Home Blog Page 31

RO54 Project; An Automotive-Inspired Residence by Arshia Architects

โครงการบ้านพักอาศัยสุดล้ำ RO54 โดย Arshia Architects
บทความ:
LuxuoTH Opening Photo: Yu Heng Huang via Arshia Architects

เมื่อพูดถึงงานออกแบบที่พักอาศัยในยุคปัจจุบัน การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนน่าจะเป็นปัจจัยหลักและจำเป็นในการออกแบบรวมถึงการผสมผสานเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าและนวัตกรรมต่างๆ Arshia Architects บริษัทออกแบบและสถาปนิกที่ตั้งอยู่ในนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 คือ บริษัทออกแบบที่ยืนหนึ่งในเรื่องการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียด และการสร้างสรรค์ผลงานบนพื้นฐานของพื้นที่และความกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์รอบด้าน ซึ่งโครงการที่พักอาศัย RO54 ในย่านเบลแอร์ ในลอสแอนเจลิสก็คือตัวอย่างโครงการที่เป็นหนึ่งในโครงการที่ Arshia Architects ภาคภูมิใจด้วยรางวัลการันตีจากสถาบันต่างๆ ระดับนานาชาติมากถึง 22 รางวัล

Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Yu Heng Huang)
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Yu Heng Huang)
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Renee Parkhurst)

ด้วยที่ตั้งของโครงการนี้อยู่บนยอดเขาในย่านเบลแอร์ที่สามารถมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกและเมืองลอสแองเจลิส อีกทั้งมีลักษณะเป็นเนินเขาที่ลดหลั่น การลดขนาดของโครงการและมีการออกแบบให้เป็นขั้นหรือชั้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศของบริเวณที่ตั้งนั้นคือแนวคิดหลักในการออกแบบ โดยมีพื้นที่ครึ่งชั้นเป็นจุดเชื่อมต่อฟังก์ชั่นทั้งหมดของบ้านอย่างลื่นไหลและยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยไปโดยปริยาย นอกจากนี้ยังนำเอาสุนทรียศาสตร์ของการออกแบบยานยนต์มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ซึ่งเป็นการนำเสนอประสิทธิภาพและความคล่องตัวที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดให้กับพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร โดยการออกแบบทั้งหมดนี้ยังมีความท้าทายในการดีไซน์ให้ที่พักอาศัยนั้นมีมาตรฐานและประโยชน์ใช้สอยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ขอบเขตของกฎระเบียบที่เข้มงวดของรัฐแคลิฟอร์เนียอีกด้วย

Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Paul Vu)
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Yu Heng Huang)
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Paul Vu)

โครงการ RO54 นี้นับว่าเป็นโครงการตัวอย่างของที่อยู่อาศัยในระแวกใกล้เคียงที่ไม่ได้มีความโดดเด่นเฉพาะในแง่ของความสวยงามและล้ำสมัยจากภายนอกเท่านั้น หากยังเป็นตัวอย่างในเรื่องของการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ของโครงการที่ไม่เพียงคำนึงถึงฟังก์ชั่น คุณภาพและความยั่งยืนเท่านั้น อีกทั้งยังเปี่ยมไปเทคโนโลยีต่างๆ ที่สอดคล้องกับธรรมชาติและระบบนิเวศโดยรอบด้วย อาทิ การใช้พืชพื้นเมืองที่หลากหลายและทนทานต่อภาวะแล้ง ระบบโซลาร์เซลล์ การปรับระบบไฟส่องสว่างให้มีผลกระทบน้อยที่สุดกับระบบนิเวศท้องถิ่นและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า การลดราวกระจกและใช้กระจกสีเทาสะท้อนแสงเพื่อป้องกันนกบินมาชนกระจก การลดใช้วัสดุที่ปล่อยคาร์บอนเข้มข้น วัสดุภายในที่เลือกมาจากธรรมชาติและเป็นไปตามมาตรฐาน VOC ต่ำ วัสดุและโทนสีการออกแบบนั้นจะเป็นโทนสีจากธรรมชาติทั้งหมด เช่น ปูนปลาสเตอร์ไมก้า พื้นไม้เนื้อแข็ง หินธรรมชาติ และพยายามใช้วัสดุให้น้อยที่สุดเพื่อความสะดวกในการบำรุงรักษานั่นเอง

Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Renee Parkhurst)
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Paul Vu)
Luxury design featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
(Photo: Paul Vu)

บทความที่เกี่ยวข้อง: A House of Gently Intertwined Cottages by Nendo

Sirimahannop Delights with New Premium Seafood Tapas by the River

0

สัมผัสรสชาติอาหารทะเลสุดพรีเมียมพร้อมชมวิวแม่น้ำกับ “Tapas by the River” ณ เรือ สิริมหรรณพ
บทความ: LuxuoTH ภาพ: Sirimahannop

เรือสิริมหรรณพ ร้านอาหารและบาร์สุดหรูจากเรือใบสามเสาแห่งประวัติศาสตร์ พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารทะเลระดับพรีเมียมผ่านโปรโมชั่นพิเศษ “Tapas by the River” ให้คู่รัก เพื่อนฝูง และครอบครัวได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุข พร้อมดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามพระอาทิตย์ตกดิน บนเรือที่จำลองบรรยากาศการเดินเรือในยุครัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เชฟมากฝีมือของสิริมหรรณพได้รังสรรค์เมนูทาปาสอาหารทะเล 7 จานพิเศษที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากทะเลไทยและนำเข้าจากต่างประเทศ โดยแต่ละจานผสานความเป็นไทยเข้ากับรสชาติระดับโลกได้อย่างลงตัว เริ่มจากปลาหมึกยักษ์เนื้อนุ่มที่เสิร์ฟพร้อมซอสชิมิชูรีสไตล์ไทยและปาปริก้า เพิ่มความกรุบกรอบด้วยคอร์นริบส์และมันฝรั่งลูกเล็ก ต่อด้วยกุ้งตัวโตเนื้อหวานที่จับคู่กับอะโวคาโดและซัลซ่ามะม่วงผสมพริกหวาน และทอดมันปูเนื้อแน่นที่เสิร์ฟพร้อมซอสครีมขมิ้นรสจัดจ้าน

นอกจากนี้ยังมีเมนูสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาดอย่างทาร์ทาร์ปลากะพงสดที่เสิร์ฟพร้อมอะโวคาโด แอปเปิ้ลเขียว ใบมะกรูด และส้มโอ ที่ให้รสชาติสดชื่นและกลมกล่อม หอยเชลล์หวานฉ่ำที่เสิร์ฟคู่กับปูว์เรถั่วเหลืองและไส้กรอกโชริโซ่ พร้อมน้ำสลัดฟิงเกอร์ไลม์ที่เพิ่มความสดชื่น คอนช์ฟริตเตอร์กรอบนอกนุ่มในที่มาพร้อมซอสคาลิปโซสูตรพิเศษ และปิดท้ายด้วยแอนโชวี่หมักที่เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศขูด มะกอก และขนมปังกรอบ

เรือสิริมหรรณพนำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่างด้วยพื้นที่สองชั้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยชั้นบนเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่เหมาะสำหรับการจิบเครื่องดื่มและชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนชั้นล่างโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ผสมผสานความเป็นไทยร่วมสมัย เหมาะสำหรับการรับประทานอาหารในบรรยากาศอบอุ่น

ร่วมลิ้มลองประสบการณ์อาหารทะเลสไตล์ทาปาสได้ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2568 ทุกวันตั้งแต่เวลา 16:30 – 22:30 น. ณ เรือสิริมหรรณพ ที่ Asiatique The Riverfront ซึ่งสามารถเดินทางได้ทั้งทางรถและเรือ รวมถึงบริการเรือรับส่งฟรีจากท่าเรือใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สะพานตากสิน ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทุกช่องทางของเรือสิริมหรรณพ

บทความที่เกี่ยวข้อง: Lux Pick: Front Room at Waldorf Astoria Bangkok

Luxury Hotels in Osaka for Your World Expo 2025 Visit

โรงแรมหรูในโอซาก้า แนะนำสำหรับช่วง World Expo 2025
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Swissôtel Nankai Osaka

