Home Blog Page 26

Fashion Icons: Global Celebrities Stun in Balenciaga 51st Couture Collection

หรูหรา สง่างาม รวมลุคเซเลบริตี้ระดับโลกในชุด Balenciaga จากคอลเลกชันกูร์ตูร์ครั้งที่ 51
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Balenciaga, Pascal Le Segretain via Getty Images

ผลงานกูตูร์ระดับสูงของ Balenciaga ได้รับการยกย่องจากเหล่าเซเลบริตี้ทั่วโลกในช่วงเดือนมีนาคม 2025 ไม่ว่าจะเป็นบนเวทีคอนเสิร์ตหรือบนพรมแดงของงานเลี้ยงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แต่ละคนต่างเลือกชุดที่สะท้อนถึงความงดงามและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Balenciaga โดยเฉพาะจากคอลเล็กชั่นกูตูร์ครั้งที่ 51 ซึ่งเป็นการผสมผสานศิลปะเข้ากับแฟชั่นได้อย่างลงตัว

พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร
พีพี กฤษฏ์ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ Balenciaga จากประเทศไทย โดดเด่นในลุคที่ 38 จากคอลเลกชันกูตูร์ครั้งที่ 51 ระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต “PP Krit My Pleasure” ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ศิลปินหนุ่มสวมเสื้อแจ็คเก็ตปกสูงพร้อมเข็มขัด และกางเกงขายาวเข้ารูปผ้าซาตินสีดำ เสริมลุคด้วยรองเท้าบูทรุ่น Classic สีดำ ผสมผสานความเท่และความหรูหราได้อย่างลงตัว แสดงให้เห็นถึงพลังของแฟชั่นกูตูร์บนเวทีการแสดง

มิเชล โหย่ว นักแสดงรางวัลออสการ์ปรากฏตัวในลุคที่ 52 จากคอลเลกชันกูตูร์ครั้งที่ 51 ของ Balenciaga
(Photo: Pascal Le Segretain via Getty Images)

มิเชล โหย่ว
มิเชล โหย่ว นักแสดงรางวัลออสการ์ปรากฏตัวในลุคที่ 52 จากคอลเลกชันกูตูร์ครั้งที่ 51 ของ Balenciaga ด้วยชุดเดรสทำจากผ้าไหมแทฟเฟต้าสีดำเงางาม เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยรองเท้าส้นสูง Knife 110 มม. ทำจากหนังลูกวัวสีดำ ถือเป็นสไตล์ที่แสดงถึงความมั่นใจและความเป็นไอคอนแฟชั่นของเธอได้อย่างไร้ที่ติ ในงาน “Le Grand Diner du Louvre” ณ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2025

ฟิลิปปีน เลอรัว-โบลิเออ นักแสดงจากซีรีส์ดัง “Emily in Paris” ในลุคที่ 50 จากคอลเลกชันกูตูร์ครั้งที่ 52
(Photo: Pascal Le Segretain via Getty Images)

ฟิลิปปีน เลอรัว-โบลิเออ
ฟิลิปปีน เลอรัว-โบลิเออ เลือกลุคที่ 50 จากคอลเลกชันกูตูร์ครั้งที่ 52 นักแสดงจากซีรีส์ดัง “Emily in Paris” สวมชุดเดรสผ้าไหมแทฟเฟต้าเคลือบเงาทรงเดรปจากอาร์ไคฟ์ เพิ่มความดรามาติกด้วยถุงมือโอเปร่าผ้าเจอร์ซีย์สแปนเด็กซ์ และรองเท้าส้นสูง Knife 110 มม. เช่นเดียวกับมิเชล โหย่ว เป็นลุคที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงปารีเซียงขั้นสูง ในงาน “Le Grand Diner du Louvre” เช่นเดียวกัน

