Home Blog Page 4

Leica ZM 12 บทพิสูจน์ล่าสุด เมื่อแบรนด์กล้องระดับตำนาน หันมาผลิตนาฬิกา

Leica ZM 12: Leica’s Latest Masterpiece Beyond Photography

Leica ZM 12 ผลงานใหม่จาก Leica ชื่อที่แฟนกล้องทั่วโลกต่างยกย่องในฐานะสัญลักษณ์แห่งความแม่นยำ ดีไซน์เรียบหรู และงานฝีมือระดับสูงของเยอรมนี ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ Leica ได้ก้าวข้ามจากวงการกล้องมาโลดแล่นในโลกของการทำนาฬิกา ด้วยไลน์นาฬิกาที่ค่อยๆ สร้างชื่อเสียงขึ้นอย่างเงียบๆ และเรือนเวลาล่าสุดของพวกเขาอย่าง Leica ZM 12 กำลังตอกย้ำว่า Leica ไม่ได้เพียงแค่ “ลองทำ” นาฬิกา แต่กำลัง “เอาจริง” อย่างที่สุด

Leica ZM 12

Leica กับโลกของนาฬิกา

แม้จะเพิ่งเปิดตัวไลน์นาฬิกาในปี 2022 แต่ Leica ใช้เวลาหลายปีในการวิจัยและพัฒนา โดยร่วมมือกับ Lehmann Präzision GmbH (เลห์มันน์ ปราซิชัน เกเอ็มเบฮา) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกของเยอรมนี เพื่อให้แน่ใจว่านาฬิกาของพวกเขาจะไม่ใช่แค่เรือนเวลาที่มีตรา Leica แต่เป็นเรือนเวลาที่สมบูรณ์แบบในตัวของมันเอง

รุ่นแรกๆ อย่าง Leica L1 และ L2 ได้รับการยอมรับในวงการสำหรับดีไซน์มินิมัลที่สะท้อนภาพลักษณ์ของกล้อง M-series พร้อมความประณีตที่ไม่แพ้แบรนด์นาฬิกา Swiss-made ชั้นนำ

Leica ZM 12 เรือนเวลาที่ชวนคุณมองสิ่งเดิมด้วยมุมมองใหม่

สำหรับ ZM 12 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น Leica ได้ต่อยอดมาจากรุ่น ZM 11 โดยพัฒนาแนวทางใหม่ที่ดูสปอร์ตและร่วมสมัยยิ่งขึ้น ลดขนาดตัวเรือนลง แต่ยังคงเอกลักษณ์เดิมของแบรนด์ไว้ได้อย่างแนบเนียน

นาฬิกา Leica ZM 12 โดดเด่นด้วยหน้าปัดเป็นแบบสองชั้นที่ดูมีมิติขึ้นและมีผิวสัมผัสคล้ายเลนส์กล้อ’ ทั้งยังเคลือบสาร Super-LumiNova สวิสเกรด ช่วยให้ดูเวลาได้ชัดเจนแม้ในที่มืด ตัวเรือนลดขนาดลงมาเหลือ 39 มม. มีให้เลือกทั้ง Titanium Chocolate Black, Stainless Steel Silver Grey, Stainless Steel Olive Black และ Stainless Steel Blue Orange เม็ดมะยมแบบกดได้แรงบันดาลใจจากปุ่มชัตเตอร์บนกล้อง Leica

รายละเอียดทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนความตั้งใจในงานดีไซน์และความชำนาญของแบรนด์ ที่สำคัญ ZM 12 ใช้กลไก Leica Caliber LA-3001 ที่พัฒนาโดยทีมของ Leica เอง มีพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง และทำงานด้วยความถี่ 4Hz

ความแตกต่างที่ Leica ทำได้ในโลกของนาฬิกา

สิ่งที่ทำให้ Leica Watches โดดเด่นไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของแบรนด์เดิม แต่คือวิธีการเล่าเรื่องและออกแบบที่เชื่อมโยงความรู้สึกของ “การถ่ายภาพ” มาสู่ “การบอกเวลา” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในรายละเอียดที่เหมือนจะเล็กน้อย เช่นการออกแบบอินเด็กซ์ เม็ดมะยม การจัดวางหน้าปัดย่อย (subdial) และการใช้สายผ้าที่ให้ความรู้สึกคล้ายสายสะพายกล้อง

