Home Blog Page 30

Build Your Perfect Men Grooming Kit with These Essentials

แนะนำ 5 ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองสำหรับผู้ชายที่ควรมีติดบ้าน
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: iStock

ใครว่าการดูแลตัวเองอย่างมีคุณภาพเป็นแค่เรื่องของผู้หญิง เพราะคุณผู้ชายเองก็สามารถมีรูทีนและคอลเลกชันอุปกรณ์ดูแลตัวเองที่ดีได้เช่นกัน เพราะนี่ก็ถือเป็นการลงทุนในภาพลักษณ์และความมั่นใจระยะยาวได้เฉกเช่นเดียวกับการมีสูทที่ตัดเย็บพอดีตัวหรือนาฬิกาที่บ่งบอกรสนิยม วันนี้เราจึงได้คัดสรร 5 ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่จะเปลี่ยนการดูแลตัวของคุณให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความหรูหรา เพลิดเพลินและผ่อนคลาย พร้อมมอบผลลัพธ์ที่เห็นและสัมผัสได้

ทำความสะอาดผิวหน้าด้วย Tom Ford Research Cleansing Concentrate
การดูแลผิวที่ดีเริ่มต้นจากการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ Tom Ford Research Cleansing Concentrate โดดเด่นและแตกต่างด้วยเนื้อครีมที่จะเปลี่ยนเป็นโฟมนุ่มละเอียด ผสานคุณค่าจากโกโก้ไวท์พอร์ซเลนสายพันธุ์หายาก ชาเขียวเกียวคุโระจากญี่ปุ่น คาเฟอีนความเข้มข้นสูง กรดไฮยาลูรอนิกและสารสกัดจากสาหร่าย ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกอย่างล้ำลึกโดยไม่ทำร้ายผิว เผยผิวที่สะอาด ชุ่มชื้น และเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

(ภาพ: Tom Ford)

บำรุงผิวอย่างล้ำลึกด้วย Orveda Firm Brew Cream
เมื่อผิวได้รับการทำความสะอาดอย่างหมดจด ถึงเวลาบำรุงด้วย Orveda Firm Brew Cream มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ไม่เพียงมอบความชุ่มชื้น แต่ยังช่วยยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าให้แลดูเฟิร์มขึ้น ด้วยพลังของโปรตีนข้าวโอ๊ตและไกลโคโปรตีนจากทะเลลึก ทั้งยังสามารถคงความชุ่มชื้นให้ผิวของคุณได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ที่สำคัญ ยังมาพร้อมแอพพลิเคเตอร์นวัตกรรมเฉพาะสำหรับนวดกระตุ้นการไหลเวียน เสริมประสิทธิภาพการบำรุงให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น

(ภาพ: Orveda)

ปกป้องผิวจากรังสียูวีด้วย La Mer The Broad Spectrum SPF 50 UV Protecting Fluid
การปกป้องผิวจากแสงแดดคือความลับของผิวที่ดูอ่อนเยาว์และเป็นขั้นตอนสำคัญที่คนมักจะมองข้ามโดยเฉพาะคุณผู้ชาย La Mer The Broad Spectrum SPF 50 UV Protecting Fluid มอบการปกป้องระดับสูงสุดด้วยเนื้อสัมผัสบางเบาดุจน้ำ แต่เปี่ยมประสิทธิภาพในการปกป้องผิวด้วย Miracle Broth สารสกัดจากสาหร่ายซีเคลป์และแร่ธาตุจากท้องทะเลที่เป็นเอกลักษณ์ของ La Mer ไม่เพียงปกป้องผิวจากรังสี UV แต่ยังฟื้นบำรุงผิวไปพร้อมกัน อีกทั้งเนื้อสัมผัสที่ไม่ทิ้งคราบหรือความมัน ยังทำให้ทาซ้ำระหว่างวันได้สะดวกด้วย

(ภาพ: La Mer)

ดูแลผิวหลังโกนหนวดด้วย Chanel Allure Homme Sport After Shave Lotion
หลังโกนหนวดคือช่วงเวลาสำคัญที่ผิวต้องการการปลอบประโลม Chanel Allure Homme Sport After Shave Lotion มาช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวที่เปราะบางหลังการโกนหนวด พร้อมมอบกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสานความสดชื่นของแมนดารินจากอิตาลี ความลึกลับของซีดาร์ ความเข้มข้นของทองก้าบีน และความอบอุ่นของไวท์มัสก์ ไม่เพียงช่วยให้ผิวสบายและรู้สึกสะอาด แต่ยังเสริมเสน่ห์และความมั่นใจให้กับคุณตลอดวัน

