Home Blog Page 27

5 โรงแรมหรูในปารีส ที่เหล่าเซเลบริตี้เลือกพักในช่วง Paris Fashion Week

Where Celebrities Stay During Paris Fashion Week

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: โรงแรม Cheval Blanc Paris

หากพูดถึง โรงแรมหรูในปารีส ที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกในช่วง Paris Fashion Week รายชื่อเหล่านี้คือไอคอนของความหรูหรา ความเป็นส่วนตัว และการบริการระดับเวิลด์คลาสที่คนดังไว้วางใจ

ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์โมเดล ดีไซเนอร์แถวหน้า หรืออินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก ล้วนเลือกเข้าพักในโรงแรมที่ไม่เพียงโดดเด่นด้านทำเลและดีไซน์ แต่ยังสะท้อนรสนิยมอันประณีตในทุกดีเทล มาดูกันว่า 5 โรงแรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากแขกคนสำคัญในช่วงแฟชั่นวีคของปารีส มีที่ไหนบ้าง และแต่ละแห่งมีเสน่ห์อะไรที่ทำให้พวกเขาต้องกลับมาเยือนอีกครั้ง

5 โรงแรมหรูในปารีส มีที่ไหนบ้าง

1. La Réserve Paris Hotel and Spa

โรงแรมหรู La Réserve Paris Hotel and Spa ตั้งอยู่บนถนนกาเบรียล (Avenue Gabriel) ใกล้กับช็องเซลีเซและกรองด์ ปาเลส์ โรงแรมแห่งนี้ออกแบบโดยฌัก การ์เซีย (Jacques Garcia) ในสไตล์ยุค “เบล เอป๊อก” (Belle Époque) หรือที่เรียกว่า “ยุคสวยงาม” ที่หรูหราและสง่างาม มีห้องพักและห้องสวีททั้งหมด 40 ห้อง ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณ ผ้ากำมะหยี่ และผ้าไหมที่เพิ่มความอบอุ่นและความเป็นส่วนตัว สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก ที่นี่มีสปาที่ให้บริการทรีตเมนต์หลากหลาย สระว่ายน้ำในร่ม ห้องอบไอน้ำ ห้องสมุดส่วนตัวและซาลอนที่ให้บรรยากาศเงียบสงบสำหรับการพักผ่อน รวมถึง Le Gabriel ร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินที่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่สร้างสรรค์และประณีต

(Photo: La Réserve Paris Hotel and Spa)
(Photo: La Réserve Paris Hotel and Spa)
(Photo: La Réserve Paris Hotel and Spa)
(Photo: La Réserve Paris Hotel and Spa)

2. Hôtel de Crillon, A Rosewood Hotel

โรงแรม Hôtel de Crillon ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) โรงแรมนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และได้รับการบูรณะใหม่ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อรักษาความงดงามของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ ไฮไลต์ของที่นี่เห็นจะเป็นห้องพักและห้องสวีทที่ตกแต่งอย่างประณีต ซึ่งบางห้องสามารถมองเห็นวิวของจัตุรัสคองคอร์ด และหอไอเฟลได้แบบเต็มตา นอกจากนี้ยังมีสปา Sense, A Rosewood Spa ที่มีสระว่ายน้ำในร่มและบริการทรีตเมนต์ระดับพรีเมียม และร้านอาหาร L’Ecrin ที่ดูแลโดยเชฟมิชลินสตาร์ เสิร์ฟเมนูที่สร้างสรรค์และหรูหราในบรรยากาศงดงามสุดคลาสสิก

(Photo: Hôtel de Crillon, A Rosewood Hotel)
(Photo: Hôtel de Crillon, A Rosewood Hotel)
(Photo: Hôtel de Crillon, A Rosewood Hotel)
(Photo: Hôtel de Crillon, A Rosewood Hotel)
(Photo: Hôtel de Crillon, A Rosewood Hotel)

3. Hôtel Plaza Athénée

โรงแรม Hôtel Plaza Athénée ตั้งอยู่บนถนนมงแตญ (Avenue Montaigne) หนึ่งในถนนสายแฟชั่นที่โด่งดังที่สุดของปารีส โรงแรมนี้เปิดให้บริการมากว่า 110 ปี และได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อรักษาความหรูหราและความสง่างามแบบดั้งเดิม ห้องพักและห้องสวีทได้รับการตกแต่งในสไตล์ศตวรรษที่ 18 พร้อมวิวหอไอเฟลและลานภายในที่งดงาม ไฮไลต์ที่น่าสนใจมีทั้งสปา Dior ที่ให้บริการทรีตเมนต์หรูหราในบรรยากาศที่สงบเงียบ ร้านอาหาร Le Relais Plaza ที่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมและเป็นสถานที่พบปะของบุคคลสำคัญในวงการแฟชั่น

(Photo: Hôtel Plaza Athénée)
(Photo: Hôtel Plaza Athénée)
(Photo: Hôtel Plaza Athénée)
(Photo: Hôtel Plaza Athénée)

4. Le Royal Monceau, Raffles Paris

โรงแรม Le Royal Monceau ตั้งอยู่ใกล้กับอาร์กเดอทรียงฟ์ และช็องเซลีเซ โรงแรมนี้โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในที่ทันสมัยและงานศิลปะร่วมสมัยที่ประดับอยู่ทั่วโรงแรม ห้องพักและห้องสวีทมีขนาดกว้างขวางและตกแต่งอย่างมีสไตล์ด้วยผลงานศิลปะที่คัดสรรมาอย่างดี สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรมมีทั้งสปา My Blend by Clarins สระว่ายน้ำยาวถึง 23 เมตร โรงภาพยนตร์ส่วนตัว และห้องสมุดศิลปะที่เปิดให้บริการสำหรับผู้เข้าพัก รวมถึง Matsuhisa Paris ร้านอาหารโอมากาเสะของเชฟชื่อดัง โนบุ มัตสึฮิสะ

(Photo: Le Royal Monceau, Raffles Paris)
(Photo: Le Royal Monceau, Raffles Paris)
(Photo: Le Royal Monceau, Raffles Paris)
(Photo: Le Royal Monceau, Raffles Paris)

5. Cheval Blanc Paris

โรงแรม Cheval Blanc Paris ตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์ ลา ซามาริแตง (La Samaritaine) ริมฝั่งแม่น้ำแซน โรงแรมนี้ผสมผสานความหรูหราและความร่วมสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ห้องพักและห้องสวีทออกแบบโดยปีเตอร์ มาริโน (Peter Marino) สถาปนิกมากฝีมือจากนิวยอร์ก โรงแรมมองเห็นวิวแม่น้ำแซนและเมืองปารีส ทั้งยังโดดเด่นด้วยสปา Dior ที่มีบริการทรีตเมนต์เฉพาะบุคคล สระว่ายน้ำในร่มที่มีวิวแม่น้ำ รวมถึงร้านอาหาร Le Tout-Paris ที่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสแบบบราสเซอรี่ในบรรยากาศผ่อนคลาย พร้อมระเบียงที่มองเห็นวิวเมืองปารีส

