Home Blog Page 5

เสียงปิดประตูยังเลือกได้ แล้วอะไรที่เป็นไปไม่ได้ใน Rolls-Royce Bespoke

Rolls‑Royce Bespoke The Art of Becoming One-of-One

เมื่อยนตรกรรมไม่ใช่เพียงพาหนะ แต่เป็นผลงานศิลปะที่ถอดแบบจากจินตนาการของคุณโดยเฉพาะ Rolls-Royce Bespoke Room ห้องแห่งจินตนาการที่คุณสามารถรังสรรค์ทุกความเป็นไปได้ทุกชิ้นบนรถของคุณ

ขึ้นชื่อว่ารถหรู Rolls-Royce ราคาที่น้อยคนนักยากจะครอบครองกับต้องมี Passion ความหลงใหลในแบรนด์ที่ต้องการความแตกต่างและตอบสนองความต้องการขั้นสุด เพราะราคาเริ่มต้นของ Rolls-Royce อาจมากกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไป แต่สิ่งทำให้ Rolls-Royce มีราคาแพงทะลุราคาเริ่มต้นขึ้นไปอีกแบบไม่มีขีดจำกัดนั่นคือ โปรแกรมที่เรียกว่า ‘Bespoke’

Rolls‑Royce Bespoke คืออะไร?

ห้องที่เปรียบเสมือนการสร้างบทกวีแห่งความเป็นตัวคุณ ถูกกลั่นกรองเป็นยนตรกรรมเพียงหนึ่งเดียวในโลก

โปรแกรมสุดพิเศษจาก Rolls‑Royce ที่ให้คุณสามารถปรับแต่งยนตรกรรมได้ทุกรายละเอียด ตามรสนิยม ไลฟ์สไตล์ และจินตนาการของผู้ครอบครอง โดยไม่มีขีดจำกัด Rolls-Royce เชื่อว่ารถยนต์ทุกคันควรเป็นงานศิลป์ที่สะท้อนตัวตนของผู้ครอบครอง ทีมช่างฝีมือระดับสูงที่ Goodwood พร้อมพลิกจินตนาการของคุณให้กลายเป็นรูปลักษณ์และสัมผัสได้จริง แม้แต่เส้นที่เดินรอบคัน ยังอาจถูกวาดด้วยมือของช่างผู้ชำนาญ

Rolls-Royce Bespoke Room

ลองจินตนาการว่า…

ในขณะที่รถทั่วไปอาจมีให้เลือกเพียง 7–10 สี Rolls‑Royce Bespoke กลับเปิดโอกาสให้คุณเลือกได้จาก เฉดสีมากกว่า 44,000 เฉด และหากคุณต้องการให้ตัวถังรถเป็นเฉดเดียวกับลิปสติกแท่งโปรด กระเป๋าที่รัก หรือแม้แต่สีตาของสัตว์เลี้ยง… ทีม Bespoke ก็สามารถสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ได้โดยเฉพาะ และถ้าคุณต้องการเติมประกายระยิบระยับแบบไม่มีใครเหมือน การบดเพชรแท้ผสมในเนื้อสีเพื่อเคลือบผิวรถ ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

Bespoke เปิดโลกของความเป็นไปได้ทุกสิ่ง

  • วัสดุตกแต่งภายใน ที่คุณสามารถเลือกเฉพาะเจาะจงได้ เช่น ต้องการให้หนังหุ้มเบาะเป็นแบบเดียวกับกระเป๋า Hermès ใบโปรด
  • ลวดลายบนคอนโซลหน้า ที่สามารถจำลองจากลายไม้บนเรือยอชต์ของคุณ
  • หมอนรองศีรษะ ที่สามารถปักชื่อย่อหรือสัญลักษณ์ประจำตระกูล
  • นาฬิกาบอกเวลาในรถ ที่คุณสามารถเลือกแบรนด์ หรืองานฝังอัญมณีได้
  • เครื่องประดับในรถ ไม่ว่าจะเป็นการฝังพลอย บรรจุหินนำโชค หรือแม้กระทั่งทองคำแท้ในส่วนต่าง ๆ
Side profile of Rolls Royce Wraith on a starry backdrop

