Home Blog Page 2

6 โรงแรมสิงคโปร์ สุดหรูและเป็นตำนาน สำหรับทริป F1 Singapore Grand Prix

Stay in Style at 6 Luxury Hotels Steps Away from the F1 Singapore Grand Prix

เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ สิงคโปร์จะเปลี่ยนโฉมจากมหานครแห่งการเงินและศิลปวัฒนธรรม ให้กลายเป็นเวทีแข่งขัน Formula 1 ที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เสียงเครื่องยนต์ดังกึกก้องกลางเมือง แสงไฟนีออนที่สะท้อนผิวน้ำ Marina Bay กลายเป็นฉากหลังของสนามแข่งกลางคืนที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร และหากคุณวางแผนจะไปสัมผัส Singapore Grand Prix แบบใกล้ชิด นี่คือ 6 โรงแรมสิงคโปร์ ที่หรูหรา ควรค่าแก่การเข้าพัก

6 โรงแรมสิงคโปร์ สำหรับการพักผ่อนแบบเหนือระดับ

Marina Bay Sands

แลนด์มาร์กสูงเสียดฟ้าและไอคอนของสิงคโปร์ การพักที่นี่ไม่เพียงแต่ให้มุมมองพาโนรามาของสนามแข่ง แต่ยังเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมแสงไฟยามค่ำคืน อินฟินิตี้พูลบนชั้นดาดฟ้าเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และห้องพักที่มองออกไปเห็นโค้งถนนรอบ Marina Bay จะทำให้การชม F1 ของคุณพิเศษขึ้นอีกระดับ

ภาพจาก Marina Bay Sands
โรงแรมสิงคโปร์ Marina Bay Sands 2
ภาพจาก Marina Bay Sands
ภาพจาก Marina Bay Sands
โรงแรมสิงคโปร์ Marina Bay Sands
ภาพจาก Marina Bay Sands
ภาพจาก Marina Bay Sands
ภาพจาก Marina Bay Sands
โรงแรมสิงคโปร์ Marina Bay Sands 3
ภาพจาก Marina Bay Sands
ภาพจาก Marina Bay Sands
โรงแรมสิงคโปร์ Marina Bay Sands 4
ภาพจาก Marina Bay Sands
ภาพจาก Marina Bay Sands

The Capitol Kempinski Hotel Singapore

โรงแรมบูทีคสุดหรูที่ผสานกลิ่นอายยุโรปกับสถาปัตยกรรมโคโลเนียลในสิงคโปร์ ทำเลใจกลางย่าน City Hall อยู่ไม่ไกลจากสนามแข่ง จุดเด่นคือบริการที่อบอุ่นแบบ “personalized luxury” และห้องพักที่ให้ความรู้สึกสงบ หรูหรา เหมาะกับผู้ที่อยากหลีกหนีจากความคึกคักหลังวันแข่งขัน

โรงแรมสิงคโปร์ The Capitol Kempinski Hotel Singapore
ภาพจาก The Capitol Kempinski Hotel Singapore
ภาพจาก The Capitol Kempinski Hotel Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ The Capitol Kempinski Hotel Singapore 2
ภาพจาก The Capitol Kempinski Hotel Singapore
ภาพจาก The Capitol Kempinski Hotel Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ The Capitol Kempinski Hotel Singapore 4
ภาพจาก The Capitol Kempinski Hotel Singapore
ภาพจาก The Capitol Kempinski Hotel Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ The Capitol Kempinski Hotel Singapore 3
ภาพจาก The Capitol Kempinski Hotel Singapore
ภาพจาก The Capitol Kempinski Hotel Singapore

Fairmont Singapore

ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ใกล้สนาม F1 มากที่สุด บางห้องพักสามารถมองเห็นรถแข่งพุ่งผ่านไปแบบเรียลไทม์ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่สปาหรูหรา ห้องอาหารนานาชาติ ไปจนถึงบาร์ที่คุณสามารถนั่งจิบค็อกเทลไปพร้อมฟังเสียงเครื่องยนต์จากระยะไม่กี่ร้อยเมตร

โรงแรมสิงคโปร์ Fairmont Singapore
ภาพจาก Fairmont Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ Fairmont Singapore 2
ภาพจาก Fairmont Singapore
ภาพจาก Fairmont Singapore
ภาพจาก Fairmont Singapore
ภาพจาก Fairmont Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ Fairmont Singapore 3
ภาพจาก Fairmont Singapore
ภาพจาก Fairmont Singapore
ภาพจาก Fairmont Singapore

The Ritz-Carlton, Millenia Singapore

อีกหนึ่งโรงแรมหรูในสิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อด้านวิว ห้องพักถูกออกแบบให้มีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน มองเห็นทั้ง Marina Bay และเส้นทางแข่งที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน ภายในตกแต่งด้วยผลงานศิลปะระดับโลก เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งบรรยากาศการแข่งขันและความละเมียดละไมทางศิลป์

ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ The Ritz-Carlton, Millenia Singapore 5
ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ The Ritz-Carlton, Millenia Singapore 4
ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ The Ritz-Carlton, Millenia Singapore 1
ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ The Ritz-Carlton, Millenia Singapore 3
ภาพจาก The Ritz-Carlton, Millenia Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ The Ritz-Carlton, Millenia Singapore 2

Mandarin Oriental, Singapore

ทำเลริม Marina Bay ทำให้นี่เป็นอีกตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการเข้าถึงสนามแข่งได้อย่างสะดวก จุดเด่นคือห้องพักที่หรูหรา อาหารรสเลิศโดยเชฟระดับมิชลิน และบรรยากาศสปาที่ช่วยผ่อนคลายหลังคืนที่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม เหมาะกับผู้ที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างความเร้าใจและความสงบ

โรงแรมสิงคโปร์ Mandarin Oriental, Singapore
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ Mandarin Oriental, Singapore 2
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ Mandarin Oriental, Singapore 3
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ Mandarin Oriental, Singapore 5
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ Mandarin Oriental, Singapore 4
ภาพจาก Mandarin Oriental, Singapore

Raffles Singapore

โรงแรมในตำนานของสิงคโปร์ที่มีประวัติกว่า 138 ปี ที่นี่คือสัญลักษณ์ของความหรูหราเหนือกาลเวลา การพักที่ Raffles ไม่เพียงแค่เป็นที่พัก แต่คือการสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลก ห้องสวีทสุดหรู การบริการบัตเลอร์ และค็อกเทลซิกเนเจอร์ Singapore Sling คือเสน่ห์ที่ไม่มีใครเทียบ

โรงแรมสิงคโปร์ ภาพจาก Raffles Singapore 4
ภาพจาก Raffles Singapore
ภาพจาก Raffles Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ ภาพจาก Raffles Singapore 3
ภาพจาก Raffles Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ ภาพจาก Raffles Singapore 5
ภาพจาก Raffles Singapore
ภาพจาก Raffles Singapore
ภาพจาก Raffles Singapore
ภาพจาก Raffles Singapore
ภาพจาก Raffles Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ ภาพจาก Raffles Singapore 2
ภาพจาก Raffles Singapore
โรงแรมสิงคโปร์ ภาพจาก Raffles Singapore