โอซาก้าเตรียมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกในงาน World Expo 2025 มหกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 เมษายน – 13 ตุลาคม 2568 บนเกาะยูเมะชิมะ การเดินทางมาร่วมงานครั้งประวัติศาสตร์นี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียมในโรงแรมหรูชั้นนำของเมือง ที่พร้อมมอบการต้อนรับอันอบอุ่นในแบบญี่ปุ่นแท้ ผสานความทันสมัยและการบริการระดับห้าดาวมาตรฐานสากล ไม่ว่าคุณจะเลือกพักในย่านไหนของเมือง โรงแรมหรูเหล่านี้ก็พร้อมมอบความสะดวกสบายและความประทับใจตลอดการเข้าพัก

โรงแรม Conrad Osaka
โรงแรมระดับลักชัวรีที่ตั้งอยู่บนชั้น 33-40 ของอาคาร Nakanoshima Festival Tower West นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับด้วยวิวพาโนรามาของเมืองโอซาก้าจากมุมสูง 200 เมตรเหนือพื้นดิน ด้วยคอนเซ็ปต์ “Your Address in the Sky” โรงแรมนี้ได้ผสมผสานความหรูหราร่วมสมัยเข้ากับความงดงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม พร้อมมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้ผู้เข้าพักที่จะมาร่วมงาน World Expo 2025 ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟใต้ดินฮิโกบาชิเพียง 15 นาทีจากสถานีเจอาร์โอซาก้า และเพียง 50 นาทีจากสนามบินนานาชาติคันไซ ทำให้เดินทางไปยังเกาะยูเมะชิมะซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน World Expo ได้สะดวก ห้องพักมีทั้งหมด 164 ห้อง เริ่มต้นที่ขนาด 50 ตารางเมตร ตกแต่งด้วยงานศิลปะชั้นเยี่ยม พร้อมมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับด้วยห้องอาหาร 4 แห่ง สปา ฟิตเนส สระว่ายน้ำในร่ม และเลานจ์สำหรับแขกระดับเอ็กเซ็กคูทีฟโดยเฉพาะ

(ภาพ: โรงแรม Conrad Osaka)
(ภาพ: โรงแรม Conrad Osaka)
(ภาพ: โรงแรม Conrad Osaka)
(ภาพ: โรงแรม Conrad Osaka)
(ภาพ: โรงแรม Conrad Osaka)

โรงแรม Osaka Marriott Miyako
โรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ในอาคาร Abeno Harukas ตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยห้องพัก 360 ห้องที่กระจายตัวอยู่บนชั้น 38-55 โรงแรมแห่งนี้มอบวิวพาโนรามาอันน่าทึ่งของเมืองโอซาก้า ในวันที่อากาศดี ผู้เข้าพักสามารถมองเห็นได้ไกลถึงเกียวโต ภูเขาร็อคโค สะพานอาคาชิไคเคียว เกาะอาวาจิ และสนามบินคันไซ ห้องพักทุกห้องได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา พร้อมหน้าต่างขนาดใหญ่จากพื้นจรดเพดานที่เปิดรับทัศนียภาพอันงดงาม จุดเด่นของโรงแรมคือการผสมผสานมาตรฐานการบริการระดับโลกของ Marriott เข้ากับการต้อนรับแบบญี่ปุ่น “โอโมเตนาชิ” พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องอาหาร ZK บนชั้น 57 คลับเลาจน์ ฟิตเนส และห้องประชุมทันสมัย ที่ตั้งของโรงแรมยังอยู่ติดสถานีรถไฟ ทำให้การเดินทางไปยัง World Expo สะดวกสบาย

(ภาพ: โรงแรม Osaka Marriott Miyako)
(ภาพ: โรงแรม Osaka Marriott Miyako)
(ภาพ: โรงแรม Osaka Marriott Miyako)
(ภาพ: โรงแรม Osaka Marriott Miyako)
(ภาพ: โรงแรม Osaka Marriott Miyako)