(ภาพ: Chanel)

ป้องกันกลิ่นกายด้วย Aesop Herbal Deodorant Roll-On
การดูแลกลิ่นกายคือเสน่ห์ที่คุณผู้ชายไม่ควรละเลย Aesop Herbal Deodorant Roll-On คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ ด้วยสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ที่อุดมด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ ทั้งซิงค์ ริซิโนลีเอต สารสกัดจากวาซาบิ ใบเสจ และน้ำมันหอมระเหยนานาชนิด ช่วยระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์โดยไม่ปิดกั้นการระบายความร้อนตามธรรมชาติของร่างกาย เนื้อสัมผัสแบบโลชั่นน้ำนมบางเบา ซึมซาบเร็ว มอบความสดชื่นที่คงอยู่ตลอดวัน โดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะบนผิว

(ภาพ: Aesop)

บทความที่เกี่ยวข้อง: 5 Essential Accessories Every Man Should Own

Blue by Alain Ducasse Hosts Solbam Seoul for First Thailand Collaboration

0

Blue by Alain Ducasse จับมือ Solbam ร้านมิชลินสตาร์จากโซล สร้างสรรค์อาหารฝรั่งเศส-เกาหลีครั้งแรกในไทย
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Blue by Alain Ducasse

ผ่านไปแล้วอย่างน่าประทับใจกับการพบกันของสุดยอดเชฟระดับมิชลินสตาร์ เมื่อ Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับหนึ่งดาวมิชลินได้ต้อนรับเชฟออมแทจุนจากร้าน Solbam ร้านอาหารระดับหนึ่งดาวมิชลินจากกรุงโซล ในการรังสรรค์อาหารแบบโฟร์แฮนด์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ ห้องอาหาร Blue by Alain Ducasse ศูนย์การค้า Iconsiam

การร่วมงานครั้งประวัติศาสตร์นี้ไม่เพียงเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของเชฟออมแทจุน ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสานศิลปะการทำอาหารระดับสูงของวัฒนธรรมที่ดูแตกต่างเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกล่อม โดยเชฟออมแทจุนได้ร่วมงานกับเชฟวิลฟริด อ็อกเกแห่ง Blue by Alain Ducasse สร้างสรรค์เมนูพิเศษที่ผสานความโดดเด่นของอาหารเกาหลีร่วมสมัยเข้ากับศิลปะการปรุงอาหารฝรั่งเศสอันประณีต

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การนำเสนอปรัชญาการทำอาหาร “Awe for Nature” อันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟออมแทจุนที่ให้ความสำคัญกับการเคารพธรรมชาติและวัตถุดิบตามฤดูกาล ผ่านการผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมของเกาหลีเข้ากับวิธีการทำอาหารร่วมสมัย ความเชี่ยวชาญของเขาได้รับการยอมรับจากวงการอาหารระดับโลก จนนำมาสู่รางวัลมิชลินสตาร์ให้กับร้าน Solbam ด้วยการนำเสนออาหารเกาหลีในรูปแบบที่ทันสมัยแต่ยังคงรักษารากเหง้าดั้งเดิมไว้ได้อย่างลงตัว

แขกผู้มีเกียรติที่ได้ร่วมงานในครั้งนี้ได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษผ่านเมนู 9 คอร์สสำหรับมื้อค่ำ และ 6 คอร์สสำหรับมื้อกลางวัน อาทิ Bluefin tuna & consommé, Lobster & cauliflower, Beef tenderloin & Korean mustard, Mont-blanc, black currant & black lemon ซึ่งแต่ละจานได้รับการออกแบบให้เป็นการเดินทางของรสชาติที่ผสมผสานความเป็นเลิศของอาหารทั้งสองวัฒนธรรม ตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบตามฤดูกาล การใช้เทคนิคการปรุงอาหารที่ซับซ้อน ไปจนถึงการจัดวางที่สวยงามดุจงานศิลปะ

บรรยากาศอันหรูหราของ Blue by Alain Ducasse ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยิ่งเพิ่มความพิเศษให้กับประสบการณ์การรับประทานอาหารในครั้งนี้ ด้วยการตกแต่งภายในที่โดดเด่นจนได้รับรางวัลจากหลายสถาบัน รวมถึงวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงามและแสนโรแมนติกโดยเฉพาะในยามค่ำคืน