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Marina Bay Sands

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ตามรอย Lilo & Stitch ไปพักร้อนที่ฮาวาย กับ 5 โรงแรมสุดหรู

JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa สวรรค์แห่งอาหารและบทเรียนของรสชาติ ณ ฟูก๊วก

An Immersive Culinary Experience at JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ฟูก๊วก” เกาะสวรรค์แห่งเวียดนาม กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยหาดทรายขาวทอดยาว น้ำทะเลใสสะท้อนแสงแดด และบรรยากาศเงียบสงบ แต่สิ่งที่ทำให้ฟูก๊วกแตกต่างกว่าการพักผ่อนทั่วไป คือมิติใหม่ของประสบการณ์ด้านอาหาร โดยเฉพาะที่ JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa รีสอร์ตที่ออกแบบโดยบิล เบนสลีย์ สถาปนิกและนักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดัง ให้มีคอนเซ็ปต์เป็น “Lamarck University” หรือมหาวิทยาลัยสมมติที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับเรื่องเล่าเหนือจริง

ที่ JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa ห้องอาหารแต่ละแห่งถูกวางคอนเซ็ปต์ให้เสมือน “ภาควิชา” ซึ่งแขกผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้ผ่านรสชาติ ตั้งแต่เมดิเตอร์เรเนียนฝีมือเชฟมิชลิน ไปจนถึงอาหารเวียดนามที่ถูกตีความใหม่

Pink Pearl by Olivier E., JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa  1

เริ่มจาก Pink Pearl by Olivier E. ภัตตาคารสีชมพูสไตล์แมนชั่นริมทะเล ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายยุคแกตส์บี้ เชฟโอลิวิเยร์ เอลเซอร์ ผู้ครอบครองดาวมิชลินรวมกว่า 27 ดวงและทีมงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนำเสนอเมนูฝรั่งเศส – เมดิเตอร์เรเนียนที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นผสานกับความประณีตแบบยุโรป ไม่ว่าจะเป็นหอยเป๋าฮื้อฟูก๊วกสูตรรอสซินี หรือเนื้อวากิว A5 ที่เสิร์ฟอย่างหรูหรา

Red Rum, JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa 4

จากนั้นมาที่ Red Rum ห้องอาหารริมทะเลที่เพิ่งรีโนเวทใหม่ บรรยากาศผ่อนคลาย ท่ามกลางวิวทะเลแบบพาโนรามา เมนูที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารละตินอเมริกา ตั้งแต่เคซาดิญ่า สีสันสดใส ไปจนถึงอาหารทะเลย่างไฟหอมกรุ่น ไฮไลต์อีกอย่างคือ “Rum Program” ที่ใช้เหล้ารัมหมักเองสร้างสรรค์ค็อกเทลสไตล์เขตร้อน

อีกมุมที่น่าสนใจคือ Tempus Fugit ห้องอาหารที่นำเสนอเมนู “Pho-losophy” ซึ่งตีความเฝอ อาหารประจำชาติของเวียดนาม ให้กลายเป็นดินเนอร์ 4 คอร์สที่ทั้งหรูหราและแปลกใหม่ ทั้งเฝอซี่โครงเนื้อทรัฟเฟิล ไปจนถึงขนมหวานจากรสชาติของเฝอ ไปจนถึงค็อกเทลสูตรพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากน้ำซุป

และเมื่อค่ำคืนมาถึง อย่าลืมแวะที่ Department of Chemistry Bar บาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทลเสมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้สมุนไพรและเครื่องเทศจากสวนออร์แกนิกของรีสอร์ต

JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa

JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa ไม่ได้เป็นเพียงที่พักริมทะเล แต่ยังเป็นเส้นทางของการเรียนรู้ผ่านอาหาร ที่ทำให้การเดินทางสู่ฟูก๊วกมีรสชาติที่น่าจดจำยิ่งขึ้น และคุณไม่ควรพลาดในทริปฟูก๊วกของคุณ

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ทำไม “สเต็กเนื้อสไตล์อเมริกัน” ถึงเป็นเมนูในฝันของคนรักเนื้อ

La Beauté เครื่องสำอางคอลเลกชันแรกจาก Louis Vuitton พร้อมวางจำหน่ายปลายสิงหาคมนี้

Louis Vuitton’s First Beauty Collection ‘La Beauté’ Finally Launched

หลังจากประกาศไปเมื่อต้นปีว่า Louis Vuitton จะก้าวเข้าสู่วงการเครื่องสำอางพรีเมียม โดยมีแพท แมคแกรท (Pat McGrath) เมกอัพอาร์ทิสต์ระดับตำนาน มานั่งแท่นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ความงาม ล่าสุด Louis Vuitton ก็ได้เปิดตัว La Beauté เครื่องสำอางไลน์แรกของแบรนด์ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน พร้อมพาแบรนด์ก้าวเข้าสู่โลกบิวตี้แบบเต็มตัว

คอลเลกชัน La Beauté เปิดตัวแล้วเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน และเตรียมเปิดตัวผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์มในวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยเริ่มต้นด้วยลิปสติก LV Rouge กว่า 55 เฉดสี, ลิปบาล์ม LV Baume 10 เฉด และอายแชโดว์ LV Ombres 8 พาเลตต์ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ชุดแปรงแต่งหน้า กระดาษซับมัน ซึ่งทั้งหมดไม่เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง แต่ยังถูกออกแบบให้เป็น objets d’art หรือชิ้นงานศิลป์ที่คู่ควรแก่การเก็บสะสมและส่งต่อราวกับสมบัติชิ้นงาม

หัวใจของการเปิดตัวครั้งนี้อยู่ที่แนวคิด “ความงามคือวัฒนธรรมและอัตลักษณ์” ตามคำกล่าวของ McGrath ที่สะท้อนผ่านเฉดสีทรงพลัง เช่น 896 Monogram Rouge สีแดงน้ำตาลที่ได้แรงบันดาลใจจากผืนแคนวาสโมโนแกรม, 203 Rose Odyssée ที่ถ่ายทอดการเดินทางของผู้หญิง Louis Vuitton และ 854 Rouge Louis สีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์แห่งความมั่นใจ

นอกจากมิติของสีสัน La Beauté ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรม ตั้งแต่สูตรลิปสติกที่ผสานขี้ผึ้งรีไซเคิลจากดอกกุหลาบ มะลิ และมิโมซ่า ไปจนถึงการสร้าง “กลิ่นหอมเฉพาะ” ให้กับลิปสติก โดย ฌัก กาวาลิเยร์ (Jacques Cavallier) นักปรุงน้ำหอมมือรางวัล ผู้อยู่เบื้องหลังน้ำหอมตำนานของแบรนด์ Louis Vuitton

