Home Blog Page 20

Thai Female Celeb Style: The Fashion Icons You Need to Follow

10 เซเลบริตี้หญิง ที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟชั่นไอคอนแห่งเมืองไทย
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Instagram of vatanika, chomismaterialgirl, davikah

เมืองไทยมีเหล่าเซเลบริตี้ที่โดดเด่นในเรื่องสไตล์และรสนิยมแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นดารา ศิลปิน หรือบุคคลในแวดวงสังคมชั้นสูง พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงผู้สวมใส่แบรนด์หรู แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและเป็นตัวแทนของสไตล์ที่แตกต่างกันไป มาดูกันว่าใครคือ 10 ไอคอนแฟชั่นที่น่าจับตามองในเมืองไทย

1. ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต
เจ้าแม่แฟชั่นที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังจากลุคพรมแดงเมืองคานส์ ไปจนถึงสไตล์แคชชวลที่มีกลิ่นอายสตรีทแฟชั่นระดับโลก

2. แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
เจ้าของแบรนด์ Vatanika มีสไตล์โดดเด่นและเป็นที่รู้จักในฐานะตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจและเซ็กซี่แบบมีคลาส

3. มิว นิษฐา คูหาเปรมกิจ
นางเอกสาวผู้มีสไตล์เรียบหรู ดูแพง ทั้งในลุคแคชชวลและโอกาสพิเศษ การแต่งตัวของเธอสะท้อนถึงความเป็นแฟชั่นไอคอนที่น่าจับตามอง

4. ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่
นักแสดงสาวที่โดดเด่นเรื่องแฟชั่นและเป็นมิวส์ของแบรนด์ระดับโลก ด้วยลุคที่ครีเอตได้หลากหลายตั้งแต่สตรีทแวร์ไปจนถึงโอต์กูตูร์

5. วี วิโอเลต วอเทียร์
ศิลปินสาวผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยลุควินเทจและ effortless chic ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟชั่นนิสต้ารุ่นใหม่

6. ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง
นักแสดงสาวที่มีลุคโมเดิร์น มินิมอล แต่เต็มไปด้วยความสนุกในการแต่งตัว จนได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ระดับโลก

7. แพร พิมพิศา จิราธิวัฒน์
ทายาทเซ็นทรัลที่เป็นไอคอนแห่งวงการแฟชั่น ด้วยลุคที่สวยหรูแบบ effortless และเป็นที่รักของแบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลก

8. พลอย ชวพร เลาหพงศ์ชนะ
แฟชั่นนิสต้าและอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่ ที่มีสไตล์การแต่งตัวไม่เหมือนใคร และยังเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นที่โดดเด่นในเรื่องความยูนีค

9. เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
ผู้บริหารหญิงแกร่งแห่งปาร์คนายเลิศที่มีสไตล์โดดเด่น เป็นตัวแทนของความสง่างามและความทันสมัย

10. ลิซ่า ลลิษา มโนบาล
ศิลปินสาวชาวไทยที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงแค่ในวงการเพลงและซีรีส์ฮอลลีวูด แต่ยังขึ้นแท่นเทรนด์เซ็ตเตอร์ในวงการแฟชั่นระดับโลกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง:
5 แบรนด์น่าสนใจจากเดนมาร์ก ตั้งแต่เรือหรู แฟชั่น ยันงานดีไซน์ เรียบ หรู มินิมอล สไตล์โคเปนเฮเกน
Thailand Social Awards ครั้งที่ 13 งานประกาศรางวัลใหญ่แห่งโลกโซเชียล พร้อมสะท้อนความสำเร็จของแบรนด์และครีเอเตอร์ชั้นนำ
อัปเดตเทรนด์แฟชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2025 จากแบรนด์หรูที่สายแฟชั่นห้ามพลาด

The Timeless Allure of Art Deco: A Luxurious Revival in Design & Fashion

ศิลปะอาร์ตเดโค เสน่ห์แห่งความหรูหราที่กลับมาครองวงการอีกครั้ง
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Jonathan Adler

อาร์ตเดโค (Art Deco) ศิลปะที่เฟื่องฟูในช่วงทศวรรษ 1920 ถึง 1930 กลับมาทวงบัลลังก์แห่งความหรูหราในวงการดีไซน์ร่วมสมัย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ สถาปัตยกรรม แฟชั่น และเครื่องประดับ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ด้วยเอกลักษณ์ของลวดลายเรขาคณิตอันโดดเด่น โทนสีหรูหราเข้มข้น และรายละเอียดที่ประณีตบรรจง