การร่วมงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับวงการอาหารของไทย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกรุงเทพมหานครในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก ที่สามารถดึงดูดสุดยอดเชฟระดับมิชลินสตาร์จากทั่วโลกให้มาร่วมสร้างประสบการณ์อาหารที่พิเศษและน่าจดจำ

บทความที่เกี่ยวข้อง: Lux Pick: Front Room at Waldorf Astoria Bangkok

Rolex on the Green at Honda LPGA 2025

Rolex ร่วมส่งเสริมกีฬากอล์ฟในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ในรายการ Honda LPGA 2025
บทความและภาพ: รักดี โชติจินดา

[ English ]

Rolex มีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการกอล์ฟมานานเกือบ 60 ปีแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะว่ากีฬากอล์ฟนั้นก็เป็นเรื่องของความแม่นยำ ความเป็นเลิศ และการแสดงออกซึ่งความเคารพและความถ่อมตนเหมือนกับงานประดิษฐ์นาฬิกาอันเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานของ Rolex โดยในช่วงเริ่มแรกนั้น Rolex ให้การสนับสนุนผู้เล่นเป็นรายบุคคลตั้งแต่ยุคของ The Big Three ซึ่งประกอบด้วยอาร์โนลด์ พาล์มเมอร์, แจ็ค นิคคลอส และ แกรี่ เพลเยอร์ ก่อนที่จะขยายไปเป็นพันธมิตรกับองค์กรผู้จัดการแข่งขันการแข่งขันในทวีปต่างๆ ในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็น PGA Tour, DP World Tour, Asian Tour และ Ladies European Tour หรือ LET

สำหรับ Ladies Professional Golf Association หรือ LPGA นั้น Rolex ก็เป็นพันธมิตรรายสำคัญมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 และเพิ่งจะเริ่มมีส่วนร่วมในรายการ Honda LPGA ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว โดย Honda LPGA ครั้งที่ 18 ในปีนี้จัดช่วงวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ ที่ Siam Country Club Old Course Pattaya จังหวัดชลบุรี เหมือนเดิม นี่คือการแข่งขันกอล์ฟรายการเดียวในประเทศที่ได้รับการรับรองจาก Ladies Professional Golf Association หรือ LPGA และมีเงินรางวัลตั้งไว้ที่ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Honda LPGA ในปีนี้มีนักกอล์ฟจากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขัน 72 คน ในจำนวนนี้มีเทสติโมนีของ Rolex รวมอยู่ด้วย 5 ท่าน ได้แก่ บรูค เฮนเดอร์สัน, อัลเบน วาเลนซูเอลา, รอนนี ยิน, แอนนา นอร์ดควิสท์ และท่านสุดท้ายที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือโปรชาวไทยมืออันดับ 2 ของโลก จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล ซึ่งฉลองวันเกิดอายุ 22 ปีในวันแรกของการแข่งขัน Honda LPGA 2025 พอดี

Luxuo/World of Watches Thailand มีโอกาสได้ไปชมบรรยากาศในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการแข่งขัน สภาพอากาศโดยรวมแดดไม่แรง ไม่ร้อนอบอ้าว ฟ้าเป็นสีเทาและมีฝนตกแบบบางเบาเป็นระยะในระดับที่ไม่ส่งผลต่อการแข่งขัน ผู้คนสามารถมองเห็นนาฬิกา Rolex ขนาดใหญ่แบบ 3 ด้านได้บริเวณใกล้กับแกรนด์สแตนด์และคลับเฮาส์ และยังมีนาฬิกา Rolex ลักษณะเดียวกันประจำอยู่ที่จุดทีออฟของหลุมต่างๆ ด้วย

การสนับสนุนกีฬากอล์ฟสำหรับผู้หญิงโดย Rolex นั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะว่ายังมีการมอบรางวัล Rolex LPGA Award ให้แก่ผู้เล่นที่มีผลงานโดดเด่นในการแข่งขัน และการจัดอันดับ Rolex Women’s World Golf Rankings ซึ่งข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ จีโน่อยู่ในอันดับที่ 2 ด้วย 255.18 คะแนนจาก 40 การแข่งขัน ตามหลังเพียงแค่เนลลี คอร์ดา จากสหรัฐอเมริกาซึ่งมี 423.43 คะแนนจาก 37 การแข่งขัน

นอกเหนือจากกอล์ฟแล้ว Rolex ยังมีการสนับสนุนกีฬาประเภทอื่นๆ ด้วยอย่างเช่นเทนนิสซึ่งเราก็มีบทความให้คุณติดตามเพิ่มเติมข้างใต้นี้

บทความที่เกี่ยวข้อง: Rolex and Australian Open Unite to Celebrate 25 Years of Rod Laver Arena


The 4-day event took place once again at Siam Country Club Old Course Pattaya.