ในด้านงานออกแบบ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผ่านฝีมือของนักออกแบบอุตสาหกรรมชื่อดัง คอนสแตนติน กรีจิช (Konstantin Grcic) ผู้เลือกใช้อลูมิเนียมและทองเหลืองเพื่อสร้างสรรค์แพ็กเกจจิ้งที่ทั้งหรูหรา ทนทาน และเติมรีฟิลได้ ตอกย้ำความตั้งใจเรื่องความยั่งยืนควบคู่ความงามเหนือกาลเวลา

การมาถึงของ Louis Vuitton La Beauté จึงไม่ใช่เพียงการออกไลน์เครื่องสำอางใหม่ แต่คือการเปิดบทใหม่ของ “ศิลปะแห่งการเดินทาง” ที่ Louis Vuitton ถ่ายทอดจากแฟชั่น สู่น้ำหอม ก่อนจะมาสู่ความงามที่จับต้องได้ในวันนี้

สำหรับแฟนๆ เตรียมรอชอป Louis Vuitton La Beauté ได้เลยในวันที่ 29 สิงหาคม 2025 ที่ Louis Vuitton บูติคสาขา Central Chidlom และ Iconsiam รวมถึงทางเว็บไซต์ทางการของแบรนด์

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Louis Vuitton

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เฉลิมฉลองปีนักษัตรมะเส็งจีนด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษจาก Gucci Beauty

Bleu de Chanel L’Exclusif ความเข้มข้นบทใหม่ของน้ำหอมขวดน้ำเงินสุดคลาสสิก

Bleu de Chanel L’Exclusif: The Most Intense Chapter of Bleu

เมื่อพูดถึง Bleu de Chanel หลายคนคงนึกถึงกลิ่นหอมที่สะท้อนความมั่นใจ ความสง่างาม และความเป็นชายในแบบร่วมสมัย แต่สำหรับปีนี้ Chanel ได้เปิดตัว Bleu de Chanel L’Exclusif สมาชิกใหม่ในตระกูล Bleu ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา เรียกได้ว่า Bleu de Chanel L’Exclusif เป็นน้ำหอมที่ยกระดับเสน่ห์เดิมให้เข้มข้น ลุ่มลึก และน่าค้นหายิ่งขึ้น

Bleu de Chanel L’Exclusif สร้างสรรค์โดยโอลิวิเยร์ โพลจ์ (Olivier Polge) นักปรุงน้ำหอมแห่ง Chanel ที่เลือกถ่ายทอดพลังของความเป็นชายผ่านกลิ่นแอมเบอร์วูดดี้เข้มข้น เพิ่มความพิเศษด้วยแซนดัลวูดชั้นเลิศจากเกาะมาเร ในนิวแคลิโดเนีย ซึ่งมีกระบวนการจัดหาอย่างยั่งยืน เพิ่มความอบอุ่นและความทรงพลังให้กับกลิ่น พร้อมด้วยมิติของหนังและเรซิ่นจากซิสตัสแลบดานัมที่ทำให้หอมลึกและมีเสน่ห์มากขึ้น

ผลลัพธ์คือกลิ่นที่มีความซับซ้อน แต่ยังคงความหรูหราและสมดุล กลิ่นเปิดให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล ก่อนจะเผยมิติที่หนักแน่นขึ้นในช่วงกลาง และทิ้งท้ายแบบตราตรึงด้วยความอบอุ่นและลึกลับของกลิ่นไม้ (Woody) ผสานกับกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของอำพัน (Amber) ที่สะท้อนตัวตนชัดเจน เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการความแตกต่างและมั่นใจในทุกอิริยาบถ

ขวดน้ำหอมยังคงเอกลักษณ์ความมินิมัลแบบ Chanel แต่มาในเฉดสีน้ำเงินที่ลึกและหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม เส้นสายที่เรียบคมสะท้อนทั้งความทันสมัยและความเป็นนิรันดร์ โดย Bleu de Chanel L’Exclusif มีให้เลือกในขนาด 60 ML. และ 100 ML.

น้ำหอม Bleu de Chanel L’Exclusif

Chanel เลือกทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) มาเป็นตัวแทนของ Bleu de Chanel L’Exclusif เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ผู้ชายรุ่นใหม่ที่มีทั้งความกล้าหาญ ความฝัน และความลึกลับน่าค้นหา ซึ่งเข้ากับจิตวิญญาณของกลิ่นนี้ได้อย่างสมบูรณ์

นักแสดง ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) ผู้เป็นตัวแทนชายหนุ่มรุ่นใหม่ที่อบอุ่น ลึกลับ และน่าหลงใหล ในแบบฉบับ Bleu de Chanel L’Exclusif 3

Bleu de Chanel L’Exclusif จึงไม่ใช่แค่น้ำหอมกลิ่นใหม่ในตระกูล Bleu แต่คือการก้าวไปอีกระดับของตำนานสีน้ำเงินแห่ง Chanel แต่เป็นน้ำหอมที่เข้มข้น หรูหรา และสะท้อนความมั่นใจในแบบที่เหนือกว่าเดิม

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Chanel

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Amaffi Royal White Diamond น้ำหอมระดับมาสเตอร์พีซที่สะกดทุกประสาทสัมผัส

ค้นหาแรงบันดาลใจกับ เมย์ วาสนา อินทะแสง หญิงผู้เปี่ยมพลัง พร้อมท้าทายทุกขีดจำกัด

Fearless & Limitless: The Story of May Wasana Inthasang

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: มโนสิทธิ์ บุญนนท์

จากเด็กหญิงในครอบครัวธรรมดาที่มีเพียงความฝันและแรงบันดาลใจจากแม่ สู่การเป็นผู้นำหญิงแถวหน้าของวงการธุรกิจสุขภาพและความงาม “เมย์ วาสนา อินทะแสง” คือภาพแทนของความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ผู้ท้าทายขีดจำกัดและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างทุกครั้งที่พบเจอ Cover Story ของ Luxuo Thailand ฉบับนี้ จะพาทุกท่านไปพบกับเส้นทางของคุณเมย์ วาสนา ที่ไม่ได้เกิดจากโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่คือผลลัพธ์จากการ “ใส่สุด” ในทุกเรื่องที่ทำ และความเชื่อว่าชีวิตคนเรามีครั้งเดียว ต้องทำให้ถึงที่สุด

เมย์ วาสนา Cover Story Luxuo Thailand August May Wasana Inthasang 1

ปกติในหนึ่งวันของคุณเมย์มีรูทีนอะไรบ้าง อยากให้เล่าให้ฟังตั้งแต่ตื่นนอนเลยว่าเริ่มวันอย่างไร