(Photo: Cheval Blanc Paris)
(Photo: Cheval Blanc Paris)
(Photo: Cheval Blanc Paris)
(Photo: Cheval Blanc Paris)
(Photo: Cheval Blanc Paris)

บทความที่เกี่ยวข้อง:
3 เหตุผลที่ปารีสขึ้นชื่อว่าเป็น “มหานครแห่งความรักและความโรแมนติก”
ตามรอยรักและสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกของ Before Sunset ในปารีส
เปิดลุคแฟชั่นสุดปังของชมพู่ อารยา ที่สัปดาห์ปารีสโอตกูตูร์ 2024

Dreamy Designer Bridal Shoes for Your Big Day

6 แบรนด์รองเท้าเจ้าสาวไฮเอนด์ เสกลุคแต่งงานให้หรูหราและน่าจดจำ
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Sophia Webster

วันแต่งงานทั้งที รายละเอียดทุกอย่างต้องเพอร์เฟกต์ และรองเท้าก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่เจ้าสาวต้องเลือกให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ใส่สบาย แต่ต้องสวยเลอค่า เสริมลุคให้เจิดจรัส และทำให้คุณรู้สึกพิเศษสุดในวันสำคัญ ดีไซเนอร์ชั้นนำทั่วโลกต่างสร้างสรรค์รองเท้าเจ้าสาวที่ผสานความหรูหรา ดีเทลประณีต และเสน่ห์เหนือกาลเวลา และนี่คือลิสต์ 6 แบรนด์รองเท้าแต่งงานไฮเอนด์ที่เหล่าเจ้าสาวใฝ่ฝันถึง

Jimmy Choo รุ่น Sacaria Platform 120
รองเท้าส้นสูงแพลตฟอร์มทรงเปิดหน้าจาก Jimmy Choo สำหรับเจ้าสาวที่ชอบความโดดเด่นแบบเต็มพิกัด ตัวรองเท้าทำจากผ้าซาตินคุณภาพสูง เพิ่มความพิเศษด้วยการประดับมุกทั่วทั้งคู่ โดยเฉพาะมุกเม็ดใหญ่ด้านหน้าที่สลักชื่อแบรนด์ Jimmy Choo ตัวส้นสูง 120 มิลลิเมตร ช่วยสร้างซิลูเอทที่สง่างาม พื้นรองเท้าที่ทำจากหนังแท้ นุ่มสบาย และแพลตฟอร์มหนาช่วยให้สวมใส่ได้สบายตลอดงาน เพราะ ทั้งดีไซน์และความสูง ทำให้เจ้าสาวดูสวยสง่าและโดดเด่นในทุกย่างก้าว แถมเปล่งประกายสุดๆ เมื่อยามต้องแสง เหมาะกับทั้งงานพิธีการและอาฟเตอร์ปาร์ตี้ แม้แต่ซุปตาร์อย่างแต้ว-ณฐพร เทียนทอง ก็เลือกสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ในงานแต่งของเธอเช่นกัน


Christian Louboutin รุ่น Hot Chick Sling 70 mm
รองเท้าไอคอนิค Hot Chick ที่มาในรูปแบบใหม่ด้วยดีไซน์ Hot Chick Sling ที่ยังคงเอกลักษณ์ของร่องรูปตัว V รอบข้อเท้า และหัวรองเท้าทรงปลายแหลม เพิ่มดีไซน์สลิงแบ็คหรือสายรัดส้นที่ช่วยให้สวมใส่ได้อย่างมั่นใจตลอดวันสำคัญ ตัวส้นรองเท้าสูง 70 มิลลิเมตรที่สวมใส่สบายแม้แต่กับเจ้าสาวที่ไม่ค่อยได้สวมรองเท้าส้นสูง ตัวรองเท้าผลิตจากหนังแก้วสีบลัชเบจดูเรียบหรู แต่แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่และความหวานที่ผสานเข้ากันอย่างลงตัว พื้นรองเท้าสีแดงซิกเนเจอร์สร้างความประทับใจในทุกย่างก้าว เข้ากับชุดแต่งงานได้ทั้งแบบคลาสสิกและโมเดิร์น ทั้งยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับโอกาสพิเศษอื่นๆ


Manolo Blahnik รุ่น Nadira
Manolo Blahnik อีกหนึ่งแบรนด์รองเท้าเจ้าสาวในตำนานที่เจ้าสาวทั่วโลกใฝ่ฝัน รองเท้ารุ่น Nadira นำเสนอรองเท้าส้นสูงหัวแหลมจากผ้าซาตินเนื้อดีในสีขาวและสีแชมเปญอันหรูหรา ผลิตโดยช่างผู้ชำนาญการในอิตาลี เพิ่มความโดดเด่นและลดความทางการด้วยไฮไลต์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยหัวเข็มขัดคริสตัลรูปทรงกิ่งไม้และใบไม้ที่พาดบริเวณหน้าเท้าอย่างประณีต ส้นสูง 90 มิลลิเมตรออกแบบในทรงหมุดโค้งมนอย่างงดงาม มอบความรู้สึกเบาและสง่างามแก่ผู้สวมใส่ เหมาะสำหรับวันพิเศษของเจ้าสาวที่ต้องการรองเท้าที่ผสมผสานความคลาสสิคและความประณีตได้อย่างลงตัว


Roger Vivier รุ่น Efflorescence Pumps in Glitter
Roger Vivier นำเสนอรองเท้า Efflorescence Pumps ที่เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการความโดดเด่นและแวววาว ตัวสีมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสีเงิน สีขาวออฟไวท์ สีชมพูด วัสดุกลิตเตอร์ทั่วทั้งคู่ให้ความรู้สึกเจิดจรัสราวกับเพชรเมื่อกระทบแสง หัวรองเท้าตกแต่งด้วยบัคเคิลคริสตัลทรงเหลี่ยมอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ความสูงของส้นอยู่ที่ประมาณ 65 มิลลิเมตร และปลายส้นที่ไม่แหลมจนเกินช่วยให้คุณยืนและเดินได้อย่างมั่นคง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าสาวที่ชื่นชอบความหรูหราแบบฝรั่งเศสที่มีดีเทลประณีต


Aquazzura รุ่น Bow Tie 105 Bridal Pumps
Aquazzura นำเสนอรองเท้าเจ้าสาวที่ผสมผสานความคลาสสิก ความเซ็กซี่ และความสดใสขี้เล่นได้อย่างลงตัว Bow Tie 105 โดดเด่นด้วยโบว์ริบบิ้นขนาดใหญ่ที่ด้านหลังรองเท้า สร้างลุคที่น่าจดจำเมื่อคุณเดินผ่านแขกในงาน ส้นเข็มสูง 105 มิลลิเมตรช่วยให้เรียวขาดูสูงเพรียว แต่ยังให้ความสบายด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงสรีระเท้า ตัวรองเท้ามีให้เลือกทั้งสีขาวและสีเบจ เหมาะกับชุดเจ้าสาวทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นบอลกาวน์หรูหราหรือชุดเรียบหรูมินิมอล รองเท้าคู่นี้ก็สามารถเติมเต็มลุคให้สมบูรณ์แบบ