โรงแรม Swissôtel Nankai Osaka
Swissôtel Nankai Osaka นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนสไตล์สวิสในอาคาร 36 ชั้นใจกลางย่านนัมบะ ศูนย์กลางความบันเทิงและช้อปปิ้งของโอซาก้า ด้วยทำเลเหนือสถานีรถไฟนัมบะ ผู้เข้าพักสามารถเดินทางตรงสู่สนามบินคันไซและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเกียวโต นารา และโกเบได้สะดวก สำหรับผู้เยี่ยมชม World Expo 2025 สามารถเดินทางจากโรงแรมไปยังสถานที่จัดงานได้โดยง่ายผ่านระบบขนส่งสาธารณะ ห้องพักและห้องสวีท 546 ห้องตกแต่งด้วยวอลล์เปเปอร์ลายจุดกราฟิกและเฟอร์นิเจอร์ไม้แบบดั้งเดิม สะท้อนเสน่ห์ของทั้งโอซาก้าและสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมเทคโนโลยีทันสมัยในห้องพัก โรงแรมมีห้องอาหารและบาร์ 6 แห่ง รวมถึง Table36 บนชั้นบนสุดที่มอบวิวพาโนรามาของเมือง และ Pürovel Spa & Sport ที่มีสระว่ายน้ำในร่วม ซาวน่า และออนเซ็นแบบญี่ปุ่น

(ภาพ: Swissôtel Nankai Osaka)
(ภาพ: Swissôtel Nankai Osaka)
(ภาพ: Swissôtel Nankai Osaka)
(ภาพ: Swissôtel Nankai Osaka)
(ภาพ: Swissôtel Nankai Osaka)

โรงแรม W Osaka
โรงแรมระดับลักชัวรีแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนมิโดสุจิ โดดเด่นด้วยอาคารทรงกล่องสีดำสูง 27 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลกทาดาโอะ อันโด แนวคิดการออกแบบได้แรงบันดาลใจจากพ่อค้าชาวโอซาก้าในยุคเอโดะที่แต่งกายเรียบง่ายภายนอก แต่ซ่อนความหรูหราไว้ภายใน ภายในโรงแรมตกแต่งด้วยสีสันสดใส สะท้อนวัฒนธรรมเมืองโอซาก้า ทุกห้องพักมีหน้าต่างขนาดใหญ่มองเห็นวิวเมือง พร้อมมิกซ์บาร์สำหรับผสมค็อกเทล ไฮไลท์คือห้อง Extreme WOW Penthouse Suite บนชั้น 27 พื้นที่ 200 ตารางเมตร ที่นี่มีห้องอาหาร 4 แห่งและบาร์ 2 แห่ง โดดเด่นด้วยห้องอาหาร Oh.lala… ที่ผสมผสานอาหารฝรั่งเศสและญี่ปุ่นโดยเชฟมิชลิน และ Ukiyo ซูชิบาร์ลับที่เสิร์ฟเฉพาะแขกที่จองเท่านั้น การเดินทางสะดวก ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินชินไซบาชิเพียง 3 นาที ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงย่านชินไซบาชิและโดทงโบริ

(ภาพ: โรงแรม W Osaka)
(ภาพ: โรงแรม W Osaka)
(ภาพ: โรงแรม W Osaka)
(ภาพ: โรงแรม W Osaka)
(ภาพ: โรงแรม W Osaka)

บทความที่เกี่ยวข้อง: Your Resort Choices When Following “The White Lotus” to Koh Samui

Lux to Know: Repetto, the French Shoes Inspired by Ballet and Dance World

Repetto แบรนด์รองเท้าที่ถือกำเนิดจากรองเท้าของนักบัลเล่ต์
บทความ:
ลภีพันธ์ โชติจินดา ภาพ: Repetto