โรซี่ ฮันทิงตัน-ไวท์ลีย์
แถมท้ายกับโรซี่ ฮันทิงตัน-ไวท์ลีย์ นางแบบและนักแสดงชาวอังกฤษ แม้จะไม่ได้มาในลุคจากคอลเลกชันกูร์ตูร์ครั้งที่ 51 แต่เธอก็โดดเด่นในลุคที่ 71 จาก Balenciaga คอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง 24 ชุดราตรีพอดีตัวประดับเลื่อมปักสีดำเต็มตัว ส่งเสริมรูปร่างอันสมบูรณ์แบบ จับคู่กับรองเท้าส้นสูง Knife 110 มม. สร้างลุคที่เปล่งประกายเจิดจ้ายามค่ำคืน ณ งาน “Le Grand Diner du Louvre” อันทรงเกียรติ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Biyan นำเสนอมนต์เสน่ห์แห่งดอกไม้และงานศิลป์ผ่านคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025
5 ไอเท็มหรูโทนสี Mocha Mousse สัมผัสแห่งความสง่างามสุดผ่อนคลาย
เตรียมพบกับ Dior Gold House และ Café Dior สุดอลังการใจกลางกรุงเทพฯ

FENDI Solari Milan Reimagined with Fashion, Art, and Sustainability

Fendi Solari Milan สำนักงานใหญ่โฉมใหม่ที่ผสานแฟชั่น ศิลปะ และความยั่งยืน
บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Fendi

Fendi เปิดตัวสำนักงานใหญ่ในมิลานที่ได้รับการปรับปรุงใหม่บนถนน Via Solari ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านแฟชั่นของเมืองมิลาน อาคารแห่งนี้เป็นศูนย์กลางสำหรับสำนักงานถาวร โชว์รูม และพื้นที่สำหรับจัดแสดงแฟชั่นโชว์ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือแคทวอล์คขนาด 1,650 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าจากของเดิม และจะถูกใช้เปิดตัวคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025-26 สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025

พื้นที่ต้อนรับ

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบโดยแผนกสถาปัตยกรรมของ Fendi เพื่อให้คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาคารอุตสาหกรรม พร้อมขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจาก 4,515 เป็น 5,915 ตารางเมตร โครงสร้างภายนอกยังคงความคลาสสิกด้วยอิฐสีแดง หน้าต่างโค้งขนาดใหญ่ และโลโก้ Fendi ที่ประดับอยู่ด้านหน้าอย่างโดดเด่น

ภายในอาคารถูกแบ่งออกเป็นสามโซนหลัก ได้แก่ พื้นที่เบื้องหลังและห้องเสื้อ โซนแฟชั่นโชว์ และสำนักงานถาวร ทุกส่วนถูกเชื่อมต่อเข้าหากันด้วยทางเดินกระจกแบบพาโนรามาบนชั้นหนึ่ง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและความรู้สึกโปร่งโล่ง อีกทั้งยังสามารถแยกการใช้งานในแต่ละส่วนได้อย่างเป็นอิสระ เพื่อลดการใช้พลังงานตามแนวทางด้านความยั่งยืนของแบรนด์

การตกแต่งภายในสะท้อนถึงความหรูหราและสง่างามตามแบบฉบับของ Fendi ด้วยการใช้โทนสีอ่อนที่ตัดกับองค์ประกอบจากไม้และหินอ่อนทราเวอร์ทีน เสริมความอบอุ่นด้วยพรมเนื้อนุ่มและเฟอร์นิเจอร์จาก Fendi Casa นอกจากนี้ แถบลายพีคาน (Pequin) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ยังถูกนำมาใช้เป็นดีเทลบนผนังและฉากกั้น เพิ่มมิติให้กับพื้นที่โดยรวม ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงเสน่ห์ของโครงสร้างแบบอุตสาหกรรมไว้ ผ่านการเลือกใช้คอนกรีตเนื้อเบา โครงสร้างโลหะเปลือย และหน้าต่างสกายไลท์ที่สามารถปรับลดแสงได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแสงในแต่ละช่วงเวลา

อาคารแห่งนี้ยังเป็นที่จัดแสดงผลงาน Ingresso nel Labirinto ในผลงานศิลปะแนวอินสตอลเลชันที่ทรงพลังที่สุดของศิลปินชื่อดัง อาร์นาลโด โปโมโดโร พร้อมด้วยเครื่องแต่งกายสองชุดที่ออกแบบโดยศิลปิน ซึ่งเคยจัดแสดงที่สำนักงานใหญ่ของ Fendi ในกรุงโรม

ผลงาน Ingresso nel Labirinto ของอาร์นาลโด โปโมโดโร

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการออกแบบพื้นที่ที่คำนึงถึงความเป็นอยู่ของพนักงานและผู้มาเยือน โดยมีห้องรับรองที่ตกแต่งอย่างอบอุ่น รวมถึงโรงอาหารที่กว้างขวางขึ้นพร้อมระเบียงสีเขียวที่เต็มไปด้วยพรรณไม้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นและผ่อนคลาย