Sophia Webster รุ่น Rosalind Crystal Sandals
Rosalind Crystal Sandals รองเท้าส้นสูงแบบเปลือยเท้าสีทองจาก Sophia Webster เป็นอีกหนึ่งรองเท้าเจ้าสาวในดวงใจสำหรับสาวๆ ที่ชอบความเรียบหรู แต่มีลูกเล่นที่โดดเด่น ไฮไลท์อยู่ที่ส้นรองเท้าสูง 100 มิลลิเมตรที่ประดับด้วยวงแหวนคริสตัลระยิบระยับ เพิ่มประกายแวววาวให้กับทุกย่างก้าว สายคาดบริเวณข้อเท้าออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ช่วยให้รู้สึกมั่นคงขณะสวมใส่ตลอดวันสำคัญ ดีไซน์มินิมอลแต่หรูหราของรองเท้าเจ้าสาวรุ่นนี้ ทำให้สามารถจับคู่ได้กับชุดแต่งงานหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการเพิ่มความสง่างามให้กับลุคในวันพิเศษ ทั้งยังสามารถนำมาสวมใส่ในโอกาสพิเศษอื่นๆ ได้ในภายหลัง

บทความที่เกี่ยวข้อง:
เติมความหวานอย่างมีระดับกับ 5 กิจกรรมสุดพิเศษที่คู่รักห้ามพลาด
5 คอลเลกชันเครื่องประดับจากแบรนด์หรูที่เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญในวาเลนไทน์นี้

5 Danish Luxury and Design Brands to know

5 แบรนด์น่าสนใจจากเดนมาร์ก ตั้งแต่เรือหรู แฟชั่น ยันงานดีไซน์ เรียบ หรู มินิมอล สไตล์โคเปนเฮเกน
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง

เมื่อพูดถึงประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบและความหรูหราในแบบมินิมอล ประเทศเดนมาร์ก โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างโคเปนเฮเกนคือหนึ่งในดินแดนที่โดดเด่นที่สุด ด้วยรากฐานการออกแบบที่ผสมผสานความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งาน และความงามเข้าด้วยกันอย่างลงตัว แบรนด์หรูจากเดนมาร์ก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่น แบรนด์ไลฟ์สไตล์ หรืองานดีไซน์ ต่างก็เป็นที่ยอมรับในระดับโลก Luxuo Thailand จึงอยากชวนคุณมาทำความรู้จัก 5 แบรนด์ลักชัวรีจากเดนมาร์กที่คุณไม่ควรพลาด

Ole Lynggaard Copenhagen
Ole Lynggaard Copenhagen แบรนด์เครื่องประดับหรูระดับตำนานที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากราชวงศ์เดนมาร์ก ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1963 โดยโอเล ลิงการ์ด นักออกแบบผู้เกิดในครอบครัวช่างทำทองและมีความหลงใหลในการวาดภาพและแกะสลักมาตั้งแต่วัยเยาว์ Ole Lynggaard Copenhagen โดดเด่นด้วยงานฝีมือระดับหัตถศิลป์ที่ประณีตและการคัดสรรอัญมณีชั้นเลิศ ทุกชิ้นงานได้รับการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันในสตูดิโอที่โคเปนเฮเกน โดยมีชาร์ลอต ลิงการ์ด บุตรสาวของเขาร่วมออกแบบผลงานด้วย แต่ละคอลเลกชันของแบรนด์สะท้อนความงดงามของธรรมชาติออกมาได้อย่างหรูหราและเรียบง่ายแต่ทรงพลังตามแบบฉบับสแกนดิเนเวีย แถมยังดูร่วมสมัยและงดงามเหนือกาลเวลา เปรียบเสมือนงานศิลปะที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้

ไอคอนิก พีซ: คอลเลกชัน Elephant พร้อมโมทีฟรูปช้างอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานความอ่อนโยนและแข็งแกร่ง ได้รับความนิยมจากราชวงศ์และเซเลบริตี้ทั่วโลก คอลเลกชัน Lotus สร้อยคอและต่างหูรูปดอกบัวที่เปรียบเสมือนตัวแทนของความงามที่เบ่งบานจากใต้น้ำ และคอลเลกชัน Forest ที่ได้แรงบันดาลใจจากป่าสแกนดิเนเวีย สะท้อนความงดงามของใบไม้ กิ่งไม้ และพืชพรรณนานาชนิด


Ganni
Ganni ก่อตั้งในปี ค.ศ. 2000 โดยนิโคลัส เรฟสตรัฟท์ และดิท เรฟสตรัฟท์ แบรนด์นี้สร้างนิยามใหม่ให้กับสไตล์สแกนดิเนเวียนด้วยการผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับลูกเล่นที่สนุกสนาน เปรี้ยว และทันสมัย เสื้อผ้าจาก Ganni มักมีสีสันสดใส ลวดลายโดดเด่น และซิลลูเอตที่เป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญคือการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยมีความมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ Ganni ไม่เพียงเป็นแบรนด์แฟชั่นที่สวยงาม แต่ยังมีจุดยืนที่ชัดเจนในการสร้างอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ดีขึ้น และได้กลายเป็นปรากฏการณ์แห่งวงการแฟชั่นเดนมาร์กที่กลายเป็นขวัญใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าและอินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลก

ไอคอนิก พีซ: Seersucker Check ลายตารางที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ปรากฏในหลายคอลเลกชัน ตั้งแต่เสื้อเชิ้ตไปจนถึงชุดเดรส, Leopard Print Wrap Dress เดรสลายเสือดาวที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Ganni Girl ถึงขั้นมีแฮชแท็กบนโซเชียลมีเดีย, Peplum Tie Blouse เสื้อทรงจับจีบระบายช่วงเอวพร้อมดีเทลเชือกผูกหน้าแทนกระดุมที่น่ารักโดนใจสาวๆ ทั่วโลก และ Buckle Ballerinas รองเท้าทรงบัลเลต์ตกแต่งหมุดให้อารมณ์หวานซ่อนเปรี้ยว


Ilse Jacobsen Hornbæk
Ilse Jacobsen Hornbæk แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์หรูที่ผสมผสานความเรียบง่ายและดูดีเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว ก่อตั้งโดยอิลเซ่ ยาคอบเซ่นในเมืองเล็กๆ ชายฝั่งทะเลอันงดงามที่ชื่อว่า ฮอร์นเบก แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักจากรองเท้าบู๊ทยางดีไซน์เก๋ที่กลายเป็นไอคอนิกไอเทม ทนทานต่อทุกสภาพอากาศแต่ยังคงความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน ปรัชญาของแบรนด์คือการสร้างสรรค์สินค้าที่ทนทาน ใช้งานได้จริง แต่ยังคงดูดีและหรูหรา เหมาะกับการใช้ชีวิตในเมืองสมัยใหม่ที่ต้องการทั้งความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งาน