Words and Photos: Ruckdee Chotjinda

Rolex has been actively involved in the development of golf for nearly 60 years. This enduring commitment stems from the shared values between the sport and the art of watchmaking which are precision, excellence and a deep respect for tradition – the very qualities at the core of the Genevan firm. In the early years, Rolex supported individual players, beginning with the legendary trio known as The Big Three: Arnold Palmer, Jack Nicklaus, and Gary Player. Over time, this support expanded into partnerships with major tournament organisers across continents, including the PGA Tour, DP World Tour, Asian Tour, and the Ladies European Tour (LET).

As for the Ladies Professional Golf Association (LPGA), Rolex has been an important partner with them since 1980. The involvement was further strengthened last year through the association with the Honda LPGA tournament in Thailand. The 18th edition of the Honda LPGA takes place from 20-23 February 2025 at the Siam Country Club Old Course Pattaya, Chonburi. It is the only golf tournament in Thailand officially sanctioned by the LPGA, offering a total prize fund of USD 1.7 million.

This year’s Honda LPGA featured 72 golfers from around the world, including five Rolex testimonees: Brooke Henderson, Albane Valenzuela, Ronni Yin, Anna Nordqvist, and, notably, Thailand’s very own Jeeno Atthaya Thitikul, currently ranked world number two. The tournament’s opening day also coincided with her 22nd birthday, adding another memorable moment to her participation in the event.

Luxuo/World of Watches Thailand had the opportunity to experience the second day of the competition on Friday 21 February. The weather was mild, with overcast skies and intermittent light rain, though conditions remained suitable for play throughout. Rolex’s presence was unmistakable, with their iconic three-sided clocks prominently positioned near the grandstand and clubhouse, as well as a single-sided one at tee-off points across the course.

Rolex’s commitment to women’s golf extends beyond tournament sponsorship. The brand also presents the prestigious Rolex LPGA Award to outstanding players and maintains the Rolex Women’s World Golf Rankings. As of 17 February, Jeeno Atthaya held second place with 255.18 points from 40 events, trailing only Nelly Korda of the United States, who topped the rankings with 423.43 points from 37 events.

Beyond golf, Rolex is a staunch supporter of other sports including tennis. More on that can be found in a related article of ours below.

See also: Rolex and Australian Open Unite to Celebrate 25 Years of Rod Laver Arena

5 Exquisite Floral Fragrances From Luxury Houses

แนะนำ 5 น้ำหอมกลิ่นดอกไม้จากแบรนด์หรู กลิ่นติดทน หอมละมุน จนคนต้องทัก
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Matiere Premiere

น้ำหอมกลิ่นดอกไม้นับเป็นกลิ่นคลาสสิกที่ไม่เคยตกยุค เพราะความหอมละมุนอ่อนหวานที่ช่วยขับเน้นความมีเสน่ห์และความเป็นผู้หญิงได้อย่างเป็นธรรมชาติ วันนี้เราได้คัดสรรน้ำหอมกลิ่นดอกไม้จากแบรนด์หรูระดับโลก ที่นอกจากจะมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจแล้ว ยังมาพร้อมกับดีไซน์ขวดที่สวยงามและคุณภาพระดับพรีเมียม

Fjällsjö จาก Björk and Berries
Björk and Berries แบรนด์น้ำหอมนิชจากสวีเดนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันงดงามของภูมิภาคสแกนดิเนเวีย น้ำหอม Fjällsjö เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่ถ่ายทอดความรู้สึกสดชื่นของการแช่ตัวในทะเลสาบบนภูเขาสวีดิช ฟแยลเลน ผ่านกลิ่นหอมบริสุทธิ์ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างกลิ่นคอตตอนและเมล็ดแอมเบรตต์ในโน้ตแรก ตามด้วยความสดใสของดอกแมกโนเลียและดอกบัวในโน้ตกลาง และปิดท้ายด้วยกลิ่นมัสก์นุ่มนวลที่ติดทนยาวนาน น้ำหอมรุ่นนี้ผลิตจากแอลกอฮอล์หมักอินทรีย์คุณภาพสูง พร้อมด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 80% ที่ช่วยสร้างประสบการณ์ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่ละขวดยังมาพร้อมถุงผ้าห่อหุ้มที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ช่วยปกป้องน้ำหอมและรักษาความสดใหม่ของกลิ่นได้ยาวนาน