(Photo: Freepik)

อาร์ตเดโคได้ทิ้งร่องรอยแห่งความงามไว้ในงานสถาปัตยกรรมระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Empire State Building ในนิวยอร์ก หรือโรงแรมริมชายหาดใน Miami Beach Historic District ขณะที่ในไทย อาคารแบบอาร์ตเดโค เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และอาคารไทยประกันชีวิต (หลังเก่า) ต่างก็สะท้อนความงามในยุคทองของศิลปะแขนงนี้

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับอิทธิพลจากอาร์ตเดโคมักใช้วัสดุระดับสูง เช่น หินอ่อน ไม้เนื้อดี และโลหะสีทอง แบรนด์อย่าง Christopher Guy, Fendi Casa และ Ralph Lauren Home ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์เหล่านี้ ผ่านการออกแบบที่มีเส้นสายเฉียบคมและรายละเอียดที่ประณีต นอกจากนี้ Jonathan Adler ยังนำองค์ประกอบของอาร์ตเดโคมาปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

อาร์ตเดโคยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับโลกแฟชั่น Gucci, Balmain และ Paco Rabanne ได้นำองค์ประกอบของลายเรขาคณิต สีเมทัลลิก และโครงสร้างที่โดดเด่นมาใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ในขณะที่เครื่องประดับจาก Cartier, Van Cleef & Arpels, Bulgari, Jaeger-LeCoultre, Dermond ยังคงสะท้อนความงามและความคลาสสิกของอาร์ตเดโคผ่านอัญมณีและการออกแบบที่ไร้ที่ติ

(Photo: Smeg)

นอกจากแฟชั่นและสถาปัตยกรรม อาร์ตเดโคยังคงมีอิทธิพลในวงการกราฟิกดีไซน์และภาพยนตร์ ภาพยนตร์ The Great Gatsby (2013) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำสไตล์อาร์ตเดโคมาใช้ในงานสร้างภาพยนตร์ที่หรูหราและน่าหลงใหล ขณะเดียวกัน แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง Smeg ก็สามารถผสานองค์ประกอบของอาร์ตเดโคเข้ากับดีไซน์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว

(Photo: Jonathan Adler)

ไม่เพียงสะท้อนถึงความหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ศิลปะอาร์ตเดโคยังผสมผสานความทันสมัยเข้ากับความคลาสสิก สร้างสมดุลระหว่างความประณีตและความเรียบง่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่ศิลปะแบบอาร์ตเดโคไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ที่มาแล้วหายไป แต่เป็นมรดกทางดีไซน์ที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในงานออกแบบภายใน สถาปัตยกรรม แฟชั่น หรือสื่อบันเทิง สไตล์นี้ยังคงสะท้อนถึงความหรูหรา คลาสสิก และความงดงามที่ไร้กาลเวลา

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ยกระดับบ้านให้ดูดีมีสไตล์ ด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากแบรนด์ลักชัวรีชั้นนำ
Fendi Solari Milan สำนักงานใหญ่โฉมใหม่ที่ผสานแฟชั่น ศิลปะ และความยั่งยืน
โครงการบ้านพักอาศัยสุดล้ำ RO54 โดย Arshia Architects

Lux to Know: Loro Piana – The Legacy of Nature’s Finest and Rarest Fibers

Lux to Know: Loro Piana ตำนานแห่งเส้นใยธรรมชาติ ผู้พิทักษ์งานฝีมือและภูมิปัญญาดั้งเดิม
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Loro Piana

หากพูดถึงแบรนด์ลักชัวรีที่ยืนหยัดอยู่บนปรัชญาแห่งคุณภาพอันเหนือกาลเวลา แบรนด์ Loro Piana คือหนึ่งในตำนานที่น้อยคนจะรู้จักอย่างลึกซึ้ง หลายคนอาจคุ้นเคยกับแบรนด์สัญชาติอิตาเลียนนี้ในฐานะแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องหนังระดับสูง แต่มีเรื่องราวอีกมากมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จกว่า 100 ปีของ Loro Piana วันนี้ Luxuo Thailand พาคุณไปรู้จักกับ 3 ไฮไลต์น่าสนใจของแบรนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งแคชเมียร์” แห่งวงการแฟชั่นโลก

