Home Blog Page 3

6 โรงแรมหรู ในเอเชียและยุโรป เพื่อการพักผ่อนเหนือระดับ

From Bali to Capri: 6 Luxury Escapes Across Asia and Europe

ใกล้เข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว ใครที่กำลังวางแผนท่องเที่ยวพักผ่อน พร้อมมองหาประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบลักชัวรี Luxuo Thailand ได้คัดสรร 6 โรงแรมหรู ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางในทวีปเอเชียและยุโรปที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวและความสงบ ไม่วุ่นวาย มอบความพรีเมียมครบถ้วนทั้งด้านบริการ ทำเล และบรรยากาศ พร้อมให้ดื่มด่ำช่วงเวลาพิเศษอย่างเหนือระดับ

6 โรงแรมหรู ในเอเชียและยุโรป ที่ควรไปสัมผัส

1. Regent Bali Canggu เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

Regent Bali Canggu คือจุดหมายพักผ่อนแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์นักเดินทางผู้รักการใช้ชีวิตแบบลักชัวรีและกำลังมองหาประสบการณ์ด้านอาหารอย่างแท้จริง รีสอร์ตริมทะเลแห่งนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์การกินดื่มที่โดดเด่นถึง 5 สไตล์ ตั้งแต่รสชาติอาหารอินโดนีเซียแบบดั้งเดิมที่ Taru ความสนุกสไตล์สเปนที่ Sazón ไปจนถึง Cure โดยเชฟมิชลินสตาร์ แอนดรูว์ วอลช์ (Andrew Walsh) ทั้งหมดสะท้อนเสน่ห์บาหลีผ่านรสชาติ วัตถุดิบ และการนำเสนออันร่วมสมัย

2. Address Creek Harbour นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โรงแรมหรูแห่งย่าน Creek Harbour ใจกลางดูไบที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนของทุกเจเนอเรชัน ด้วยห้องพักและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่สูงสุดถึง 4 ห้องนอน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง Qix Club และ Qix Teens Lounge สำหรับเด็กและวัยรุ่น สปา ฟิตเนส 24 ชั่วโมง และสระว่ายน้ำอินฟินิตี้สำหรับผู้ใหญ่ อีกทั้งยังมีห้องอาหารและคาเฟ่หลายสไตล์ ทางเดินเลียบลำธาร รวมถึงดาดฟ้าชมวิวเส้นขอบฟ้าและตึก Burj Khalifa ที่สวยงาม ทำให้ Address Creek Harbour คือจุดหมายหรูที่เหมาะกับทั้งครอบครัว

3. Villa La Guettière เมืองอองตีบส์ ฝรั่งเศส

วิลล่า ลา แกตติแยร์ (Villa La Guettière) คฤหาสน์สไตล์โพรวองซ์ที่ตั้งอยู่ในสวนสวยเขียวชอุ่มกว่า 6,500 ตารางเมตร ประกอบด้วยเรสซิเดนซ์ 2 หลัง รวมทั้งหมด 9 ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง ภายในวิลล่ามีสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ระบบน้ำอุ่น พูลเฮ้าส์พร้อมเทอร์เรซ ฟิตเนส โรงภาพยนตร์ พร้อมบริการบัตเลอร์ส่วนตัวและเชฟประจำวิลล่า อีกทั้งแขกผู้เข้าพักยังได้รับสิทธิ์เข้าใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกของ Hotel du Cap-Eden-Roc โรงแรมระดับตำนานที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว

4. Grand Resort Bad Ragaz รัฐเกราบึนเดิน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

รีสอร์ตหรูระดับโลกที่ตั้งอยู่เชิงเทือกเขาแอลป์ สวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานของน้ำพุร้อนจาก Tamina Gorge ที่เป็นหัวใจของการบำบัดและการพักผ่อน ที่นี่มีห้องพักกว่า 200 ห้อง ร้านอาหาร 7 แห่ง สนามกอล์ฟ และคาสิโนครบวงจร นอกจากสปาที่มีชื่อเสียงระดับรางวัลแล้ว แขกยังจะได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านคอนเสิร์ตคลาสสิก การเดินชมงานศิลป์ และทัวร์มรดกเมืองเก่า พร้อมดื่มด่ำไวน์และอาหารท้องถิ่น Grand Resort Bad Ragaz จึงเป็นการพักผ่อนที่ผสานสุขภาพ ศิลปะ และความหรูหราอย่างลงตัว

5. Amenemu เมืองชิมะ ประเทศญี่ปุ่น

รีสอร์ตหรูในเครือ Aman ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและอ่าวอะโกะ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณของญี่ปุ่น Amenemu โดดเด่นด้วยบ่อออนเซ็นแร่ธรรมชาติและประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณ แขกสามารถเยี่ยมชมศาลเจ้าอิเสะอันศักดิ์สิทธิ์ เข้าร่วมพิธีชา นั่งสมาธิแบบเซน หรือลองกิจกรรมชินรินโยคุหรือการอาบป่าเพื่อความผ่อนคลาย พร้อมชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านและดอกไม้ไฟยามค่ำคืน Amenemu จึงเป็นสถานที่ที่ผสานความสงบ สุขภาพ และมรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างงดงาม

6. Hotel La Palma เกาะคาปรี ประเทศอิตาลี

โรงแรมในตำนานแห่งแรกของเกาะคาปรี ปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่ม Oetker Hotels และได้รับการบูรณะใหม่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมเปิดตัว Bianca Rooftop Carne & Crudo สเต็กเฮาส์และบาร์อาหารทะเลสไตล์อิตาเลียนสุดหรูบนรูฟท็อป แขกจะได้ดื่มด่ำกับวัตถุดิบชั้นเลิศที่ปรุงด้วยเตาย่างฟืน ท่ามกลางบรรยากาศวิวเกาะที่สวยงามราวภาพวาด การออกแบบโดย Francis Sultana ผสมผสานความงามเหนือกาลเวลาเข้ากับความหรูหราร่วมสมัย ทำให้ Hotel La Palma คือจุดหมายที่รวบรวมทั้งประวัติศาสตร์ ความโรแมนติก และประสบการณ์การกินดื่มเหนือระดับ

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Address Creek Harbour

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ตามรอย Lilo & Stitch ไปพักร้อนที่ฮาวาย กับ 5 โรงแรมสุดหรู

เปิดประสบการณ์พิซซ่าสุดสร้างสรรค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับ Pizza Omakase: 365° ห้องอาหาร Riva del Fiume

Savor Shared Moments with Pizza Omakase: 365° at Riva del Fiume, Four Seasons Hotel Bangkok

ที่ห้องอาหาร Riva del Fiume Ristorante โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok พิซซ่าไม่ได้เป็นเพียงเมนูแสนอร่อย แต่ถูกยกระดับเป็นประสบการณ์ทางรสชาติที่แฝงความคิดสร้างสรรค์ ผ่านคอนเซ็ปต์ใหม่ Pizza Omakase: 365° การตีความพิซซ่าในรูปแบบโอมากาเสะ 8 คอร์ส ที่อบในอุณหภูมิพิเศษ 365 องศาเซลเซียส และออกแบบมาเพื่อการ “แชร์” กันบนโต๊ะ เพื่อให้มื้ออาหารเต็มไปด้วยบทสนทนาและช่วงเวลาน่าจดจำ

แรงบันดาลใจของเชฟแอนเดรีย แอคคอร์ดิ (Andrea Accordi) มาจากวัฒนธรรมอิตาเลียนที่พิซซ่าเป็นสัญลักษณ์ของการรวมผู้คนไว้ด้วยกัน จึงเกิดเป็นเมนูที่บางคอร์สเบาและละเมียด บางคอร์สเข้มข้นและหรูหรา แต่ทุกจานยังคงจิตวิญญาณของอาหารอิตาเลียนแท้