Leica ไม่ได้เพียงแค่เพิ่ม “สินค้าใหม่” ให้กับไลน์ผลิตภัณฑ์ แต่กำลังสร้างบทใหม่ให้กับด้านไลฟ์สไตล์ ผู้ที่หลงใหลในความเที่ยงตรง ความคลาสสิก และดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา คงต้องลองพิจารณานาฬิกาเรือนนี้ดูสักครั้ง เพราะ Leica ZM 12 อาจเป็นนาฬิกาที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวตนคุณได้มากกว่าที่คิด

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Leica

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Lux To Know 3 เรื่องเด็ดของ แบรนด์ Patek Philippe นาฬิการะดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้

Lux To Know: Ralph Lauren จากเนคไทสู่จักรวาลแฟชั่นลักชัวรีระดับโลก

Lux To Know: Unfolding the World of Ralph Lauren Beyond the Polo Shirt

หากมีแบรนด์ใดที่สามารถกลั่นกรองความฝันแบบอเมริกันให้ออกมาเป็นเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงวิถีชีวิตอย่างเต็มรูปแบบ Ralph Lauren คือชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง ด้วยวิสัยทัศน์อันเฉียบคมและรสนิยมที่เป็นเอกลักษณ์ Ralph Lauren ไม่เพียงสร้างจักรวาลแฟชั่นที่หรูหราไร้กาลเวลา แต่ยังปักธงแห่งไลฟ์สไตล์ไว้ทั่วโลกในแบบที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวและความหมาย และนี่คือ Lux To Know กับ 3 เรื่อง(ไม่ลับ) ของ Ralph Lauren

Polo Bear ความหรูหราในแบบขี้เล่น ที่กลายเป็นไอคอนเหนือกาลเวลา

นอกจาก “นักโปโล” โลโก้หลักประจำแบรนด์ Polo by Ralph Lauren แล้ว ก็ยังมี Polo Bear ที่กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความหรูหราของแบรนด์ โดย Polo Bear ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1991 จากตุ๊กตาหมีแต่งตัวเหมือนราล์ฟ ลอเรน ซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดจากพนักงาน ก่อนจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เสื้อผ้าไลน์พิเศษที่ใช้ภาพวาดของหมีใส่ชุดสูท ทักซิโด้ หรือสเวตเตอร์เพรพพี้

Polo Bear จึงไม่ใช่แค่ลายพิมพ์น่ารัก ๆ แต่เป็นตัวแทนของ “luxury with character” ที่สะท้อนบุคลิกของแบรนด์ได้อย่างเฉียบแหลม และยังเป็นที่รักของแฟนคลับทั่วโลก โดยเฉพาะรุ่นวินเทจยุค 90s ที่นักสะสมต่างตามหาในราคาสูง

Purple Label คือที่สุดของความหรูหราในจักรวาล Ralph Lauren

ลอเรนเริ่มธุรกิจในวงการแฟชั่นด้วยการทำแบรนด์เนคไท ชื่อ “Polo” ก่อนจะก่อตั้งแบรนด์ Ralph Lauren ขึ้นในปี ค.ศ. 1967 และขยายจักรวาล Ralph Lauren เป็นแบรนด์ในเครือมากมาย ทั้ง Polo by Ralph Lauren ที่เน้นสไตล์สปอร์ตและอเมริกันคลาสสิก และคนน่าจะรู้จักแพร่หลายที่สุด Lauren Ralph Lauren ที่เน้นเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน ราคาเข้าถึงง่าย Ralph Lauren Collection เครื่องแต่งกายผู้หญิงสไตล์เพรพพี้ หรูหรา

และที่สุดแห่งความหรูหราของเครือนี้ ก็คือ Ralph Lauren Purple Label ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1994 โดยเน้นเสื้อผ้าตัดตามสั่ง หรือ tailor-made สำหรับสุภาพบุรุษที่ต้องการความประณีตไร้ที่ติ ทั้งการใช้ผ้าวูลแคชเมียร์จากอิตาลี งานตัดเย็บในระดับกูร์ตูร์ และดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุภาพบุรุษในยุคทองของฮอลลีวูด (ช่วงปลายทศวรรษ 1920 – 1960) เป็นไลน์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักธุรกิจ เซเลบ และดาราฮอลลีวูด

