Home Blog Page 24

Luxury Home Decor: Top Fashion Brands for Elegant Living

ยกระดับบ้านให้ดูดีมีสไตล์ ด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากแบรนด์ลักชัวรีชั้นนำ
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Louis Vuitton

บ้านคือสถานที่ที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของเจ้าของ หากคุณหลงใหลในความหรูหราและต้องการเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่อยู่อาศัย ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากแบรนด์ลักชัวรีที่ออกคอลเลกชันสำหรับบ้านโดยเฉพาะ นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์แล้ว แต่ละแบรนด์ยังนำเสนอวัสดุคุณภาพสูงที่ช่วยเติมเต็มความงามให้บ้านของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Ralph Lauren Home
สะท้อนกลิ่นอายอเมริกันคลาสสิกที่หรูหราแต่แฝงความอบอุ่น ผ่านเฟอร์นิเจอร์ไม้สวยงาม ผ้าเนื้อนุ่ม และของตกแต่งที่เปี่ยมไปด้วยรสนิยม

Fendi Casa
สไตล์อิตาเลียนที่ผสมผสานงานศิลปะเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยหนังคุณภาพเยี่ยมและดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ Fendi

Gucci Décor
เต็มไปด้วยสีสัน ลวดลาย และดีไซน์อันโดดเด่นตามแบบฉบับของ Gucci ไม่ว่าจะเป็นวอลเปเปอร์ เก้าอี้ หรือของตกแต่งที่สะท้อนสไตล์ Maximalism

Louis Vuitton
สะท้อนความหรูหราผ่านงานฝีมือระดับสูง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งแต่ละชิ้นโดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัย วัสดุพรีเมียม และรายละเอียดที่ประณีตตามแบบฉบับของแบรนด์

Hermès Home
เน้นความเรียบหรูแต่แฝงด้วยความพิถีพิถัน ทั้งชุดเครื่องเรือน โต๊ะรับแขก ไปจนถึงชุดเครื่องนอน ที่ใช้วัสดุคุณภาพสูงและงานฝีมือสุดประณีต

Armani Casa
นำเสนอความงามแบบมินิมอลแต่หรูหรา ด้วยเส้นสายที่สะอาดตา วัสดุระดับพรีเมียม และโทนสีที่ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

Bottega Veneta Home
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะท้อนความหรูหรา โดดเด่น ใช้วัสดุคุณภาพสูงและหนังสานอันเป็นเอกลักษณ์

Dior Maison
คอลเลกชันของตกแต่งบ้านที่ผสมผสานความงดงามแบบฝรั่งเศสเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย ตั้งแต่แก้วคริสตัล เครื่องลายคราม ไปจนถึงเทียนหอมสุดหรู

Versace Home
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะท้อนความหรูหราแบบอิตาเลียน นำเสนอสีทอง โลโก้ Medusa และลวดลายบาโรกสุดโดดเด่น

Bentley Home
สะท้อนดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ Bentley ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้ ไม้วอลนัท และโลหะขัดเงา

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เปิดเทคนิคแต่งบ้านสไตล์มินิมอลลักชัวรี ให้บ้านคุณน่าอยู่ เรียบหรู และสวยแพง
เนรมิตบ้านให้หรูและสบายดั่งโรงแรมห้าดาว เพื่อเพิ่มความอิ่มเอมใจเมื่ออยู่บ้าน
National Gallery of Victoria เสนอนิทรรศการ ยาโยอิ คุซามะที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยจัดมาในออสเตรเลีย

Luxury Spa Retreats: Exclusive New Treatments for Ultimate Relaxation

อัพเดตแพคเกจสปาและทรีตเมนต์พรีเมียมที่ต้องลองช่วงนี้ เพื่อความผ่อนคลายแบบไฮเอนด์
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: โรงแรม InterContinental Bangkok

หากคุณกำลังมองหาวิธีรีเฟรชร่างกายและจิตใจด้วยการบำบัดสุดพิเศษ แพคเกจสปาและทรีตเมนต์ใหม่จากโรงแรมหรูเหล่านี้จะพาคุณไปสู่การพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าคุณจะต้องการฟื้นฟูพลังงานด้วยน้ำเย็น ผ่อนคลายแบบไทยดั้งเดิม หรือเติมความสดชื่นด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติ

นวดไทยสไตล์ฟ้อนเจิง ที่ The Oriental Spa โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok
ค้นพบศาสตร์แห่งการบำบัดที่หยั่งรากลึกในวัฒนธรรมล้านนา ผ่านการนวดไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะฟ้อนเจิง ทรีตเมนต์นี้เน้นการกดจุดที่แม่นยำและการยืดเหยียดที่ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย โดยมีอาจารย์ธิชา แชมป์โลกนวดไทยปี 2023 เป็นผู้ออกแบบประสบการณ์การบำบัดสุดพิเศษนี้ แพคเกจมีทั้งแบบ 120 และ 180 นาที ให้บริการถึง 31 มีนาคมนี้​

(Photo: โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok)
(Photo: โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok)
(Photo: โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok)

Cold Plunge Therapy ที่โรงแรม Le Méridien Bangkok
สัมผัสศาสตร์แห่งการบำบัดที่ได้รับการยอมรับทางวิทยาศาสตร์กับ Cold Plunge Therapy ที่โรงแรม Le Méridien Bangkok การจุ่มตัวลงในน้ำเย็นช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และเพิ่มความสดชื่น โดยทางโรงแรมได้นำเครื่อง Cold Plunge มาผสมกับสปาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสปายุโรปรวมถึงออนเซ็นอย่าง Flow Onsen นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังนำเสนอ Well-Being Package ซึ่งรวมการเข้าพัก 3 คืนในห้อง Circle Wellness Club พร้อมออนเซ็นและบริการนวดแผนไทย หรืออโรมา 60 นาที ให้คุณได้ดูแลสุขภาพครบวงจร สามารถจองและเข้าพักได้จนถึง 30 มิถุนายน 2025

(Photo: โรงแรม Le Méridien Bangkok)
(Photo: โรงแรม Le Méridien Bangkok)
(Photo: โรงแรม Le Méridien Bangkok)

ข้าวแช่ เทอราพี ที่ SPA InterContinental โรงแรม InterContinental Bangkok
แรงบันดาลใจจากเมนูชาววังที่ช่วยคลายร้อน “ข้าวแช่ เทอราพี” ที่ SPA InterContinental Bangkok เป็นแพคเกจสปา 90 นาที ที่ผสมผสานกลิ่นหอมจากดอกไม้ไทยเข้ากับการบำบัดสุดพิถีพิถัน เริ่มต้นด้วยการขัดผิวด้วย Jasmine Rice Body Scrub ตามด้วยการนวดผ่อนคลายด้วยน้ำมันรำข้าวหอมมะลิ ที่อุดมด้วยวิตามินบีและอี พร้อมช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี มอบประสบการณ์ความสดชื่นและผ่อนคลายเหนือระดับ แพคเกจนี้จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2025

(Photo: InterContinental Bangkok)
(Photo: InterContinental Bangkok)
(Photo: InterContinental Bangkok)

บทความที่เกี่ยวข้อง:
4 กิจกรรมแนะนำที่จะช่วยเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่สุขภาพดีขึ้น
5 ไอเท็มเด็ดที่จะช่วยยกระดับการนอนหลับของคุณให้ดียิ่งขึ้น
ให้รางวัลตัวเอง ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า ที่ Chi, The Spa โรงแรม Shangri-La Bangkok

Effortless Everyday Elegance with the Right Pearl Jewellery

รวมเครื่องประดับไข่มุกจากแบรนด์หรู เสริมลุคสง่างาม ใส่ง่ายได้ทุกวัน
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง

ใครว่าไข่มุกเป็นเครื่องประดับที่สงวนไว้สำหรับโอกาสพิเศษเท่านั้น ความจริงแล้ว ไข่มุกสามารถเติมเสน่ห์ให้กับลุคประจำวันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอคลาสสิก ต่างหูมินิมอล หรือแหวนดีไซน์โมเดิร์น และนี่คือเครื่องประดับไข่มุกจากแบรนด์ระดับโลกที่ Luxuo Thailand คัดสรรมาแล้วว่าดีไซน์งดงาม มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย ให้ทุกวันของคุณดูหรูหราอย่างเป็นธรรมชาติ

สร้อยจี้ไข่มุกสีทองประดับเพชร จาก Mikimoto
Classic Golden South Sea Cultured Pearl Pendant จาก Mikimoto ที่ผสานความงามไข่มุกสีทอง หนึ่งในไข่มุกที่หายากและมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เข้ากับตัวสร้อยทองคำเยลโลว์โกลด์ประดับเพชร ดีไซน์มินิมอลแต่หรูหรา ทรงคุณค่าด้วยไข่มุกหายาก ช่วยเสริมลุคธรรมดาให้พิเศษกว่าที่เคย

(Photo: Mikimoto)

สร้อยข้อมือเทนนิส Tiffany Victoria® จาก Tiffany & Co.
Tiffany Victoria® Tennis Bracelet in Platinum with Diamonds and Pearls โดดเด่นด้วยการผสานประกายของเพชรทรงมาคีกับความงามอ่อนโยนของไข่มุกอะโกย่าบนตัวเรือนแพลตินัม ดีไซน์ที่หรูหราและแปลกตากว่าสร้อยข้อมือเทนนิสทั่วไป เติมเสน่ห์เหนือกาลเวลาให้กับทุกลุค ไม่ว่าจะเป็นวันสบายๆ หรือโอกาสพิเศษ

(Photo: Tiffany & Co.)
(Photo: Tiffany & Co.)