Magnolia Infinita จาก Acqua Di Parma
Acqua Di Parma แบรนด์น้ำหอมสุดหรูจากอิตาลีที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี และกลายเป็นตำนานแห่งความหรูหราที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก นำเสนอความพิเศษผ่าน Magnolia Infinita น้ำหอมที่ถ่ายทอดความงดงามของดอกแมกโนเลียในมุมมองใหม่ ด้วยการผสานความสดชื่นของซิตรัสจากเบอร์กาม็อตแห่งคาลาเบรีย ส้ม และมะนาว ที่มาเติมเต็มความสดใสให้กับกลิ่นหอมของดอกไม้ซึ่งเป็นหัวใจหลักอย่างดอกมะลิลา ดอกแมกโนเลีย กุหลาบ และดอกกระดังงา ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยกลิ่นมัสก์และแพทชูลีหรือพิมเสนที่ช่วยให้ความหอมติดทนยาวนาน น้ำหอมขวดนี้มาในขวดแก้วใสอันเป็นเอกลักษณ์ ประดับด้วยฉลากสีดำสุดหรูพร้อมตัวอักษรสีทอง สะท้อนถึงการตีความเรื่องราวอันสดใสและมีชีวิตชีวา


Fleur De Peau จาก Diptyque
Diptyque แบรนด์น้ำหอมชั้นสูงจากฝรั่งเศสนำเสนอ Fleur De Peau น้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานความรักอันเป็นอมตะระหว่างไซคี เทพีแห่งจิตวิญญาณ และอีรอส เทพเจ้าแห่งความรัก ถ่ายทอดผ่านกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของมัสก์ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลดุจผ้าฝ้าย ผสานด้วยความหอมละมุนของดอกไอริสและเมล็ดแอมเบรตต์ มอบมิติกลิ่นหอมที่ผสมผสานความหวาน ความสดชื่นจากผลไม้อย่างลูกแพร์และพลัม และความเผ็ดซ่าเซ็กซี่จากพริกไทยสีชมพู เกิดเป็นประสบการณ์ความหอมที่มีมิติและน่าสนใจจนคว้ารางวัลจากหลายสถาบันมาครองได้สำเร็จ จัดเป็นน้ำหอมยูนิเซ็กซ์ซึ่งพร้อมมอบกลิ่นหอมที่ช่วยยกระดับอารมณ์และเพิ่มเสน่ห์ให้ผู้สวมใส่ได้อย่างยาวนานตลอดวัน


French Flower จาก Matiere Premiere
Matiere Premiere แบรนด์น้ำหอมสัญชาติฝรั่งเศสที่ก่อตั้งโดยโอเรเลียง กุยชารด์ นักปรุงน้ำหอมผู้เชี่ยวชาญ กับปรัชญาในการสร้างสรรค์น้ำหอมที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูงชนิดเดียวเป็นหัวใจสำคัญ French Flower เป็นน้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นอันเย้ายวนของทุ่งดอกทิวโรสหรือซ่อนกลิ่นยามค่ำคืน โดดเด่นด้วยการใช้สารสกัดดอกซ่อนกลิ่นออร์แกนิคจากฝรั่งเศสที่ผ่านกระบวนการสกัดแบบดั้งเดิมเพื่อดึงกลิ่นหอมบริสุทธิ์จากกลีบดอก ผสานด้วยขิงไนจีเรียที่ช่วยขับเน้นความขาวบริสุทธิ์ของดอกไม้ และเติมความสดชื่นด้วยกลิ่นใบชาจีนและลูกแพร์เขียวที่ช่วยชูความพิเศษของดอกซ่อนกลิ่นได้อย่างดี น้ำหอมรุ่นนี้มีส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 85-92% ให้กลิ่นหอมที่ทิ้งร่องรอยความประทับใจไว้ยาวนาน เหมาะสำหรับคนรักกลิ่นดอกไม้ที่ต้องการสัมผัสความหอมบริสุทธิ์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง


Idôle Power จาก Lancôme
Lancôme เปิดศักราชใหม่แห่งความหอมด้วย Idôle Power น้ำหอมที่มาพร้อมแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดอย่างโอลิเวีย โรดริโก ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกวัย 21 ปี ผู้สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าเขียนกฎของตัวเอง น้ำหอมรุ่นนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานอันลงตัวระหว่างกลิ่นวู้ดดี้และฟลอรัล กลิ่นหลักเป็นกุหลาบดามัสเซน่าและไม้จันทน์หอม เพิ่มเสน่ห์ด้วยโพมาโรสที่ให้กลิ่นหอมหวานของแอปเปิลเคลือบน้ำตาล ผสานกับกลิ่นดอกไม้สีขาวและมัสก์ที่ช่วยเติมเต็มความหอมให้ครบองค์ วงกลมกลางขวดเคลือบเงาไล่เฉดสีโทนน้ำตาลแดงเสมือนประตูมิติที่พร้อมพาคุณก้าวสู่การค้นพบพลังในแบบของตัวเอง น้ำหอมติดทนยาวนานและทิ้งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ชวนหลงใหล เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการแสดงออกถึงความมั่นใจและพลังภายในผ่านกลิ่นหอมอันเย้ายวนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง: 3 Reasons Why You Should Bring Your Perfume With You

Global Celebrities and Their Private Jet Choices

0

3 เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวสุดหรูที่เหล่าคนดังและมหาเศรษฐีระดับโลกเลือกใช้
บทความ: ศศิวิมล สุริยะมณี ภาพเปิด: Gulfstream

การเดินทางระดับพรีเมียมไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถหรูหรือเรือยอชต์อีกต่อไป เมื่อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของเหล่าคนดังและมหาเศรษฐีระดับโลก ด้วยความสะดวกสบายที่เหนือระดับ ความเป็นส่วนตัวสูงสุด และการออกแบบที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทำให้ยานพาหนะทางอากาศเหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความหรูหราที่แท้จริง มาดูกันว่าเครื่องบินเจ็ตรุ่นใดบ้างที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก

Bombardier Global 7500
Bombardier บริษัทผู้พัฒนานวัตกรรมทางการบินและอวกาศจากประเทศแคนาดา เป็นผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวสุดหรูที่ได้รับความไว้วางใจจากเซเลบริตี้ระดับโลกหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไคลี่ เจนเนอร์, ทอม ครูซ, เอลตัน จอห์น, แมตต์ เดมอน และอีกมากมาย หนึ่งในเครื่องบินเจ็ตที่โดดเด่นและได้รับความนิยมอย่างมากของแบรนด์นี้คือ Bombardier Global 7500 เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ใหญ่และยาวที่สุดที่เคยสร้างในปี ค.ศ. 2010 พร้อมพิสัยการบินที่ไกลที่สุดถึง 7,700 ไมล์ทะเล

พื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน มีที่นั่งสะดวกสบายสำหรับรองรับผู้โดยสาร 6 คน ทุกที่นั่งติดหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและจัดระยะห่างอย่างลงตัว เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับแสงธรรมชาติเต็มที่ ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดระหว่างการเดินทาง อีกทั้งห้องโดยสารยังแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนและให้ความสะดวกสบายสูงสุด ทั้งพื้นที่สำหรับการประชุมและห้องครัว ทั้งนี้ Global 7500 ยังเป็นเครื่องบินเจ็ตธุรกิจเพียงหนึ่งเดียวที่มีการแบ่งพื้นที่ท้ายเครื่องบินเป็นสี่ส่วน ซึ่งหนึ่งในนั้นสามารถปรับเป็นห้องนอนได้ด้วย

(ภาพ: Bombardier)
(ภาพ: Bombardier)
(ภาพ: Bombardier)
(ภาพ: Bombardier)
(ภาพ: Bombardier)

Dassault Falcon 10X
Dassault Aviation บริษัทการบินและอวกาศชั้นนำจากฝรั่งเศส นำเสนอ Falcon 10X เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่รวมความเร็ว แรง และความหรูหราไว้ในหนึ่งเดียว โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเครื่องบินเจ็ตธุรกิจ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย ด้วยพิสัยการบิน 7,500 ไมล์ทะเล และความเร็วสูงสุด 1,133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเครื่องยนต์ Rolls-Royce รุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้ Falcon 10X สามารถบินตรง ข้ามทวีปโดยไม่ต้องแวะเติมเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะจากนิวยอร์กไปเซี่ยงไฮ้ ลอสแอนเจลิสไปซิดนีย์ ฮ่องกงไปนิวยอร์ก หรือปารีสไปยังซันติอาโก

