Home Blog Page 12

Zenith’s Chronomaster Original Triple Calendar Embraces the Beauty of Lapis Lazuli

Zenith ถ่ายทอดความงามของฟากฟ้าและดวงดาวผ่านเรือนเวลา Chronomaster Original Triple Calendar Lapis Lazuli

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Zenith

ด้วยแรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามค่ำคืนของ Zenith นำไปสู่การเปิดตัวผลงานรุ่นล่าสุดที่ควรค่าแก่การสะสม Chronomaster Original Triple Calendar Lapis Lazuli เรือนเวลาที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ของแบรนด์กับความงดงามเหนือธรรมชาติของหินลาพิส ลาซูลีอย่างกลมกลืน

หัวใจของเรือนเวลา Chronomaster Original Triple Calendar Lapis Lazuli คือหน้าปัดที่รังสรรค์จากหินลาพิส ลาซูลีแท้ ให้เฉดสีน้ำเงินลุ่มลึกประหนึ่งท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว โดยมีประกายสีทองจากแร่ไพไรต์ธรรมชาติแทรกอยู่ภายใน สะท้อนความงดงามและเสน่ห์ของจักรวาลที่ไม่มีเรือนใดซ้ำกันเลย ด้วยธรรมชาติที่ไม่มีแบบพิมพ์เดียวกัน ทุกชิ้นจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง

Chronomaster Original Triple Calendar Lapis Lazuli มาพร้อมฟังก์ชันจับเวลาแบบโครโนกราฟความถี่สูงที่สามารถแสดงเวลาได้ละเอียดถึง 1/10 วินาที โดยขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ El Primero 3610 ซึ่งเป็นวิวัฒนาการจากกลไกระดับตำนานของ Zenith ตั้งแต่ปี 1969 ตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น A386 อันโด่งดัง ด้วยรูปทรงคลาสสิกพร้อมปุ่มกดจับเวลาและกระจกแซฟไฟร์รูปทรงกล่อง

ฟังก์ชันปฏิทินสมบูรณ์แบบของ Chronomaster Original Triple Calendar Lapis Lazuli ที่แสดงได้ทั้งวัน วันที่ เดือน และข้างขึ้นข้างแรม ถูกออกแบบให้สอดคล้องกลมกลืนกับหน้าปัด สามารถอ่านค่าได้อย่างชัดเจน ทั้งวันในบริเวณ 11 นาฬิกา เดือนในบริเวณ 2 นาฬิกา วันที่ที่ตำแหน่ง 4:30 และฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรมที่บรรจุอยู่ในหน้าปัดย่อย 6 นาฬิกา พร้อมด้วยวงแหวนวินาทีแบบละเอียดระดับ 1/10 เพื่อความแม่นยำสูงสุด

ฝาหลังแซฟไฟร์แบบใสเผยให้เห็นกลไกภายในอย่างโรเตอร์ฉลุลายประดับดาว 5 แฉก และคอลัมน์วีลสีน้ำเงินที่เปล่งประกายอย่างสง่างามในทุกมุมมอง นอกจากนี้ นาฬิกา Chronomaster Original Triple Calendar Lapis Lazuli ยังมาพร้อมสายหนังลูกวัวสีน้ำเงินพร้อมบัคเคิลแบบพับ และสายสตีลแบบถอดเปลี่ยนได้ รองรับทุกสไตล์ของผู้สวมใส่

ด้วยราคาจำหน่ายประมาณ 23,700 ยูโร หรือราว 890,000 บาท Chronomaster Original Triple Calendar Lapis Lazuli เป็นเรือนเวลาที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความพิถีพิถันทางวิศวกรรม หากยังถ่ายทอดความฝันและแรงบันดาลใจผ่านเสี้ยวหนึ่งของจักรวาลที่สวมใส่ได้บนข้อมือ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักสะสม ผู้รักศิลปะ และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเวลา

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Franck Muller Unveils Round Triple Mystery, a Revolutionary Luxury Timepiece