แคนทีน

การปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของ Fendi ในมิลานครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพัฒนาโครงสร้างอาคาร แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์พื้นที่ที่หลอมรวมแฟชั่น ศิลปะ งานฝีมือ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ Fendi Solari Milan จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ทำงาน แต่เป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

บทความที่เกี่ยวข้อง:
โครงการบ้านพักอาศัยสุดล้ำ RO54 โดย Arshia Architects
Loro Piana Interiors เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์หรู Pure and Pristine Collection 2025 ในงาน Paris Déco Off 2025
สัมผัสประสบการณ์แห่งโลกปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ที่ Robot & AI Museum แห่งแรกของโลกในกรุงโซล

Omega New Seamaster Planet Ocean Worldtimer in Two Striking Colours

0

Omega เผยโฉม Seamaster Planet Ocean Worldtimer รุ่นใหม่ สองสีสุดโดดเด่น
บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Omega

Omega เปิดตัวนาฬิกา Seamaster Planet Ocean Worldtimer รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับตัวเลือกสีอันเป็นเอกลักษณ์สองแบบ สืบทอดความซับซ้อนทางกลไกและความประณีตของดีไซน์จากคอลเลกชัน Aqua Terra 150M ก่อนนำมาสู่ตัวเรือนเซรามิกอันโดดเด่นของ Planet Ocean Deep Black พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้กับนักผจญภัยทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็สามารถติดตามเวลาของมหานครสำคัญทั่วทุกมุมโลกได้อย่างง่ายดาย

นาฬิกาทั้งสองรุ่นมีตัวเรือนขนาด 45.50 มม. ผลิตจากเซรามิกสีดำ ผ่านการขัดด้านอย่างประณีต ขอบตัวเรือนเซรามิกติดตั้งด้วยสเกลดำน้ำที่แกะสลักด้วยเลเซอร์ และขัดเงาแบบยกนูน นาฬิกาทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไก Co-Axial Master Chronometer Calibre 8938 สามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ พร้อมประสิทธิภาพการกันน้ำที่ 60 บาร์ (600 เมตร / 2000 ฟุต)

Seamaster Planet Ocean Worldtimer มีจุดเด่นอยู่ที่แผนที่โลกมุมมองจากขั้วโลกเหนือกลางหน้าปัด ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากไทเทเนียมคุณภาพสูง ผ่านกรรมวิธีระเหยด้วยเลเซอร์และเคลือบเงา รายละเอียดระดับสูงนี้ช่วยให้ทิวทัศน์ของโลกดูโดดเด่นและคมชัด รอบนอกของแผนที่โลกมีการแสดงเวลาระบบ 24 ชั่วโมง แบ่งช่วงเวลากลางวันและกลางคืนไว้อย่างชัดเจน โดยขอบหน้าปัดภายนอกเคลือบ DLC สีดำ และตกแต่งด้วยลวดลายรังผึ้งที่ผ่านการแกะสลักด้วยเลเซอร์

Seamaster Planet Ocean Worldtimer รุ่นใหม่นี้นำเสนอสองสีอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ รุ่นสีเทอร์ควอยส์ติดตั้งด้วยชุดเข็มและหลักชั่วโมงบรรจุ Super-LumiNova สีขาว มาพร้อมสายยางสีดำเสริมโครงสร้าง แข็งแกร่งและยืดหยุ่น และรุ่นสีเทา โดดเด่นด้วย Super-LumiNova สีเทาแบบใหม่ของ Omega เสริมด้วยสายยางสีดำที่มีพื้นด้านในเป็นสีเทา

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Chanel Première Manchette เรือนเวลาที่สะท้อนตัวตนของคุณในแบบที่ไม่เหมือนใคร
10 เรือนเวลาประจำปีงู สัญลักษณ์แห่งความปราดเปรื่องและการเติบโตแห่งปี
เรือนเวลาคอลเลกชันสปริง-ซัมเมอร์ 2025 จาก Versace: เมื่อศิลปะและเวลาเดินไปพร้อมกัน


Italy’s First Dior Spa Debuts at Splendido, A Belmond Hotel

Dior Spa แห่งแรกในอิตาลี เปิดตัวที่ Splendido, A Belmond Hotel, Portofino
บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Belmond Hotel