ไอคอนิก พีซ: Rub Boots รองเท้าบู๊ทยางที่ผลิตจากยางธรรมชาติถึง 80% และทำมือเกือบทุกขั้นตอน โดดเด่นด้วยดีไซน์เชือกผูกด้านหน้า มีให้เลือกหลากหลายโทนสี อาทิ สีกรมท่า สีเขียวขี้ม้า ที่มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย หรือจะเป็นสีเหลือง สีแดง ก็ช่วยเพิ่มความสดใสในวันฝนตกได้อย่างมาก ทั้งสวยงามและทนทานจนทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในระดับโลก และ Raincoat เสื้อกันฝนดีไซน์เรียบแต่หรูหรา กันน้ำได้ดีเยี่ยมแต่สวมใส่สบาย กลายเป็นไอเทมจำเป็นสำหรับสาวสแกนดิเนเวียนในวันฝนพรำ


Fritz Hansen
Fritz Hansen คือตำนานแห่งวงการเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ระดับไฮเอนด์ของเดนมาร์กที่มีประวัติยาวนานกว่า 150 ปี เจ้าของผลงานที่กลายเป็นไอคอนของวงการออกแบบระดับโลกมากมาย ทุกชิ้นงานของ Fritz Hansen ผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันด้วยฝีมือช่างผู้เชี่ยวชาญ ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้วัสดุคุณภาพสูง เพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เพียงสวยงามแต่ยังทนทานและใช้งานได้จริง จุดเด่นของ Fritz Hansen คือการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรายละเอียดที่ประณีต ทำให้เฟอร์นิเจอร์ของพวกเขาเป็นมากกว่าข้าวของเครื่องใช้ แต่เป็นงานศิลปะที่ช่วยยกระดับพื้นที่ต่างๆ ให้น่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้น

ไอคอนิก พีซ: Series 7™ เก้าอี้ไม้อัดขึ้นรูปที่มีรูปทรงเพรียวบางสง่างาม ผลิตมาแล้วกว่า 7 ล้าน นับเป็นเก้าอี้ที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของแบรนด์, Egg™ เก้าอี้ทรงโค้งสูง ช่วงล่างกลมมนคล้ายไข่ หนึ่งในชิ้นงานออกแบบที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์เฟอร์นิเจอร์โลก, Drop™ เก้าอี้ทรงหยดน้ำที่ดีไซน์ให้ SAS Royal Hotel ในโคเปนเฮเกน ก่อนจะวางขายอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2014 ซึ่งเก้าอี้ทั้งสามตัวนี้เป็นผลงานของอาร์เน ยาคอปเซ่น นักออกแบบชื่อก้องโลกชาวเดนมาร์ก


X-Yachts
X-Yachts แบรนด์เรือยอชต์หรูระดับพรีเมียมจากเดนมาร์กที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1979 โดยกลุ่มนักแล่นเรือที่หลงใหลในการออกแบบเรือที่เหนือชั้น X-Yachts เน้นการต่อเรือแบบ Performance Luxury Yacht ที่ผสมผสานสมรรถนะการแล่นเรือชั้นเลิศเข้ากับความหรูหราและความสะดวกสบาย เรือทุกลำถูกออกแบบและสร้างสรรค์ด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ใช้วัสดุคุณภาพสูง และเทคโนโลยีล้ำสมัย ส่งผลให้ X-Yachts ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมายจากวงการเรือยอชต์ระดับโลก และกลายเป็นตัวเลือกระดับไฮเอนด์สำหรับผู้ที่หลงใหลในการแล่นเรือและต้องการประสบการณ์แห่งความหรูหราบนท้องทะเล

ไอคอนิก พีซ: Xc 45 เรือยอชต์ขนาด 45 ฟุตที่ได้รับรางวัล European Yacht of the Year ซึ่งผสมผสานความหรูหราเข้ากับประสิทธิภาพการแล่นเรือได้อย่างลงตัว และ X-46 เรือแข่งที่ได้รับการยอมรับจากวงการแข่งขันเรือใบทั่วโลก ว่าเป็นเรือที่มีสมรรถนะสูงและยังสามารถใช้สำหรับการพักผ่อนได้ดีเยี่ยม แม้ปัจจุบันเรือยอชต์ทั้งสองรุ่นจะเลิกผลิตแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการไม่น้อย ส่วนรุ่นอื่นๆ ที่ใหม่และทันสมัยกว่าก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

อ่านเพิ่มเติม:
5 On-Trend Items in the Relaxed Elegance Vibe of Mocha Mousse Color
Five French Brands in Daily Life

Marina Sadanun Balenciaga: Crafting Life with Purpose, Music and Self-Discovery

คุณมารีน่า ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า กับพลังแห่งการเป็นตัวเอง ในทุกมิติของชีวิต

บทความ: LuxuoTH ภาพ: ธนัท เตรียมชาญชูชัย 

[ENG]

ในยุคที่ผู้หญิงต้องสวมบทบาทหลากหลาย มารีน่า ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า คือตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กล้าใช้ชีวิตตามความเป็นจริงและเป็นตัวของตัวเอง Luxuo Thailand มีโอกาสพูดคุยกับเธอผู้มีความสามารถรอบด้าน ทั้งงานแสดง งานเพลง และงานครีเอทีฟ ถึงแนวคิดการใช้ชีวิตแบบ “realist” การค้นหา “อิคิไก” และเทคนิค “SWOT analysis” ปรัชญาที่ช่วยให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในทุกมิติ และเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง

คุณมารีน่านิยามตัวเองว่าอย่างไรในฐานะ “ผู้หญิงในยุคปัจจุบัน”
จริงๆ คำถามนี้ยากมาก คือเราเป็นคนที่ค่อนข้างรู้จักตัวเองดี แต่ไม่ค่อยจะนิยามตัวเองเท่าไร ก็เลยลองเอาคำที่เราทำเทสต์บุคลิกภาพมา แล้วเขาบอกว่าเราเป็น “logician” คือก็ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเปล่า แต่ถ้ามองส่วนตัว เรามองว่าตัวเองเป็นแบบ “realist” มากกว่า คือเป็นคนที่มองอะไรตามเหตุและผล ตามความเป็นจริงค่ะ

Dress : Pyvet @pyvet.studio / Jewellery : FRED Paris @fredjewelry / Shoes : Boyy @boyyofficial