Five Wearable Gadgets: Smart Accessories Blending Style with Technology

5 อุปกรณ์สวมใส่และเครื่องประดับอัจฉริยะ ที่ล้ำทั้งเทคโนโลยี สไตล์ และดีไซน์

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Oura Ring

อุปกรณ์สวมใส่ไฮเทค หรือเครื่องประดับอัจฉริยะไม่ใช่แค่อุปกรณ์เสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้ โดยเฉพาะในหมู่ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญทั้งด้านฟังก์ชันและแฟชั่น และนี่คือ 5 เครื่องประดับและอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ทำได้มากกว่าแค่ “เชื่อมต่อ” แต่ยัง “เติมเต็ม” ความหรูหราในชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ

แว่นกันแดด Bose Frames Tenor
แว่นกันแดดที่ผสานความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเสียงเข้ากับดีไซน์แว่นตาสุดคลาสสิก ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การฟังเพลงแบบไร้ขีดจำกัด กรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าดูเรียบหรู เหมาะกับทุกรูปหน้า ผลิตจากที่ทนทานและน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย เลนส์กันแดดโพลาไรซ์ป้องกันรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยี Bose Open Ear Audio ให้คุณได้ยินเสียงคมชัดโดยคนรอบข้างแทบไม่ได้ คุณยังสามารถรับสายโทรศัพท์ได้ทันทีด้วยไมโครโฟนที่ซ่อนอยู่ในกรอบแว่น และสั่งงานผู้ช่วยอัจฉริยะได้ง่ายๆ เพียงแค่สัมผัส

(Photo: Courtesy of Bose)
(Photo: Courtesy of Bose)
(Photo: Courtesy of Bose)
(Photo: Courtesy of Bose)
(Photo: Courtesy of Bose)

แหวนอัจฉริยะ Oura Ring 4
Oura Ring 4 แหวนอัจฉริยะที่ผสานความเรียบง่าย เข้ากับฟังก์ชันล้ำหน้าในการติดตามสุขภาพรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการนอนหลับ อัตราการเต้นหัวใจ ความเครียด หรือระดับออกซิเจนในเลือด Oura Ring ให้ข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำ ตัวเรือนไทเทเนียมทั้งด้านในและด้านนอกพร้อมเซนเซอร์แบบฝังให้ความบาง เบา และใส่ง่ายตลอดวัน เสมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่งมากกว่าจะเป็นอุปกรณ์ไอที ตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ว่าเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่ไม่จำเป็นต้องเสียความงามไปแม้แต่น้อย

(Photo: Courtesy of Oura Ring)
(Photo: Courtesy of Oura Ring)
(Photo: Courtesy of Oura Ring)
(Photo: Courtesy of Oura Ring)
(Photo: Courtesy of Oura Ring)

นาฬิกาอัจฉริยะ TAG Heuer Connected Calibre E4
TAG Heuer แบรนด์สวิสระดับตำนานได้นำความเชี่ยวชาญ ความประณีต และความแม่นยำมาสู่โลกของสมาร์ทวอทช์อย่างสง่างามในซีรีส์ Connected Calibre E4 ตัวเรือนมีให้เลือกทั้งขนาด 42 และ 45 มม. ผลิตจากสแตนเลสสตีลคุณภาพสูง หรือไทเทเนียม หน้าปัดสามารถปรับแต่งได้ตามสไตล์ รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth 5.0, NFC, GNSS ฟังก์ชันออกกำลังกายครอบคลุมทั้งการวิ่ง ปั่นจักรยาน ฟิตเนส ว่ายน้ำ และอื่นๆ รวมถึงกีฬากอล์ฟด้วยในรุ่น TAG Heuer Connected Calibre E4 Golf Edition