ในเดือนมิถุนายน 2025 ที่จะถึงนี้ Splendido, A Belmond Hotel, Portofino เตรียมเปิดตัว Dior Spa Splendido ซึ่งเป็นสปาแห่งแรกของ Dior ที่ตั้งอยู่ถาวรในอิตาลี นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรงแรมหรูแห่งนี้ที่เพิ่งผ่านการบูรณะครั้งใหญ่

Dior Spa Splendido ตั้งอยู่บนชั้นสองของโรงแรม มอบวิวสุดพิเศษของชายฝั่งลิกูเรีย และเชื่อมโยงกับสวน Dior Jardin des Rêves อย่างกลมกลืน สปาแห่งนี้มีห้องทรีตเมนต์ 4 ห้อง ตกแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยแรงบันดาลใจจากบ้านพักตากอากาศของ Christian Dior ผสมผสานระหว่างเสน่ห์แห่งอดีตและความร่วมสมัย

หนึ่งในไฮไลต์ของสปาคือ Rooftop Terrace ที่โอบล้อมด้วยสวนเขียวขจี มอบประสบการณ์ผ่อนคลายเหนือระดับ พร้อมบริการเครื่องดื่มเฉพาะตัว นอกจากนี้ สปายังมีเมนูทรีตเมนต์พิเศษ เช่น “Splendidior” ที่ใช้พลังบำบัดของพลอยเนื้ออ่อน “La Dolce Vita Therapy” ที่รวมการนวดผ่อนคลาย เฟเชียลทรีตเมนต์ สิทธิ์เข้าใจสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในสปา รวมถึงคลาสโยคะในสวนไว้ในแพ็กเกจเดียว

Splendido, A Belmond Hotel, Portofino คือจุดหมายแห่งความหรูหราที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหนืออ่าวปอร์โนฟิโน โรงแรมแห่งนี้เคยเป็นอารามเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ก่อนจะได้รับการปรับโฉมให้เป็นรีสอร์ตระดับโลก พร้อมสระว่ายน้ำวิวทะเล ห้องสวีทสุดพิเศษ และร้านอาหารชั้นเลิศอย่าง Splendido Grill และ La Terrazza

เสน่ห์ของ Splendido ยิ่งสมบูรณ์แบบขึ้นเมื่อมี Dior Spa Splendido ซึ่งนำเสนอประสบการณ์การผ่อนคลายในบรรยากาศสวนอันเงียบสงบ พร้อมทรีตเมนต์สุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายแห่งการพักผ่อนที่น่าหลงใหลยิ่งขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ให้รางวัลตัวเอง ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า ที่ Chi, The Spa โรงแรม Shangri-La Bangkok
5 รีสอร์ตหรู สำหรับทริปตามรอยซีรีส์ดัง The White Lotus ไปพักผ่อนบนเกาะสมุย
4 รีสอร์ตหรูแห่งมัลดีฟส์ สำหรับทริปเติมเต็มความหวาน ดื่มด่ำประสบการณ์แสนโรแมนติก

Bangkok’s New Fine Dining Hotspots

เปิดพิกัด 5 ร้านไฟน์ไดนิ่งเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Patt Bangkok

กรุงเทพฯ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและการเดินทางที่หลากหลาย ในระยะหลังนี้เราสังเกตเห็นการเกิดขึ้นของร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งใหม่ๆ ที่จะมาเติมเต็มประสบการณ์การรับประทานอาหารของคุณให้หลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น วันนี้ Luxuo Thailand จะพาไปสำรวจ 5 ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ที่ไม่ควรพลาด!

1. Restaurant Solid
ตึกเก่าอายุกว่า 60 ปีตรงข้ามไปรษณีย์กลาง บางรัก ถูกรีโนเวทกลายเป็น Restaurant Solid ร้านไฟน์ไดนิ่งในบรรยากาศคลาสสิกแบบฉบับเจริญกรุง เสิร์ฟอาหารทั้งแบบเทสติ้งเมนู และอะลาคาร์ตสไตล์ฟิวชั่นในคอนเซปต์โมเดิร์น เอเชียน เน้นใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นและเทคนิคการทำอาหารแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ ให้คุณได้รับรสชาติ คุณภาพ และบริการที่คงที่สมกับชื่อร้าน เมนูแนะนำ เช่น ข้าวเกรียบปูยัดไส้อ่องปูพร้อมเลมอนเจล ซาลาเปาหมูเสิร์ฟคู่ซอสสับปะรด เนื้อไทยวากิวจากสกลนครซอสพริกเสฉวน