การเดินทางของรสชาติของ Pizza Omakase: 365° เริ่มด้วยฟริตติกรอบสีทองหน้าอากามิทูน่าและกุ้งแดงซิซิเลียน ต่อด้วยพิซซ่า Regina Margherita แบบดั้งเดิม ก่อนก้าวสู่ความสร้างสรรค์ เช่น พิซซ่า Dal Mare หนวดปลาหมึกย่างกับเคเปอร์จากเกาะแพนเทลเลเรีย (Pantelleria), พิซซ่า al taglio ท็อปด้วยทรัฟเฟิลดำและแฮมคูลาเทลโลสุดพิเศษจากแคว้นปาร์มา, cornetto ไส้ stracciatella กับเพสโต้พิสตาชิโอ-มินต์สุดละมุน, แป้งพิซซ่าทอดกรอบคู่ burrata และโฆเซลีโต้ (Joselito) แฮมรสชาติเข้มข้นจากสเปน และซอสโหระพา จบเมนูคาวด้วยจานไฮไลต์อย่างอูนิและไข่ปลาบอตทาก้ารสกลมกล่อม ก่อนจะปิดท้ายด้วยของหวานซอสสตรอว์เบอร์รี ไอศกรีมใบมะเดื่อ และครีมมาสคาร์โปเนแต่งกลิ่นเวอร์บีนา

Pizza Omakase: 365° at Riva del Fiume, Four Seasons Hotel Bangkok

ทุกคอร์สใช้วัตถุดิบอิตาเลียนตามฤดูกาล ผสมผสานรสชาติอย่างเหนือความคาดหมาย เพื่อให้แต่ละจานกลายเป็นเรื่องราวที่แขกอยากแบ่งปัน ทั้งในรสชาติและบทสนทนา

Pizza Omakase: 365° ให้บริการเฉพาะวันศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 19:00 น. ที่โต๊ะพิเศษเพียงหนึ่งโต๊ะต่อคืน รับเพียง 8 ที่นั่ง ราคา 2,500++ บาทต่อท่าน รวม welcome aperitif, น้ำดื่ม และกาแฟหลังมื้ออาหาร พร้อมบริการไวน์แพริ่งหรือสิทธิ์นำไวน์มาเองโดยไม่คิดค่าคอร์กเกจ

สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์การรับประทานพิซซ่าที่ลึกซึ่้ง ทั้งรสชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และความสุขจากการแบ่งปัน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้แล้วที่ช่องทางออฟฟิเชียลของโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Four Seasons Hotel Bangkok

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ทำไม “สเต็กเนื้อสไตล์อเมริกัน” ถึงเป็นเมนูในฝันของคนรักเนื้อ

BioActive+ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่และพรีเซนเตอร์ชื่อดัง

A Drop of Innovation: BioActive+ Launches in Thailand with Science-Driven Wellness

BioActive+ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารล่าสุด จากบริษัท ไบโอแอคทีฟ เอ็นแซด 1984 จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับพรีเมียมจากประเทศนิวซีแลนด์ที่มีประสบการณ์กว่า 40 ปี ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผ่านงานอีเวนต์ที่จัดขึ้น ณ พาร์คพารากอน ศูนย์การค้า Siam Paragon

ภายในงาน BioActive+ ได้ประกาศความสำเร็จด้านยอดขายในประเทศไทยกว่า 450 ล้านบาทภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 สูตร และพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์อย่าง คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ซึ่งจะเป็นตัวแทนถ่ายทอดแนวคิด “Live Lively” ของแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภคยุคใหม่

งานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ของ BioActive+ ในครั้งนี้ นอกจากสองผู้บริหารอย่าง ดร. วาสนา อินทะแสง และคุณสิทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตรแล้ว ยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ เบ็คกี้ รีเบคก้า, มดดำ คชาภา, นิว นภัสสร, ลิลลี่ ภัณฑิลา, ชิน ชินวุฒ, กัน อรรถพันธ์, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์, หนิง ปณิตา, นาย ณภัทร, เบสท์ คำสิงห์, แม็กซ์ เจนมานะ, เป็กกี้ ศรีธัญญา, นิกกี้ ณฉัตร, และ กวาง The Face พร้อมมินิคอนเสิร์ตปิดท้ายค่ำคืนจาก WIM กานต์ กษิดิ์เดช, นิว นภัสสร สุวรรณานนท์, Bowkylion, DJ Ono & Buddah และ ชิน ชินวุฒ

ผลิตภัณฑ์หลักของ BioActive+ อยู่ในรูปแบบ “Drop & Drink” ที่พัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ด้านโภชนศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพของนิวซีแลนด์ โดยมีจุดเด่นที่สารสกัดระดับโลกจากญี่ปุ่น สวีเดน สเปน และนิวซีแลนด์ เพื่อดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก

สองสูตรแรกที่วางจำหน่ายไปแล้ว ได้แก่ Concentrated Liquid Collagen ซึ่งช่วยฟื้นฟูผิวจากระดับโครงสร้าง เสริมความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น และ Asta Drink สูตรที่นำแอสต้าแซนธินเข้มข้นมาใช้ในรูปแบบลิควิดเป็นครั้งแรกในไทย ช่วยลดเลือนริ้วรอยและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งออกแบบมาให้สามารถใช้ควบคู่กับสูตร Concentrated Liquid Collagen เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

BioActive+ ทั้ง 4 สูตร ได้แก่ Concentrated Liquid Collagen, Concentrated Liquid Asta Drink, Concentrated Liquid Gold และ Concentrated Liquid Gluta
ผลิตภัณฑ์ BioActive+ ทั้ง 4 สูตร ได้แก่ Concentrated Liquid Collagen, Concentrated Liquid Asta Drink, Concentrated Liquid Gold และ Concentrated Liquid Gluta

นอกจากนี้ BioActive+ ยังมีแผนเปิดตัวสูตรใหม่ในเดือนกันยายน ได้แก่ Concentrated Liquid Gold ซึ่งรวมสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นอย่าง TetraSOD™ และ MnSOD จากแบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะ และ Concentrated Liquid Gluta สูตรสำหรับผิวกระจ่างใสอย่างปลอดภัย ด้วยกลูต้าไธโอน 2 รูปแบบ พร้อมสารสกัดมะเขือเทศขาวและเซราไมด์จากข้าวญี่ปุ่น

BioActive+ วางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ รวมถึงร้านค้าชั้นนำ อาทิ SkinLab, BFF, Watsons, EveandBoy, Beautrium, Konvy, Tops Vita โดยมุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของผู้บริโภคไทย ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่แพ้ความสะดวกในการเข้าถึง

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: BioActive+

Cartier Siam Paragon บูติกแฟลกชิปสองชั้น นำเสนอสรวงสวรรค์กลางกรุงเทพฯ

Cartier Siam Paragon Duplex Boutique Where Thai Heritage Meets Celestial Design

Cartier เนรมิตสรวงสวรรค์ในแบบศิลปะไทยร่วมสมัย กับ Cartier Siam Paragon บูติกแฟลกชิปแห่งใหม่ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบูติกของ Cartier ที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย และมีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ด้วยพื้นที่กว่า 758 ตารางเมตรในรูปแบบสองชั้น ณ ชั้น M และชั้น 1 ศูนย์การค้า Siam Paragon พร้อมคอนเซ็ปต์ “Heavenly Cartier” ที่พาแขกผู้มาเยือนเข้าสู่สวรรค์แห่งความวิจิตรเหนือจินตนาการและเปี่ยมด้วยความสุข