(Photo: Courtesy of TAG Heuer))
(Photo: Courtesy of TAG Heuer))
(Photo: Courtesy of TAG Heuer))
(Photo: Courtesy of TAG Heuer))
(Photo: Courtesy of TAG Heuer))
(Photo: Courtesy of TAG Heuer))
(Photo: Courtesy of TAG Heuer))
(Photo: Courtesy of TAG Heuer))
(Photo: Courtesy of TAG Heuer))

กำไลติดตามสุขภาพ Bellabeat Ivy+
Bellabeat Ivy+ คืออีกหนึ่งนิยามของความสมดุลระหว่างแฟชั่นและฟังก์ชัน ด้วยดีไซน์กำไลข้อมือที่สวยงาม สวมใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่รู้สึกขัดกับชุดใดๆ มาพร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามรอบเดือน การตั้งครรภ์ ระดับความเครียด และกิจกรรมต่างๆ ด้วยวัสดุที่หลากหลายและคุณสมบัติกันน้ำ Ivy จึงเป็นได้ทั้งกำไลข้อมือและผู้ช่วยดูแลสุขภาพในเวลาเดียวกัน แบตเตอรี่อยู่ได้นานถึง 8 วันต่อการชาร์จแบต 1 ครั้ง จึงใช้งานได้ยาวๆ อย่างไม่ต้องกังวล

(Photo: Courtesy of Bellabeat)
(Photo: Courtesy of Bellabeat)
(Photo: Courtesy of Bellabeat)
(Photo: Courtesy of Bellabeat)
(Photo: Courtesy of Bellabeat)
(Photo: Courtesy of Bellabeat)

Bang & Olufsen Beoplay H95
Bang & Olufsen คือแบรนด์ที่ไม่เคยประนีประนอมเรื่องคุณภาพเสียงหรือความงามของดีไซน์ และ Beoplay H95 ก็คือเครื่องยืนยันความเชี่ยวชาญดังกล่าวได้อย่างไร้ข้อกังขา หูฟังไร้สายรุ่นฉลอง 95 ปีของแบรนด์รุ่นนี้ใช้วัสดุอย่างอะลูมิเนียมและหนังแกะแท้ มาพร้อมเทคโนโลยี Adaptive Active Noise Cancellation ที่ปรับการตัดเสียงรบกวนได้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม เสียงที่ได้จึงใส เคลียร์ และลึกซึ้ง ในขณะที่ตัวหูฟังเองก็มอบความสบายตลอดการใช้งาน ไม่ใช่แค่ฟังดี แต่ดูดีจนคุณอยากพกติดตัวตลอดเวลา

(Photo: Courtesy of Bang & Olufsen)
(Photo: Courtesy of Bang & Olufsen)
(Photo: Courtesy of Bang & Olufsen)
(Photo: Courtesy of Bang & Olufsen)
(Photo: Courtesy of Bang & Olufsen)

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Optimize Your Workspace: 5 Premium Ergonomic Solutions for Better Health

An Intimate Portrait of Sonya Kat Singha and Her Distinctive Approach to Life

คุณแคท ซอนญ่า สิงหะ กับบทสนทนาที่เผยตัวตนแท้จริงและความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: มโนสิทธิ์ บุญนนท์

พาเปิดบ้านพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับ “แคท – ซอนญ่า สิงหะ” หญิงสาวผู้เปล่งประกายด้วยพลังบวก ความ “แรร์” ของเธอไม่ได้อยู่แค่ในความงามเฉพาะตัวหรือเสน่ห์ที่กล้องรัก แต่ยังรวมถึงแนวคิดและความเฉลียวฉลาดในการเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ความงามจากภายในที่สะท้อนออกมาชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้พบ

นี่คือ “The Rare Essence of Kat Singha” บทสนทนาใน Cover Story ของ Luxuo Thailand ที่จะพาคุณไปรู้จักแก่นแท้ของแคท ซอนญ่า สิงหะ — ความงดงามที่ลึกซึ้งกว่าที่ตาเห็น