ไฮไลต์ที่ตราตรึงที่สุดของ Rolls‑Royce Bespoke คือ Starlight Headliner ระบบเพดานรถที่เนรมิตท้องฟ้ายามค่ำคืนขึ้นมาใหม่ โดยจำลอง ตำแหน่งดาวในวันที่มีความหมายพิเศษของคุณ เช่น วันเกิด วันแต่งงาน หรือวันแห่งความทรงจำไม่รู้ลืม

ในโลกของความหรูหราเหนือระดับ ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่ากับการครอบครอง Rolls-Royce ที่รังสรรค์ขึ้นเพียงหนึ่งเดียวเพื่อคุณ Bespoke คือบทกวีแห่งความละเมียดละไม ที่ Rolls-Royce Motor Cars ได้ถ่ายทอดผ่านทุกดีเทลของยนตรกรรมในฝัน

หาก Bespoke ยังไม่พอ… Rolls-Royce Coachbuild Design คือการเดินทางสู่มิติใหม่ของยนตรกรรมจุดสูงสุดของความเป็น Bespoke สำหรับผู้ที่ให้คุณค่าแก่ “ความหายาก” อย่างแท้จริง Coachbuild คือความร่วมมือในการออกแบบระดับพิเศษระหว่างลูกค้าผู้ทรงเกียรติและเหล่าช่างฝีมือ ที่เกิดขึ้นได้เพียงจากคำเชิญเท่านั้น เพื่อรังสรรค์ยนตรกรรมหนึ่งเดียวในโลก

กระบวนการสร้าง Coachbuild เริ่มต้นจากเส้นสายหนึ่งเดียวบนกระดาษ ก่อนจะพัฒนาเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่ปราศจากข้อจำกัดเรื่องเวลา หรือขอบเขตของจินตนาการ สร้างขึ้นตั้งแต่โครงสร้าง รูปทรง ไปจนถึงจิตวิญญาณ ความหรูหราระดับสูงสุด Rolls-Royce Coachbuild จะใช้เวลาในการผลิตรถยนต์แต่ละคันมากกว่า 1 ปี

Rolls-Royce Bespoke คือโลกอีกใบสำหรับผู้หลงใหลในความหรูหราอย่างแท้จริง ตั้งแต่กระเป๋าหนัง ร่มประจำตัว ไปจนถึงเซ็ตแชมเปญและกล่องปิกนิก ทุกชิ้นถูกออกแบบให้เข้าชุดกับยนตรกรรมของคุณอย่างประณีต

ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้น Rolls-Royce ได้ลงทุนขยายโรงงาน Goodwood กว่า £300–376 ล้านปอนด์ เพื่อรองรับความซับซ้อนและความพิถีพิถันของงาน Bespoke และ Coachbuild ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะ จุดสูงสุดของยนตรกรรมระดับ Ultra-Luxury

บทความที่เกี่ยวข้อง:

The Alter Ego, Amplified Rolls-Royce Black Badge Spectre Debuts in Bangkok

Rolls-Royce Spectre Officially Unveiled in Thailand

Nothing Headphone (1) หูฟังโปร่งใสที่เกิดมาเพื่อโค่นดีไซน์แบบเดิมๆ

Nothing Headphone (1): A Transparent Take on Next-Gen Audio Design

แม้จะไม่ใช่แบรนด์ระดับไฮเอนด์ในแง่ราคา แต่ Nothing ยังคงทำให้โลกหันมามองได้ทุกครั้งที่เปิดตัวสินค้าใหม่ ล่าสุดกับ Nothing Headphone (1) หูฟังครอบหูรุ่นแรกของแบรนด์ที่กล้าฉีกกรอบเดิมๆ ของ Over-Ear Headphones ได้อย่างน่าจดจำ

Nothing Headphone (1) 1

Nothing คือแบรนด์นอกกระแสที่เลือกตั้งคำถามกับสิ่งที่เราคุ้นเคย และตอบด้วยคำตอบที่ไม่ธรรมดา เช่นเดียวกับ Nothing Headphone (1) หูฟังครอบหูรุ่นแรกของแบรนด์ ที่แค่เห็นดีไซน์ รูปลักษณ์ภายนอก ยังไม่พูดถึงเรื่องฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ก็รู้ได้ถึงความแตกต่าง