Cartier Siam Paragon

ชั้นแรกของบูติก Cartier Siam Paragon เผยให้เห็นคอลเลกชันไอคอนิกของเมซง ทั้ง Love, Panthère de Cartier และ Clash de Cartier ที่เปล่งประกายท่ามกลางฉากหลังอันงดงามซึ่งถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก “สวรรค์บนผืนดิน” ผ่านองค์ประกอบอันสวยงาม เช่น โคมไฟระย้าทรงหยดน้ำที่เคลื่อนไหวราวสายฝนและพรมที่สะท้อนจังหวะการตกกระทบของน้ำ บริเวณผนังตกแต่งด้วยกระจกสีที่ย้อมมือโดย O Thai ศิลปินไทยระดับชาติผู้เชี่ยวชาญงานกระจกและโลหะ พร้อมกรอบโลหะรูปดอกพุดตานที่อ้างอิงถึงศิลปะการฝังอัญมณีของเมซง

ศิลปะท้องถิ่นยังสะท้อนผ่านงานศิลปะการต่อฟาง (straw marquetry) ในห้องต้อนรับ โดยสตูดิโอไทย Muse Design และฉากกั้นที่ถักทอจากเส้นใยธรรมชาติในสีสดจากพืชพรรณไทย นอกจากนี้ ยังมีซุ้มรวงข้าวสีทองที่เปรียบดั่งคำอวยพร ก่อนเข้าสู่โซนแอคเซสเซอรีและนาฬิกา โดยมีเรือนเวลาระดับตำนานอย่าง Santos de Cartier, Baignoire และ Tank วางเคียงคู่กับภาพป่าดงดิบ ผลไม้ท้องถิ่น พรรณไม้เขียวชอุ่ม และชะนีน้อยผู้แสนขี้เล่น ให้ความรู้สึกสนุกเร้าจินตนาการ ราวกับเดินทางผ่านผืนป่าในเทพนิยาย

Cartier

บันไดวนอันสง่างามพาแขกผู้มาเยือนขึ้นสู่ “สวรรค์เบื้องบน” หรือชั้นสอง ซึ่งเนรมิตขึ้นเพื่อนำเสนอคอลเลกชันเพชรอันทรงคุณค่า ตั้งแต่คอลเลกชันเจ้าสาว คอลเลกชันไฟน์จิวเวลรี และคอลเลกชันไฮจิลเวลรี บนผลงานศิลปะขนาดใหญ่ โดย Ease Studio พร้อมผลงานเซรามิกจาก Siam Celadon ที่รังสรรค์ส่วนมงกุฎของตัวล็อคด้วยเซรามิกแบบศิลาดล และลวดลายดอกไม้สีทอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตลับแป้งวินเทจปี 1946 ของ Cartier

นอกจากนี้ ตลอดแนวโถงยังตกแต่งด้วยภาพดอกโมก สัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และความรุ่งเรือง ผลงานภาพปักมือของอนุชา ส่งเสริม ศิลปินชาวไทยรุ่นใหม่ ที่ใช้เทคนิคโอต์กูตูร์ฝรั่งเศสผสานลวดลายไทยดั้งเดิมที่ใช้ประดับชุดโขนหลวง ผ่านการปักลูกปัดทองคำ เส้นไหมและดิ้นทองอย่างละเอียดวิจิตร เฉกเช่นเดียวกับงานฝีมือในการรังสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงของ Cartier

Cartier Siam Paragon

ไฮไลต์อีกหนึ่งอย่างของชั้น 2 นี้ คือ ห้องรับรองวีไอพีที่หรูหราและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด แขกจะได้สัมผัสผลงานลงรักปิดทองผสมเปลือกไข่ โดยศิลปินแห่งชาติ อ.มานพ วงศ์น้อย ที่ถ่ายทอดความรุ่งเรืองเจิดจำรัสของสรวงสวรรค์ผ่านศิลปะแบบไทยขนานแท้ เสมือนการเดินทางสู่ปราสาทบนเมฆ