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่มีความชื่นชอบรองเท้าที่สวมใส่สบายและมีความอเนกประสงค์ในตัว ซึ่งหมายถึงจะใส่ในโอกาสใดๆ ก็สามารถจบได้ในคู่เดียวนั่นเอง และค้นพบว่ารองเท้าคัทชูส้นแบนทรงบัลเล่ต์หรือบัลเลริน่าเป็นรองเท้าที่อยู่ในหมวดอเนกประสงค์ที่ว่านี้ และเชื่อว่าผู้หญิงส่วนมากไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือเจนเนอเรชั่นไหนก็จะต้องมีรองเท้าทรงบัลเลริน่านี้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองคู่เป็นแน่ Repetto เป็นแบรนด์รองเท้าหรูสัญชาติฝรั่งเศสที่ไม่เพียงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตรองเท้าเฉพาะทางอย่างรองเท้าบัลเล่ต์และรองเท้าสำหรัลนักเต้นรำที่มีฝีมือเท่านั้น หากยังมีประวัติความเป็นมาและเรื่องราวของสินค้ารุ่นไอคอนนิคที่น่าสนใจอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในรองเท้าไอคอนนิคคือรองเท้าทรงบัลเลริน่านั่นเอง

Repetto เป็นแบรนด์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากโลกของบัลเล่ต์และนักเต้นรำ
ไม่น่าแปลกใจที่ Repetto จะโด่งดังในหมู่นักบัลเล่ต์และนักเต้นรำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยเพราะโรส เรเปตโตคุณแม่ของนักบัลเล่ต์ชื่อดังโรลองด์ เปอตีต์ต้องการตัดรองเท้าบัลเล่ต์ที่สวมใส่สบายและมีน้ำหนักเบาให้กับลูกชายของเธอ เธอจึงได้ตัดรองเท้าคู่แรกให้กับโรลองด์ในปี ค.ศ. 1947 ในเวิร์คช้อปซึ่งกลายมาเป็นมีบูติคแห่งแรกของ Repetto ที่เลขที่ 22 ถนนรูเดอลาเปซ์ ในกรุงปารีสซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงอุปรากรปารีส Palais Garnier อันโด่งดัง โดยใช้เทคนิคการตัดเย็บรองเท้าที่มีชื่อว่า “Cousu Retourné” ที่เป็นการเย็บด้านในและตลบรองเท้ากลับออกมา เช่นเดียวกันกับวิธีการเย็บถุงมือหนังคุณภาพเยี่ยม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสบายและความยืดหยุ่นยามสวมใส่ และนับแต่นั้นมาโลกของนักบัลเล่ต์และนักเต้นรำก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับดีไซน์รองเท้าของ Repetto เสมอมา

Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

รองเท้ารุ่นไอคอนนิค
แม้ว่า Repetto จะมีต้นกำเนิดจากการตัดเย็บรองเท้าให้แก่นักบัลเล่ต์และนักเต้นรำก็ตาม แต่ Repetto เองนั้นก็มีรองเท้ารุ่นไอคอนนิคที่โด่งดังอยู่หลายรุ่นที่น่าสนใจ อาทิ รองเท้าบัลเลริน่ารุ่น Cendrillon ที่มาดามโรส เรเปตโตได้สร้างสรรค์ขึ้นตามคำขอของบรีฌิต บาร์โดนักแสดง นักร้องและนางแบบชาวฝรั่งเศสชื่อดังที่ต้องการรองเท้าที่สวมใส่สบาย มีน้ำหนักเบาและสง่างาม โดยใช้เทคนิคการตัดเย็บรองเท้า Cousu Retourné อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และรองเท้ารุ่น Camille ที่เป็นการต่อยอดมาจากรุ่น Cendrillon หรือจะเป็นรองเท้าทรงออกซ์ฟอร์ดรุ่น Zizi ที่เป็นรองเท้าไอคอนสำหรับนักร้องและศิลปินที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าสลิปเปอร์ของนักเต้นแจ๊สที่มาดามโรสสร้างสรรค์ขึ้นให้แก่ซิซิ ฌองแมร์ ลูกสะใภ้ของมาดามเองในช่วงทศวรรษที่ 1970 Zizi เป็นรองเท้าหนังเนื้อนุ่มและมีความยืดหยุ่นดียามเคลื่อนไหว ซึ่ง Zizi ยังเป็นรองเท้าไอคอนนิคในหมู่นักร้องนักดนตรี อาทิ นักแต่งเพลงชาวฝรั่งเศสระดับตำนานเซอร์จ เกนส์เบิร์ก หรือแม้แต่ลิซ่า ลลิษา มโนบาล อีกด้วย