คุณแคทรู้สึกอย่างไรบ้าง และได้เรียนรู้เรื่องใดบ้างจากการเป็นคุณแม่ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทหนึ่งที่พิเศษที่สุดในชีวิตของผู้หญิง
สำหรับแคท แคทรู้สึกว่าบทบาทของการเป็นแม่ หนึ่งเลย มันเป็นอะไรที่สเปเชียลแล้วก็มีความหมายสำหรับแคทมากๆ ทำให้แคทรู้สึกว่าโตไปกับลูกทุกวัน เป็นบทบาทที่ท้าทาย แล้วก็ไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ

ถ้าให้คุณแคทนิยามตัวเองใน 3 คำ ที่รู้สึกว่าเป็นตัวเองที่สุดแบบไม่ต้องพยายามเลย จะเป็นคำใดบ้าง
“Caring”, “Optimistic”, “Cheerful” ค่ะ อย่าง “Caring” นี่ แคทรู้สึกว่าแคทเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะใส่ใจความรู้สึกของทุกคนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นทั้งของคนรอบข้าง คนที่แคทรัก รวมถึงตัวแคทเองด้วย แล้วก็ “Optimistic” นะคะ ก็คือโพสิทีฟ คือเราเป็นคนที่ค่อนข้างจะคิดบวก แล้วก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต่อชีวิตประจำวันของเราค่ะ ส่วน “Cheerful” นะคะ แคทรู้สึกว่าการให้กำลังใจเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เลย ตัวเราเองก็อยากได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง แล้วแคทเองก็มีความสุขมากๆ ที่ได้ให้กำลังใจคนที่แคทรักค่ะ

คุณแคทมีความชอบหรือกิจกรรมอะไรบ้างที่คนอื่นอาจจะคาดไม่ถึง
จริงๆ แล้วแคทเป็นคนลุยมากนะคะ แล้วก็เป็นคนที่ชอบธรรมชาติ ติดดินด้วยค่ะ กิจกรรมที่ชอบเลยก็จะเป็นกิจกรรมทุกอย่างที่เป็นเอาท์ดอร์ กลางแจ้ง ถ้าที่ชอบที่สุดเลยก็คือ ขี่เจ็ตสกี มีความสุขมากๆ แล้วก็ยังเป็นกิจกรรมที่อยากทำ แต่ตอนนี้ก็ต้องพักก่อนนะคะเพราะว่ามีน้องในท้องค่ะ

ถ้าให้เลือกบุคคลที่คุณแคทรู้สึกว่า “ยูนีค” “พิเศษ” หรือ “เป็นแรงบันดาลใจ” มากๆ บุคคลนั้นคือใคร
เลือกเป็นคุณแป้ง ล่ำซำค่ะ ขออนุญาตพี่แป้งนะคะ คือพี่แป้งเป็นคนที่สวย น่ารัก เป็นอะไรที่แคทรู้สึกว่าเป็นไอดอลค่ะ

เวลาคุณแคทเลือกไอเท็มต่างๆ คุณแคทให้ความสำคัญกับปัจจัยใดเป็นพิเศษ เช่น ดีไซน์ เรื่องราว หรืออารมณ์ที่ได้จากของชิ้นนั้นๆ
ของที่แคทชอบนะคะ หนึ่ง แน่นอนเลยคือฟังก์ชัน ต้องเกิดประโยชน์ สองคือความสวย ต้องสวยชัดเจน สามคือ “แรร์” ต้องหายากค่ะ

ถ้ามีใครสักคนอยากใช้ชีวิตแบบ “แคท ซอนญ่า” หนึ่งวัน วันนั้นของเขาจะต้องมีอะไรบ้าง ตั้งแต่ตื่นนอนถึงเข้านอน
ก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ เป็นชีวิตที่เรียบง่ายมากๆ แล้วก็ไม่ต่างอะไรจากทุกคนเลย วันที่ยุ่งก็ยุ่งสุดๆ เตรียมตัวเองให้พร้อมนะคะ แล้วก็ “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” แคทเชื่อว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ค่ะ แล้วก็เรื่อง “คิดดีทำดี” ก็เป็นสิ่งที่แคทเชื่อมั่นมากๆ ค่ะ ส่วนวันที่สบายก็ทิ้งความเป็นตัวเอง อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับความรู้สึก อยู่กับความรักของคนรอบข้างเรา แล้วก็คิดบวกค่ะ