Falcon 10X มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและปรับแต่งได้ตามใจ โดยห้องโดยสารขนาดใหญ่ สูง 2.03 เมตร กว้าง 2.77 เมตร ซึ่งกว้างขึ้น 20 ซม. และสูงขึ้น 5 ซม. เมื่อเทียบกับเครื่องบินเจ็ตธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันและสามารถปรับแต่งพื้นที่ภายในให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทั้งห้องรับประทานอาหาร ห้องประชุม โซนบันเทิงพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ ห้องนอนส่วนตัวพร้อมเตียงควีนไซส์ ห้องสวีทสุดหรูพร้อมห้องอาบน้ำแบบชาวเวอร์ นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ที่สุดในคลาสซึ่งสามารถเข้าถึงได้ขณะเครื่องกำลังบิน เพิ่มความสะดวกสบายในการทำกิจกรรมหรือธุระสำคัญตลอดการเดินทาง

(ภาพ: Dassault Aviation)
(ภาพ: Dassault Aviation)
(ภาพ: Dassault Aviation)
(ภาพ: Dassault Aviation)
(ภาพ: Dassault Aviation)

Gulfstream G650ER
Gulfstream G650ER เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวสำหรับการบินระยะไกลที่พัฒนาโดย Gulfstream บริษัทสัญชาติอเมริกันผู้คว่ำหวอดในอุตสาหกรรมการบินมากว่า 60 ปี เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวรุ่นนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 2005 โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง หรูหรา และทันสมัยซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 19 คน พร้อมด้วยสมรรถนะในการบินที่เหลือเชื่อ โดยใช้เครื่องยนต์ Rolls-Royce BR725 จำนวนสองเครื่อง ทำให้สามารถทำความเร็วได้ถึง 956 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือเกือบเท่าความเร็วเสียง ทั้งยังบินได้ไกลถึง 13,900 กิโลเมตรโดยไม่ต้องหยุดเติมน้ำมัน ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางอย่างมาก นอกจากนี้ ห้องนักบินที่ทันสมัยพร้อมกระจกขนาดใหญ่ยังทำให้นักบินมีทัศนวิสัยที่ดีในการบินด้วย

เทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ถูกอัดแน่นไว้ใน Gulfstream G650ER ทำให้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากหมู่มหาเศรษฐีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นอีลอน มัสก์ เจ้าของ Tesla, SpaceX เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง Amazon, หรือเซอร์เกย์ บริน และแลร์รี เพจ ผู้ก่อตั้ง Google รวมไปถึงนักธุรกิจชาวไทยอย่าง ทักษิณ ชินวัตรด้วย

(ภาพ: Gulfstream)
(ภาพ: Gulfstream)
(ภาพ: Gulfstream)
(ภาพ: Gulfstream)

บทความที่เกี่ยวข้อง: Embraer Praetor 500 Sets a New Benchmark in Premium Aviation

Essential Accessories Every Man Should Own

รวมแอคเซสซอรีสำหรับผู้ชายที่จะทำให้การแต่งตัวของคุณสมบูรณ์แบบ
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Loewe

แอคเซสซอรีหรือไอเท็มเสริมถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มลุคของคุณผู้ชายให้ยิ่งดูดีและสมบูรณ์แบบ วันนี้เราจึงได้รวบรวมไอเท็มพื้นฐานที่ผู้ชายทุกคนควรมีติดตู้เสื้อผ้า ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะนอกจากจะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูภูมิฐานและน่าเชื่อถือแล้ว ยังมีคุณภาพดีและมีดีไซน์ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลาจึงสามารถใช้ได้ยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากได้รับการดูแลรักษาอย่างดี

เนคไทผ้าไหมจาก Zegna
เนคไทเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ควรมีติดตู้เสื้อผ้า โดยเฉพาะโทนสีคลาสสิกอย่างกรมท่า ดำ และเทา ที่สามารถใส่ได้กับทุกโอกาส สำหรับเนคไทผ้าไหมจาก Zegna นั้น ส่วนของตัวเนคไทผลิตจากผ้าไหมหม่อนคุณภาพสูง 100% และมีซับในผสมผสานระหว่างโพลีเอสเตอร์กับผ้าไหมหม่อนทำให้เนคไทอยู่ทรงสวย ด้วยความกว้างของปลายเนคไท 7 เซนติเมตร จึงเป็นขนาดมาตรฐานที่เหมาะสมกับสูททุกแบบ ผลิตในอิตาลีภายใต้มาตรฐานการผลิตระดับสูงของ Zegna การถักทอที่ประณีตสร้างพื้นผิวที่มีมิติ เพิ่มความหรูหราให้กับดีไซน์ที่เรียบง่าย สำหรับการดูแลรักษาแนะนำให้ซักแห้งเท่านั้น เพื่อรักษาคุณภาพของผ้าไหมให้สวยงามยาวนาน