คุณมารีน่าคิดว่าการเป็นผู้หญิงที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนๆ มีข้อดีอย่างไร และมีความสำคัญหรือมีผลต่อคุณมารีน่ามากน้อยแค่ไหน
จริงๆ น่าว่าทุกๆ คน ถ้าเราได้รับพลังงานดีๆ ยังไงมันก็น่าจะส่งผลไปในทางที่ดีทั้งหมดนะคะ ยกเว้นว่าจะมีการอวยกันเกิดขึ้น น่าว่าครอบครัวน่าค่อนข้างที่จะใช้ชีวิตตามเหตุและผลกันทุกคน เราก็เลยมีเอเนอร์จี้ดีๆ มอบให้กัน แล้วเราก็ยังสามารถเตือนกันได้ถ้ารู้สึกว่า อันนี้ไม่เหมาะนะ อันนี้ดีไหม คิดดีหรือยัง หรือว่าเรื่องมารยาททางสังคมอะไรแบบนี้ค่ะ น่าว่า ยังไงการที่มีซัพพอร์เตอร์ที่ดี มันช่วยให้เราเป็นตัวเราในเบสต์เวอร์ชั่นจริงๆ เพราะเราก็รู้ว่าเขามีแต่ความต้องการดีๆ ให้เรา ความจริงใจให้เราค่ะ

มีผู้หญิงคนใดที่เป็นแรงบันดาลใจให้คุณมารีน่าในด้านต่างๆ บ้าง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน และเพราะอะไรถึงเป็นบุคคลนี้
บุคคลที่น่ามองเป็นต้นแบบมีหลายท่านมากๆ เลยจริงๆ ค่ะ ถ้าเอาแบบใกล้ตัวแล้วก็ค่อนข้างที่จะใช้บ่อยนิดนึงก็คือครอบครัวค่ะ ก็จะมีคุณแม่แล้วก็พี่สาว แล้วก็จะมีนักแสดง ดาราอีกหลายๆ ท่าน หรือว่าคนที่เขามีแพสชั่น ที่เขาจริงจังค่ะ เช่น มาร์ธา สจ๊วต น่าก็ชอบมากเลยค่ะ ช่วงนี้อินมาก บิลลี ไอลิช ก็ชอบมาก ชอบทั้งการทำเพลงของเขา แล้วก็ชอบตัวตนของเขา วิธีการใช้ชีวิต แล้วก็ข้อความที่เขาพยายามสื่อสารกับแฟนๆ อย่างโซอี้ คราวิทซ์ ก็เป็นดาราอีกคนที่น่าชอบมาก ชอบความธรรมชาติของเขา เอ็มมา แชมเบอร์เลนก็ชอบ คือแบบชอบเยอะมาก รู้สึกว่าทุกคนมีข้อดีที่ไม่เหมือนกัน แล้วก็อาจจะมีบางอย่างที่เราอาจจะไม่ได้เหมือนเขาทั้งหมด ก็เลยอาจจะหยิบอย่างละนิดอย่างละหน่อยมาจากทุกคนค่ะ

Total look จาก Off-White  @off____white (sport bra, blazer, skirt, shoes, jewellery)

ช่วงนี้คุณมารีน่าอินกับอะไร แล้วก็ชอบทำอะไรเป็นพิเศษบ้าง มีงานอดิเรกอะไรไหม
ช่วงนี้ค่อนข้างอินกับอะไรหลายๆ อย่างมากเหมือนกันค่ะ ถ้าเกิดหนักๆ เลยก็จะเป็นเรื่องของเพลง เพราะว่าเราก็เตรียมตัวที่จะปล่อยเพลง แล้วสิ่งที่ทำให้เราคลายเครียดได้ก็คือการทำอาหารค่ะ ช่วงนี้ก็จะเห็นน่าทำอาหารลงไอจีเยอะนิดนึง แล้วก็มีไปเวิร์กชอปบ้าง ถ้าเมนูที่ทำบ่อยก็จะเป็นพวกแบบแอพพิไทเซอร์ อาหารเล็กๆ น้อยๆ ดิป หรือว่าจะเป็นสลัด พาสต้า อะไรแบบนี้ค่ะ เวลาเพื่อนๆ มา อย่างช่วงธันวาคมที่ผ่านมา คนมาที่บ้านเยอะ ก็จะเป็นอาหารที่แบบเลี้ยงแขกซะส่วนใหญ่ค่ะ

ในยุคที่ผู้หญิงมีบทบาทหลากหลาย คุณมารีน่าคิดว่าความท้าทายที่สำคัญที่สุดคืออะไร และคุณมารีน่าจัดการบาลานซ์กับบทบาทต่างๆ ในชีวิตอย่างไรให้สมดุล ทั้งเรื่องงาน ความรัก ครอบครัว
ในยุคนี้ น่าคิดว่าความท้าทายของการเป็นผู้หญิง อาจจะเป็นการจัดเรียงลำดับความสำคัญในชีวิตมั้งคะ ว่าเรารู้สึกว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราเห็นคุณค่ามากที่สุด แล้วก็อาจจะเป็นการดูแลตัวเองด้วยค่ะ เพราะว่าน่าเชื่อว่า “We can have it all” คือเราสามารถที่จะทำงานก็ได้ สุขภาพก็ได้ โซเชียลก็ได้ แต่ว่าเราอาจจะต้องเลือก ไม่เอาตัวเองไปผูกกับอะไรมากเกินไป แล้วก็ไม่อินกับมันจนเกินไปค่ะ คอยเช็กตัวเองเยอะๆ ดูว่า โอเคช่วงนี้ร่างกายเป็นยังไง สภาพจิตใจเป็นยังไง แล้วก็ฟีดแบคคนรอบข้างด้วยค่ะ น่าว่ามันก็ยากนะ แต่ถ้าเราเช็กตัวเองเยอะๆ แล้วก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ค่อยๆ ออร์แกไนซ์ จัดเรียงลำดับความสำคัญ แล้วก็มีอย่างหนึ่งที่น่าทำเวลาที่เขว แล้วก็คิดไม่ออกว่าควรจะทำยังไงดี ก็จะทำ “SWOT analysis” ของตัวเองค่ะ รู้สึกว่ามันทำให้เรามีสติมากขึ้น แล้วก็โฟกัสในสิ่งที่เราต้องการได้ดีขึ้นค่ะ

Dress : Vela De @veladebangkok / Jewellery : Tiffany & Co. @tiffanyandco / Shoes : Boyy @boyyofficial

เห็นว่าคุณมารีน่าทำคอนเทนท์เกี่ยวกับการร้องเพลงออกมาบ่อยๆ และมีออกซิงเกิ้ลของตัวเองที่ชื่อว่า “สมการ” อยากให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการร้องเพลงและความชอบนี้
ที่มาที่ไปของการร้องเพลงนี่เริ่มจากความชอบล้วนๆ เลยค่ะ เริ่มจากการฟังเพลงเยอะ แล้วจริงๆ เป็นคนขี้อายที่ไม่ได้ชอบขึ้นเวที ไม่ได้ชอบโชว์ในด้านนี้ ก็เลยเริ่มจากการถ่ายวีดิโอลง Youtube ค่ะ เล่นอยู่ในห้องนอน กีตาร์ตัวเดียว มันออร์แกนิกมากๆ เลยค่ะ แล้วก็โชคดีมากๆ ที่เราได้รับโอกาสจากทุกๆ คน ให้เราได้ทำในสิ่งที่เราชอบจริงๆ จนมันพัฒนามาจนถึงปัจจุบันในตอนนี้ค่ะ