Ralph Lauren เป็นแบรนด์อเมริกันรายแรกที่มีแฟลกชิพสโตร์ในบูเลอวาร์ดสุดหรูของปารีส

ในปี ค.ศ. 2010 Ralph Lauren ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในวงการแฟชั่น ด้วยการเป็นแบรนด์อเมริกันรายแรกที่เปิดแฟลกชิพสโตร์บนบูเลอวาร์ด แซงต์-แชร์กแมง (Boulevard Saint-Germain) ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านหรูระดับตำนานของกรุงปารีส ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมชั้นสูง ตัวร้านขนาดกว่า 1,200 ตารางเมตรตั้งอยู่ในอาคารเก่าสไตล์โรโกโกจากศตวรรษที่ 17 ซึ่งได้รับการบูรณะใหม่อย่างประณีต โดยคงไว้ซึ่งบรรยากาศแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม ผสานเข้ากับงานตกแต่งแบบอเมริกันคลาสสิกในสไตล์ Ralph Lauren ได้อย่างสง่างาม

Ralph Lauren สาขานี้มาพร้อมคาเฟ่ Ralph’s ที่เสิร์ฟอาหารอเมริกันแท้ๆ ร้านนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ร้านเสื้อผ้า แต่คือจุดหมายปลายทางของเหล่าคนรักแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก

Ralph Lauren สาขาบูเลอวาร์ด แซงต์-แชร์กแมง กรุงปารีส

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Ralph Lauren

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Hotel du Cap-Eden-Roc x Sporty & Rich ยก French Riviera มาไว้บนเสื้อผ้าแนวสปอร์ตสุดหรู

Paul Smith แฟลกชิพสโตร์ ใหม่ ณ ศูนย์การค้า EmQuartier สาขาเดียวในโลกที่มี Fun House Mirror

Paul Smith Unveils a New British-Inspired Store at EmQuartier

Paul Smith แฟลกชิพสโตร์ สาขาใหม่ เปิดให้บริการแล้วที่ชั้น M ศูนย์การค้า EmQuartier เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยสาขานี้สะท้อนตัวตนที่สดใสและมีชีวิตชีวาของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ผ่านการเลือกใช้วัสดุและงานฝีมือจากท้องถิ่นที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์

Paul Smith สาขาศูนย์การค้า EmQuartier โดดเด่นท่ามกลางร้านแบรนด์เนมหรูชั้นนำระดับโลก ด้วยฟาซาดซีแดงบริเวณหน้าร้านและภาพลายเส้นแนวดูเดิ้ลอาร์ต ผลงานของเซอร์พอล สมิธ ที่สลักลงบนแผ่นหินปูน

เมื่อก้าวเข้าภายในร้าน คุณจะได้พบกับไฮไลต์สำคัญอย่างฉากสี่เหลี่ยมขนาด 3 x 3 เมตร ผลงานของเอลีน เกรย์ (Eileen Gray) สถาปนิกและนักออกแบบหญิงชื่อดัง ที่ตั้งเด่นอยู่กลางร้านซึ่งเทียบเท่ากับขนาดของร้าน Paul Smith แห่งแรกในเมืองนอตติงแฮมที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญของ Paul Smith สาขา EmQuartier

อีกหนึ่งความพิเศษที่คุณจะไม่สามารถพบได้ในแฟลกชิพสโตร์ Paul Smith สาขาอื่น ก็คือ กระจก “Fun House Mirror” ที่สั่งทำเพื่อสาขานี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกระจกแบบเดียวกับที่ตั้งอยู่ในออฟฟิศของเซอร์พอล สมิธที่กรุงลอนดอน และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Fun House Mirror ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความขี้เล่นให้กับพื้นที่ได้อย่างไม่เหมือนใคร ยิ่งเมื่อบวกกับการตกแต่งผนังบริเวณห้องลองเสื้อด้วยโปสเตอร์เพลงแนววินเทจจากวงดนตรีโปรดของเซอร์พอล สมิธ ทั้ง the Rolling Stones และ Oasis ก็ยิ่งทำให้ได้บรรยากาศแบบอังกฤษเต็มๆ

เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้สำหรับ Paul Smith สาขานี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะมีการผสมผสานเฟอร์นิเจอร์วินเทจสั่งทำพิเศษกับงานออกแบบร่วมสมัย ทั้งเก้าอี้เลานจ์ยุค 1970 จากอิตาลีที่หุ้มด้วยผ้าจากคอลเลกชัน Paul Smith Maharam หรือจะเป็นโต๊ะจัดแสดงกลางร้าน ผลงานของนักออกแบบชาวอิตาลี เรนาโต เซวี (Renato Zevi) ปิดท้ายด้วย Paul Smith art walls ผนังจัดแสดงผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ อาทิ โปสเตอร์นิทรรศการของปาโบล ปิกาโซ ภาพวาดของจิตรกรชาวอังกฤษ ไนเจล โอนีล (Nigel O’Neill)

