Home Blog Page 25

Get Ready to Explore the World with Oceania Cruises’ 2027 Global Voyage

เตรียมตัวให้พร้อม กับทริปล่องเรือรอบโลก Around the World Cruise 2027 จาก Oceania Cruises
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Oceania Cruises

สำหรับผู้ที่หลงใหลในการเดินทางและแสวงหาประสบการณ์สุดพิเศษ Oceania Cruises เตรียมตัวสัมผัสการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่กับ “Around the World Cruise 2027” การล่องเรือรอบโลก 180 วันที่จะพาคุณไปเยือนกว่า 100 เมืองท่าใน 46 ประเทศ ครอบคลุม 6 ทวีป บนเรือสำราญสุดหรู Vista ที่จะมอบความสะดวกสบายและความประทับใจตลอดการเดินทาง

Vista ไม่ใช่แค่เรือสำราญธรรมดา แต่เป็นเรือที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางรอบโลกโดยเฉพาะ ด้วยจำนวนผู้โดยสารเพียง 1,200 ท่าน ทำให้ Vista สามารถมอบความเป็นส่วนตัวและการบริการที่เหนือระดับแก่ผู้โดยสารทุกคน ห้องพักทุกห้องเป็นแบบมีระเบียง (all-veranda accommodations) และมีขนาดกว้างขวางถึง 291 ตารางฟุต นอกจากนี้ Vista ยังมีอัตราส่วนพนักงานต่อผู้โดยสารที่สูงถึง 2 ต่อ 3 ซึ่งหมายถึงการบริการที่ใส่ใจและทั่วถึง

Oceania Cruises ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารรสเลิศ แน่นอนว่าบนเรือ Vista คุณจะได้พบกับห้องอาหารชั้นเลิศถึง 11 แห่งที่พร้อมเสิร์ฟอาหารจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารฝรั่งเศส อาหารอิตาเลียน อาหารเอเชีย หรืออาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายบนเรือ เช่น คลาสเรียนทำอาหาร เวิร์คช็อปศิลปะ การบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ

การล่องเรือรอบโลกกับ Oceania Cruises ไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่หลากหลาย คุณจะได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกว่า 150 แห่ง ซึ่งรวมถึงสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO และหากอยากสำรวจแต่ละสถานที่แบบเจาะลึก คุณก็สามารถเลือกซื้อทัวร์เสริมได้ด้วย

“Around the World Cruise 2027” ของ Oceania Cruises จะออกเดินทางจากไมอามีในวันที่ 6 มกราคม 2027 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 76,199 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน และเปิดให้จองแล้วทางเว็บไซต์ทางการของ Oceania Cruises หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา แปลกใหม่ และน่าจดจำ การล่องเรือรอบโลกทริปนี้ของ Oceania Cruises คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบและพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Four Seasons Yachts เปิดตัวเส้นทางการเดินเรือช่วงวันหยุดปี ค.ศ. 2026-2027 เพื่อฉลองครบรอบปีแรกของการเปิดตัวเรือ
ต่อยอดความฝันสู่การเดินทางทั่วโลกด้วยตัวเลือกเมืองที่น่าสนใจจาก A ถึง Z

From the Atelier: Bon Bon – Exclusive Crystal Bag Collection by Jimmy Choo

Jimmy Choo เปิดตัว From the Atelier: Bon Bon กระเป๋าโอต์กูตูร์รุ่นลิมิเต็ดที่นักสะสมห้ามพลาด
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Jimmy Choo

Jimmy Choo นำเสนอกระเป๋ารุ่นไอคอนิก Bon Bon ในคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ From the Atelier: Bon Bon ที่สะท้อนความประณีตของงานฝีมือจากอิตาลีและการรังสรรค์ด้วยคริสตัล Swarovski ระยิบระยับ เปลี่ยนกระเป๋าให้เป็นงานศิลปะชิ้นเอกที่น่าครอบครอง

