักออกแบบ นักประวัติศาสตร์การออกแบบ และนักวิชาการด้านองค์กรและการจัดการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Nokia Design Archive ซึ่งโครงกรารนี้ได้รับการสนับสนุนเงินบริจาคจาก Microsoft Mobile Oy และนักออกแบบมากมาย รวมถึงการระดมเงินทุนจากสภาวิจัยแห่งฟินแลนด์และมูลนิธิ Kaute

ณ ตอนนี้ Nokia Design Archive สามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์บนหน้าเว็บไซท์ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ซึ่งในคลังเอกสารสำคัญนี้จะประกอบไปด้วยภาพร่างต่างๆ รูปถ่าย การนำเสนอ บทสัมภาษณ์ และอีกมากมาย เรียกได้ว่าครอบคลุมโทรศัทพ์รุ่นต่างๆ ในยุครุ่งเรืองสุดๆ ของ Nokia ที่เคยครองส่วนแบ่งตลาดของโทรศัพท์มือถือเกือบครึ่งหนึ่งของโลกมาแล้ว โดยมีภาพและรายการบทวิเคราะห์ที่ได้ผ่านการคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 700 รายการเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาข้อมูลให้แก่ผู้เยี่ยมชม ซึ่งเป็นรายการตั้งแต่ช่วงกลางยุค 90 จนถึงปี ค.ศ. 2017 และยังมีคลังข้อมูลที่ไม่ได้รับการคัดสรรอีกกว่า 20,000 รายการและไฟล์ดิจิตอลขนาด 959GB โดยเนื้อหาเหล่านี้ Microsoft Mobile Oy อนุญาตให้เผยแพร่เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการวิจัยและการศึกษาเท่านั้น

Luxury gadget featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury gadget featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

บทความที่เกี่ยวข้อง: National Gallery of Victoria Presents Australia’s Largest Yayoi Kusama Exhibition

5 Gadgets to Help You Get a Better Sleep

0

5 ไอเท็มเด็ดที่จะช่วยยกระดับการนอนหลับของคุณให้ดียิ่งขึ้น
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Huggin

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต การพักผ่อนไม่เพียงพอหรือนอนหลับไม่สนิทอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย ทั้งความเครียด ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือการขาดสมาธิในการทำงาน แต่โชคดีที่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบันทำให้เรามีนวัตกรรมและอุปกรณ์อัจฉริยะที่ช่วยยกระดับคุณภาพการนอนได้ และนี่คือ 5 ไอเท็มเด็ดที่จะช่วยให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังงานเต็มเปี่ยมในทุกๆ วัน

Loop Dream Earplugs
เอียร์ปลั๊กหรือที่อุดหูรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Loop ที่ออกแบบมาเพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพอย่างแท้จริง ที่อุดหูชิ้นจิ๋วแต่แจ๋วนี้ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การนอนที่เงียบสงบ ด้วยเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนขั้นสูงที่สามารถลดเสียงรอบข้างได้ถึง 27 เดซิเบล พร้อมวัสดุซิลิโคนเกรดพรีเมียมนุ่มนวลพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ระหว่างนอนโดยเฉพาะ ที่อุดหู Loop Dream มีขนาดกะทัดรัดและโค้งมนตามสรีระช่องหู ทำให้สวมใส่สบายแม้นอนตะแคง มาพร้อมจุกซิลิโคน 4 ขนาดให้คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามขนาดรูหู ตัวฐานทำจากซิลิโคนกันลื่น ทำให้คุณสามารถวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงหรือหัวเตียงได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหล่นหาย ทั้งยังมาพร้อมกล่องขนาดเล็กสำหรับเก็บรักษาและพกพาไปใช้นอกสถานที่ได้ด้วย