บริการตัดและปรับแต่งรองเท้า
Repetto นั้นมีความเป็นเลิศในงานฝีมือตัดเย็บรองเท้านักบัลเล่ต์และนักเต้นนำมาช้านานจนถึงปัจจุบัน รองเท้านั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับนักบัลเล่ต์และนักเต้นรำ ซึ่ง Repetto นั้นมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในเรื่องสรีระและรูปเท้าที่แตกต่างกันของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี Repetto มีบริการตัดรองเท้าคัสตอมตามความชอบของลูกค้าไม่เฉพาะแค่รองเท้าเฉพาะทางเท่านั้น ซึ่งลูกค้าสามารถกำหนดสีสันหรือวัสดุที่ชื่อชอบได้ตามต้องการ โดยบริการปรับแต่งรองเท้านี้มีให้บริการเฉพาะบางบูติคในประเทศฝรั่งเศสและบรัสเซลส์เท่านั้น ซึ่งหากคุณต้องการบริการนี้เราแนะนำให้ศึกษารายละเอียดที่เว็บไซท์และติดต่อกับทางแบรนด์โดยตรงเพื่อที่ทำการนัดหมายล่วงหน้ากับบูติคที่คุณต้องการไปใช้บริการ

Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury product featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

บทความที่เกี่ยวข้อง: Lux to Know: Van Cleef & Arpels and its Encompassing Endeavors Beyond Jewelry Making

Lux Pick: Delvaux Le Brillant Handbag

กระเป๋า Le Brillant ไอคอนแห่งความคลาสสิกเหนือกาลเวลาจาก Delvaux
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: อภิวิชญ์ พรหมพิทักษ์

ในโอกาสที่ Delvaux แบรนด์เครื่องหนังลักชัวรีที่เก่าแก่ที่สุดในโลกจากเบลเยี่ยมมาเปิดบูติกแห่งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้า Siam Paragon เราขอพาคุณไปรู้จักกับ Le Brillant กระเป๋าไอคอนิกที่อยู่คู่แบรนด์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

กระเป๋า Le Brillant ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดจากอาร์ไคฟ์กว่า 3,000 แบบของ Delvaux ด้วยรูปทรงเรขาคณิตอันงดงาม ประณีตในทุกรายละเอียด อีกทั้งแรงบันดาลใจเบื้องหลังดีไซน์ของกระเป๋า Le Brillant ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งแรงบันดาลใจหลักอย่าง Philips Pavilion ศาลาจัดแสดงนิทรรศการในครั้งที่เบลเยี่ยมได้เป็นเจ้าภาพงาน World Fair เมื่อปี ค.ศ. 1958 ณ กรุงบรัซเซลล์ ซึ่งมีรูปทรงและเส้นสายที่แปลกแหวกแนว รวมถึงหูจับรูปทรงโค้งมนที่ดูเรียบหรูและสง่างามก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมงกุฎของราชวงศ์เบลเยี่ยม สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี 1829 ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญ การรังสรรค์กระเป๋า Le Brillant จะต้องอาศัยความชำนาญการอย่างยิ่ง ใช่ว่าช่างทุกคนจะสามารถทำได้

กระเป๋า Le Brillant มีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ขนาด Nano และ Mini ใบเล็กน่ารัก ขนาด MM และ PM สำหรับใช้งานทุกวัน ไปจนถึงขนาด GM ที่จุของได้มาก แต่ยังคงดูสวยและสง่างาม ทุกขนาดยกเว้น Nano มาพร้อมกระจกในตัวที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนใต้ฝากระเป๋า ทั้งยังสามารถคล้องสายสะพายเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย

นอกจากกระเป๋าถือแล้ว Le Brillant ยังมีเครื่องหนังชิ้นเล็กที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกัน เช่น กระเป๋าเงินใบยาวพร้อมสายโซ่ กระเป๋าใส่บัตรที่ด้านในมีกระเป๋าเหรียญแบบแยกใช้งานได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มเอกลักษณ์และลูกเล่นให้กระเป๋าด้วยแอคเซสซอรีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าผันคอไหมที่กุ๊นขอบด้วยมือ โดยเฉพาะโบว์หนังสำหรับผูกหูจับที่เหมาะกับกระเป๋า Le Brillant อย่างมาก

ล่าสุด Le Brillant ได้รับการตีความใหม่ในคอลเลกชัน Surreal ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะเซอร์เรียลลิสม์ ผ่านการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานงานฝีมือชั้นสูงเข้ากับจินตนาการอันแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า Le Brillant Wavy ที่มาพร้อมหูจับดีไซน์พิเศษอันเป็นการร่วมแสดงความเคารพต่อซัลวาดอร์ ดาลี จิตรกรเจ้าของภาพ “The Persistence of Memory” หรือที่รู้จักในชื่อ “นาฬิกาเหลว” กระเป๋า Le Brillant Mini รุ่น “Nuages Cannetilles” ที่ตกแต่งด้วยก้อนเมฆจากเส้นลวดเงินซึ่งใช้เวลาปักด้วยมือถึง 35 ชั่วโมง และกระเป๋า L’Humour ปักคำว่า “Ceci n’est pas un Delvaux” ด้วยลวดเงิน ผลงานเมดทูออเดอร์สุดลิมิเต็ด ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “Ceci n’est pas une pipe” หรือ “This Is Not a Pipe” ภาพวาดของเรอเน มากริตต์ จิตรกรเซอร์เรียลลิสม์ชื่อดังชาวเบลเยียม

อย่างที่บูติกแห่งแรกในไทยของ Delvaux ซึ่งสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมอันหลากหลายและมีชีวิตชีวาของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดดเด่นด้วยองค์ประกอบการตกแต่งที่ใช้วัสดุระดับงานพิพิธภัณฑ์ พร้อมพื้นที่บาร์ที่มีเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ก็จัดแสดงกระเป๋า Le Brillant หลากหลายคอลเลกชัน ตั้งแต่ไลน์คลาสสิกไปจนถึงคอลเลกชันล่าสุด รวมถึงรุ่นเอ็กโซติกที่ทำจากหนังจระเข้สีหิมาลายัน มูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท ถือเป็นโอกาสอันดีให้ผู้ที่หลงใหลในความงามอันเหนือกาลเวลาและงานฝีมือชั้นครูสามารถไปสัมผัสกระเป๋า Le Brillant และผลงานอื่นๆ ที่น่าสนใจจาก Delvaux

บทความที่เกี่ยวข้อง: Lux Pick: Montblanc Meisterstück Document Case

Thailand Pavilion Presents Wellness Innovation at World Expo 2025

0

พาส่อง “ภูมิพิมาน” Thailand Pavilion ในงาน World Expo 2025 นำเสนอนิทรรศการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและชีวิตที่มีความสุข
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Thailand Pavilion World Expo 2025

เดือนเมษายนนี้แล้ว ที่เราจะได้พบกับ World Expo 2025 มหกรรมนำเสนอนวัตกรรม ศิลปวิทยาการ และความคิดสร้างสรรค์ระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่และมีผู้รอคอยมากที่สุดงานหนึ่งของโลก ซึ่งในปีนี้จะจัดขึ้นที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิดหลัก “Designing Future Society for Our Lives” หรือ “การออกแบบสังคมแห่งอนาคตเพื่อชีวิตของทุกคน” และแน่นอนว่า ประเทศไทยที่เข้าร่วมงานนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 ก็ไม่พลาดที่จะนำนวัตกรรมไปจัดแสดงใน Thailand Pavilion หรือศาลาไทย ซึ่งก็คาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างล้นหลามเช่นทุกครั้ง

(ภาพ: Thailand Pavilion World Expo 2025)