นอกจากนี้ ยังมีวินโดว์ดิสเพลย์จากปารีสและผลงานพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระศรีรัตนเจดีย์ ณ วัดพระแก้ว ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสจิตวิญญาณของความหรูหรา ความฝัน และความเป็นไทยในมุมมองสากล และเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ Cartier ยังจัดแสดงคอลเลกชันลิมิเต็ด Cartier Libre Tuttitutti ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 นี้เท่านั้น

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Cartier

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Paul Smith แฟลกชิพสโตร์ ใหม่ ณ ศูนย์การค้า EmQuartier สาขาเดียวในโลกที่มี Fun House Mirror

เบ็คกี้ รีเบคก้า ชวนแฟนๆ ร่วมฉลองช่วงเวลาพิเศษผ่านคอลเลกชันเครื่องหอมสุดพิเศษ Kirinatu x Rebecca

Kirinatu x Rebecca: An Exclusive Fragrance Collaboration

เมื่อกลิ่นหอมไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งเติมบรรยากาศ แต่เป็นภาษาของความทรงจำและตัวตน Kirinatu x Rebecca คอลเลกชันเครื่องหอมลิมิเต็ดเอดิชันจึงถือกำเนิดขึ้น จากการร่วมมือระหว่าง Kirinatu แบรนด์น้ำหอมและสกินแคร์จากประเทศฝรั่งเศส กับเบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงและไอคอนด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่หลงใหลในกลิ่นหอม

คอลเลกชัน Kirinatu x Rebecca นำเสนอการเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของเบ็คกี้บนเส้นทางบันเทิง และเพื่อขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนและมอบความรักให้กับเบ็คกี้มาโดยตลอด ผ่านผลิตภัณฑ์ 3 เซ็ตพิเศษ ที่สะท้อนความทรงจำ ความสงบ และความอบอุ่นในแบบเฉพาะตัวของ Rebecca ภายใต้คอนเซ็ปต์ “It’s Her Time” โดยทุกกลิ่นถูกพัฒนาอย่างพิถีพิถันในห้องทดลองของ Kirinatu เน้นการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และกระบวนการผลิตแบบยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแบรนด์

Kirinatu x Rebecca Hand Cream Set

เซ็ตแรก Kirinatu x Rebecca Hand Cream Set มูลค่า 990 บาท ประกอบด้วยแฮนด์ครีมกลิ่นซิกเนเจอร์ซึ่งมีให้เลือก 3 กลิ่น ได้แก่ Orchidée Sauvage ที่ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นหอมบริสุทธิ์และเสน่ห์อันเย้ายวนของกล้วยไม้ขาว, White Fig กลิ่นหอมสดชื่นจากลูกฟิกขาว ที่ให้ความรู้สึกละมุน อบอุ่น เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และ Terre Rouge ที่ผสมผสานกลิ่นเครื่องเทศและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติได้อย่างลงตัว มีเอกลักษณ์ มาพร้อม Special Photocard สุดพิเศษจำนวน 2 ใบแบบสุ่ม จากทั้งหมด 6 แบบ

Kirinatu x Rebecca Scented Candle Set

เซ็ตที่ 2 Kirinatu x Rebecca Scented Candle Set มูลค่า 1,590 บาท ประกอบด้วยเทียนหอมซิกเนเจอร์ที่เลือกได้ระหว่างกลิ่น Orchidée Sauvage, White Fig และ Terre Rouge เช่นเดียวกับเซ็ตแฮนด์ครีม ส่วนของขวัญพิเศษสำหรับเซ็ตนี้จะเป็น Special Keyring จำนวน 1 ชิ้นแบบสุ่ม จากทั้งหมด 3 แบบ

Kirinatu x Rebecca Scented Candle Set

เซ็ตที่ 3 Kirinatu x Rebecca Diffuser Set มูลค่า 2,990 บาท ประกอบด้วยชุดดิฟฟิวเซอร์ (น้ำหอมในบ้านกลิ่น Bouquet, แจกันใส่น้ำหอม และก้านไม้หอม) พร้อม Photobook 1 เล่ม โดยแฟนๆ จะได้ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีที่จะได้ Photobook พร้อมลายเซ็นสดจากเบ็คกี้ ซึ่งมีเพียง 50 เล่มเท่านั้น