คุณมารีน่ามีแนวเพลงที่ชอบไหม
ส่วนตัวสามารถฟังเพลงได้หลายแนวมากๆ ค่ะ แต่ถ้าชอบจริงๆ ก็คงจะต้องเป็นอาร์แอนด์บีค่ะ ป๊อป อะคูสติก แนวๆ นี้ค่ะ ศิลปินตอนนี้ที่กำลังอินมากๆ ก็จะมีโอลิเวีย ดีนค่ะ เขาจะมีความอาร์แอนด์บี แจ๊ซ ป๊อป นิดนึง ฟังแล้วมันรู้สึกเบาๆ ไลท์ๆ แล้วเขาก็มาแสดงคอนเสิร์ตที่นี่ด้วยค่ะ เลยยิ่งอินเป็นพิเศษ

อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คุณมารีน่าเดินหน้าทำในสิ่งที่รัก
เราก็ดูทีวีเยอะเนอะ น่าไปอ่านเจอมาค่ะ ว่าถ้าคนเรามี “อิคิไก” ซึ่งมันเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ความหมายของมัน เบสิกเลยก็คือ “เราหาสิ่งที่เรารักให้เจอ สิ่งที่มันช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้น” หลักจะมีสี่ข้อ คือ “What you love” “What the world needs” “What you good at” แล้วก็ “What you can get paid for” อะไรที่รัก อะไรที่เราทำแล้วไม่ได้เดือดร้อนใคร แล้วที่สำคัญมันสามารถที่จะหารายได้ให้เราได้ เหมือนเราสามารถอยู่กับมันได้ตลอดชีวิตแบบนี้ค่ะ ซึ่งน่าก็รู้สึกว่าการร้องเพลงมันคือสิ่งๆ นั้นสำหรับน่า
เพราะฉะนั้นทุกวันที่ตื่นขึ้นมา น่าแค่รู้สึกว่า ถ้ามันยังมีคนฟังเสียงเราอยู่ มีคนยังอยากเสพผลงานตรงนี้ มันเป็นโบนัสมากๆ เลยค่ะ ก็แค่ขอให้ได้ทำในสิ่งที่น่ารู้สึกว่า น่าทำแล้วน่ามีความสุข น่าตอบคำถามง่ายๆ แค่นี้เลยว่า โอเค สำหรับน่ามันคือการร้องเพลง หรือว่าการทำงานสายครีเอทีฟต่างๆ หรือการทำอาหารก็ได้ค่ะ ทำอาหารให้เพื่อนๆ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้แหละค่ะมันคือสิ่งที่ทำให้น่ารู้สึกว่าอยากอยู่ต่อจังเลย อยากออกไปข้างนอก ซื้อนู่นซื้อนี่มาทำอาหาร อยากออกไปเจอพี่ๆ ถ่ายงานกัน แบบนี้ค่ะ เหมือนเรารู้แล้วว่าเรามีชีวิตไปเพื่ออะไร

Total look จาก Off-White  @off____white (sport bra, blazer, skirt, shoes, jewellery)

คุณมารีน่ามีปรัชญาหรือคำคมที่ยึดถือนำไปใช้ได้กับชีวิตประจำวันไหม
ที่ใช้บ่อยๆ ก็จะเป็นคำว่า “Accept what you can’t change, change what you can’t accept” ค่ะ ง่ายๆ แค่นั้นเลย อันไหนที่มันอยู่นอกเหนือความควบคุมของเรา เราก็อย่าเอาตัวเองไปผูกกับมัน เพราะมันทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าอะไรที่อยู่ในความควบคุมของเรา ก็ทำให้มันเต็มที่ที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ค่ะ

คุณมารีน่าคิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง
พอเรารู้จักตัวเองมากๆ เราก็จะรู้ว่าอะไรที่เราชอบ เราไม่ชอบ เราเหมาะ แต่มันไม่ได้เป็นข้ออ้างในการที่เราจะตัดขาด หรือไม่เอาอะไรสักอย่าง เราควรที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แล้วก็อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปค่ะ

คุณมารีน่ามีเป้าหมายหรือความฝันอะไรที่อยากจะทำให้สำเร็จในอนาคตไหม
เป้าหมายตอนนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนเหมือนกันค่ะ คืออยากจะเป็นศิลปินที่มีคุณภาพ แล้วก็สามารถมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าให้กับคนที่เสียเวลามาดูเรา แค่นั้นเลยค่ะ เป็นเป้าหมายระยะสั้นมาก

Dress : Pyvet @pyvet.studio / Jewellery : FRED Paris @fredjewelry / Shoes : Boyy @boyyofficial

คุณมารีน่ามีอะไรอยากฝากถึงผู้ที่กำลังค้นหาตัวเองหรือกำลังเผชิญความกับความท้าทายต่างๆ ในชีวิตหรือไม่
อาจจะ 2 อย่างค่ะ อยากฝากให้ไปทำการบ้าน ลองไปหา “อิคิไก” ของตัวเองให้เจอ แล้วก็ลองทำ “SWOT analysis” ของตัวเองดู น่าคิดว่ามันช่วยได้มากๆ เลยค่ะ มันเหมือนเราเอาตัวเองออกมากางให้มันเห็นภาพ แล้วเราก็สามารถมีสติและรู้ตัวเองมากขึ้น แล้วก็สามารถใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้มากขึ้นค่ะ

มีคำแนะนำสำหรับการใช้ชีวิตอิสระ และเป็นอย่างที่ตัวเองอยากเป็นหรือไม่
การใช้ชีวิตอิสระมันเป็นคำที่กว้างมากเหมือนกันนะคะ น่าว่ามันอิสระได้ แต่ก็ต้องอิสระอย่างมีสติ อะไรที่เรารู้ว่าเราชอบและเราถนัด ก็ทำมันให้เต็มที่ไปเลยค่ะ แต่ถ้าเกิดมันมีความกลัวหรือว่าความคิดเยอะ บางครั้งลองทำไปก่อนก็ได้ค่ะ อย่าไปแพลนมันมากจนเกินไป ลองดูสิว่าถ้าเราเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสิ่งที่เราอยากทำ มันจะพาเราไปที่ไหน ก็คิดว่า คนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียวค่ะ ลองดูเลย อย่าไปคิดเยอะ


Being a Realist, Exploring Ikigai, and Conducting a SWOT Analysis: A Powerful Life Inspiration for Marina Sadanun Balenciaga

Words: LuxuoTH Photo: Thanut Treamchanchuchai 

In an era where women often juggle multiple roles, Marina Sadanun Balenciaga stands out as an example of a younger generation that embraces reality and lives her true self. As a talented actress, artist, and creative, she shares her thoughts with Luxuo Thailand about her “realist” lifestyle, discovering her “Ikigai,” and utilizing “SWOT analysis” techniques. These elements contribute to a meaningful life and help her become the best version of herself.