ถ้าในอีก 10 ปีข้างหน้า มีใครมองย้อนกลับมาที่ “แคท ซอนญ่า สิงหะ เวอร์ชัน 2025” คุณแคทอยากให้เขาจดจำคุณแคทในแบบใด และอยากฝากอะไรถึงตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้า
ก็อยากให้ทุกคนจดจำความเป็นตัวตนของแคท ความสวยที่ไม่ได้สวยจากข้างนอก แต่เป็นความสวยจากข้างใน เรื่องของจิตใจ การกระทำ ส่วนสิ่งที่อยากจะบอกตัวเอง ก็คือ ขอให้ตัวเองเป็น “เดอะ เบสต์ เวอร์ชัน” แบบนี้ แล้วก็ในอนาคตตลอดไปค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Pipatchara Kaeojinda: Glowing in Her Own Summer Vibe

Thailand to Enforce New Passenger Protection Rule for Flight Delays from May 20, 2025

“กบร.” ออกข้อบังคับใหม่ ให้สายการบินชดเชยกรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์ เริ่ม 20 พ.ค. นี้

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: iStock

การเดินทางทางอากาศจะมีมาตรฐานที่ดีขึ้นสำหรับผู้โดยสารทุกคน เมื่อคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ออกข้อบังคับใหม่ล่าสุด ข้อบังคับ กบร. ฉบับที่ 101 เพื่อยกระดับมาตรฐานและคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นี้เป็นต้นไป

ข้อบังคับใหม่นี้มีผลครอบคลุมทุกสายการบินที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, หาดใหญ่, ภูเก็ต และแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระบุชัดเจนว่า สายการบินต้องรับผิดชอบต่อผู้โดยสารในกรณีที่เที่ยวบินล่าช้า (ดีเลย์) หรือยกเลิก อันเกิดจากความบกพร่องของสายการบินเอง และไม่มีการแจ้งผู้โดยสารล่วงหน้าและผู้โดยสารถึงสนามบินแล้ว

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง
สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม หรือคูปองแลกซื้ออาหารและเครื่องดื่มตามความเหมาะสมกับมื้ออาหารและระยะเวลารอขึ้นเครื่องบิน รวมถึงต้องจัดหาอุปกรณ์และช่องทางในการติดต่อสื่อสาร อาทิ โทรศัพท์ อีเมล โทรสาร ให้แก่ผู้โดยสารโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศล่าช้าเกิน 5 ชั่วโมง
นอกจากสิทธิข้างต้นแล้ว สายการบินจะต้องชดเชยเงินสดให้แก่ผู้โดยสารจำนวน 1,500 บาท หรือเป็นวงเงินเพื่อใช้เดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสม หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการชำระค่าชดเชยเป็นเงินสด ภายในระยะเวลา 14 วันนับแต่เกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า

หากต้องพักค้างคืน สายการบินต้องจัดหาที่พักและบริการรับส่งให้ครบถ้วน หรือในกรณีที่ผู้โดยสารไม่ประสงค์จะเดินทางต่อ สายการบินต้องเสนอทางเลือกให้ผู้โดยสารเลือกทันทีระหว่างรับเงินคืนเต็มจำนวน หรือรับวงเงินสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป หรือรับบัตรกำนัลการเดินทาง หรือรับไมล์สะสม หรือสิ่งอื่นที่มีมูลค่าเทียบเท่า