แฟลกชิพสโตร์ Paul Smith สาขา EmQuartier ไม่เพียงแต่ครบครันด้วยไอเท็มแฟชันหลากหลาย แต่ยังพร้อมมอบประสบการณ์การชอปปิ้งในรูปแบบใหม่ ที่คุณจะได้ดื่มด่ำความงดงามของทั้งแฟชั่นและงานศิลปะ ทั้งยังถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จและก้าวสำคัญของ Paul Smith ในตลาดแฟชั่นประเทศไทยด้วย

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Paul Smith

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Lux to Know 3 เรื่อง (ไม่) ลับของ แบรนด์ Hermès ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Sirivannavari ร่วมกับ Iconcraft ยกระดับผ้าไทยสู่สากลกับคอลเลกชัน S’CRAFT: Craftsmanship 2025

S’CRAFT: Craftsmanship 2025, An Exclusive Silk Handbag Collection by Sirivannavari and Iconcraft

กลับมาอีกครั้งกับปราฏการณ์ความงามร่วมสมัยผ่านผืนผ้าไทย กับคอลเลกชันกระเป๋าผ้าไหมสุดเอ็กซ์คลูซีฟประจำปี “S’CRAFT: Craftsmanship 2025” ที่แบรนด์ Sirivannavari ร่วมกับ Iconcraft พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมงานคราฟต์สุดสร้างสรรค์ฝีมือช่างไทย ณ ศูนย์การค้าริมน้ำระดับโลก Iconsiam

S’CRAFT Craftsmanship 2025 Handbag Collection

คอลเลกชันผ้าไทย “S’CRAFT” เป็นผลงานประจำปีที่แบรนด์ Sirivannavari และ Iconcraft สร้างสรรค์ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Thai Textile Heroes ของ Iconcraft ที่มุ่งยกระดับผ้าไทย งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล เพื่อสะท้อนพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แบรนด์ Sirivannavari ที่ทรงมุ่งมั่นสืบสานพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสนับสนุนผ้าไทยบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นและช่างฝีมือชั้นครูอย่างแท้จริง

S’CRAFT: Craftsmanship 2025 อยู่ภายใต้ธีม “Royal Weave” ผสานความงามของผ้าไทยทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก สี่ภาค เข้ากับงานปักชั้นสูงสุดประณีตจาก Sirivannavari Atelier & Academy โดยคัดสรรลวดลาย เทคนิคเฉพาะในการทอผ้า รวมถึงวัสดุประจำท้องถิ่นของแต่ละภูมิภาค มารังสรรค์ให้เป็นผลงานร่วมสมัยที่มีลวดลายอันวิจิตร สะท้อนแนวคิดร่วมสมัย แต่ยังคงรักษารากเหง้าของความเป็นไทยไว้อย่างสมบูรณ์ ทรงคุณค่าดุจงานศิลปะ และมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

ทั้งผ้าทอใยธรรมชาติจากชนเผ่าต่างๆ และโครงการหลวงจากภาคเหนือ ที่ถูกนำมาผสานเข้ากับงานปักที่ใช้วัสดุธรรมชาติอย่างลูกเดือยโทนสีขาวครีม ร้อยเรียงกับคริสตัลและลูกปัดที่สอดรับกับลวดลายของผ้า ผ้าทอจากหลากลวดลายจากภาคกลางที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมและงานศิลปหัตถกรรมไทย เสริมความโดดเด่นด้วยงานปักดิ้นเลื่อมโลหะที่นิยมใช้กับงานสิ่งทอชั้นสูงมานานนับพันปี ผสานกับลูกปัด คริสตัลดอกไม้ และแท่งแก้ว เพื่อถ่ายทอดความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม

ผ้าไหมมัดหมี่ลวดลายและสีสันงดงามจากภาคอีสานถูกนำมาแต่งแต้มด้วยคริสตัลสี แท่งแก้ว และลูกปัดแก้วที่ปักประดับให้กลมกลืนไปกับสีสันและลวดลายเรขาคณิตของผ้าไหมมัดหมี่ ปิดท้ายที่ผ้าบาติกจากภาคใต้ที่ถูกนำมาปักลวดลายสามมิติเสมือนจริงด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไข่มุก เปลือกหอย คริสตัล และลูกปัดแก้ว ร้อยเรียงไปกับลายบาติกอันงดงาม ทำให้จินตนาการถึงฟองคลื่นบนหาดทราย และแนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์