Nothing Headphone (1) 2

Nothing Headphone (1) มาพร้อมดีไซน์โปร่งใส (Transparent Design) และเส้นสายที่ผสานความเรโทรและความล้ำยุค วัสดุโปร่งใสเผยให้เห็นกลไกภายในได้อย่างน่าหลงใหล จนหลายคนอาจรู้สึกว่ามันใกล้เคียงกับงานออกแบบเชิงศิลป์มากกว่าอุปกรณ์เสียงหนึ่งชิ้น ซึ่งเบื้องหลังความเฉียบของดีไซน์นี้คือการร่วมมือกับ Teenage Engineering ทีมดีไซน์ชื่อดังจากสวีเดนผู้เคยฝากผลงานล้ำโลกไว้มากมาย ทำให้หูฟังรุ่นนี้ไม่ได้แค่สวยแปลก แต่ยังเต็มไปด้วยฟังก์ชันที่ออกแบบมาอย่างมีเหตุผล

Nothing Headphone (1) 3

เช่นเดียวกับแนวทางของแบรนด์ Nothing Headphone (1) ปฏิเสธดีไซน์แผงควบคุมแบบทัชสกรีนที่เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย แล้วหันกลับไปหา “การควบคุมด้วยการสัมผัส” (Tactile control) ที่จับต้องได้จริง ไม่ว่าจะเป็นลูกกลิ้งควบคุมระดับเสียง หรือ Paddle Switch ฟีลเม้าส์ลูกกลิ้งวินเทจ ที่ทั้งตอบสนองได้ดีกว่าและสร้างสัมผัสทางอารมณ์ได้มากกว่า

ด้านคุณภาพเสียง Nothing เลือกจับมือกับ KEF แบรนด์เครื่องเสียงจากอังกฤษในการจูนเสียง โดยโฟกัสเสียงที่ “คมชัดเป็นธรรมชาติ” ไม่แต่งเสียงจนเกินจริง ทั้งยังมีระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation, Spatial Audio และ Transparency Mode ให้ครบครัน

Nothing Headphone (1) 5

ราคาของ Nothing Headphone (1) อยู่ที่ 299 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าไม่สูงหากเทียบกับแบรนด์ดังในตลาดหูฟังครอบหู จึงไม่แปลกใจที่จะเป็นที่พูดถึงหนาหูตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว และหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มองหาไอเท็มที่ไม่ได้โดดเด่นแค่เทคโนโลยี แต่ยังบ่งบอกตัวตนผ่านดีไซน์ หูฟัง Nothing Headphone (1) ที่เหมือนหลุดมาจากนิยายไซไฟยุคเรโทรชิ้นนี้ อาจเป็นสิ่งที่คุณตามหาอยู่ก็ได้

Nothing Headphone (1) 6

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Nothing

บทความที่เกี่ยวข้อง:
3 เรื่องควรรู้ของ Bang & Olufsen เจ้าแห่งนวัตกรรมเสียงและการออกแบบที่ผสานกันอย่างลงตัว

Hotel du Cap-Eden-Roc x Sporty & Rich ยก French Riviera มาไว้บนเสื้อผ้าแนวสปอร์ตสุดหรู

Sporty & Rich Brings Hotel du Cap-Eden-Roc Aesthetic to Its Latest Collaboration

Hotel du Cap-Eden-Roc x Sporty & Rich คอลเลกชันที่สามระหว่าง Sporty & Rich และ Hotel du Cap-Eden-Roc เปิดตัวรับฤดูร้อน 2025 โดยยังคงแนวทางเดิมของ Sporty & Rich แบรนด์จากแคลิฟอร์เนียที่ถนัดการออกแบบเสื้อผ้าแนวแอธเลเชอร์ หรือสปอร์ตแวร์เรียบหรู พร้อมใส่กลิ่นอายของสถานที่จริงเข้าไปเป็นบริบท

Hotel du Cap-Eden-Roc คือหนึ่งในโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโกตดาซูร์ (Côte d’Azur) หรือที่รู้จักในชื่อเฟรนช์ ริเวียรา (French Riviera) เมืองตากอากาศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันโด่งดังของฝรั่งเศส หนึ่งในจุดหมายที่เชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของศิลปิน ดารา และแขกผู้ทรงอิทธิพลมาตั้งแต่ยุคคลาสสิก คอลเลกชันนี้จึงไม่ใช่แค่การนำโลโก้ของโรงแรมมาพิมพ์ลงบนเสื้อผ้าเท่านั้น แต่เป็นการรีเฟรมความหรูหราของโรงแรมให้กลายเป็นแฟชั่นที่ใส่ได้จริง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