แฟนๆ ของเบ็คกี้และ Kirinatu สามารถพรีออเดอร์คอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Kirinatu x Rebecca ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ผ่านช่องทางชอปปิ้งออนไลน์ของ Kirinatu สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Kirinatu

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Kirinatu

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เปิดประสบการณ์กลิ่นหอมที่น่าหลงไหลเติมเต็มความหรูหราให้กับที่อยู่ของคุณด้วยก้านไม้หอมและเทียนหอมดีไซน์ใหม่ล่าสุดจาก KIRINATU

สายการบิน Etihad เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เครื่องบิน A321LR จากอาบูดาบีสู่ภูเก็ต

Phuket Welcomes Etihad Airways’ First A321LR Flight

ในที่สุด สายการบิน Etihad ได้ทำการบินเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของ แอร์บัส A321LR รุ่นใหม่ล่าสุด เส้นทางอาบูดาบี – ภูเก็ต (EY414) โดยตั๋วทุกชั้นโดยสารในรอบแรกนี้ถูกจำหน่ายหมดทั้งที่นั่งชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ และชั้นหนึ่ง

Etihad Airways’ First A321LR Flight to Phuket 1

เครื่องบิน A321LR รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อนำมาตรฐานการบริการระดับลำตัวกว้างมาไว้ในเครื่องบินทางเดินเดี่ยว โดยมี First Suites แบบปิดส่วนตัวเพียง 2 ห้อง พร้อมเตียงนอนราบเต็มที่และจอ 20 นิ้ว 4K, Business Class 14 ที่นั่ง ในรูปแบบ 1-1 พร้อมจอ 17.3 นิ้ว และ Economy 144 ที่นั่ง ที่มาพร้อมจอ 13.3 นิ้วและการเชื่อมต่อบลูทูธ ทุกชั้นโดยสารยังรองรับ Wi-Fi ความเร็วสูง สำหรับการประชุมออนไลน์และความบันเทิงเต็มรูปแบบ

Etihad Airways’ First A321LR Flight to Phuket 2

การเปิดเที่ยวบินแรกสู่ภูเก็ตนี้ไม่ใช่เพียงหมุดหมายเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายเส้นทางที่สายการบิน Etihad ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยเมื่อเดือนเมษายน สายการบินได้เปิดตัว A321LR อย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่าจะนำเครื่องบินรุ่นนี้ให้บริการในเส้นทางระยะสั้นและกลางหลายแห่ง ทั้งเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง

Etihad Airways’ First A321LR Flight to Phuket 3

ตามแผน “Journey 2030” สายการบิน Etihad ตั้งเป้าเพิ่มฝูงบินและเปิดเส้นทางใหม่กว่า 16 เมืองในปี 2568 รวมถึง เอเธนส์ มิลาน ปารีส ซูริก โคเปนเฮเกน กรุงเทพฯ เชียงใหม่ กัลกัตตา ตูนีส ริยาด และอีกหลายเมืองสำคัญ โดย A321LR จะเป็นหัวใจหลักในการมอบประสบการณ์ห้องโดยสารระดับพรีเมียมแก่ผู้โดยสารในตลาดที่กว้างขึ้น

Etihad Airways’ First A321LR Flight to Phuket 4

เส้นทางอาบูดาบี – ภูเก็ต (EY414) ด้วยเครื่อง A321LR ไม่เพียงเป็นการเพิ่มเครื่องบินใหม่ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการเดินทางในภูมิภาค ให้ใกล้เคียงกับไฟลต์ข้ามทวีปมากกว่าที่เคยมีมา

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Etihad Airways

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ถอดรหัสความคุ้มแบบมีคลาสกับ Premium Economy ที่นั่งใหม่เส้นทางกรุงเทพ – ดูไบของ Emirates

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image