ตื่นนอนสิ่งแรกที่จะทำเลยก็คือหยิบโทรศัพท์ เชื่อว่าทุกคนก็น่าจะเป็นนะคะ แล้วตอนนี้ก็จะพยายามออกกำลังกายนะคะ ตื่นนอนคือตื่นประมาณ 6 โมง แล้วก็จะมาเช็กอีเมลก่อนว่ามีอะไรฉุกเฉินไหมในช่วงกลางคืน หรือบางทีอเมริกาอีเมลมา แล้วก็จะมีตารางออกกำลังกายอยู่ประมาณ 7 โมงครึ่ง ถึงประมาณ 9 โมง หรือ 8 โมงครึ่ง แล้วแต่ว่าวันนั้นมีประชุมออนไซต์ไหม ถ้าประชุมออนไลน์บางครั้งก็ประชุมด้วยออกกำลังกายไปด้วย ออกกำลังกายอาทิตย์หนึ่งก็ประมาณ 3 วันหรือ 4 วัน หรือบางทีก็จะมีคาร์ดิโอ เช่น ออกไปวิ่งในสวนบ้าง หรือบางทีก็ไปตีแบด หรือว่าบางทีแอบไปตีเทนนิสนิดหน่อยค่ะ ก็จะมีกิจกรรมในการออกกำลังกายช่วงนี้นะคะ แล้วก็ที่เหลือก็คือทำงานทั้งวัน เพราะว่าดูแล 20 บริษัท ก็เลยจะต้องทำงานเยอะ แล้วก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา ใช้คอมพิวเตอร์เยอะ คือมีโน้ตบุ๊ค 1 ตัว มีพีซี 1 ตัว มีไอแพด แล้วก็มีมือถืออีก 2 เครื่อง บางครั้งคือตลอดเวลา

คือส่วนใหญ่ก็ทำงาน แล้วบางครั้งก็นอนดึกค่ะ แล้วก็ไม่ค่อยมีเวลา จริงๆ ปกติเป็นคนชอบดูซีรีส์ เพราะเราจะได้อินสไปร์จากซีรีส์ แล้วก็มีอ่านหนังสือพวกโภชนาการ อ่านวิจัย ตอนกลางคืน ถ้าช่วงเวลาไหนที่นอนก่อนเที่ยงคืน จะใช้เวลานี้อ่านประมาณวันละ 1 ชั่วโมง หรืออ่าน Critical Study ที่เรารู้สึกว่าสนใจ เป็นงานสารสกัดใหม่ๆ อะไรแบบนี้ค่ะ เมย์ก็จะชอบทำแบบนี้ แต่ว่าถ้าเกิดไม่มีเวลา หรือลากงานยาวไปถึงตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม ก็จะหลับคาที่นอนไปเลย บางครั้งไม่อาบน้ำก็มีนะคะ จริงๆ บางครั้งคือได้แต่คลีนหน้า แล้วก็หลับไปเลย นี่คือรูทีนของคุณวาสนาที่น้อยมาก แต่ก็จะมีแบบว่าไปต่างประเทศด้วยค่ะ ทำงานไปด้วย ไปต่างประเทศด้วย ถึงเวลาไปต่างประเทศก็จะแมเนจ มีตติ้งออนไลน์ ไปต่างประเทศบ่อยค่ะ ส่วนใหญ่ 99% คือไปทำงาน เป็นบิสซิเนสทริปเกือบทั้งหมดเลย แทบจะไม่ค่อยมีทริปเที่ยวอย่างเดียว ถ้าทริปเที่ยวก็จะปีหนึ่งครั้งหนึ่งกับเพื่อน ประมาณนั้นค่ะ

เมย์ วาสนา Cover Story Luxuo Thailand August May Wasana Inthasang 2

อะไรคือแรงขับเคลื่อนในชีวิตที่ทำให้คุณเมย์ลุกขึ้นมาทำงานในทุกๆ วันอย่างมีพลัง

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว หรือยี่สิบปีที่แล้ว ตอนเด็ก นั่นก็คือ เราอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เรามีแม่เป็นแรงบันดาลใจ เราอยากให้แม่สบาย นี่คือตัวตนของเมย์เลย เกิดจากสิ่งนี้ จุดเริ่มต้นจากสิ่งนี้ ถามว่าปัจจุบันล่ะ ปัจจุบันเรียกว่า เป็นความรับผิดชอบต่อบุคคลอื่น เราต้องดูแลหมู่มวลมนุษย์เกือบ 1,000 ครอบครัว เราเป็นผู้นำในหลายๆ องค์กร เรายังต้องไดร์ฟอยู่ด้วยตัวเรา บางครั้งระบบที่เราวางไว้มันยังไม่ถูกขับเคลื่อนโดยสมบูรณ์แบบ มันยังต้องขับเคลื่อนด้วยตัวคุณวาสนาอยู่ ด้วยตัวเมย์เอง ก็เลยจะทำให้แรงขับเคลื่อนตอนนี้ก็คือเป็นทีม เป็นบริษัท เป็นองค์กร และสิ่งที่เราอยากจะทำ

คือเมย์จะชอบพูดคำหนึ่งว่า เกิดมาครั้งหนึ่ง ชีวิตคนๆ หนึ่ง ได้เกิดมาเป็น “เมย์ วาสนา อินทะแสง” คุณจะทำอะไรได้สักเท่าไหร่เชียวในชีวิตหนึ่ง มันจะสุดไปได้ถึงแค่ไหน วันนี้เรารู้สึกว่าเราสุดได้ทุกเรื่อง เป็นคนที่ทำอะไรสุดมาก อะไรที่คนอื่นทำแล้วไม่อยากทำ อะไรที่คนอื่นไม่เคยทำในอุตสาหกรรมนั้น ฉันจะลองทำมันดู และจะใส่สุดในทุกเรื่อง แบบ “Fearless. Nothing has stop me” นี่คือเมย์เลย คือเป็นคนแบบนี้จริงๆ ใส่สุดเต็มที่ เหมือนคนบ้าคลั่ง บางคนก็บอก บ้าความสำเร็จหรือเปล่า ไม่ใช่ค่ะ เราเหมือนชาเลนจ์ตัวเอง อะไรที่มันท้าทาย เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็คือมีทีมงาน และสิ่งที่มันชาเลนจ์คือแพชชั่นเราด้วย และสิ่งที่มันไม่เคยเกิดขึ้น อย่างเช่น รางวัลที่ฉันไม่เคยรับในระดับโลก ไม่เคยมีใครได้เลยในประเทศไทย ก็อยากได้

ธุรกิจนี้มันยังไม่เคยเกิดขึ้น สิ่งนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น ฉันจะต้องขยายไปสู่ยุโรป อเมริกา ตลาดจีน ฉันจะต้องบุกมันให้ได้ในตลาดสุขภาพและความงาม ฉันจะทำสิ่งนี้ให้ได้ ฉันก็แค่ทำให้มันถึงที่สุด เต็มที่ก็แค่จะไม่เสียดาย เมื่อย้อนกลับไปแล้ว เมื่อเราใส่สุดทางแล้ว เราจะไม่เสียดาย นี่คือแรงขับเคลื่อนในการที่เราจะผลักดัน แล้วเวลามันเหนื่อยมากๆ แต่ว่าเวลาที่เราทำได้ “We did it!” มันแฮปปี้ และทีมงานเราก็จะแฮปปี้ มันคือตัวขับเคลื่อนให้เรามีเอเนอร์จี้และพาวเวอร์ในแต่ละวันค่ะ