(ภาพ: Zegna)
(ภาพ: Zegna)
(ภาพ: Zegna)
(ภาพ: Zegna)

เข็มขัด Roller Curve belt in vegetable-tanned calfskin จาก Loewe
เข็มขัดจากคอลเลกชันผู้ชาย สปริง-ซัมเมอร์ 2025 ที่ดูเรียบหรูและคลาสสิก โดดเด่นด้วยการใช้หนังลูกวัวชั้นดีที่ผ่านกระบวนการฟอกแบบพิเศษ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำตาลเข้ม Dark Cigar ตัดกับหัวเข็มขัด Roller Curve สีพัลลาเดียมวินเทจที่ดูเรียบหรูและทันสมัย ด้วยความกว้าง 4 เซนติเมตร และรูปรับขนาดได้ 5 ระดับ จึงเหมาะกับการสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส เข็มขัดรุ่นนี้ผลิตในประเทศสเปน มีน้ำหนักเบาเพียง 0.2 กิโลกรัม สิ่งที่พิเศษคือหนังที่ใช้จะมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา เกิดเป็นพาทินาที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะชิ้น ยิ่งใช้นานยิ่งสวย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องหนังคุณภาพสูงและต้องการเข็มขัดที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร

(ภาพ: Loewe)
(ภาพ: Loewe)
(ภาพ: Loewe)

กระเป๋าสตางค์ Grained Leather Compact Billfold จาก Paul Smith
กระเป๋าสตางค์ Paul Smith รุ่น Grained Leather Compact Billfold สีเขียวเข้ม โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรู ผลิตจากหนังแท้คุณภาพสูงที่ผ่านการขัดผิวให้มีลายสัมผัสพิเศษ ผลิตในประเทศอิตาลี ดีไซน์กะทัดรัดแต่จุด้วยช่องใส่บัตรถึง 6 ช่อง พร้อมช่องใส่ธนบัตรและใบเสร็จขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งด้วยซิกเนเจอร์ลายทางซิกเนเจอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ส่วนภายนอกเลือกใช้โลโก้แบรนด์สีเดียวกับตัวกระเป๋าเพื่อความลงตัว ด้วยขนาด 8.5 x 10.5 ซม. จึงพอดีกับกระเป๋ากางเกงและกระเป๋าเสื้อสูท เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานหนังคุณภาพดีและต้องการกระเป๋าสตางค์ที่ดูคลาสสิกแต่มีความโมเดิร์น

(ภาพ: Paul Smith)
(ภาพ: Paul Smith)
(ภาพ: Paul Smith)

รองเท้าโลฟเฟอร์ New Oslo Venezia Calf Leather จาก Berluti
รองเท้าโลฟเฟอร์จากคอลเลกชันสปริง-ซัมเมอร์ 2025 สะท้อนความเป็นเลิศด้วยการผลิตในอิตาลี ตัวรองเท้าใช้หนังลูกวัวเวเนเซียคุณภาพสูงที่มีความพิเศษตรงที่จะเกิดพาทินาของหนังที่สวยงามตามอายุการใช้งาน โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีมิติบนแถบหนังด้านบน โครงสร้างและพื้นรองเท้าตัดเย็บด้วยเทคนิคกู้ดเยียร์-เวลท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในการผลิตรองเท้า ช่วยให้รองเท้าคงทน สามารถซ่อมแซมและเปลี่ยนพื้นได้ ภายในบุด้วยหนังลูกวัวสีสันสดใส พร้อมเสริมคุชชั่นที่ส้นเพื่อความนุ่มสบาย พื้นรองเท้ามีดอกยางที่ให้ทั้งความทนทานและกันลื่น ทั้งยังมีการเสริมแพลตฟอร์มทำให้ดูทันสมัยและไม่น่าเบื่อ สามารถใส่ได้ทั้งแบบทางการและกึ่งทางการ เข้าได้ดีกับทั้งชุดสูทและชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้าคุณภาพสูงที่ใส่ได้นาน และยิ่งใช้ยิ่งสวย

(ภาพ: Berluti)
(ภาพ: Berluti)
(ภาพ: Berluti)

บทความที่เกี่ยวข้อง: Lux Pick: Montblanc Meisterstück Document Case

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image