ผืนผ้าที่ผ่านการประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงถูกนำมารังสรรค์เป็นกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และแฟชั่นนิสต้า รวมทั้งสิ้น 88 ใบ ทั้ง S’Signature Pouch กระเป๋าถุงผ้าพร้อมสายคล้องสั้น, บุษบง กระเป๋าทรงขนมจีบที่โดดเด่นด้วยงานจับสม็อคอันประณีต, บุปผา กระเป๋าคล้องมือสไตล์ญี่ปุ่น, บุษบา กระเป๋าคลัตช์ยาวที่เหมาะกับชุดราตรี และ ราชพฤกษ์ กระเป๋าถือทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมหูจับ ทุกใบตกแต่งโลโก้และสัญลักษณ์นกยูงประจำแบรนด์ Sirivannavari ทั้งยังมีไฮไลต์อย่าง “Luxe de Siam Exclusive Edit Clutch” กระเป๋าคลัตช์ที่ตกแต่งนกยูงรำแพนแสนสง่างาม สุดยอดผลงานของอาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ และอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย บรมครูผ้าไหมไทย

และเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ ทางแบรนด์ Sirivannavari ได้ร่วมกับ Iconcraft จัดงาน S’CRAFT Thai Textile Treasures: Four Regions, Timeless Legacy Craftmanship 2025” ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 Iconsiam พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ณ Iconcraft ที่ชั้น 3 – 4 อีกทั้งยังมีนิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราวของกระเป๋าทั้ง 88 ใบในคอลเลกชันพิเศษนี้ ณ Iconcraft Globe ชั้น 4 Iconsiam สามารถชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคมนี้

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Sirivannavari

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Jimmy Choo เปิดตัว From the Atelier: Bon Bon กระเป๋าโอต์กูตูร์รุ่นลิมิเต็ดที่นักสะสมห้ามพลาด


Lux To Know 3 เรื่องเด็ดของ แบรนด์ Patek Philippe นาฬิการะดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้

Lux To Know: Patek Philippe – The Master of Complications

แบรนด์ Patek Philippe เป็นแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่จากเจนีวาที่ครองใจนักสะสมและบุคคลชั้นนำทั่วโลกมายาวนานถึง 186 ปี ด้วยความประณีตในเชิงช่าง ความละเมียดละไมในเชิงศิลป์ และปรัชญาการครอบครองที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ “You never actually own a Patek Philippe. You merely look after it for the next generation.” แปลว่า “คุณเองไม่ใช่เจ้าของนาฬิกา Patek Philippe หากแต่เป็นคนดูแลรักษานาฬิกา Patek Philippe เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานรุ่นต่อไปต่างหาก”

แต่เบื้องหลังชื่อเสียงและดีไซน์แสนคลาสสิกของ Patek Philippe ยังมีรายละเอียดที่แม้แต่นักสะสมตัวยงบางคนอาจไม่เคยล่วงรู้มาก่อน และนี่คือ Lux To Know กับ 3 เรื่องเด็ดที่เราขอหยิบยกมาให้คุณได้รู้จักแบรนด์นี้ในมุมที่ “ลักชัวรี” ยิ่งกว่าที่เคยรู้

1. Caliber ที่ซ่อนลายเซ็นของผู้สร้างไว้ภายใน

แบรนด์ Patek Philippe ไม่เพียงผลิตกลไกที่เที่ยงตรงและซับซ้อนเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมด้วย “ความเป็นมนุษย์” ในระดับที่นาฬิกาแบรนด์อื่นอาจไม่กล้าทำ หนึ่งในนั้นคือการที่ช่างฝีมือระดับมาสเตอร์บางคนซ่อน “ลายเซ็น” ของตัวเองเอาไว้ภายในกลไก ซึ่งจะไม่มีทางมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เว้นแต่จะถอดชิ้นส่วนอย่างละเอียดเท่านั้น