เมย์ วาสนา Cover Story Luxuo Thailand August May Wasana Inthasang 3

อะไรคือนิยาม “ความสำเร็จ” ของคุณเมย์

สำหรับเมย์ เมย์ให้คุณค่ากับตัวเองมาก ผู้หญิงจะสวยที่สุด มีค่าที่สุด และออร่าที่สุด คือ ทัศนคติ สติปัญญา ไม่ใช่เพียงแค่หน้าตา วิธีการพูด วิธีคิด หรือสิ่งที่กระทำที่มันโพซิทีฟและเป็นประโยชน์ต่อสังคมและผู้อื่น และโกลบอลมาร์เก็ต สำหรับเมย์ เมย์ให้คุณค่าสิ่งนี้มาก เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงที่มีค่า นั่นคือสิ่งที่รู้สึกว่า มันสำเร็จแล้ว คือความสำเร็จที่เกิดขึ้นระหว่างทาง มันเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง เรื่องทรัพย์สิน ไม่ว่าจะได้ให้แม่ในสิ่งที่เราจะให้ จนทุกวันนี้คุณแม่เสียแล้ว พี่ชายเสีย พ่อเสีย มันข้ามจุดนั้นไปแล้ว

ความสำเร็จ ณ วันนี้มันไม่ใช่แค่ตัวเราเอง แต่มันคือทีมงาน องค์กร และการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง การเป็นต้นแบบที่ดีของคนในครอบครัว ของลูก ของเด็กๆ น้องๆ ทุกคนจะชอบพูดมาก 99% จะบอกว่า อยากแค่มานั่งกินข้าวด้วย มาหา มานั่งให้ดุ มานั่งให้ด่า ใช้คำนี้ได้เลย เพราะเขาบอกว่าเขามีพลัง มีเอเนอร์จี้ เขาบอกว่า จากที่หนูขยัน หนูมาหาพี่เมย์ หนูมีเอเนอร์จี้ หนูมีพลังมาก ขอบคุณพี่เมย์มาก หนูจะกลับไปเป็นคนใหม่ หนูรู้แล้วว่าหนูต้องทำอะไร มันสุดมาก มันดี มันมีเอเนอร์จี้มาก นี่คือการขับเคลื่อน และรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันมีค่า และเราก็ได้คุณค่ากับตัวเอง นี่คือความสุขและความภูมิใจ นี่แหละคือความสำเร็จในแต่ละวัน จริงๆ แล้วสำหรับเมย์ ความสำเร็จมันเกิดขึ้นในแต่ละวัน ถามว่า คุณอยากจะเป็นยูนิคอร์นตัวต่อไปเหรอ ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย ทำให้สุด ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่

ความคิดเมย์อาจจะไม่ค่อยเหมือนใครในโลกของธรุกิจ เมย์คิดไกลมาก คิดใหญ่มาก ใหญ่ชนิดที่รู้สึกว่า เอ้ย คนๆ หนึ่งจะคิดได้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่ว่าถ้าทำได้มันก็ดูอะเมซิ่ง อะไรที่คนเคยทำแล้ว มันก็ดูไม่ชาเลนจ์ ความคิดเราเป็นแบบนั้นเลยนะ ตายไปชื่อนี้จะถูกจดจำไว้ว่าฉันทำอะไรให้กับโลกใบนี้บ้าง แต่ก่อนมันคือความภูมิใจของครอบครัว เขยิบมาเป็นความภูมิใจของหมู่บ้าน เขยิบมาเป็นความภูมิใจของตำบลและจังหวัด และมันก็กลายเป็นความภูมิใจของประเทศ และสุดท้ายมันก็กลับมาที่เรา มันคือความภูมิใจของตัวเราเองและคนในครอบครัวที่รู้สึกว่าเราสร้างมาด้วยกัน

คุยกับคุณเมย์แป๊บเดียว ยังรู้สึกเลยว่ามีไฟมากๆ

เราต้องเปลี่ยนชีวิตตัวเองค่ะ ความอยากของเมย์คือ เราเริ่มธุรกิจโดยไม่ได้มีทุนจากข้างนอก เราไม่ได้ระดมทุนมา เราใช้เงินของเราเอง เราใช้ธุรกิจของเรา และขับเคลื่อนมาเองจนมาถึงจุดนี้ได้ มันได้ดีมากๆ แล้ว แต่มันจะไปแบบยั่งยืน มันจะอยู่ เราตายไปแล้วมันยังคงอยู่ และมันยังสร้างสิ่งนี้ให้กับประเทศไทย ธุรกิจนี้ คนๆ นี้เป็นคนสร้าง อ้าวคนไทยนี่นา ไปดังที่อเมริกา ไปดังที่จีน ไปดังที่ยุโรปได้

เมย์ วาสนา Cover Story Luxuo Thailand August May Wasana Inthasang 4

เคยมีประสบการณ์หรือเหตุการณ์สำคัญที่ “พลิกชีวิต” ทำให้คุณเมย์เปลี่ยนไปจนกลายมาเป็นวันนี้ไหม

เมย์ให้ 2 เรื่องแล้วกันค่ะ ที่พลิกชีวิตเมย์ แล้วทำให้คนรู้จัก และมาโฟกัสเรา ถ้าเป็นการพลิกชีวิตในแง่ธุรกิจก็น่าจะเป็น Revomed (Thailand) ซึ่งพลิกชีวิตเมย์ไปเลย เปลี่ยนจากเด็กธรรมดาคนหนึ่งกลายเป็นนักธุรกิจแนวหน้าของประเทศไทย แต่ว่ามันก็เกิดขึ้นมาตามสเต็ปเรื่อยๆ ประมาณ 8 ปี มันไม่ได้พลิกไปเลย มันสั่งสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ มันเอาผลงานออกมาสู่ตลาดเรื่อยๆ และทำให้เห็นคุณค่าของคนๆ นี้ คนที่ค่อยๆ ติดตามเราก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ

แต่ที่พลิกแล้วเปลี่ยนไปเลย ก็น่าจะเป็นเรื่องล่าสุด การไปนั่งอยู่ที่รายการโหนกระแส การเกิดสิ่งนี้ขึ้นกับตัวก็เปลี่ยนชีวิตเราพอสมควร คนโฟกัสเรามากขึ้น คนให้กำลังใจเรามากขึ้น คนรู้จักเรามากขึ้น และคนมองเราเป็นแรงบันดาลใจในชีวิต คนอยากให้เราเป็นแรงขับเคลื่อน เขาบอกหมดไฟแล้วมาดูพี่เมย์ มีเอเนอร์จี้ทุกครั้ง หนูกลับไป หนูต้องทำอะไรให้มากกว่าเดิม หนูจะไปบ่นโซเชียลไม่ได้แล้ว ถ้าถามเมย์ มันก็เป็นการเปลี่ยนชีวิตที่ค่อนข้างเปลี่ยนไปเยอะมากค่ะ