ในคอลเลกชันนี้ Bon Bon ได้รับการตีความใหม่ผ่าน 5 ดีไซน์อันโดดเด่นที่เล่นกับแสงและเงาอย่างชาญฉลาด แต่ละใบถูกรังสรรค์ด้วยเทคนิคขั้นสูง ตั้งแต่การปักคริสตัลกว่า 25,000 เม็ดบนผ้าซาตินและหนังกลับ ไปจนถึงโครงสร้างตาข่ายที่สร้างมิติราวกับ “กระเป๋าซ้อนกระเป๋า” โดยใช้แถบหนังกลับปักคริสตัลทีละเม็ดด้วยมือ

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติถูกถ่ายทอดลงในลวดลายของใบไม้คริสตัลและดอกไม้สามมิติบนเนื้อผ้าทูลล์และซาติน เทคนิคการปักด้วยมือระดับโอต์กูตูร์ทำให้ From the Atelier: Bon Bon รุ่นพิเศษนี้เป็นมากกว่ากระเป๋า แต่เป็นเครื่องประดับที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Jimmy Choo ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คอลเลกชัน From the Atelier: Bon Bon วางจำหน่ายในบางสาขาทั่วโลกตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องประดับลักชัวรีที่เปี่ยมด้วยศิลปะและความงามเหนือระดับ นี่คืออีกหนึ่งชิ้นงานที่คู่ควรแก่การสะสมจริงๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Fred จัดกาล่าดินเนอร์สุดหรูเปิดตัวคอลเล็กชันไฮจิวเวลรี Monsieur Fred Ideal Light ที่โซล
6 แบรนด์รองเท้าเจ้าสาวไฮเอนด์ เสกลุคแต่งงานให้หรูหราและน่าจดจำ
กระเป๋า Le Brillant ไอคอนแห่งความคลาสสิกเหนือกาลเวลาจาก Delvaux

Coco Chanel Suite at Lausanne Palace: A Timeless Tribute to Coco Chanel’s Legacy

Coco Chanel Suite โรงแรม Lausanne Palace ห้องพักสุดหรูที่สะท้อนตัวตนของโกโก ชาแนล
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Lausanne Palace

ที่พักระดับตำนานที่หลอมรวมความหรูหราและประวัติศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ Lausanne Palace ในเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไม่เพียงแต่เป็นโรงแรมหรูที่แปลงโฉมจากพระราชวังมาเป็นที่พักอันโอ่อ่างดงาม และเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1915 แต่ยังเคยเป็นสถานที่โปรดของไอคอนแห่งวงการแฟชั่นอย่างกาเบรียล ชาแนล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โกโก ชาแนล” ซึ่งเดินทางมาพักที่นี่เป็นประจำจนโรงแรมได้สร้างห้องสวีทพิเศษเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ โดยใช้ชื่อว่า Coco Chanel Suite

ห้อง Coco Chanel Suite ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรม Lausanne Palace มาพร้อมกับวิวอันน่าทึ่งของทะเลสาบเจนีวาและเมืองโลซานน์ที่สามารถมองเห็นได้จากระเบียงส่วนตัว ภายในห้องพักขนาด 170 ตารางเมตรถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนรสนิยมและความงามในแบบชาแนล โดดเด่นด้วยโทนสีฟ้าและสีครีมที่ให้ความรู้สึกหรูหราและสงบเงียบ

Coco Chanel Suite ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นสุดคลาสสิก ตกแต่งด้วยเตาผิงหินอ่อน ทีวีจอแบน และโต๊ะรับประทานอาหารที่เหมาะสำหรับการจัดงานเลี้ยงรับรอง ห้องนอนหลัก มาพร้อมเตียงขนาดใหญ่สไตล์ร่วมสมัยที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย ห้องทำงานสไตล์สตูดิโอ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสะท้อนความเป็นนักสร้างสรรค์ของชาแนล และห้องอาบน้ำปูพื้นหินอ่อนสีครีม มีอ่างอาบน้ำสไตล์อังกฤษ และห้องแต่งตัวขนาด 24 ตารางเมตร เพิ่มความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว

Coco Chanel Suite ไม่ได้เป็นเพียงห้องพักสุดหรู แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากหญิงสาวที่ปฏิวัติวงการแฟชั่นแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งยังคงเป็นไอคอนในปัจจุบัน หากคุณต้องการสัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายของตำนานอย่างโกโก ชาแนล การเข้าพักที่ Coco Chanel Suite ณ Lausanne Palace อาจเป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืม

บทความที่เกี่ยวข้อง:
5 โรงแรมหรูในปารีส ที่เหล่าเซเลบริตี้เลือกพักในช่วง Paris Fashion Week
โรงแรมหรูในโอซาก้า แนะนำสำหรับช่วง World Expo 2025
5 รีสอร์ตหรู สำหรับทริปตามรอยซีรีส์ดัง The White Lotus ไปพักผ่อนบนเกาะสมุย

Discover the Top 5 Matcha Spots in Bangkok

5 ร้านมัทฉะเกรดพรีเมียมในกรุงเทพฯ ที่คอมัทฉะตัวจริงห้ามพลาด
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง

กรุงเทพฯ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอาหาร จึงไม่แปลกใจที่มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่คนหันมาสนใจ วันนี้ Luxuo Thailand ได้รวบรวม 5 ร้านมัทฉะในกรุงเทพฯ ที่คุณจะได้สัมผัสรสชาติของมัทฉะอย่างแท้จริงในบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ ลองแล้วคุณจะหลงใหลในมัทฉะมากขึ้นแน่นอน

Homu
Homu คาเฟ่มัทฉะย่านเจริญกรุง 44 ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยบรรยากาศสบายๆ ตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่น ที่นี่เสิร์ฟมัทฉะเกรดพรีเมียมที่คัดสรรมาจากเกียวโต โดยเฉพาะมัทฉะลาเต้ที่จะมอบความเข้มข้นและนุ่มนวลให้กับผู้ที่หลงใหลในรสชาติของมัทฉะ นอกจากนี้ยังมีขนมหวานที่ทำจากมัทฉะให้เลือกหลากหลาย เช่น ไดฟุกุสตรอว์เบอร์รี บุรามันเจะ มัทฉะดังโงะ

Ksana
Ksana ตั้งอยู่ในตึก One City Centre ที่นี่เสิร์ฟชาเกรดเซเลโมเนียล และมีชาให้เลือกเพียง 3 แบบ ได้แก่ Coastal Breeze, Smokey Peaks และ Bitter Rainforest โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าอยากดื่มแบบ Latte, Usucha และ Koicha การตกแต่งภายในร้านดูแปลกตา ด้วยคอนเซปต์ “ถ้ำ” เพื่อให้ได้บรรยากาศเงียบสงบ และเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการนั่งจิบชาและพักผ่อนที่สุด

MTCH
MTCH คาเฟ่มัทฉะร่วมสมัยตามคอนเซปต์ Contemporary Matcha Bar ปัจจุบันมีสาขาที่อารีย์ สุขุมวิท 23 และ The Circle Ratchapruk ไฮไลต์ คือ ที่นี่เป็นร้านมัทฉะไม่กี่ร้านในกรุงเทพฯ ที่เลือกใช้ผงชาเขียวที่บดจากใบชาทั้งใบและมาจากชาสายพันธ์เดียว ไม่ใช้มัทฉะแบบเบลนด์ เพื่อให้ลูกค้ารู้จักชาแต่ละพันธุ์ดีขึ้น ซึ่งที่ร้านก็มีใบชาจากแหล่งปลูกทั่วญี่ปุ่นให้เลือกกว่า 10 สายพันธุ์