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศล่าช้าเกิน 10 ชั่วโมง
สายการบินจะต้องชดเชยเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกิน 2 และ 5 ชั่วโมง และต้องเสนอทางเลือกให้ผู้โดยสารพิจารณาทันทีว่าประสงค์จะรับค่าชดเชยเป็นเงินสดภายในระยะเวลา14 วันนับแต่วันที่เกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้าในจำนวนเงินตามระยะทาง หรือรับค่าชดเชยเป็นวงเงินเพื่อใช้เดินทางครั้งต่อไปหรือบัตรกำนัลหรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสม หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการชำระค่าชดเชยเป็นเงินสด ภายในระยะเวลา 14 วันนับแต่เกิดเหตุ

หากต้องพักค้างคืน สายการบินจะต้องชดเชยเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกิน 5 ชั่วโมง และในกรณีที่ผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อไป จะมีทางเลือกเพิ่มเติม ได้แก่ สิทธิเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเดิมหรือจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียง หรือสิทธิขนส่งทางอื่นที่เหมาะสมไปยังจุดหมายปลายทางเดิมหรือจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม มีกรณียกเว้นบางประการที่สายการบินอาจไม่ต้องรับผิดชอบ ได้แก่ เหตุสุดวิสัยทางธรรมชาติ เช่น พายุรุนแรง, ภูเขาไฟระเบิด เหตุความไม่สงบทางการเมืองหรือความมั่นคง ปัญหาด้านความปลอดภัยที่จำเป็นต้องระงับการบินตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล สภาพอากาศเลวร้ายที่ทำให้ไม่สามารถทำการบินได้อย่างปลอดภัย

ข้อบังคับนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการยกระดับคุณภาพท่าอากาศยานไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักเดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยมีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบสิทธิของตนเองหรือร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT

บทความที่เกี่ยวข้อง:
The World’s Most Luxurious Airport Lounges: 5 Exclusive Havens for Elite Travelers

Alex Dilling Brings Contemporary French Cuisine to Mandarin Oriental Bangkok

โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok ชวนคุณดื่มด่ำอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย ณ ห้องอาหารใหม่ Alex Dilling at Lord Jim’s

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Mandarin Oriental Bangkok

หลังจากประสบความสำเร็จล้นหลามจากการเป็นเชฟรับเชิญที่ห้องอาหาร Le Normandie เมื่อปี พ.ศ. 2567 จนถึงช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในที่สุด เชฟอเล็กซ์ ดิลลิ่งก็ได้กลับมาเยือนโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok อีกครั้งในฐานะหัวหน้าเชฟประจำ “Alex Dilling at Lord Jim’s” ห้องอาหารใหม่ล่าสุดของโรงแรมที่พร้อมมอบประสบการณ์มื้อค่ำสไตล์ฝรั่งเศส-เมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัยในรูปแบบผ่อนคลายและสนุกสนานกว่าที่เคย

(ซ้าย) เชฟอเล็กซ์ ดิลลิ่ง – หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร Alex Dilling at Lord Jim’s (ขวา) เชฟจอร์จ เคย์ – เชฟ เดอ คูซีน

ห้องอาหาร Alex Dilling at Lord Jim’s ตั้งอยู่ภายในบริเวณห้องอาหาร Lord Jim’s อันเป็นตำนานของโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok นำเสนออาหารมื้อค่ำสุดประณีตที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะการปรุงอาหารแบบโพรวองซ์ ผสานมุมมองร่วมสมัยและความคิดสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมอาหารนานาชาติ โดดเด่นด้วยการย่างอาหารด้วยเปลวไฟในครัวเปิดที่อบอุ่นและเข้าถึงง่าย และการเสิร์ฟอาหารแบบแชร์ที่แขกสามารถเอนจอยและใช้เวลาร่วมกันได้อย่างเป็นกันเอง ขณะเดียวกันก็ยังคงเปี่ยมด้วยความประณีตและพิถีพิถันตามแบบฉบับของเชฟอเล็กซ์ ดิลลิ่ง