คุณเมย์เคยลงทุนหรือซื้อของชิ้นไหนที่แพงที่สุดในชีวิตไหม  แล้วรู้สึกยังไงกับการตัดสินใจครั้งนั้น

ไฮจิวเวลรีค่ะ สำหรับเมย์ เมย์มองว่า หนึ่ง มันเป็นสิ่งสองที่เราชอบ แล้วมันก็เป็นการลงทุนด้วย ราคามันขึ้นในทุกๆ ปี ถ้าคนที่สะสมจิวเวลรี กระเป๋า นาฬิกาต่างๆ ก็จะรู้ค่ะ บางคนอาจจะชอบรถ บางคนอาจจะชอบที่ดิน ซึ่งก็ไม่ผิดนะคะ แต่ว่าส่วนตัวเมย์เอง เรารักสวยรักงาม เราชอบสิ่งเหล่านี้ เราชอบมาตั้งแต่เด็ก ดูในทีวีแล้วสวยจัง เราไม่รู้หรอกมันคืออะไร แพงไหม แต่พอเข้ามาเรียนรู้ มาสัมผัส มาดูเรื่องของคราฟท์แมนชิพในการออกแบบ มันมีเสน่ห์ให้เราได้จับจอง แล้วก็เป็นสมบัติหนึ่งอย่าง แล้วอีกอย่างก็มองว่ามันก็เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ที่สำคัญเราก็ได้ใช้ด้วย ก็มีความสุข เสพน้องก็แฮปปี้ มีความสุข ได้เล่าว่าแบบ อ๋อ เส้นนี้เราได้มาจากอันนี้ ก็น่าจะเป็น Bulgari แล้วก็ไฮจิวเวลรีอีกหลายๆ อันนี่แหละค่ะ

ถ้าให้เลือกของสะสมชิ้นหนึ่งที่รักและผูกพันมากที่สุด จะเป็นอะไร เพราะอะไร

ของสะสมชิ้นเดียว ให้สร้อยโชคเกอร์งู Bulgari แล้วกันค่ะ ชิ้นนั้นซื้อตามน้องลิซ่า รักเขา เราก็ซื้อตาม แล้วก็ชอบมาก จริงๆ นั่นเป็นชิ้นที่รักแล้วก็ชอบ แต่ฉันคิดอะไรนะ ทำไมฉันให้ไป ก็งงกับตัวเอง แต่ถ้าถามตอนนั้นก็คือ รู้สึกว่าชอบ คือกระเป๋าก็ชอบนะคะ แต่ถ้าถามว่าอะไรคือที่สุด ยกให้สร้อยเส้นนั้นแล้วกันค่ะ Bulgari ชอบสุดและรักสุด

เมย์ วาสนา Cover Story Luxuo Thailand August May Wasana Inthasang 5

เวลาที่คุณเมย์ทำงานหนักมา เจออะไรที่เป็นอุปสรรคไม่เป็นไปตามแผน เคยรู้สึกเหนื่อยและท้อมากๆ ไหม แล้วรับมือกับมันอย่างไร

เพิ่งเกิดขึ้นเลยค่ะ จริงๆ เมย์ว่าเวลาเราเหนื่อย แล้วเราหายเหนื่อยแล้ว เราจะลืม แต่นี่คือเพิ่งเป็นเลย คือเหนื่อยมาก ในผู้หญิงวัยเรา เป็นเวิร์คกิ้งวูแมน แล้วเราทำงานหนักมากๆ ความเหนื่อยมันอาจไม่เหมือนตอนอายุ 25 หรือ 30 มันเหนื่อยไม่เหมือนกัน มันเหนื่อยต่างกัน แต่พอเรากลับมาเหนื่อยอีกรอบนี้ และรู้สึกว่า เราเหนื่อยตอนที่เราก็พอมี มันเกิดคำถามค่ะว่า “ฉันต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ” “ทำไมฉันต้องทำอะไรขนาดนี้” แต่สุดท้ายเราก็ไดร์ฟตัวเองได้ ทุกครั้งที่เหนื่อยจะคิดถึงแม่ แม่เหนื่อยกว่าเรา ตอนแม่ดำนา ตอนแม่ทำนา ตอนแม่ตากแดด แม่เขาเหนื่อยกว่าเรามหาศาล โอเค แม่เขาเหนื่อยกว่าเราแน่ๆ เราเหนื่อย แต่สุดท้ายเรามีวิธีการฮีลตัวเองให้ได้เร็วที่สุดก็จะดีที่สุดค่ะ

ตอนนั้นเราไม่ได้รู้สึกว่าเราไม่อยากคุยกับใครนะคะ แต่เราจะอยากอยู่กับตัวเอง เช่น การฟังเพลง นี่ดีขึ้นมากๆ เลยนะคะ นอนทิ้งตัวไปก่อนก็ได้ ไปนวด ไปสปา หรือทำอะไรก็ตามที่ทำให้รู้สึกเย็นลง ความเหนื่อยกาย เมย์ว่าเดี๋ยวมันก็หาย แต่บางทีเคยมีความรู้สึกเหนื่อยแบบลืมหายใจ คือลืมหายใจจริงๆ นะคะ คือทำงานจนลืมหายใจ ไม่ได้หายใจ รู้สึกหัวใจจะขาด ตอนนั้นอารมณ์แบบมีตติ้งจบสี่ทุ่ม แล้วเมย์ก็รู้สึกว่าเมย์หลับคามีตติ้งแล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เมย์ต้องมีตติ้งกับอเมริกาซึ่งไทม์โซนมันประมาณเที่ยงคืน คือเมย์เป็นมนุษย์ที่ไม่สามารถละทิ้งหน้าที่อันสำคัญได้ ถ้าไม่ป่วย ไม่ตาย ไม่กลายพันธุ์ เมย์ทำไม่ได้จริงๆ แล้วเมย์ก็ยังต้องมีตติ้งกับอเมริกา

ปรากฏเชื่อไหมคะว่า การมีตติ้งนี่แหละมันทำให้เมย์ตื่น เมย์รู้สึกว่า โอเค พลังเรามาแล้ว เราตื่นเต้นมาก ฉันจะเข้า Amazon ของอเมริกา ฉันจะเข้า Walmart ฉันจะเข้า iHerb แล้วนะ มันเป็นแผนการที่ตื่นเต้น แล้วก็ทำให้เรารู้สึกบ้างานตลอดเวลา ที่แหละค่ะเป็นวิธีการของเมย์ แต่ว่าวิธีง่ายๆ ที่ชอบเหมือนกันอีกอย่างคือ ขับรถและฟังเพลงค่ะ ปกติไม่ได้ขับรถเองนานมากแล้วค่ะ แต่บางทีรู้สึกว่า การขับรถและฟังเพลงบ้างก็ช่วยได้พอสมควร ฟังเพลงที่ชอบ อะไรแบบนี้ค่ะ แต่จะเป็นไม่นานค่ะ เพราะมันมีเรื่องอยู่ตลอดเวลา