Thailand Pavilion ใน World Expo 2025 ที่โอซาก้า ตั้งอยู่ที่พื้นที่ A13 บนเกาะยูเมะชิมะ นำเสนอนิทรรศการภายใต้วิสัยทัศน์ “Thailand Connecting Lives for Greatest Happiness” หรือ “สร้างสรรค์ชีวิต เพื่อความสุขที่ยิ่งใหญ่” และ “Thai-Smile Connecting Happiness World Destination” หรือ “ยิ้มสยามที่ก่อให้เกิดความสุขเป็นเป้าหมายปลายทางของคนทั่วโลก” ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ผู้รับผิดชอบหลัก Thailand Pavilion 2025 นำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพเชิงวัฒนธรรม ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีในการประชาสัมพันธ์ให้นานาชาติได้เห็นศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและการแพทย์

(ภาพ: Thailand Pavilion World Expo 2025)
(ภาพ: Thailand Pavilion World Expo 2025)
(ภาพ: Thailand Pavilion World Expo 2025)

Thailand Pavilion 2025 ออกแบบภายใต้แนวคิด “ภูมิพิมาน” หรือ “ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ของการกินดี อยู่ดี มีภุมิคุ้มกัน” จุดเด่นของ คือการตีความสถาปัตยกรรมไทยในรูปแบบใหม่ให้สะท้อนอัตลักษณ์แห่งภูมิไทยหลากหลายแขนง การออกแบบนำเอารูปทรง “จอมแห” เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยที่สืบทอดมายาวนานมาผสมผสานกับเทคนิค “ย่อมุม” สร้างสรรค์เป็นลวดลายเรขาคณิตบนโครงสร้างหลังคาที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังช่วยในการจัดการแสงธรรมชาติได้อย่างชาญฉลาด โดยหลังคาถูกออกแบบให้มีระดับความทึบและโปร่งที่แตกต่างกัน ควบคุมการส่องผ่านของแสงธรรมชาติตามการใช้งานของแต่ละพื้นที่ ทั้งโถงทางเข้าที่เปิดรับแสงธรรมชาติ พื้นที่จัดนิทรรศการที่ควบคุมแสงได้ และพื้นที่ร้านค้าที่ผสานการใช้งานพื้นที่ภายในและภายนอกได้อย่างกลมกลืน

(ภาพ: A49)
(ภาพ: A49)
(ภาพ: A49)
(ภาพ: Thailand Pavilion World Expo 2025)

นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งด้วย “ช้าง” ตัวแทนแห่งความสมบูรณ์ และ “ไม้” ตัวแทนแห่งการประยุกต์ใช้ทรัพยากรในประเทศด้วยภูมิปัญญา รวมถึง “เฉลว” ซึ่งในอดีตเป็นยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่จะปักไว้ที่หม้อยาเพราะเชื่อว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ เป็นหนึ่งในกุศโลบายของหมอยาที่ป้องกันไม่ให้มีคนเปิดหม้อยาและทำให้ยาเสื่อมสภาพ และในปัจจุบันเฉลวก็เป็นส่วนประกอบในตราสัญลักษณ์ขององค์กรการแพทย์แผนไทยด้วย

Thailand Pavilion World Expo 2025
Thailand Pavilion World Expo 2025
Thailand Pavilion World Expo 2025
Thailand Pavilion World Expo 2025
Thailand Pavilion World Expo 2025

สำหรับนิทรรศการใน Thailand Pavilion 2025 จะแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซน “ภูมิวิถี” เสมือนเป็นประตูสู่ภูมิพิมาน ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และอาหารนานาเมนู โซนที่สอง “ภูมิคุ้มกัน” ถ่ายทอดเรื่องราววิถีไทยที่พัฒนาสู่นวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข และโซนที่สาม “ภูมิสยาม” ที่ให้ผู้ชมได้เข้าถึงภูมิแบบไทยผ่านการลอง ลิ้ม ชิม รสอาหารไทยจากครัวสาธิต รวมถึงนิทรรศการ กิจกรรม และเวิร์คช้อป เช่น การนวดไทย การทำถุงเครื่องหอม ที่จะหมุนเวียนตลอดระยะเวลาจัดงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง: A Glimpse into the Future at World Expo 2025 in Osaka, Kansai

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image