ต่างหูห่วง Huggie Hoop รุ่น Eclipse จาก Yoko London
ต่างหูห่วงรุ่น Eclipse จาก Yoko London ตัวเรือนมีให้เลือกทั้งเยลโลว์โกลด์ และไวท์โกลด์ ประดับไข่มุกน้ำจืดสีชมพู หรือไข่มุกอะโกย่าสีขาว เข้ากับความโมเดิร์นของดีไซน์ huggie hoop ที่ประดับเพชรระยิบระยับ ให้ลุคที่ดูหรูหราและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน

(Photo: Yoko London)
(Photo: Yoko London)

แหวน Balance Neo Ring จาก Tasaki
แหวน Balance Neo Ring จากคอลเลกชันไอคอนิกของ Tasaki โดดเด่นด้วยจัดวางมุกอะโกย่า 3 เม็ดบนตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ ซากุระโกลด์ และไวท์โกลด์ที่ดูมินิมอลแต่ล้ำสมัย เหมาะกับคนที่มองหาเครื่องประดับไข่มุกที่ดูไม่ธรรมดาและสามารถใส่ได้ทุกวัน

(Photo: Tasaki)
(Photo: Tasaki)

ร้อยข้อมือ Keshi Pearl Chain จาก Paspaley
สร้อยข้อมือ Keshi Pearl Chain จาก Paspaley ที่โดดเด่นด้วยไข่มุก Keshi ขนาด 4-6 มม. เรียงร้อยบนสร้อยทองคำเหลืองประดับเพชรขาวเปล่งประกาย ดีไซน์ร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากความงามตามธรรมชาติ สามารถปรับความยาวได้ 18-21.5 ซม. เหมาะกับทุกขนาดข้อมือ ไข่มุก Keshi ทรงบาโรกจากทะเลใต้ออสเตรเลียที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Paspaley ทำให้เครื่องประดับชิ้นนี้มีเอกลักษณ์และเสริมลุคประจำวันให้มีเสน่ห์อย่างเป็นธรรมชาติ

(Photo: Paspaley)
(Photo: Paspaley)

บทความที่เกี่ยวข้อง:
5 คอลเลกชันเครื่องประดับจากแบรนด์หรูที่เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญในวาเลนไทน์นี้
จิลเวลรีห้าแบรนด์หรูให้คุณได้เจิดจรัสกว่าใครในงานเฉลิมฉลองปีใหม่

Oo La Lab Bangkok: Bespoke Fragrance Experience at The Commons Saladaeng

Oo La Lab จุดหมายใหม่ของนักปรุงน้ำหอม เปิดตัวในกรุงเทพฯ ที่ The Commons Saladaeng
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Oo La Lab

Oo La Lab แบรนด์น้ำหอมแนวทดลองที่เน้นประสบการณ์สร้างสรรค์ เปิดตัวสาขาแรกในกรุงเทพฯ ที่ The Commons Saladaeng พร้อมนำเสนอเวิร์กช็อปปรุงน้ำหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟและผลิตภัณฑ์กลิ่นหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย

หลังจากสร้างความสำเร็จในสิงคโปร์และดูไบ Oo La Lab ก้าวสู่กรุงเทพฯ เมืองแห่งศิลปะและไลฟ์สไตล์ ด้วยแนวคิด “Chemistry of Oo” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ค้นพบศาสตร์แห่งน้ำหอม ผ่านการทดลองปรุงกลิ่นในแบบเฉพาะตัว

Oo La Lab ที่ The Commons Saladaeng นำเสนอประสบการณ์น้ำหอมที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นคอลเลกชันพิเศษเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสมุนไพรและดอกไม้ไทย เวิร์กช็อปปรุงน้ำหอมแบบ Bespoke ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมออกแบบกลิ่นที่สะท้อนตัวตน ผ่านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งยังเปิดพื้นที่ในการจัดอีเวนต์และเวิร์กช็อปพิเศษเพื่อให้ศิลปิน แบรนด์ และนักสร้างสรรค์ได้มาทำงานและปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน

ซึ่ง Oo La Lab ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ด้านกลิ่นหอมที่โดดเด่น แต่ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ด้วยการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แดน เทอร์รี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Oo La Lab

แดน เทอร์รี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Oo La Lab กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์และเรื่องราวที่ลึกซึ้ง เราตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนี้ และเชื่อว่าน้ำหอมสามารถเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงความทรงจำและความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง”

คุณสามารถไปสัมผัสประสบการณ์ความหอมที่สร้างสรรค์และเป็นเอกลักษณ์ได้แล้ววันนี้ ที่ Oo La Lab สาขาแรกในกรุงเทพฯ ณ The Commons Saladaeng

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เปิดประสบการณ์กลิ่นหอมที่น่าหลงไหลเติมเต็มความหรูหราให้กับที่อยู่ของคุณด้วยก้านไม้หอมและเทียนหอมดีไซน์ใหม่ล่าสุดจาก KIRINATU  
แนะนำ 5 น้ำหอมกลิ่นดอกไม้จากแบรนด์หรู กลิ่นติดทน หอมละมุน จนคนต้องทัก
3 Reasons Why คุณควรพกน้ำหอมติดตัวตลอดเวลา

Lux Pick: Khao Chae at Nara Thai Cuisine – A Refined Summer Delight

LUX PICK: ชุดข้าวแช่ Nara Thai Cuisine เมนูพิเศษห้ามพลาดประจำฤดูร้อน
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: อภิวิชญ์ พรหมพิทักษ์

เมื่อฤดูร้อนมาเยือน หนึ่งในวิธีคลายร้อนแบบไทยดั้งเดิมที่ทั้งมีระดับและสะท้อนถึงภูมิปัญญาของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณก็คือ การรับประทาน “ข้าวแช่” เมนูที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเมียดละไมและรสสัมผัสที่สดชื่น และแน่นอนว่า เมื่อพูดถึงข้าวแช่ ร้านอาหารไทยชื่อดังอย่าง Nara Thai Cuisine ก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอ “ข้าวแช่นารา” ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ซึ่งไม่เพียงแต่คงไว้ซึ่งเสน่ห์ของข้าวแช่ตำรับชาววัง แต่ยังสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจและตั้งตารอทุกปี

Nara Thai Cuisine คือ ร้านอาหารไทยชั้นนำที่สั่งสมชื่อเสียงมากว่า 20 ปี และขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์อาหารไทยรสชาติดั้งเดิมที่ถูกใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ปัจจุบันมีสาขาในศูนย์การค้าชั้นนำของเมืองไทย 8 สาขา หลังจากได้มีโอกาสไปลิ้มรสข้าวแช่นาราที่สาขา Erawan Bangkok ต้องบอกเลยว่า Nara Thai Cuisine ทำให้เราตกหลุมรักข้าวแช่อีกครั้ง ด้วยน้ำข้าวแช่ที่หอมอบร่ำแบบไทยแท้แต่ไม่ขม ซึ่งต่างจากบางที่ที่เคยลองและทำให้ลังเลที่จะเปิดใจอีกครั้ง แต่ที่นี่เปลี่ยนมุมมองไปโดยสิ้นเชิง น้ำที่หอมละมุนช่วยเสริมให้ข้าวเย็นและเครื่องเคียงรสเข้มข้นอย่างกลมกล่อม

ชุดข้าวแช่นาราใช้ข้าวหอมออร์แกนิกพิเศษจากจังหวัดสกลนคร เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงสูตรต้นตำรับโบราณกว่า 10 ชนิดที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพเลิศจากหลายท้องถิ่น อาทิ พริกหยวกยัดไส้หมู ลูกกะปิปั้นทอด ปลายี่สนผัดหวาน ไข่เค็มมุกมณี กุ้งหวานไชยา พริกแห้งบางช้างทอดสอดไส้ปลาช่อน ทั้งยังมีเครื่องว่างไทยโบราณอย่างแตงโมปลาแห้ง และช่อม่วง ที่บอกเลยว่าหารับประทานได้ยากแล้วในปัจจุบัน ซึ่งของที่นี่ก็รสชาติดี รับประทานแล้วสดชื่น เข้ากับชุดข้าวแช่มากๆ