เมืองทริเวโร ประเทศอิตาลี จุดกำเนิดของ Loro Piana

1. ต้นกำเนิดจากการค้าขนสัตว์คุณภาพเยี่ยม
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1924 เมื่อปิเอโตร ลอโร่ เปียนา (Pietro Loro Piana) ก่อตั้งธุรกิจขนสัตว์ในเมืองทริเวโร ประเทศอิตาลี จุดเริ่มต้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดร้านขายผ้าทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐานให้กับอาณาจักรสิ่งทอที่มุ่งมั่นในการแสวงหาเส้นใยธรรมชาติที่ดีที่สุดในโลก

สิ่งที่น่าสนใจคือ Loro Piana ไม่เคยละทิ้งรากเหง้าดั้งเดิม แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม LVMH แล้วก็ตาม แบรนด์ก็ยังคงเป็นผู้จัดหาผ้าขนสัตว์คุณภาพเยี่ยมให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก นอกเหนือจากคอลเลกชันของตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

2. ผู้พิทักษ์เส้นใย “The Lotus Flower” อันหายาก
หนึ่งในความภาคภูมิใจของ Loro Piana คือการเป็นผู้อนุรักษ์และพัฒนาเส้นใยธรรมชาติที่หายากที่สุดในโลก โดยเฉพาะ “The Lotus Flower” หรือเส้นใยบัว ซึ่งเก็บเกี่ยวจากทะเลสาบอินเล ในประเทศเมียนมาร์

กระบวนการผลิตผ้าบัวนี้ใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือนในการผลิตเพียง 50 กรัม และต้องใช้ทักษะที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งปัจจุบันเหลือช่างฝีมือที่สามารถทำได้เพียงไม่กี่คนในโลก Loro Piana ได้ลงทุนในการฝึกฝนช่างฝีมือรุ่นใหม่และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น เพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้ไม่ให้สูญหาย

(Photo: Instagram trunktailors)
เสื้อสูท Loro Piana ผลิตจากผ้าไหม แคชเมียร์ และเส้นใยบัว
รองเท้า Loro Piana ผลิตจากผ้าไหม แคชเมียร์ และเส้นใยบัว

3. ผู้จัดการแข่งขัน World Wool Record Challenge Cup
น้อยคนจะรู้ว่า Loro Piana เป็นผู้จัดการแข่งขัน World Wool Record Challenge Cup ซึ่งเป็นการประกวดขนแกะที่บางและนุ่มที่สุดในโลก โดยมีการวัดความละเอียดของเส้นใยในหน่วยไมครอน (ยิ่งค่าน้อยยิ่งดี)

การแข่งขันนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการค้นหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแกะพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้ขนแกะคุณภาพเยี่ยม แบรนด์จะซื้อขนแกะที่ชนะการแข่งขันในราคาพิเศษ และนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ลิมิเต็ดเอดิชันที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นในโลก

Loro Piana ไม่ใช่เพียงแบรนด์แฟชั่นลักชัวรี แต่คือผู้พิทักษ์งานฝีมือและภูมิปัญญาดั้งเดิมที่กำลังจะสูญหาย ความมุ่งมั่นในการค้นหาวัสดุชั้นเลิศและความใส่ใจในทุกรายละเอียดได้ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมากว่าศตวรรษ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความเป็นลักชัวรีที่แท้จริงที่ไม่ได้วัดกันที่โลโก้หรือราคา แต่อยู่ที่คุณภาพอันเหนือกาลเวลาและความยั่งยืนที่แท้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Repetto แบรนด์รองเท้าที่ถือกำเนิดจากรองเท้าของนักบัลเล่ต์
เตรียมพบกับ Dior Gold House และ Café Dior สุดอลังการใจกลางกรุงเทพฯ
5 ไอเท็มหรูโทนสี Mocha Mousse สัมผัสแห่งความสง่างามสุดผ่อนคลาย

Latest Spring/Summer 2025 Campaign Update and Seasonal Must-Have Items from Ami Paris

อัพเดทแคมเปญประจำฤดูใบไม้ผลิฤดูร้อน 2025 ใหม่ล่าสุดจาก Ami Paris และไอเท็มประจำฤดูกาล
บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Ami Paris