Peace Oriental Teahouse
Peace Oriental Teahouse ห้องน้ำชาสไตล์ตะวันออกชื่อดังที่นำเสนอชาหลากหลายแบบ ทั้งเซนฉะ โฮจิฉะ มัทฉะ ชาอู่หลงจากจีนและไต้หวัน สำหรับมัทฉะ เมนูซิกเนเจอร์ที่ควรลอง ได้แก่ Gyokuro ที่จะเสิร์ฟชาเขียวคุณภาพดีและหายากที่สุด 3 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีเมนูของหวานอื่นๆ ที่มีความครีเอทีฟและน่าสนใจ เช่น Matcha Extremist ไอศกรีมชาเขียวเข้มข้น เคลือบด้วยถ่านชาร์โคล ให้อารมณ์กรุบกรอบ

Ren Cafe and Goods
Ren Cafe and Goods อีกหนึ่งร้านมัทฉะสเปเชียลตี้ย่านเจริญกรุงที่สัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย สวยงาม และสบายๆ สไตล์ญี่ปุ่น แนะนำให้ลองเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Matcha Black Sesame ที่มีงาดำเพิ่มความหอมมัน Ren มัทฉะลาเต้ที่ใช้ผงมัทฉะเกรดพรีเมียมจากจังหวัดมิเอะ รับประทานคู่กับ Matcha Basque Cheesecake รสเปรี้ยวหวานลงตัว

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เปิดพิกัด 5 ร้านไฟน์ไดนิ่งเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ
เอนจอยซันเดย์ บรันช์ กับ 5 ร้านห้ามพลาดในกรุงเทพฯ
เติมความหวานในวันวาเลนไทน์นี้ด้วยช็อกโกแลตอาร์ติซานสัญชาติไทย

Fred Introduces Monsieur Fred Ideal Light at a Glamorous Gala in Seoul

Fred จัดกาล่าดินเนอร์สุดหรูเปิดตัวคอลเล็กชันไฮจิวเวลรี Monsieur Fred Ideal Light ที่โซล
บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Fred

Fred แบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงจากฝรั่งเศส จัดงานกาล่าดินเนอร์สุดหรู ณ กรุงโซล เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวคอลเลกชัน Monsieur Fred Ideal Light ค่ำคืนนี้ได้พาแขกผู้มีเกียรติท่องไปในโลกแห่งแสงและแรงบันดาลใจจากความทรงจำวัยเยาว์ของ เฟร็ด ซามูเอล ผู้ก่อตั้งเมซง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแสงอาทิตย์แห่งอาร์เจนตินา บ้านเกิดของเขา

ไฮไลต์ของงานคือการปรากฏตัวของ จิน BTS ในฐานะ Global Ambassador ของ Fred พร้อมด้วยเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ อีซองคยอง, คิมฮเยซู ชาซึงวอน ที่เปล่งประกายด้วยเครื่องประดับจากคอลเลกชันล่าสุด 

จิน BTS โกลบอลแอมบาสเดอร์ของ Fred

จิน ปรากฏตัวในลุคสง่างาม พร้อมสร้อยคอและแหวน Bright Vitality ตัวเรือนไวท์โกลด์ประดับเพชรและมรกตโคลอมเบีย ที่สื่อถึงพลังและความสดใส

นักแสดงสาว อีซองคยอง

อีซองคยอง ดาราสาวชื่อดัง โดดเด่นด้วยสร้อยคอ สร้อยข้อมือ และต่างหู Bright Vitality ตัวเรือนไวท์โกลด์ ประดับเพชรและมรกตโคลอมเบีย เติมเต็มเสน่ห์อันหรูหรา

คิมฮเยซู เจ้าแม่แห่งวงการบันเทิงเกาหลีใต้

คิมฮเยซู เปล่งประกายด้วยสร้อยคอและแหวน Blazing Audacity ที่ผสานอัญมณีหลากสี ไม่ว่าจะเป็นสปิเนลสีแดง สเปสซาไรต์สีส้ม รูเบลไลต์สีชมพู และเพชร สะท้อนถึงพลังแห่งความมั่นใจ