สิ่งนี้ไม่ได้ทำเพื่อโชว์ แต่เพื่อเป็นการแสดงความภาคภูมิใจในงานของตนเอง และยืนยันว่า “นี่คืองานที่ฉันได้ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับมัน” ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ทั้งโรแมนติกและเป็นความลับเฉพาะของวงการการรังสรรค์นาฬิกาชั้นสูงอย่างแท้จริง

2. นาฬิกา Patek Philippe ที่แพงที่สุด ถูกประมูลด้วยเหตุผลสุดพิเศษ

เมื่อพูดถึงนาฬิกาที่แพงจนติดอันดับหนึ่งในสามของโลก หลายคนอาจคิดถึงรุ่นที่ประดับเพชรหรือทำจากวัสดุหายาก ทว่า Patek Philippe Grandmaster Chime Ref. 6300A-010 ที่ถูกประมูลไปในปี 2019 ด้วยราคาสูงถึง 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวพันหนึ่งร้อยล้านบาท) กลับเป็นนาฬิกาที่ทำจากสเตนเลสสตีล วัสดุที่แบรนด์ไม่ค่อยใช้ผลิตนาฬิกาคอมพลิเคชันระดับสูง

แล้วเหตุผลคืออะไร เพราะมันเป็นเรือนพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียงหนึ่งเดียวในโลก เพื่องานประมูลการกุศล Only Watch ซึ่งรายได้ทั้งหมดนำไปวิจัยโรคกล้ามเนื้อเสื่อมในเด็ก ทำให้นาฬิกาสแตนเลสสตีล หน้าปัดทอง 18K พลิกกลับด้านได้เรือนนี้ไม่เพียงหรูหรา แต่ยังแฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง และกลายเป็น “สัญลักษณ์แห่งเมตตาธรรมของวงการนาฬิกา” อย่างแท้จริง

Lux To Know แบรนด์ Patek Philippe_Patek Philippe Grandmaster Chime Ref. 6300A-010
Patek Philippe Grandmaster Chime Ref. 6300A-010 นาฬิการุ่นพิเศษที่ แบรนด์ Patek Philippe ผลิตขึ้นเพื่องานประมูลการกุศล Only Watch และถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 31 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,100 ล้านบาท)
(Photo: Christie’s)

3. แบรนด์ Patek Philippe เคยสร้างนาฬิกาที่ใช้เวลาผลิตนานถึง 9 ปี เพื่อฉลองครบรอบตัวเอง

ในวาระครบรอบ 150 ปีของแบรนด์ Patek Philippe ได้ตัดสินใจสร้างนาฬิกาเรือนพิเศษที่ไม่มีใครเทียบได้ “Calibre 89” ซึ่งเป็นนาฬิกาพกขนาดใหญ่ที่สุดและซับซ้อนที่สุดในโลกในขณะนั้น โดยใช้เวลาวิจัย พัฒนา และออกแบบ 5 ปี และผลิตอีก 4 ปี รวมแล้วกว่า 9 ปี

Calibre 89 ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆ ถึง 1,728 ชิ้น มีฟังก์ชันอันซับซ้อน หรือ complications มากถึง 33 ฟังก์ชัน รวมถึงระบบปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar), แผนที่ดวงดาว (Star Chart), เวลาดวงอาทิตย์ขึ้น – ตก (Sunrise – Sunset Time), และแม้แต่ฟีเจอร์บอกวันอีสเตอร์ จุดเด่นคือนาฬิกาเรือนนี้ไม่เคยถูกผลิตเพื่อวางขายทั่วไป มีเพียง 4 เรือนในโลก และแต่ละเรือนมีวัสดุต่างกัน คือ ทองคำขาว, ทองชมพู, ทองเหลือง และแพลทินัม

Lux To Know แบรนด์ Patek Philippe Calibre 89 The 150th Anniversary Edition
Patek Philippe Calibre 89 The 150th Anniversary Edition นาฬิการุ่นครบรอบ 150 ปีของแบรนด์

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Patek Philippe

บทความที่เกี่ยวข้อง:
3 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ Richard Mille แบรนด์นาฬิกาสุดล้ำแห่งศตวรรษที่ 21

Lux Escapes ที่ Pattaya Marriott Resort & Spa เสน่ห์ใหม่ของจอมเทียนในแบบ Marriott