ภายใต้มุมมองการถ่ายทอดผลงานจากการถ่ายภาพอันเหนือจินตนาการของช่างภาพ Szilveszter Mako ซึ่งถูกพรรณา การวาดฝันผ่านศิลปิน และนักแต่งเพลงลูกครึ่งชาวญี่ปุ่น-อเมริกัน Mikah (มิกะ ฮาชิซุเมะ) ที่ปรากฏตัวผ่านแคมเปญประจำฤดูกาลใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2025 ของ Ami Paris บรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยบทละครเสมือนอยู่ท่ามกลางจักรวาลของ Montmartre ที่ตีกรอบให้เส้นแบ่งระหว่างโลกความจริง และความเพ้อฝันนั่นเลือนรางลง  

Mika Ami Paris

Mikah ถูกบันทึกภาพอยู่หน้าฉากจำลองเสมือนจริง ที่เด่นชัดหน้ามหาวิหาร Sacré-Coeur พร้อมร่มเพื่อพลางหลบละอองฝนจำลอง ซึ่งเป็นลายเส้นของผลงานอันเป็นเอกลักษณ์การถ่ายภาพแบบเฉพาะตัวของ Mako

โดยในแคมเปญนี้ Mikah ได้สวมใส่ไอเทมที่สำคัญประจำฤดูกาล อาทิ ชุดสูทผ้าคอตตอนลาย checkered ผ้าพันคอจากผ้าไหม และกำไล Dune สีทองอันงดงาม  

ซึ่งหลังจาก Mikah ได้ปล่อยผลงานเพลงของเขาอย่าง Pretty Lies เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เขากำลังออกทัวร์อีกครั้งในประเทศจีน และมีกำหนดการยาวไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2025 นี้

บทความที่เกี่ยวข้อง
อัปเดตเทรนด์แฟชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2025 จากแบรนด์หรูที่สายแฟชั่นห้ามพลาด
5 ไอเท็มหรูโทนสี Mocha Mousse สัมผัสแห่งความสง่างามสุดผ่อนคลาย

Saint Laurent Honors Charlotte Perriand at Milan Design Week 2025

Saint Laurent-Charlotte Perriand การร่วมมือสุดพิเศษที่ Milan Design Week 2025

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Saint Laurent

Saint Laurent ภายใต้การดูแลของ Anthony Vaccarello ได้นำเสนอโปรเจกต์พิเศษ “Saint Laurent-Charlotte Perriand” ในงาน Milan Design Week 2025 ที่จัดแสดงผลงานการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของชาร์ล็อต แปร์รียง สถาปนิกหญิงชาวฝรั่งเศสระดับตำนาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1943 ถึง 1967 ซึ่งเคยเป็นเพียงต้นแบบหรือภาพร่างมาก่อน และได้รับการผลิตขึ้นใหม่อย่างพิถีพิถันในจำนวนจำกัด

การร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเสนอผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่มีความโดดเด่น ได้แก่ ‘Bibliotheque Rio de Janeiro’ ชั้นหนังสือที่ออกแบบขึ้นในปี 1962 ด้วยไม้โรสวู้ดบราซิลและไม้ไผ่สานแบบดั้งเดิม ‘Fauteuil Visiteur lndochine’ เก้าอี้รับแขกที่ออกแบบขึ้นในช่วงที่ Perriand ทำงานในเวียดนาม และ ‘Canape de la Residence de l’Ambassadeur du Japan’ โซฟาหรูที่สร้างขึ้นในปี 1967 สำหรับบ้านพักนักการทูตญี่ปุ่นในกรุงปารีส

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว ‘Table Mille-Feuilles’ โต๊ะทรงกลมที่ออกแบบตั้งแต่ปี 1963 แต่ไม่เคยผลิตออกมาในขนาดจริงมาก่อน โดยใช้เทคนิคการขึ้นรูปไม้หลายชั้นที่สร้างลวดลายเฉพาะตัว เป็นการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของ Perriand กับฝีมือการผลิตที่มีความประณีตของ Saint Laurent

โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในการเชื่อมต่อความคิดสร้างสรรค์จากอดีตสู่ปัจจุบัน เพื่อให้ผลงานอันล้ำค่าของแปร์ริยง สามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น อีกทั้งยังแสดงถึงความเคารพต่อความชื่นชอบของ Yves Saint Laurent ต่อผลงานของเธอที่สะท้อนแนวคิดความทันสมัยที่บริสุทธิ์ซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจมาจนถึงปัจจุบัน

ในโอกาสเดียวกันนี้ Saint Laurent ได้เปิดตัวหนังสือภาพถ่ายของแปร์ริยงพร้อมแคตตาล็อกคอลเลคชันเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่ ที่ซุ้มร้าน Saint Laurent Editions ณ จตุรัส Piazza San Babila ในกรุงมิลาน รวมถึงการจัดแสดงภาพถ่ายที่ร้าน Saint Laurent ในกรุงปารีสตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ถึง 7 พฤษภาคมนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง
ยกระดับบ้านให้ดูดีมีสไตล์ ด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากแบรนด์ลักชัวรีชั้นนำ
Fendi Solari Milan สำนักงานใหญ่โฉมใหม่ที่ผสานแฟชั่น ศิลปะ และความยั่งยืน



Step Into Summer with the Playful Valentino Garavani 9To5 Cherryfic Bag

รับซัมเมอร์นี้แบบสดใสกับกระเป๋า Valentino Garavani 9To5 Cherryfic
บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Valentino

ฤดูกาลแห่งแสงแดดและความรื่นรมย์มาถึงแล้ว พร้อมกับการเปิดตัวกระเป๋าไอคอนิกใบใหม่ของเมซง Valentino อย่าง Garavani 9to5 Cherryfic จากคอลเลกชัน Pavillon des Folies ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025 ภายใต้การสร้างสรรค์โดยผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์อาเลสซันโดร มีเกเล ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายสดใสของซัมเมอร์ได้อย่างเต็มเปี่ยม

ฟรีน สโรชา แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Valentino กับลุคสตรีทแกลม เพิ่มความสดใสด้วยกระเป๋า Valentino Garavani 9to5 Cherryfic

กระเป๋า Garavani 9to5 Cherryfic โดดเด่นด้วยวัสดุผ้าราเฟียแจ็คการ์ดที่ปักลวดลายเชอร์รี่ทั่วทั้งใบ เติมความขี้เล่นและสดชื่นให้กับดีไซน์หรูหราที่เปี่ยมไปด้วยรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงโค้งมนเล็กน้อยที่ดูทันสมัย หรือฮาร์ดแวร์ VLogo สีทองที่เป็นซิกเนเจอร์ของเมซง เติมความเปล่งประกายให้ทุกลุคของคุณตั้งแต่กลางวันยาวไปถึงค่ำคืน

ความพิเศษของกระเป๋าใบนี้ไม่ได้มีเพียงดีไซน์ที่ชวนหลงใหล แต่ยังรวมถึงฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ 9-to-5 อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรพื้นที่ภายในที่ประกอบด้วยสามช่องเก็บของบุหนังทั้งหมด หรือสายสะพายที่สามารถปรับระดับได้ตามความต้องการ จะสะพายไหล่แบบชิลล์ๆ ในวันพักผ่อน หรือถือเป็นแอคเซสซอรี่ชิ้นเก๋ในงานดินเนอร์ ก็ทำได้อย่างไร้รอยต่อ

ความสนุกของลวดลาย Cherryfic ยังขยายไปสู่ไอเท็มอื่นๆ ในคอลเลกชัน Pavillon des Folies ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋ารุ่น Nellcôte, Antibes, VLogo รองเท้าตั้งแต่แซนดัล ส้นสูงสุดเปรี้ยวไปจนถึงสนีกเกอร์ที่แฝงด้วยกลิ่นอายของวันหยุด รวมถึงเครื่องประดับต่างๆ ที่ออกแบบมาให้จับคู่กันได้อย่างลงตัว

Valentino Garavani 9to5 Cherryfic ไม่ใช่แค่กระเป๋าใบสวย แต่ยังเป็นตัวแทนของความสดใสแบบใหม่ที่เปล่งประกายในทุกจังหวะของชีวิตฤดูร้อน ไม่ว่าจะอยู่ริมชายหาด เดินชมเมือง หรือจิบค็อกเทลในยามค่ำ กระเป๋าใบนี้ก็ตอบโจทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Rimowa เปิดตัว The Holiday Case กระเป๋าเดินทางรุ่นลิมิเต็ด ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ไอคอนิกในปี 1988
อัปเดตเทรนด์แฟชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2025 จากแบรนด์หรูที่สายแฟชั่นห้ามพลาด
5 สกินแคร์บำรุงผิวหน้าและผิวกายสุดพรีเมียม เพื่อผิวโกลว์รับซัมเมอร์

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image