ชาซึงวอน นักแสดงระดับตำนาน

ชาซึงวอน นักแสดงระดับตำนาน สวมสร้อยคอ Exalting Joy ประดับโอปอลออสเตรเลีย ทัวร์มาลีน เพชร และเทอร์ควอยซ์ ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งความสุขและความลุ่มลึก

ค่ำคืนนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองคอลเลกชันใหม่ แต่ยังเป็นการนำเสนอแนวคิดแห่ง “แสง” ที่หลอมรวม ศิลปะ จินตนาการ และความเป็นจริง ผ่านเครื่องประดับระดับมาสเตอร์พีซ

คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์แห่งแสงเจิดจรัสภายใต้ปรัชญาการออกแบบของ Fred ที่หลอมรวมระหว่าง ศิลปะ ความฝัน และความเป็นจริงในคอลเลกชัน Monsieur Fred Ideal Light ได้แล้วที่เว็บไซต์ทางการของ Fred

บทความที่เกี่ยวข้อง:
5 คอลเลกชันเครื่องประดับจากแบรนด์หรูที่เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญในวาเลนไทน์นี้
3 เรื่องที่ต้องรู้ของ Van Cleef & Arpels ที่เป็นมากกว่าแบรนด์จิลเวลรีหรู
5 Jewelry Choices to Shine at Festive Parties

Lamborghini x Silver Cross Unveils $5,000 Reef AL Arancio Stroller

Reef AL Arancio รถเข็นเด็กรุ่นลิมิเต็ดสุดหรูจาก Lamborghini x Silver Cross
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Silver Cross

เมื่อสองแบรนด์ไอคอนิกจากสองโลกโคจรมาพบกัน ผลลัพธ์จึงเป็นมากกว่ารถเข็นเด็กธรรมดา Lamborghini ได้จับมือกับ Silver Cross แบรนด์เครื่องใช้สำหรับเด็กสุดหรูจากอังกฤษ เปิดตัว Reef AL Arancio รถเข็นเด็กลิมิเต็ดเอดิชันที่สะท้อนจิตวิญญาณของซูเปอร์คาร์ระดับตำนาน ผสานความหรูหราและนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

รถเข็นเด็ก Reef AL Arancio ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบยานยนต์ชั้นนำของ Lamborghini จึงมาพร้อมวัสดุพรีเมียม เช่น หนังอิตาเลียนชั้นดี หนังกลับเกรดสูงที่ให้สัมผัสหรูหรา ครงรถสีดำด้านตัดกับสีส้ม Arancio Apodis ที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงความสปอร์ตและความหรูหราในทุกมุมมอง 

นอกจากดีไซน์และภาพลักษณ์โฉบเฉี่ยวที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Lamborghini แล้ว Reef AL Arancio แต่ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน เช่น ระบบกันสะเทือนที่รองรับทุกสภาพพื้นผิว ที่นั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสบายของเด็ก ทั้งยังมีชุดอุปกรณ์เสริมครบเซ็ต อาทิ ที่กันฝน หลังคากันแดด มุ้งกันยุง ที่วางแก้ว ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเด็กและทุกไลฟ์สไตล์ของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

ที่สำคัญ รถเข็นเด็ก Reef AL Arancio ผลิตเพียง 500 คันทั่วโลก แต่ละคันจะมีป้ายหมายเลขเฉพาะตัว และมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ห้าง Harrods ประเทศอังกฤษ และช่องทางออนไลน์ ในราคาประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 180,000 บาท เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มที่เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ของขวัญปีใหม่สุดลักชัวรีสำหรับสายเนิร์ด
ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของคุณด้วย Hexcal Workspace Solutions
3 เรื่องควรรู้ของ Bang & Olufsen เจ้าแห่งนวัตกรรมเสียงและการออกแบบที่ผสานกันอย่างลงตัว


Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image