ความน่าสนใจของเมนูเริ่มตั้งแต่จานเรียกน้ำย่อย อาทิ ปลากะพงญี่ปุ่นในกัซปาโชแตงกวา มอซซาเรลลาบาร์บาจวนเสิร์ฟพร้อมผักออร์แกนิกและซอสซีซาร์ ก่อนจะไปถึงจานหลักอย่างเนื้อโค๊ตเดอเบิฟแบบดรายเอจย่างเสิร์ฟพร้อมเนยคาเฟ่เดอปารีส ไขกระดูก และซอสแบร์เนส หรือไก่อบทั้งตัวเสิร์ฟพร้อมเห็ดไมตาเกะและฟัวกราส์ ที่ผสมผสานความคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศสและกลิ่นอายของรสชาติร่วมสมัยได้อย่างลงตัวสุดๆ ก่อนจะปิดท้ายมื้ออย่างสมบูรณ์แบบด้วยของหวานที่มีให้เลือกทั้งมิลล์เฟยกล้วย หรืออีล ฟลอตต็องต์ ทั้งหมดล้วนรังสรรค์จากวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างดี รวมถึงผักสดจากฟาร์มออร์แกนิกของโรงแรมเอง

ทั้งนี้ ห้องอาหาร Alex Dilling at Lord Jim’s เปิดให้บริการมื้อค่ำสุดพิเศษโดยเชฟอเล็กซ์ ดิลลิ่ง (หัวหน้าเชฟ) เชฟจอร์จ เคย์ (เชฟ เดอ คูซีน) และทีมงานมืออาชีพ ทุกวันศุกร์ถึงวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 18.30 – 22.00 น. โดยคุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ทุกช่องทางออฟฟิเชียลของโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Beans Coffee Roaster เปิดสาขาใหม่ย่านทรงวาด เสิร์ฟกาแฟสเปเชียล พร้อมวิวเมืองเก่า

5 Must-Visit Fine Dining Spots in Cannes to Book During Film Festival Season

5 ร้านไฟน์ ไดนิ่งในเมืองคานส์ ที่ต้องจองล่วงหน้าในช่วงเทศกาลภาพยนตร์

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: La Palme d’Or

เมื่อเดือนพฤษภาคมมาถึง เมืองคานส์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งกับงาน Cannes Film Festival เทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกที่รวมคนดังไว้มากที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ และแฟชั่นนิสต้าจากทั่วโลกต่างเดินทางมาร่วมงาน และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ร้านอาหารหรูในเมืองคานส์ ก็กลายเป็นอีกจุดหมายที่ถูกจองแน่นไม่แพ้รอบฉายพรมแดง สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสรสชาติระดับโลกและบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เราขอแนะนำ 5 ร้านอาหารที่ถือว่าเป็นที่สุดของไฟน์ ไดนิ่ง เมืองคานส์ในปีนี้

La Table du Chef
ร้านเล็ก ๆ ที่กลายเป็นที่กล่าวขานในหมู่คนท้องถิ่นและนักชิมระดับโลก แม้จะไม่ได้มีดาวมิชลินการันตี แต่แนวทางเชฟเทเบิลที่ให้เชฟมาเสิร์ฟและอธิบายจานอาหารด้วยตนเองนั้นสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง เมนูเปลี่ยนใหม่ทุกวันจากวัตถุดิบสดตามฤดูกาล เป็นประสบการณ์ที่สะท้อนความเป็นฝรั่งเศสแท้ๆ อย่างชัดเจน

(Photo: La Table du Chef)
(Photo: La Table du Chef)
(Photo: La Table du Chef)
(Photo: La Table du Chef)
(Photo: La Table du Chef)
(Photo: La Table du Chef)

La Palme d’Or
ร้านอาหารระดับ 2 ดาวในคู่มือร้านมิชลิน ตั้งอยู่ในโรงแรม Hôtel Martinez ใจกลางถนนครัวเซ็ตต์ สถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของเทศกาล เชฟฌ็อง อิมเบิร์ตถ่ายทอดจินตนาการผ่านเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ พร้อมนำเสนอด้วยเทคนิคฝรั่งเศสร่วมสมัย ท่ามกลางวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงาม การมารับประทานอาหารที่นี่จึงถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่นักชิมไม่ควรพลาด