Hotel du Cap-Eden-Roc x Sporty & Rich นำเสนอเสื้อโปโลผ้าเทอร์รี่ เสื้อเชิ้ตคอตตอนสีขาว เสื้อสเวตคัตติ้งเนี้ยบ กางเกงขาสั้น และแอกเซสซอรีต่างๆ ยังคงความมินิมอลตามแบบฉบับ Sporty & Rich แต่เมื่อนำไปผสมกับคอนเซ็ปต์ของ Hotel du Cap-Eden-Roc ซึ่งมีทั้งสนามเทนนิส สระว่ายน้ำสุดไอคอนิก และศิลปะการใช้ชีวิตแบบฝรั่งเศส เสื้อผ้าเหล่านี้จึงสะท้อนความสบายและเรียบหรูในแบบที่เป็นเอกลักษณ์

คอลเลกชันคอลแลบส์ระหว่าง Sporty & Rich และ Hotel du Cap-Eden-Roc ไม่ได้ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้น แต่มีตั้งแต่ไซซ์สำหรับเด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ จะใส่ในวันพักผ่อนริมทะเล หรือใส่ในชีวิตประจำวันในเมืองก็เหมาะ

สำหรับผู้ที่สนใจคอลเลกชันนี้ สามารถสั่งซื้อได้แล้วผ่านเว็บไซต์ของ Sporty & Rich และบูติกของโรงแรม Eden-Roc ที่ Cap d’Antibes

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Sporty & Rich

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Max Mara Celebrates the Italian Feminine Spirit with Resort 2026 Collection

Lux to Know 3 เรื่อง (ไม่) ลับของ แบรนด์ Hermès ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Lux to Know: Hermès – The Stories Behind the Orange Box and Beyond

แม้ แบรนด์ Hermès จะเป็นแบรนด์ที่เปี่ยมด้วยภาพจำของความคลาสสิกเหนือกาลเวลา และเป็นจุดกำเนิดของหลายผลงานไอคอนิก อาทิ กระเป๋า Birkin, รองเท้าแตะ Oran Sandal ที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่ Hermès ก็ยังมีเรื่องราวชวนประหลาดใจแฝงอยู่มากมาย ตั้งแต่จุดกำเนิดที่มาจากโลกของอานม้า ไปจนถึงสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ได้ตั้งใจเลือกมาตั้งแต่ต้น สำหรับใครที่ชื่นชอบแบรนด์นี้เป็นพิเศษ หรืออยากเข้าใจโลกแห่ง Hermès ให้ลึกยิ่งขึ้น นี่คือ Lux To Know 3 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Hermès ที่คุณอาจยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

1. ทำไม แบรนด์ Hermès ต้องใช้ “สีส้ม”

สีส้ม “Hermès Orange” หรือ “Orange H” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Hermès ไม่ได้ถูกเลือกเพราะการวางแผนเชิงแบรนด์อันแยบยลอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ หากแต่มาจาก “สถานการณ์จำเป็น” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เดิมที Hermès ใช้กล่องสีเบจอ่อนขอบทองสำหรับแพ็กเกจจิ้ง แต่เมื่อเกิดภาวะขาดแคลนทรัพยากรในช่วงสงคราม กระดาษชนิดที่ใช้อยู่ก็หายากขึ้นเรื่อยๆ Hermès จึงหันมาใช้กระดาษสีส้มซึ่งเหลือในสต๊อกแทน และนั่นก็กลายเป็นภาพจำถาวรนับแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งสีส้มนี้ก็สะท้อนบุคลิกของแบรนด์ที่หรูหราแต่ไม่เย่อหยิ่ง สดใสแต่ไม่ล้นเกินได้เป็นอย่างดี แถมใครเห็นก็จำได้ทันทีว่าเป็นแบรนด์ Hermès

2. Kelly Bag ไม่ได้ชื่อนี้ตั้งแต่แรก

กระเป๋ารุ่น Kelly ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Hermès มาจนทุกวันนี้ จริงๆ มีชื่อตอนเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 1935 ว่า Sac à dépêches แต่สิ่งที่ทำให้กระเป๋าใบนี้กลายเป็นไอคอนิค คือภาพถ่ายของ Grace Kelly ขณะใช้มันปิดหน้าท้องในช่วงตั้งครรภ์ เพื่อหลบเลี่ยงปาปารัซซีในปี ค.ศ. 1956 ภาพนั้นกลายเป็นไวรัล และ Hermès ก็เปลี่ยนชื่อกระเป๋าใบนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าหญิง Grace Kelly อย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพลังไวรัลที่สามารถเปลี่ยนชื่อของสินค้าชิ้นหนึ่งให้กลายเป็นประวัติศาสตร์