Total look from Off-White  @off____white (sport bra, blazer, skirt, shoes, jewellery)

How do you define yourself as a “woman in modern times”?
This is actually a difficult question for me. I know myself fairly well, but I rarely define who I am. A personality test I took described me as a “logician,” but I believe I align more closely with being a “realist.” I tend to look at things reasonably and as they truly are.

What are the advantages of having support from family and friends? How significant is its impact on you?
Having support from family and friends offers numerous advantages. It positively impacts me. Everyone benefits from positive energy. My family is reasonable, and we are familiar with generating positive energy toward one another. We openly communicate about our thoughts, discussing what is appropriate, what is beneficial, and social etiquette. This strong support system helps me strive to be the best version of myself because I know I am surrounded by people who genuinely want to see me succeed and are sincere with me.

Who inspires you in your personal and professional life? Why do you think of them?
I have many people I admire as my idols, but the closest to me are my family, including my mom and sister. I also find inspiration in actresses and celebrities passionate about their work. One of my favorites is Martha Stewart, whom I really admire. Billie Eilish is another person I look up to; I appreciate her songs, lifestyle, and authentic self, as well as how she connects with her fans. Zoe Kravitz is another actress I greatly admire for her natural presence. Additionally, I should mention Emma Chamberlain. There are so many people from whom I draw inspiration. They all have unique qualities that inspire me, even though I know I can’t wholly be like any one of them. Instead, I might take a little from each of them.

Dress : Vela De @veladebangkok / Jewellery : Tiffany & Co. @tiffanyandco / Shoes : Boyy @boyyofficial

What are you really into these days? What hobby are you pursuing?
I’m really passionate about a lot of things, but right now, music is my primary focus as I’m preparing to launch a new song. To relax, I enjoy cooking, which is why you’ve probably seen me share cooking posts on my Instagram frequently. I also like attending workshops. When I cook, I typically make appetizers and dips. When friends come over, I usually prepare salad and pasta. Last December, many friends gathered at my house. It was a feast!

As women today take on multiple roles, what is the most significant challenge? How do you balance work, love, and family while finding your balance?
The challenge for women today often revolves around prioritizing what is truly important in life and what we value most. Taking care of ourselves can also be a significant challenge. To me, the phrase “We can have it all” means we can work, maintain good health, and enjoy a social life. However, we need to make choices and avoid becoming overly reliant on any one aspect of our lives. It’s essential to stay engaged without becoming too immersed in any single area. We should regularly evaluate our physical and mental health, and also be open to feedback from those around us. While it may not be easy to juggle all these aspects, taking a mindful approach and learning how to prioritize can be beneficial. When I find myself feeling distracted or unsure of what to do, I create a “SWOT analysis” of myself. This process helps me become more mindful and allows me to focus better on what I want to do.


Dress : Pyvet @pyvet.studio / Jewellery : FRED Paris @fredjewelry / Shoes : Boyy @boyyofficial

You’ve shared more music-related content and released a song titled “Equation.” Please tell us about the start of your musical journey.
It all began with what I loved to do: listening to music. I’m a pretty shy person and prefer not to be on stage or showcase my singing skills. Initially, I recorded a video on YouTube of myself playing guitar in my bedroom, and it felt very authentic. So far, I’ve been fortunate to receive support from everyone around me, which has allowed me to pursue my passion and improve my skills.

What is your favorite music genre?
I enjoy listening to a wide variety of music genres, but if I had to choose my favorites, they would be R&B, pop, acoustic, and similar styles. Currently, I’m a big fan of Olivia Dean. Her music blends R&B, jazz, and pop, and whenever I listen to her songs, I feel uplifted. I also admire her because she recently had a concert in Thailand, which has made me even more interested in her work.

Total look from Off-White  @off____white (sport bra, blazer, skirt, shoes, jewellery)

What motivates you to pursue what you love?
I frequently watch TV, and I read about “Ikigai,” a Japanese term meaning “find what you love; it’s what makes everything better.” Ikigai consists of four elements: what you love, what the world needs, what you’re good at, and what you can be paid for. For me, singing embodies this concept.

Every day when I wake up, it’s a bonus if there are people who still want to listen to my songs. I get to engage in what makes me happy. The answer is simple: singing, doing creative activities, or cooking. Even something small, like cooking for my friends, gives me a sense of purpose. It motivates me to go out, shop for ingredients, and meet other people when I do a shoot. This helps me find meaning in my life.

What is your motto or saying that you find applicable to everyday life?
“Accept what you can’t change and change what you can’t accept.” This phrase is simple. I don’t focus on things beyond my control, as there’s nothing I can do about them. However, if something is within my control, I will do my best.

What is the most important factor that helps you feel confident?
When we truly understand ourselves, we become aware of our likes, dislikes, and what suits us. However, this understanding shouldn’t be an excuse to stop exploring new things. We should continue learning and growing without putting too much pressure on ourselves.

Dress : Pyvet @pyvet.studio / Jewellery : FRED Paris @fredjewelry / Shoes : Boyy @boyyofficial

What’s your goal or dream in the future?
My current goal is clear: I want to become a great artist and provide a worthwhile experience for anyone who comes to see me. This is my only short-term goal at the moment.

Is there anything you would like to say to those who are trying to find themselves or facing challenges in life?
There are two approaches they can take: discovering their “Ikigai” and conducting a SWOT analysis. These methods can be very helpful, as they provide a comprehensive understanding of oneself. By engaging in this reflection, individuals can become more self-aware, ultimately enabling them to live the life they desire.

Do you have any advice for living freely and being the best version of yourself?
The concept of living freely is quite broad. People can enjoy freedom, but it must be accompanied by mindfulness. If you understand what you like and what you’re good at, pursue it with determination. If you’re feeling afraid or anxious, simply give it a try. Don’t overthink or plan everything too much. Let’s explore the possibilities of doing what you truly want and see where it can lead you. We only live once, so do it!

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ปรางค์ อภินรา ศรีกาญจนา นักธุรกิจหญิงยุคใหม่กับแนวคิดการใช้ชีวิตสมดุล

Louis Vuitton Launches La Beauté Collection with Pat McGrath as Creative Director

La Beauté เครื่องสำอางคอลเลกชันแรกจาก Louis Vuitton พร้อมได้แพท แมคแกรท นั่งเก้าอี้ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝ่ายคอสเมติกส์
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Louis Vuitton

Louis Vuitton แบรนด์หรูระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 170 ปี กำลังเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ของแบรนด์ด้วยการประกาศเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้ชื่อ La Beauté พร้อมกับแต่งตั้ง แพท แมคแกรท (Pat McGrath) ตำนานเมคอัพอาร์ติสต์ระดับโลก ขึ้นดำรงตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝ่ายคอสเมติกส์คนแรกของแบรนด์