เหนื่อยสุดท้ายเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เมย์ว่าเหนื่อยมันไม่ตาย แต่จนอาจจะตายได้นะ เพราะฉะนั้น ชีวิตเราเป็นมนุษย์ที่ไม่เคยสอนให้ใครประหยัด ใช้ไปเลย แต่ต้องสอนวิธีหาเงิน คุณต้องมีเอเนอร์จี้ในการหาเงินให้มาก มากกว่าที่คุณใช้ แล้วแบ่งสัดส่วนให้เป็น จัดระบบตัวเองให้ดี ระมัดระวังในการใช้เงิน แต่อย่าประหยัดเลย เพราะไม่มีใครรวยเพราะการประหยัด รู้สึกอย่างนั้น นี่คือวิธีการ คือยังไม่ค่อยเห็นคนรวยแล้วประหยัด แต่จะสอนวิธีการหาเงิน และหาให้เงินมันต่อเงินได้ แบบนี้มากกว่าค่ะ

หาให้ได้มากกว่าที่เราจะใช้ ใช้ 30% เก็บออมประมาณ 50% เก็บไว้เป็นทุนทรัพย์รักษาตัวเองยามแก่ 30% คือสุรุ่ยสุร่ายใช้ไปเลยให้เต็มที่ อีก 20% ก็เก็บสำรองไว้ตอนฉุกเฉิน อะไรต่างๆ ลงทุนก็ได้ค่ะ คือมันต้องมีเงินสำหรับลงทุน อย่างเมย์ เมย์จะพยายามเก็บ แต่สุดท้ายก็มีนะเหตุไม่คาดคิดที่เราสูญเงินไปหมดเลย จากการที่ไม่ระมัดระวัง แต่ตอนนี้ก็คือพยายามจัดสรรตัวเองใหม่ ทุกอย่างที่บอกให้ทุกคนรู้เพราะว่า เมย์เรียนผิดมาหมดแล้ว เรียนผิดจากการที่ไม่เหลือเงินเพราะช่วยเหลือคนอื่น เราช่วยเยอะมาก เพราะเขาเป็นเพื่อน มิตรภาพอะไรต่างๆ ช่วยคนจน “เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด” นี่คือตัวเมย์จริงๆ แล้วมันก็เป็นบทเรียนว่า ไม่ได้แล้วเราจะทำแบบนี้ไม่ได้ เราต้องจัดสรรเงินส่วนนี้จะเอาออกไปไม่ได้เลย

ต่อไปนี้เมย์จัดสรรตัวเองใหม่ 50% ต้องเก็บให้ได้ 30% อยากใช้สุรุ่ยสุร่าย ใช้ไปเลย ลงทุนเพิ่ม 20% พอแล้วนะ ในธุรกิจ การขยายฐานใหม่ ไม่ใช่หอบทั้งหมดไปลงทุน แล้วไม่กันให้ตัวเองเลย ตอนนี้เมย์คิดอย่างนั้น

เมย์ วาสนา Cover Story Luxuo Thailand August May Wasana Inthasang 6

คุณเมย์อยากฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังตามหาความสำเร็จบ้าง

ถ้าอยากจะฝาก เมย์ขอฝาก 3 เรื่อง ข้อแรกเลยก็คือ “ความอดทน” สำหรับเด็กเจนใหม่ ซึ่งเมย์ทำงานกับเด็กอายุ 20 เยอะมาก เด็กเจนใหม่จะขาดความอดทน แล้วก็ไม่ค่อยมี “วินัย” “ความสม่ำเสมอ” นี่น้อยมาก บางทีทำแป๊บๆ เบื่อแล้วไป อีกเรื่องหนึ่งก็คือ มันเป็นอะไรที่เรียกว่า เด็กเจนใหม่จะ “วาร์ป” คือมีความเป็นตัวเองสูง มั่นใจในตัวเองสูง แล้วก็มีการรับฟังน้อย ไม่ค่อยเป็นผู้ฟังสักเท่าไหร่ คิดว่าเท่าที่เห็น สิ่งที่อยากจะฝากก็คือ 3 สิ่งนี่ค่ะ

ถ้าเราปรับนิดหนึ่ง เอาความเป็นเจนเก่ามาผสมผสานเข้าไปกับสิ่งที่เป็นเจนใหม่ ยุคเทคโนโลยี ยุคไอที ยุคปัจจุบันมันทำให้คนเปลี่ยนชีวิตไป แล้วก็ใช้ชีวิตได้ง่าย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีมาก นั่นคือสิ่งที่พวกเมย์ รุ่นพี่เอง ต้องเรียนรู้เหมือนกัน กับการปรับตัวเข้าไปอยู่ในเจนใหม่ๆ กับการทำงานกับคนรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกันสิ่งที่เมย์มองว่าคนยุค 90 อย่างเราก็ยังมีสิ่งนี้แข็งแรง ให้น้องน่าจะปรับไปใช้ แล้วมันจะทำให้เขาสำเร็จได้ง่ายขึ้น การหิวโหยความสำเร็จเป็นเรื่องที่ดี มันคือแรงขับเคลื่อนให้เราพัฒนาตัวเอง อย่างมากคือ เราเก่งขึ้น นั่นคือชนะแล้ว

ถ้าเราเก่งขึ้นเมื่อไหร่ นั่นเมย์รู้สึกว่าเราชนะตัวเองแล้ว ทำงานได้ดีขึ้น ชาเลนจ์ได้ดีขึ้น มั่นใจในตัวเองได้มากขึ้น สกิลและทักษะของตัวเองได้พัฒนามากขึ้น นั่นคือดีมากแล้วค่ะ แล้วก็เหนือสิ่งอื่นใด พอเราพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ วันนั้นเราก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในเส้นทางของเราได้ค่ะ

ถ้าอีก 5-10 ปีข้างหน้า คุณเมย์ได้ย้อนกลับมาดูบทสัมภาษณ์นี้อีกครั้ง คุณเมย์อยากฝากข้อความอะไรถึงตัวเองในอนาคต

ไม่รู้ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า เมย์ วาสนา เธอยังจะเป็นแบบเดิมหรือเปล่า แต่ถ้าปรารถนาได้ ก็อยากให้เธอเบาลง เพราะว่าตอนนั้น สุขภาพของเธอก็อาจจะแย่ลง เธออยากจะเหนื่อยขึ้น แต่นี่เป็นคน Healthy และ Wellness มากนะ แต่ว่าก็บ้างานไง ถ้าอยากบอกตัวเอง ก็อยากบอกว่า ถ้าวันนั้นมันเติมพลังให้คนบนโลกนี้ได้ดีมากเพียงพอแล้ว และเป้าหมายและแพชชั่นมันไปได้ถึงแล้ว อยากให้บาลานซ์