Lux to Know แบรนด์ Hermès Kelly Bag
Hermès Kelly Bag
(Photo: © Elisa Valenzuela)

3. แบรนด์ Hermès เคยขาย “เกมกระดาน” และยังขายอยู่

เมื่อพูดถึง Hermès หลายคนมักนึกถึงกระเป๋า ผ้าพันคอ หรือเครื่องหนังสุดพรีเมียม แต่รู้หรือไม่ว่า Hermès ก็มี “หมากรุก” “แบ็กแกมมอน” และเกมกระดานสุดหรูในคอลเลกชันของแบรนด์ด้วย โดยทุกชิ้นล้วนรังสรรค์จากวัสดุระดับสูง ทั้งหนังลูกวัว ไม้เนื้อดี ไปจนถึงเบี้ยที่ทำจากโลหะขัดเงาหรือหินแร่ธรรมชาติ เกมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงของเล่น แต่คืองานฝีมือที่แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งการคราฟต์ของ Hermès อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับผู้ที่เห็นความสำคัญของ “รายละเอียด” และ “ความพิถีพิถัน” แม้ในยามพักผ่อน

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Hermès

บทความที่เกี่ยวข้อง:
3 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Darry Ring แหวนสำหรับผู้ที่เชื่อในรักแท้และคำมั่นสัญญาตลอดชีวิต
Lux to Know: Berluti ศาสตร์แห่งเครื่องหนังที่ผสานความหรูหราสไตล์ปารีเซียง

Hermès Birkin ใบเก่งของ Jane Birkin ทุบสถิติ ถูกประมูลในราคากว่า 267 ล้านบาท

Original Jane Birkin Bag Sells at Auction, Sets New Record

กลายเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการแฟชั่น ป๊อปคัลเจอร์ และเวทีการประมูลระดับโลก เมื่อกระเป๋า Birkin ใบโปรดของเจน เบอร์กิน (Jane Birkin) ผู้เป็นทั้งนักแสดง นักร้อง และแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง Birkin ของ Hermès ขึ้นแท่นกระเป๋าหรูที่ถูกประมูลไปในราคาที่สูงที่สุดในโลก

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Sotheby’s หนึ่งในบริษัทประมูลผลงานศิลปะ ของเก่า และของสะสมที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษได้จัดงานประมูลที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยหนึ่งในชิ้นไฮไลต์ของงานในครั้งนี้ ได้แก่ “The Original Birkin: Hermès Black Box Birkin Brass Hardware, Crafted for Jane Birkin” กระเป๋า Birkin ใบแรกของโลกที่ Hermès รังสรรค์ให้แก่เจน เบอร์กิน เมื่อปี ค.ศ. 1985 พร้อมตอกอักษรย่อ J.B. ที่ด้านหน้า ซึ่งถือเป็นต้นแบบของกระเป๋ารุ่น Birkin สุดโด่งดังของแบรนด์

Hermès Birkin ของ Jane Birkin เปิดประมูลที่ 1 ล้านยูโร ก่อนจะถูกปิดประมูลไปที่ราคา 7 ล้านยูโร หรือราว 267 ล้านบาท โดยนักสะสมชาวญี่ปุ่นที่ไม่ประสงค์ออกนาม ซึ่งราคาสุดท้ายหลังรวมค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชันจะอยู่ที่ 8.58 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 328 ล้าน เรียกว่าทุบสถิติเดิมของ Hermès White Himalaya Niloticus Crocodile Diamond Retourne Kelly 28 ที่ถูกประมูลไปในราคา 513,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.38 แสนยูโร หรือ 16.6 ล้านบาท) เมื่อปี ค.ศ. 2021

Jane Birkin's Hermes Birkin Bag Auction 6
Hermès White Himalaya Niloticus Crocodile Diamond Retourne Kelly 28
(Photo: Christie’s)

