ทำไมอีโซลต์ถึงขับร้องเพลง “My Way” ของแฟรงก์ ซินาตราในพิธีปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ปารีส 2024
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Chopard
ปิดฉากไปแล้วอย่างงดงามสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปารีส 2024 โดยพิธีปิดการแข่งขันถูกจัดขึ้นที่สตาดเดอฟร็องส์ สนามกีฬาแห่งชาติฝรั่งเศสซึ่งตั้งอยู่ในเมืองแซ็งเดอนี ทางตอนเหนือของกรุงปารีส ซึ่งในพิธีปิดครั้งนี้มีโมเมนต์น่าจดจำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขบวนพาเหรดนักกีฬาที่ไร้การแบ่งแยก การแสดง “Records” สุดอลังการ การปรากฏตัวของทอม ครู๊ซ ที่มารับมอบธงโอลิมปิกในฐานะตัวแทนของประเทศสหรัฐอเมริกาเจ้าภาพครั้งต่อไปในแอลเอ 2028 และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือ การแสดงสุดท้ายของอีโซลต์ นักร้องสาวชาวฝรั่งเศสที่มาในผลงานเพลง “My Way” ของนักร้องระดับตำนานอย่างแฟรงก์ ซินาตรา ซึ่งสาเหตุที่ว่าทำไมประเทศเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศสถึงเลือกนำเสนอผลงานเพลงจากศิลปินชาวอเมริกันย่อมต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ลึกซึ้งและน่าสนใจมากกว่าแค่การสื่อว่าโอลิมปิกครั้งต่อไปจะจัดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแน่นอน

“My Way” ขับร้องโดยแฟรงก์ ซินาตรา นักแสดง นักร้อง และโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน ผู้เป็นซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล บทเพลงนี้เผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 1969 เนื้อเพลงประพันธ์โดยพอล แองคา นักร้องและนักแต่งเพลงป๊อปชาวแคนาดาเชื้อสายเลบานอนที่โด่งดังอย่างมากในยุค 50-60 ซึ่งเขาเองนั้นได้เป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1990 อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่ดูเชื่อมโยงกับฝรั่งเศสได้เลย แต่จริงๆ แล้ว ความเป็นฝรั่งเศสก็คือที่มาของเพลงนี้นั่นเอง เพราะจุดเริ่มต้นของ My Way เกิดจากการที่พอล แองคา ได้ยินเพลงเพลงภาษาฝรั่งเศสชื่อว่า “Comme d’habitude” ที่แปลว่า “เหมือนอย่างเคย” ซึ่งประพันธ์ทำนองโดยจาคส์ เรอโวซ์ และคำร้องโดยกิลส์ ธิโบลต์ สองศิลปินชาวฝรั่งเศส ขณะที่เขาไปพักร้อนที่ฝรั่งเศสและรู้สึกถูกใจเพลงนี้อย่างมาก เมื่อกลับไปที่สหรัฐอเมริกาและได้พูดคุยกับแฟรงค์ ซินาตรา เขาจึงตัดสินใจทำเพลง My Way ให้กับแฟรงก์ ซินาตรา โดยใช้ท่วงทำนองเดิมของเพลง Comme d’habitude แต่แต่งเนื้อเพลงใหม่ให้สะท้อนถึงชีวิตของแฟรงค์ ซินาตรา จนทำให้เพลงนี้ได้ชื่อว่า “My Way” ซึ่งในส่วนเนื้อหาของเพลงนั้นก็แตกต่างจากเพลงต้นฉบับอย่าง Comme d’habitude ที่ว่าด้วยเรื่องราวความรักและการเลิกรา สุดท้ายเพลงนี้ก็กลายเป็นเพลงประจำตัวของแฟรงก์ ซินาตรา และโด่งดังไม่แพ้เพลงต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส

การที่ฝรั่งเศสเลือกเพลง My Way มาใช้ในพิธีปิดโอลิมปิก ปารีส 2024 เป็นการแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาที่มีมายาวนานได้อย่างลึกซึ้งและมีความหมาย ทำให้พิธีปิดปารีส 2024 เป็นการปิดจบที่เราพูดได้เลยว่าครบถ้วน งดงาม และตราตรึงในความทรงจำของผู้คน ถือเป็นการแก้มือจากพิธีเปิดการแข่งขันที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในหลายทิศทาง และนอกจากเสียงร้องอันไพเราะของ “อีโซลต์” จะสะกดผู้ชมทั้งที่อยู่ในสนามและรับชมการแสดงผ่านหน้าจอได้อย่างอยู่หมัดแล้ว ลุคในการแสดงของเธอที่มาในชุดดำล้วนจาก Dior โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องประดับเพชรสุดอลังการจากคอลเลกชัน Haute Joaillerie ของ Chopard ที่มีทั้งต่างหูประดับเพชรเจียระไนแบบเหลี่ยมเกสร 28.51 กะรัต และสร้อยคอทองคำขาว 18 กะรัตประดับแซฟไฟร์ทรงลูกแพร์ 21.89 กะรัตและเพชรทรงลูกแพร์ 30.73 กะรัต ก็เรียกได้ว่าสะกดทุกสายตา และยิ่งเสริมความอลังการของโชว์นี้ให้มากขึ้นไปอีก

พิธีปิดโอลิมปิก ปารีส 2024 เป็นการส่งไม้ต่อให้ประเทศเจ้าภาพครั้งถัดไปอย่างสหรัฐอเมริกาได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีสะดุด จนแทบจะอดใจรอให้ถึงโอลิมปิก แอลเอ 2028 ไม่ไหวเลยทีเดียว
บทความที่เกี่ยวข้อง: Counting Down to the Olympic Games Paris 2024