Embr Wave 2 Thermal Wristband
หากอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นเกินไปทำให้คุณนอนหลับได้ยาก นาฬิกาข้อมือควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ Embr Wave 2 น่าจะช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้นได้ ด้วยนวัตกรรมจากทีมนักศึกษา MIT ที่พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ตัวอุปกรณ์ทำงานด้วยการปล่อยคลื่นความร้อนหรือความเย็นผ่านข้อมือซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและปรับสมดุลอุณหภูมิได้ดีขึ้น โดยสามารถควบคุมผ่านปุ่มกดบนตัวเรือนหรือแอพพลิเคชั่นบนมือถือ พร้อมโหมดการนอนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและสวมใส่สบายเหมือนนาฬิกาข้อมือทั่วไป ทำให้ Embr Wave 2 สามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่เพียงแค่ในขณะนอนหลับ


Avantree Slumber 2 Bluetooth Pillow Speaker
ลำโพงบลูทูธใต้หมอนที่ตอบโจทย์คนชอบฟังเพลง ฟังพอดแคสต์ หรือต้องการเสียงธรรมชาติขับกล่อมยามนอนหลับแบบเป็นส่วนตัว ไม่รบกวนคนรอบข้าง แถมยังไม่ทำให้คุณเจ็บหูหรือรู้สึกรำคาญเหมือนการสวมหูฟังขณะนอนหลับ Avantree Slumber 2 มาพร้อมคุณภาพเสียงที่คมชัด สามารถปรับแต่งเสียงและความดังได้ตามต้องการ รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ AUX ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ชาร์จหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้ถึง 10 ชั่วโมง คุณจึงฟังเพลงโปรดได้ตลอดทั้งคืน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะแบตหมดกลางดึก ที่สำคัญ มีฟังก์ชัน Sleep Timer ที่สามารถตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติได้ ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลว่าจะลืมปิดลำโพง


ErgoLab Deep Sleep Pillow
หมอน Deep Sleep จาก ErgoLab นวัตกรรมหมอนเพื่อการนอนที่มอบประสบการณ์การหลับที่พิเศษกว่าที่เคย ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระคอและศีรษะแบบเฉพาะบุคคล ช่วยจัดจัดท่านอนให้คอและสันหลังเรียงอย่างธรรมชาติ ตัวหมอนผลิตจากวัสดุโฟมวิสโคอีลาสติก หรือเมมโมรีโฟมคุณภาพสูงที่จะปรับตัวตามแรงกดและรูปทรงของคอและศีรษะ ช่วยลดแรงกดทับบริเวณกล้ามเนื้อคอและบ่า พร้อมร่องระบายอากาศที่ช่วยให้หมอนไม่อับชื้นและระบายความร้อนได้ดี จึงทำให้คุณรู้สึกเย็นสบายตลอดทั้งคืน ปลอกหมอนผลิตจากผ้าฝ้ายที่นุ่มสบายและระบายอากาศได้ดี ทำความสะอาดง่าย สามารถถอดซักเครื่องได้ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาปวดคอ นอนหลับไม่สนิท และรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายหลังตื่นนอน


Huggin Weighted Blanket
ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก Huggin เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยี Deep Pressure Simulation (DPS) ที่ใช้แรงกดทับอย่างนุ่มนวลผ่านลูกปัดแก้วที่บรรจุอยู่ภายผ้าห่ม ตัวผ้าห่มผลิตจากผ้าฝ้าย 100% ระบายอากาศได้ดี พร้อมโครงสร้างโพลีเอสเตอร์ 7 ชั้นที่ช่วยกักเก็บและช่วยให้ลูกปัดกระจายตัวได้อย่างเหมาะสม ผลที่ได้คือ คุณจะรู้สึกเหมือนถูกกอด รู้สึกสงบ ปลอดภัย ลดความวิตกกังวลก่อนนอน และนอนหลับได้ดีขึ้น ผ้าห่มมีขนาด 60 x 80 นิ้ว และคุณสามารถรับคำแนะนำในการเลือกน้ำหนักของผ้าห่มที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและความชอบของคุณได้ ซึ่งมีตั้งแต่ 4.5 – 6.8 กิโลกรัม ทั้งนี้ ผ้าห่มถ่วงน้ำหนักอาจไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

บทความที่เกี่ยวข้อง: 3 Reasons Why You Should Try Rock Climbing

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image