2. Patt Bangkok
Patt Bangkok ตั้งอยู่ในย่านพระราม 3 ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากร้านอยากทำแต่ไม่อยากกิน และร้านอยากย่างของเชฟบิ๊ก-อรรถสิทธิ์ ครั้งนี้เชฟบิ๊กใช้เนรมิตพื้นที่ชั้น 3 ของโรงพิมพ์อายุ 41 ปีของครอบครัวให้เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย นำเสนออาหารแบบเทสติ้งเมนู Best of Patt (6 คอร์ส) และ Patt’s Experience (8 คอร์ส) โดยใช้วัตถุดิบของอาหารไทย-จีน เช่น กระเพาะปลา ซอสเอ็กซ์โอ ปลากะพง ตะไคร้ บรรยากาศในร้านหรูหราสไตล์ปารีเซียง ตกแต่งด้วยเอลิเมนต์ที่สะท้อนความเป็นโรงพิมพ์

3. Namsu
Namsu ร้านไฟน์ไดนิ่งน้องใหม่จากเครือ Rangoon Tea House บนชั้น 2 ของบ้านตรอกถั่วงอกในเยาวราช นำเสนออาหารเมียนมาร์สไตล์ฉานร่วมสมัย โดดเด่นด้วยการนำน้ำส้มสายชูหมักสูตรลับของทางร้านมาเป็นตัวชูโรง ตามชื่อร้าน “นัมสุ” ที่แปลว่า “น้ำส้มสายชู” ในภาษาเมียนมาร์ เมนูแนะนำ อาทิ Impossible Tartare ทาร์ทาร์เห็ด 4 ชนิด Shan Noodles ก๋วยเตี๋ยวซุปกระดูกหมู Sour Brain Pate พาเต้สมองหมูเสิร์ฟพร้อมขนมปังซาวร์โดว์เนื้อหนึบ ตัดรสด้วยน้ำส้มสายชูหมัก รสชาติแปลกใหม่

4. Delia
Delia ร้านอาหารเม็กซิกันแบบไฟน์ไดนิ่งที่ซ่อนตัวอยู่บริเวณวงเวียน 22 ที่ๆ คุณสามารถหลีกหนีจากความคึกคักของย่านเยาวราช มาลิ้มลองอาหารเม็กซิกันที่สร้างสรรค์ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น ในบรรยากาศผ่อนคลายแต่แอบสนุกและมีสีสัน อาทิ Sope de Chorizo, Chilaquiles Rojos, Taco de Pastor con Queso อาหารในช่วงบรันช์และดินเนอร์จะแตกต่างกัน แนะนำเช็คเมนูในเว็บไซต์ก่อน

5. I-Sang Bangkok
ร้าน I-Sang Bangkok ตั้งอยู่ที่อาคาร Vivre บนถนนหลังสวนนำเสนออาหารเกาหลีไฟน์ไดนิ่ง นำทีมโดยเชฟอี ซังกุน เจ้าของรางวัล Young Chef Awards จากมิชลินไกด์ ฮ่องกง & มาเก๊า 2023 อาหารที่นี่จะเป็นเทสติ้งเมนูในชื่อ “Chef’s Tasting Menu” ที่ดัดแปลงรสชาติและส่วนผสมจนมีความร่วมสมัย เหมาะกับคนไทย อาทิ Samgye Tang & Chogye Salad Tard, Perilla Oli Guksu, Ginger & Honeycomb

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เอนจอยซันเดย์ บรันช์ กับ 5 ร้านห้ามพลาดในกรุงเทพฯ
สัมผัสรสชาติอาหารทะเลสุดพรีเมียมพร้อมชมวิวแม่น้ำกับ “Tapas by the River” ณ เรือ สิริมหรรณพ

Versace SS25 Timepieces: Iconic Designs Inspired by Art and Mythology

0

เรือนเวลาคอลเลกชันสปริง-ซัมเมอร์ 2025 จาก Versace: เมื่อศิลปะและเวลาเดินไปพร้อมกัน
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Versace

นาฬิกาไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่เป็นงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน และสำหรับ Versace นาฬิกาคือส่วนหนึ่งของแฟชั่นที่เต็มไปด้วยความหรูหราและเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับนาฬิกาคอลเลกชันสปริง-ซัมเมอร์ 2025 นี้ Versace นำเสนอความงดงามของศิลปะคลาสสิก เทพนิยาย และท้องฟ้าผ่านนาฬิกาทั้งสิ้น 6 เรือนที่ผสานระหว่างดีไซน์สุดไอคอนิกของแบรนด์เข้ากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกาอย่างลงตัว

Greca Chrono Wave

Greca Chrono Wave หนึ่งในรุ่นไฮไลต์ของคอลเลกชันนี้ โดดเด่นด้วยกลิ่นอายสปอร์ตหรู ตัวเรือนขนาด 43 มม. ผลิตจากสเตนเลสสตีลทูโทนและทองเยลโลว์โกลด์ ขับเคลื่อนด้วยกลไกโครโนกราฟควอตซ์ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์จุดเด่นอยู่ที่ขอบหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยลวดลายเกรก้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Versace พร้อมมาตรวัดความเร็วแบบ Tachymeter เพิ่มความเท่เหนือระดับ

Versace Reveal

Versace Reveal เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งความหรูหราและลึกลับ ด้วยการออกแบบตัวเรือนทองเยลโลว์โกลด์ทรงสี่เหลี่ยมที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดเพื่อเผยให้เห็นหน้าปัดอันหรูหราที่รังสรรค์ด้วยเทคนิคกิโยเช่ รายละเอียดสำคัญอยู่ที่ศีรษะของเมดูซาแบบสามมิติบนตัวเรือนและกรอบลายเกรก้าที่สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

V-Real Active Chrono

V-Real Active Chrono เรือนเวลาที่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความโมเดิร์นและใส่ใจสิ่งแวดล้อม มาพร้อมตัวเรือนขนาด 45 มม. ผลิตจากเซรามิคอีโค่ หน้าปัดมาพร้อมช่องแสดงวันที่ สายที่ทำจากวัสดุพียูรีไซเคิล มีให้เลือกทั้งสีดำ ขาว ฟ้า และชมพูพาสเทล เพิ่มลูกเล่นด้วยกลไกโครโนกราฟควอตซ์อันแม่นยำ

V-Galaxy Moonphase

Versace พาเราสู่มิติแห่งดาราศาสตร์ด้วย V-Galaxy Moonphase เรือนเวลาโดดเด่นด้วยหน้าปัดอะเวนจูรีนสีน้ำเงิน และฟังก์ชันมูนเฟสที่แสดงข้างขึ้นข้างแรม พร้อมรายละเอียดสุดพิเศษอย่างสัญลักษณ์จักรราศีและดาวเคราะห์ที่จัดเรียงเป็นชั้นๆ อย่างมีศิลปะ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Moonphase ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ สะท้อนถึงเสน่ห์ของการเดินทางในห้วงอวกาศ

Versace Greek

Versace Greek อีกหนึ่งเรือนเวลาที่นำลวดลายเกรก้าอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตีความใหม่ ผ่านหน้าปัดลายกิโยเช่สีดำขลับที่ตัดกับตัวเรือนและสายทองเยลโลว์โกลด์อย่างงดงาม การออกแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทำให้เป็นนาฬิกาคลาสสิกเหมาะกับทุกโอกาส

V-Contempo GMT Gent

ปิดท้ายด้วย V-Contempo GMT Gent นาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อเหล่านักเดินทางที่ต้องการฟังก์ชัน GMT เพื่อบอกเวลาสองไทม์โซน ตัวเรือนขนาด 48.3×40 มม. มาพร้อมหน้าปัดสีเบอร์กันดี เพิ่มมิติด้วยขอบหน้าปัดแบบไล่สี และสามารถเลือกได้ทั้งสายสปอร์ตหรือสายสเตนเลสสามข้อ เชื่อมโยงระหว่างสไตล์ลักชัวรีและความสมาร์ทของโลกยุคใหม่

ค้บพบเรือนเวลาคอลเลกชันสปริง-ซัมเมอร์ 2025 ที่เป็นตัวคุณได้แล้วที่บูติก Versace และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Cartier Prize for Watchmaking Talents of Tomorrow รางวัลแห่งความเป็นเลิศและความคิดสร้างสรรค์ในงานประดิษฐ์นาฬิกา
10 เรือนเวลาประจำปีงู สัญลักษณ์แห่งความปราดเปรื่องและการเติบโตแห่งปี

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image