อยากฝากถึงเมย์คน 5 ปีข้างหน้าว่า บาลานซ์ตัวเองนะ วันนี้เธอเหนื่อยมากจริงๆ เธอผ่านอะไรมาเยอะแล้ว เธอผ่านความเจ็บปวด ร้องไห้เอง เจ็บเอง เสียใจเองมาทุกอย่างแล้ว เธอแข็งแรงและแข็งแกร่งมากแล้ว ในเมย์ วาสนาอีก 5 ปี ก็อยากให้เบาลง สบายขึ้น แล้วก็รู้สึกว่า โอเค เราทำได้ใกล้ความสำเร็จ ก็อยากจะให้เบาลง เพราะรู้สึกว่าถ้า 45 แล้วยังเป็นแบบนี้ สุขภาพก็อาจจะไม่ดี

เมย์ วาสนา Cover Story Luxuo Thailand August May Wasana Inthasang

บทความที่เกี่ยวข้อง:
สัมผัสอีกด้านของ ออน สมฤทัย ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความกล้าคิด

Carte Blanche 2025 Impermanence คอลเลกชันไฮจิวเวลรีถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติผ่านมุมมอง Boucheron

Boucheron Captures Nature’s Elegance in Carte Blanche 2025 Impermanence

Carte Blanche 2025 Impermanence คอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูงล่าสุดจาก Boucheron ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองและเชิดชูความงดงามของธรรมชาติ ต่อเนื่องมาจากผลงานคอลเลกชัน Histoire de Style ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

Carte Blanche 2025 Impermanence เป็นผลงานที่ แคลร์ ชวสเน่ (Claire Choisne) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของเมซงตั้งใจสานต่อจินตนาการของเธอจากชิ้นงาน “Eternal Flowers” เมื่อปี ค. ศ. 2018 โดยแปรเปลี่ยนความงามชั่วคราวของดอกไม้ให้เป็นนิรันดร์ พร้อมนำเสนอแก่นแท้ของธรรมชาติที่เชื้อเชิญให้เราหยุดเพื่อสำรวจและทำความเข้าใจธรรมชาติให้ลึกซึ้งขึ้น เพื่อให้มองเห็นและรักษาความงดงามนี้ไว้ได้ตราบนานเท่านาน

แคลร์ ชวสเน่ ออกแบบคอมโพสิชันของพฤกษานานาพันธุ์ไว้ทั้งสิ้น 6 รูปแบบที่ถ่ายทอดความงดงามชั่วขณะของธรรมชาติก่อนจะเลือนหายไป จาก “แสง” สู่ “เงา” แม้จะเป็นความงามเพียงชั่วพริบตา แต่ก็ล้ำค่าตราตรึงเป็นนิรันดร์ โดยได้แรงบันดาลใจจากศิลปะการจัดดอกไม้อิเคบานะ และหลักปรัชญาวาบิซาบิของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแนวคิดในการยอมรับและชื่นชมความงามของความไม่สมบูรณ์แบบ ความเรียบง่าย และการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา

คอมโพสิชันทั้ง 6 รูปแบบมีตั้งแต่ “Composition n°6” ที่โปร่งแสง ไปจนถึง “Composition n°1” อันลุ่มลึก โดยร้อยเรียงจากเครื่องประดับชั้นสูงกว่า 28 ชิ้น ผลงานแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนตัวแทนของธรรมชาติที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเลือนหายจาก “แสง” สู่ “เงา” ไปตามกงล้อแห่งกาลเวลา โดยมี “แสง” เป็นสายใยเชื่อมโยงแต่ละผลงานในคอลเลกชัน Impermanence เข้าไว้ด้วยกัน

Composition n°6 นำเสนอความสง่างามของดอกทิวลิป กิ่งยูคาลิปตัส รังสรรค์จากแก้วบอโรซิลิเกตขึ้นรูปด้วยมือ บนชิ้นงานมีแมลงปอ ลำตัวทำจากทองคำขาวประดับเพชร ส่วนปีกรังสรรค์จากแก้วแซฟไฟร์และมาเธอร์ออฟเพิร์ล

Carte Blanche 2025 Impermanence Composition n°6
Carte Blanche 2025 Impermanence Composition n°5

Composition n°5 นำเสนอความงามของดอกทิสเซิลที่รังสรรค์จากเรซิ่นจากพืชธรรมชาติ ประดับเพชร ใบทำจากทองคำขาวประดับเพชร เคลือบเซรามิกสีขาว เช่นเดียวกับส่วนของด้วงแรดที่มาช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้ชิ้นงาน

Composition n°4 มาพร้อมดีไซน์ดอกไซคลาเมน รวงข้าวโอ๊ต หนอนผีเสื้อ และผีเสื้อ ประดับเพชรและสปิเนลสีดำ ผสานด้วยคริสตัลธรรมชาติและแลคเกอร์สีดำบนตัวเรือนไทเทเนียมและทองคำขาว แจกันทองคำขาวประดับเพชรทั้งใบวางบนฐานวัสดุคอมโพสิตสีดำ

Composition N°3 ผลงานดอกไอริส ดอกวิสทีเรีย และด้วงกวาง ที่รังสรรค์ขึ้นจากการประดับเพชร ผสมผสานกับเซรามิกสีขาว อลูมิเนียม ไทเทเนียม และทองคำขาว แจกันอลูมิเนียมและไทเทเนียมประดับสปิเนลสีดำทั่วทั้งชิ้นตั้งอยู่บนฐานวัสดุคอมโพสิตสีดำ

Composition N°2 นำเสนอความงดงามของกิ่งแมกโนเลียและตั๊กแตนกิ่งไม้ที่รังสรรค์ด้วยวัสดุอลูมิเนียม และเซรามิกเคลือบสีดำและทองคำขาว ประดับเพชรทั้งชิ้น แจกันและฐานทำจากวัสดุคอมโพสิตสีดำ สะท้อนความละเอียดและงดงามในทุกมิติ

Composition N°1 ประกอบด้วยดอกป๊อปปี้ กิ่งดอกสวีตพี และผีเสื้อ ที่รังสรรค์ขึ้นจากอเวนจูรีนและแก้วสีดำ ประดับด้วยเพชร สปิเนลสีดำ รวมถึงออนิกซ์ลงสีที่ดูดซับแสงถึง 99.4% อย่าง Vantablack® และไทเทเนียม ส่วนแจกันทรายดำตั้งอยู่บนฐานวัสดุคอมโพสิตสีดำ สื่อถือความงดงามท่ามกลางความมืดมิด

ทั้งหมดถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องประดับสไตล์มัลติแวร์ สามารถสวมใส่ได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ เข็มกลัด แหวน กำไลข้อมือ เครื่องประดับผม ใช้เวลารังสรรค์ร่วมทั้งสิ้นกว่า 18,000 ชั่วโมง และถือเป็นความท้าทายกรอบความคิดเดิมของโลกเครื่องประดับทั้งในเชิงรูปทรง การเลือกใช้วัสดุ นวัตกรรม และเทคนิคสุดล้ำสมัย

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Boucheron

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Cartier Siam Paragon บูติกแฟลกชิปสองชั้น นำเสนอสรวงสวรรค์กลางกรุงเทพฯ

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image