สิ่งที่ทำให้กระเป๋าใบนี้ “แตกต่าง” อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของเจ้าของเดิม แต่เป็นร่องรอยการใช้งานแบบไร้การปรุงแต่งตามสไตล์ของเจน เบอร์กิน ที่แม้จะเปลี่ยนจากการหิ้วตะกร้าสานใบโปรดมาเป็นกระเป๋าหนังอย่าง Hermès Birkin แต่เธอก็ใช้งานจริงทุกวันจนหนังบุบ มีสติ๊กเกอร์ ตะขอเกี่ยวพวงกุญแจ ไปจนถึงริบบิ้นที่ผูกเพิ่มเข้าไปตามอารมณ์ของเธอในแต่ละช่วงชีวิต กระเป๋า Birkin ใบนี้จึงไม่ใช่แค่กระเป๋าวินเทจ แต่อัดแน่นไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็น “เจน เบอร์กิน”

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Sotheby’s

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Julien’s Auctions จัดงานประมูลไอเท็มส่วนตัวของเหล่าเจ้าพ่อเทคโนโลยี ทั้งสตีฟ จอบส์, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และอีกมากมาย

10 อัญมณีน่าสนใจ และควรมีในคอลเลกชันเครื่องประดับปีนี้

10 Must-Have Gemstones in 2025 Jewelry Trends

อัญมณี ไม่ใช่แค่ของสวยงาม หากยังเป็นทรัพย์สินที่ถือครองแล้วมูลค่าไม่เสื่อมคลาย ปี 2025 นี้ เทรนด์อัญมณีเน้นหนักไปที่ชนิดที่หายาก สีสันโดดเด่น และมีศักยภาพในการลงทุน โดยเฉพาะในตลาดเครื่องประดับระดับบนที่นักออกแบบและแบรนด์หรูเลือกใช้อย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหา “คุณค่า” ทั้งในแง่ความงามและอนาคตของการสะสม

10 อัญมณี น่าสนใจ ประจำปีนี้

1. พาราอิบา ทัวร์มาลีน
ทัวร์มาลีนที่หายากและแพงที่สุด มีตั้งแต่สีเขียวไปจนถึงฟ้า จุดเด่นคือ ความเปล่งประกายคล้ายแสงไฟนีออน กลายเป็นสมบัติที่นักสะสมและนักลงทุนหมายปอง ปีนี้ราคายังพุ่งต่อเนื่องเพราะต้นกำเนิดแหล่งเหมืองบราซิลใกล้หมด และมีความต้องการสูงจากแบรนด์หรู 

2. เพชร (โดยเฉพาะเพชรสีแฟนซี)
เพชรยังคงได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งความหรูหราและความคงทน นอกจากเพชรขาวขายดีแล้ว เพชรสีแฟนซีสดใสก็มาแรงและเป็นที่ต้องการ เพราะให้ความพิเศษเฉพาะตัว สีที่พบได้มีหลากหลาย อาทิ สีเหลือง สีแดง สีชมพู หรือสีหายากอย่างสีฟ้าและสีส้ม ยิ่งหากความเข้มข้นของสีสูง ราคาก็จะยิ่งสูง

3. แซฟไฟร์
พลอยที่มีความแข็งเป็นอันดับสองรองจากเพชร และเมื่อพูดถึงแซฟไฟร์ คนมักจะหมายถึงนิลกาฬ แซฟไฟร์สีน้ำเงินหรือสีน้ำเงินที่มักเรียกว่า ไพลิน จริงๆ แล้ว แซฟไฟร์มีหลายหลายสี เช่น เหลือง (บุษราคัม) เขียว (เขียวส่อง) และยังมีแซฟไฟร์ใสหรือไร้สี มองด้วยตาเปล่าคล้ายเพชร และแซฟไฟร์เปลี่ยนสีได้ตามแสงที่ตกกระทบ ซึ่งมีราคาสูง ด้วยความแข็งและสีที่หลากหลายจึงนิยมใช้ทำเครื่องประดับ คลาสสิกและคุ้มค่า ทั้งแง่ดีไซน์และการลงทุน 

4. ทับทิม
พลอยสีแดงเข้ม สัญลักษณ์แห่งพลังและความรัก เม็ดใหญ่คุณภาพสูงจากมอซัมบิกหรือพม่า กลายเป็นของหายากและราคาพุ่ง โดยเฉพาะสีเลือดนกพิราบ (Pigeon Blood) หรืออย่างทับทิมสยามที่มีสีแดงเข้มแกมม่วง อมน้ำตาลหรืออมส้ม ก็ยิ่งหายากและแพงกว่า ทับทิมน้ำงามและม็ดใหญ่ บางครั้งราคาสูงกว่าเพชรเสียอีก