นอกจากข้าวแช่แล้ว เรายังได้ลิ้มลองอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของทางร้านอย่างยำส้มโอที่มาในรูปแบบคล้ายเมี่ยงคำ ปรุงรสมาอย่างพอดีและเสริมความสดชื่นด้วยเนื้อกุ้งแน่น ๆ รสชาติหวาน เปรี้ยว และเผ็ดอย่างลงตัว สำหรับเครื่องดื่มอย่างเกล็ดหิมะอัญชันกลีบบัว ที่มีเบสน้ำบ๊วยและเพิ่มความซ่าจากโซดา ให้รสชาติเปรี้ยวหวานอัญชันที่สดชื่น และมะยงชิดปั่น ผลไม้ประจำหน้าร้อน รวมถึงกรานิต้ามะยงชิดพริกเกลือ เป็นการผสานรสชาติที่สร้างความประทับใจตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย ซึ่งเมนูเครื่องดื่มและของหวานที่ว่า เป็นเมนูพิเศษประจำฤดูกาลที่บอกเลยว่าไม่ควรพลาดเช่นกัน

ชุดข้าวแช่นาราหนึ่งชุดเหมาะสำหรับรับประทานสองคนได้แบบอิ่มพอดี แต่นอกจากนี้ที่ร้านก็ยังมีเซ็ตกลับบ้าน เช็ตเดลิเวอรี่ เช็ตชะลอมช้าวแช่นารา และที่พิเศษสุดกับกล่องของขวัญชุดสำรับข้าวแช่ที่ออกแบบโดยคุณสกล มาลี จิตรกรมากฝีมือ ซึ่งผลิตเพียง 500 ชุดเท่านั้น ใครสนใจต้องติดต่อสั่งซื้อล่วงหน้า

ทั้งนี้ Nara Thai Cuisine เริ่มให้บริการ “ชุดข้าวแช่นารา” เมนูพิเศษประจำฤดูกาลตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม แนะนำให้หาโอกาสไปลิ้มลองจริงๆ ไม่แน่ว่าคุณอาจได้เมนูคลายร้อนโปรดอีกหนึ่งเมนูก็เป็นได้

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ห้องอาหาร Front Room โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok กับอาหารไทยแท้ จัดจ้านครบรส สไตล์ “อาหารรสมือแม่”
เอนจอยซันเดย์ บรันช์ กับ 5 ร้านห้ามพลาดในกรุงเทพฯ
แตงโมปลาแห้ง เมนูคลายร้อนจากอดีต กับความแตกต่างที่ลงตัวอย่างน่าเหลือเชื่อ


Mova Launches Mova Z50 Ultra & Mova X4 Pro Robot Vacuums in Thailand

Mova พลิกโฉมการทำความสะอาดบ้าน เปิดตัวหุ่นยนต์ทำความสะอาด Mova Z50 Ultra และ Mova X4 Pro ในไทย
บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Mova

Mova แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกเปิดตัวสองนวัตกรรมทำความสะอาดบ้านอัจฉริยะในประเทศไทย ได้แก่ Mova Z50 Ultra หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่มาพร้อมระบบปล่อยน้ำร้อน 36°C รุ่นแรกของไทย และ Mova X4 Pro เครื่องดูดฝุ่นถูพื้นอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี SpotHeat ปล่อยน้ำร้อน 80°C ขจัดคราบได้ในทันที ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพสูง และดีไซน์ล้ำสมัย

Mova Z50 Ultra หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ฉลาดล้ำสมัย โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Thermostatic HydroSync ที่ปล่อยน้ำร้อน 36°C ระหว่างทำความสะอาด พร้อมไม้ถูพื้นลูกกลิ้งรูปตัว D รุ่นแรกในตลาด ช่วยขจัดคราบฝังลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีระบบ Triple-Intelligence AI Sensing ที่สามารถแยกแยะประเภทของคราบสกปรกและปรับการทำความสะอาดให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ พร้อมพลังดูดสูงถึง 19,000 ปาสคาล และแรงขัดถึง 18 นิวตัน ทำให้บ้านสะอาดหมดจดในทุกซอกทุกมุม

Mova X4 Pro เป็นเครื่องดูดฝุ่นถูพื้นอัจฉริยะรุ่นแรกของไทยที่ใช้ระบบ SpotHeat ปล่อยน้ำร้อน 80°C ขณะทำความสะอาด และล้างแปรงด้วยน้ำร้อน 100°C ช่วยขจัดคราบฝังแน่นอย่างง่ายดาย พร้อมระบบทำความสะอาดแบบขอบคู่แนวนอน 180 องศา และฐานแบบแฮนด์ฟรีที่ใช้งานสะดวกเพียงสัมผัสเดียว

Mova เปิดให้พรีออเดอร์หุ่นยนต์ทำความสะอาด Mova Z50 Ultra และ Mova X4 Pro ก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 เมษายนนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Mova ทุกช่องทาง

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image