Lux Escapes: Pattaya Marriott Resort & Spa

จอมเทียนกำลังเปลี่ยนไปในแบบที่น่าจับตา และ Pattaya Marriott Resort & Spa ก็คือหนึ่งในหมุดหมายใหม่ที่กำลังถูกพูดถึงในหมู่คนรักการเดินทางและพักผ่อนแบบมีระดับ นี่คือโรงแรมเครือ Marriott แห่งแรกที่เปิดตัวในพัทยาอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา และตั้งอยู่บนทำเลทองของหาดจอมเทียน ซึ่งถือเป็นอีกพื้นที่ศักยภาพสูงที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

Lux Escapes Pattaya Marriott Resort and Spa

ที่นี่คือการรวมตัวของความสงบ ความทันสมัย และงานดีไซน์แบบทรอปิคอลที่มีรากฐานจากท้องถิ่น นำเสนอผ่านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในในธีม “Sugar Palm Trees Paradise” ได้แรงบันดาลใจจากต้นตาล ซึ่งเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในบริเวณนี้ ถ่ายทอดความรู้สึกผ่อนคลายแต่ยังแฝงด้วยความร่วมสมัยอย่างลงตัว

โรงแรมสูง 14 ชั้นแห่งนี้มีห้องพักรวม 289 ห้อง โดยแบ่งออกเป็นหลากหลายประเภทตั้งแต่ Deluxe ไปจนถึง Pool Sky Villas ที่มาพร้อมจากุซซี่และวิวทะเลแบบพาโนรามา ทุกห้องออกแบบมาอย่างใส่ใจในรายละเอียด ทั้งงานไม้ โทนสีอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันสำหรับทั้งการพักผ่อนส่วนตัวและการทำงานแบบ workcation

Sunset Suite
Lux Escapes Pattaya Marriott Resort and Spa Sunset Suite (2)
Sunset Suite
Lux Escapes Pattaya Marriott Resort and Spa Premium Room
Premium Room
Lux Escapes Pattaya Marriott Resort and Spa Premium Room 3
Premium Room
Premium Room
Garden Suite
Premium Room

หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าพูดถึงคือ พื้นที่สวนน้ำและสระว่ายน้ำ ซึ่งถูกออกแบบให้เหมาะกับทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นสระอินฟินิตี้วิวทะเลสำหรับสายโรแมนติก สระครอบครัวที่มีโซนเด็กเล่น และสไลเดอร์น้ำขนาดใหญ่ที่กลายเป็นจุดหมายของทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ไม่ใช่แค่ที่พักเท่านั้นที่โดดเด่น ด้านอาหารการกินก็หลากหลายและมีระดับอย่างที่คาดหวังได้จากแบรนด์ Marriott Hotels & Resorts ทั้งบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ Goji Kitchen Grill and Bar รสชาติอิตาเลียนแท้ๆ ที่ La Familiare และร้านเบเกอรีโฮมเมดในบรรยากาศเป็นกันเองที่ Siam Bakery สำหรับคนที่ชอบจิบเครื่องดื่มยามเย็นหรือชมวิวพระอาทิตย์ตกก็มี Siam Pool Bar & Lounge และ Sunbird Bar ให้เลือกสรร

สำหรับผู้ที่มองหาความผ่อนคลายแบบลักชัวรีอย่างแท้จริง Quan Spa ที่นี่ตอบโจทย์ได้ครบทุกมิติ ด้วยเมนูทรีตเมนต์หลากหลาย ฟิตเนสที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และบริการสำหรับเด็กอย่าง Kids Club ที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ไว้ตลอดวัน ถือเป็นอีกข้อเด่นที่ทำให้ Pattaya Marriott Resort & Spa เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเยือนแบบครอบครัว

ที่น่าประทับใจไม่แพ้กันคือวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน โรงแรมนี้ได้รับการออกแบบให้ผ่านมาตรฐาน LEED Gold ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Asset World Corp ผู้พัฒนาโครงการ ที่ต้องการยกระดับพัทยาสู่จุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

แม้จะยังใหม่ แต่ Pattaya Marriott Resort & Spa ได้วางตำแหน่งของตัวเองไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นโรงแรมที่พร้อมต้อนรับทุกเจเนอเรชันในบรรยากาศที่หรูหรา อบอุ่น และร่วมสมัย ทั้งยังช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพัทยาให้กลายเป็นเมืองพักผ่อนสำหรับครอบครัวระดับสากลอย่างเต็มตัว

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Pattaya Marriott Resort & Spa

บทความที่เกี่ยวข้อง:
The Mekong Explorer Tent เต้นท์แคมป์สุดหรูใจกลางป่าแห่งใหม่ล่าสุดและลักชัวรีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image