5. มรกต
มีมูลค่ามากที่สุดในบรรดาแร่แบริล พบได้หลายแหล่ง เช่น บราซิล แซมเบีย รัสเซีย แต่มรกตโคลอมเบีย ที่มีสีเขียวสดค่อนข้างใส ถือเป็นสีที่สวยที่สุดและราคาแพงที่สุด และจะยิ่งแพงขึ้นหากเป็นแบบกลีบมะเฟือง (Trapiche Emerald) หรือเป็นมรกตไร้ตำหนิ เพราะหาได้ยาก นักลงทุนชอบเพราะมีสถิติราคาสูงมายาวนาน 

6. อความารีน
พลอยตระกูลแบริลที่ได้รับความนิยมรองจากมรกต โดยทั่วไปจะมีสีฟ้าอ่อนถึงฟ้าใส หากเป็นสีฟ้าเข้มจะยิ่งมีราคาแพง โดยเฉพาะอความารีนสีซานต้ามาเรียที่มีโทนฟ้าสดใส เป็นที่ต้องการของตลาดสูง แต่หากไม่เชี่ยวชาญก็อาจสับสนกับพลอยอื่นที่สีคล้ายกัน เช่น บลูโทปาส อความารีนอาจราคาไม่สูงเท่าอัญมณีดังอื่นๆ แต่ก็สวยโดดเด่น ครองใจผู้ที่หลงใหลในความอ่อนโยนและความหรูหราแบบ understated

7. แทนซาไนต์
แทนซาไนต์ หรือบลูซอยไซต์ อัญมณีสีน้ำเงินม่วงจากแหล่งเดียวในแทนซาเนีย มีความหายากสูงและราคาแพง ทั้งยังมีเอกลักษณ์คือเปลี่ยนสีได้ตามแสง นิยมมากขึ้นในตลาดเครื่องประดับหรู คาดการณ์ว่าจะขุดพบได้อีกไม่เกิน 30 ปี จึงทำให้เป็นที่ต้องการอย่างมาก เหมาะทั้งลงทุนและเป็นของสะสม

8. สปิเนล
สปิเนลเคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นทับทิมหรือแซฟไฟร์มานานหลายศตวรรษ ด้วยความแข็งและความเปล่งประกายคล้ายกัน ก่อนจะถูกยอมรับว่าเป็นอัญมณีแท้ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง สีที่ได้รับความนิยมมากคือชมพู แดง และเทาอมม่วง โดยเฉพาะสปิเนลแดงจากพม่าและแทนซาเนียที่เริ่มหายากขึ้น ทำให้ตลาดสะสมเริ่มจับตามอง ราคาก็ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการและจำนวนเหมืองที่ลดลง

9. มอร์แกไนต์
อีกหนึ่งอัญมณีตระกูลแบริลที่หายากและได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในงานแหวนหมั้นและจิวเวลรีสไตล์หวานๆ ด้วยสีโทนชมพูอ่อน ชมพูอมม่วง พีช แซลมอน ที่ให้อารมณ์โรแมนติก และความเชื่อในหลายวัฒนธรรมที่ว่า มอร์แกไนต์ เป็นหินแห่งความรักอันบริสุทธิ์

10. ซาโวไรท์
ซาโวไรท์ หรือโกเมนเขียว ได้ชื่อว่าหายากมากและเป็นโกเมนชนิดที่แพงที่สุด ยิ่งในปัจจุบันก็ยิ่งหายากกว่าสมัยก่อน ถึงขั้นที่ว่า การจะขุดพบโกเมนเขียวขนาด 1 กะรัตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้ว สีที่นิยมคือเขียวเข้มที่ไม่ดำจนทึบ ซาโวไรท์ชิ้นที่โด่งดังที่สุดชื่อว่า “Lion of Merelani” ถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ สถาบันสมิธโซเนียน เป็นโกเมนเขียวเจียระไนทรงคุชชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 116.76 กะรัต มากกว่าเพชรโฮปถึงสองเท่า

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Chaumet

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เจาะดีไซน์รูปทรงเพชรยอดนิยม กับแหวนเพชรและแหวนหมั้นจากแบรนด์หรูระดับโลก

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image