แม้ว่าการก้าวเข้าสู่ตลาดเครื่องสำอางจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับแบรนด์หรูชั้นนำอย่าง Louis Vuitton แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือการเดินทางที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน เพราะ Louis Vuitton ได้เริ่มสร้างสรรค์กล่องเครื่องสำอาง หรือกระเป๋า vanity cases สำหรับเก็บเครื่องประทินโฉมของสุภาพสตรีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1854 และในช่วงทศวรรษ 1920 ก็ได้ขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมทั้งตลับแป้ง แปรง และกระจก ที่ล้วนผลิตขึ้นอย่างประณีต การก้าวเข้าสู่โลกความงามอย่างเต็มตัวของ Louis Vuitton ในครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการที่ต่อยอดมาจากความสำเร็จของไลน์น้ำหอมที่ปัจจุบันมีร่วม 30 กลิ่น อาทิ L’immensité, Ombre Nomade, Imagination, Attrape Rêves ที่เป็นกลิ่นยอดนิยม

La Beauté ของ Louis Vuitton เป็นเครื่องสำอางลักชัวรีที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานศิลปะเข้ากับความงามหลากหลายมิติ เริ่มจากศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง โดยชื่อผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้รับการออกแบบให้ชวนค้นหาและยกย่องประวัติศาสตร์ของเมซง รวมถึงรหัสอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ต่อด้วยศิลปะแห่งการเดินทางที่สะท้อนผ่านเครื่องหนังและกระเป๋าทรงทรังก์หรือทรงกระเป๋าเดินทาง รวมถึงผ้าแคนวาสลายโมโนแกรมอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ Louis Vuitton ปิดท้ายด้วยศิลปะแห่งการใช้ชีวิตซึ่งแสดงออกผ่านกระเป๋าเครื่องสำอางที่ผลิตขึ้นด้วยมือ ผสมผสานมรดกและงานฝีมือของ Louis Vuitton เพื่อมอบประสบการณ์ความงามที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้า

แพท แมคแกรท ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝ่ายคอสเมติกส์คนแรกของ Louis Vuitton

การแต่งตั้ง แพท แมคแกรท เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝ่ายคอสเมติกคนแรกของ Louis Vuitton ก็สร้างเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย เนื่องจากเธอเป็นทั้งไอคอนและผู้เชี่ยวชาญในวงการความงามระดับโลก เชื่อได้เลยว่าความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ทางศิลปะของเธอจะช่วยขับเคลื่อนให้คอลเลคชันเครื่องสำอางของ Louis Vuitton มีความโดดเด่นและสร้างสรรค์อย่างไม่เคยมีมาก่อน

ทั้งนี้ เครื่องสำอางคอลเลคชันแรกของ Louis Vuitton อย่าง La Beauté จะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลาย โดยมีไฮไลท์คือ ลิปสติก 55 เฉดสี ซึ่งเลข 55 แบบเลขโรมัน คือ “LV” เสมือนเป็นตัวย่อของ Louis Vuitton นอกจากนี้ยังมีลิปบาล์ม อายแชโดว์แบบพาเลตต์สี 4 สี รวมถึงเครื่องหนังที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ความงาม เช่น ซองใส่ลิปสติก กระเป๋าทรงทรังก์ใบเล็ก ทุกผลิตภัณฑ์ผลิตในฝรั่งเศสด้วยความใส่ใจในสูตรและนวัตกรรมอย่างพิถีพิถัน โดยมีกำหนดเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ใน 116 ร้านค้าทั่วโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง: เฉลิมฉลองปีนักษัตรมะเส็งจีนด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษจาก Gucci Beauty

Tech Titans’ Items Unveiled in Spotlight: History and Technology Auction

Julien’s Auctions จัดงานประมูลไอเท็มส่วนตัวของเหล่าเจ้าพ่อเทคโนโลยี ทั้งสตีฟ จอบส์, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และอีกมากมาย
บทความ: LuxuoTH ภาพ: Julien’s Auctions 

ผ่านไปแล้วกับ “Spotlight: History and Technology” งานประมูลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดโดย Julien’s Auctions เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่างานนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักสะสมและแฟนเทคโนโลยีทั่วโลก ด้วยการนำของสะสมอันทรงคุณค่าจากบุคคลสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ การเมือง และเทคโนโลยีออกประมูล โดยเฉพาะไอเท็มสองชิ้นที่สร้างความฮือฮาในครั้งนี้ คือ โบว์หูกระต่ายของสตีฟ จอบส์ และเสื้อฮู้ดตัวเก่งของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

โบว์หูกระต่ายลายทางสีเขียวตัดชมพูแบรนด์ Wilkes Bashford ชิ้นนี้เป็นชิ้นที่สตีฟ จอบส์ใส่เมื่อครั้งร่วมงาน International Design Conference เมื่อปี ค.ศ. 1983 และในการถ่ายภาพเปิดตัวคอมพิวเตอร์ Macintosh เมื่อปี ค.ศ. 1983 ซึ่งโบว์หูกระต่ายชิ้นนี้สามารถสร้างสถิติขายในราคาที่น่าทึ่ง โดยทำราคาไปถึง 35,750 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาประเมินถึง 35 เท่า

เสื้อฮู้ดหรือฮู้ดดี้สีดำแต่งโลโก้ภารกิจของ Facebook พร้อมสโลแกน “Making the world open and connected.” ที่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กใส่ในอีเวนท์สำคัญของ Facebook เป็นประจำเมื่อปี ค.ศ. 2010 ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้กัน เพราะขายไปได้ในราคาถึง 15,875 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาประเมินถึง 15 เท่า ซึ่งปี ค.ศ. 2010 ถือเป็นอีกหนึ่งปีทองของมาร์ก และ Facebook เพราะภาพยนตร์ The Social Network ที่สร้างจากชีวประวัติของเขาก็ออกฉายในปีนี้ด้วย

นอกเหนือจากไอเท็มของสตีฟ จอบส์ และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก สองอัจฉริยะแห่งวงการไอทีแล้ว งานประมูลครั้งนี้ยังมีของสะสมน่าสนใจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายการปล่อยจรวด SpaceX ที่เซ็นโดยอีลอน มัสก์ และกางเกงบ็อกเซอร์สีขาวของจอห์น เอฟ เคนเนดี จากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งขายไปในราคา 10,400 และ 9,100 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ

งานประมูลครั้งนี้ไม่เพียงแค่นำเสนอของสะสมทางประวัติศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองแด่นวัตกรรมและบุคคลสำคัญที่ได้เปลี่ยนแปลงโลก ผ่านไอเท็มส่วนตัวที่พวกเขาเหล่านั้นเคยใช้งานจริง สะท้อนให้เห็นถึงความทรงจำ อารมณ์ และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังวัตถุเหล่านี้ ซึ่งน่าจะถือเป็นอีกหนึ่งของขวัญล้ำค่าสำหรับแฟนๆ ที่ได้มีวัตถุของบุคคลในดวงใจสะสมไว้ในคอลเลกชัน

บทความที่เกี่ยวข้อง: Major Moments Across Luxury and Cultural Scenes in 2024

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image