(Photo: La Palme d’Or)
(Photo: La Palme d’Or)
(Photo: La Palme d’Or)
(Photo: La Palme d’Or)
(Photo: La Palme d’Or)
(Photo: La Palme d’Or)
(Photo: La Palme d’Or)

Bobo Bistro
สำหรับผู้ที่มองหาร้านอาหารที่มีความชิค ผ่อนคลาย แต่ยังเปี่ยมด้วยรสชาติในแบบเฟรนช์-เมดิเตอร์เรเนียน แนะนำให้แวะที่ Bobo Bistro หนึ่งในร้านอาหารดังเมืองคานส์ที่คนในวงการแฟชั่นและคนดังจากพรมแดงแวะเวียนมาอยู่เสมอ ด้วยการตกแต่งโบฮีเมียนร่วมสมัยและเมนูเพื่อสุขภาพที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากแคว้นโพรวองซ์

(Photo: Bobo Bistro)
(Photo: Bobo Bistro)
(Photo: Bobo Bistro)
(Photo: Bobo Bistro)
(Photo: Bobo Bistro)
(Photo: Bobo Bistro)
(Photo: Bobo Bistro)
(Photo: Bobo Bistro)

La Môme Cannes
ร้านอาหารสไตล์เฟรนช์ริเวียร่าที่มีทั้งกลิ่นอายความหรูหราและความสนุกแบบคนเมือง โด่งดังในหมู่คนวงการแฟชั่นและผู้จัดงานอีเวนต์ช่วงเทศกาล ภายในร้านตกแต่งสไตล์อาร์ตเดโคสุดชิค อาหารเน้นเมนูฝรั่งเศสร่วมสมัย ซีฟู้ดสด และค็อกเทลรังสรรค์พิเศษ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับดินเนอร์หลังชมภาพยนตร์หรือพบปะสังสรรค์กับแขกวีไอพีในค่ำคืนของเทศกาลหนังเมืองคานส์

(Photo: La Môme Cannes)
(Photo: La Môme Cannes)
(Photo: La Môme Cannes)
(Photo: La Môme Cannes)
(Photo: La Môme Cannes)
(Photo: La Môme Cannes)
(Photo: La Môme Cannes)

Salama Cannes
ร้านอาหารโมร็อกโกและเมดิเตอร์เรเนียนในซอยเงียบสงบบนถนนฟลอริออง ไม่ไกลจากถนนครัวเซ็ตต์ ให้บริการอาหารโมร็อกโกในบรรยากาศที่ตกแต่งสไตล์โอเรียนทัลร่วมสมัย โดดเด่นด้วยโคมไฟแขวน ผนังฉลุลาย และสวนกลางร้านที่แสนร่มรื่น เมนูขึ้นชื่ออย่าง Chicken Pastilla และ Couscous Royal ช่วยเติมสีสันให้มื้อค่ำในช่วงเทศกาลภาพยนตร์น่าจดจำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์รับประทานอาหารที่ทั้งรื่นรมย์และแตกต่างจากฝรั่งเศสดั้งเดิม แต่ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของคานส์

(Photo: Salama Cannes)
(Photo: Salama Cannes)
(Photo: Salama Cannes)
(Photo: Salama Cannes)
(Photo: Salama Cannes)
(Photo: Salama Cannes)
(Photo: Salama Cannes)
(Photo: Salama Cannes)
(Photo: Salama Cannes)

บทความที่เกี่ยวข้อง:
สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นระดับพรีเมียม กับ 5 ร้านโอมากาเสะและไคเซกิที่ควรไปสักครั้งในชีวิต
5 โรงแรมหรูในปารีส ที่เหล่าเซเลบริตี้เลือกพักในช่วง Paris Fashion Week

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image