Home Blog Page 17

Diamond Shapes to Know: Classic Styles for Engagement and Diamond Rings

เจาะดีไซน์รูปทรงเพชรยอดนิยม กับแหวนเพชรและแหวนหมั้นจากแบรนด์หรูระดับโลก

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Darry Ring

“รูปทรงเพชร” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความงดงามของแหวนเพชรแต่ละวง ไม่ว่าจะเป็นแหวนหมั้นที่สื่อถึงคำมั่นสัญญา หรือแหวนเพชรดีไซน์หรูที่บ่งบอกสไตล์ส่วนตัวได้อย่างมีระดับ เพชรรูปทรงต่างๆ ที่ถูกเจียระไนอย่างประณีตไม่เพียงแต่เปล่งประกายเจิดจรัส หากยังสะท้อนบุคลิกและรสนิยมของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรูปทรงเพชรยอดนิยม ทั้งแบบคลาสสิกเหนือกาลเวลาและแบบร่วมสมัยที่กำลังได้รับความนิยม พร้อมตัวอย่างแหวนเพชรและแหวนหมั้นจากแบรนด์ไฮจิวเวลรีระดับโลก

เพชรทรงกลม (Round Brilliant Cut)

เพชรทรงกลมจัดเป็นรูปทรงเพชรคลาสสิกที่ได้รับความนิยมตลอดกาล โดยเฉพาะในแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน ด้วยเหลี่ยมเจียระไน 57-58 เหลี่ยม ทำให้เพชรสะท้อนแสงได้มากที่สุด

  • Tiffany & Co. – The Tiffany® Setting Engagement Ring แหวนหมั้นไอคอนิกที่มีเพชรทรงกลมตั้งอยู่บนตัวเรือนชูหกเหลี่ยม
  • Messika – Joy Brilliant Cut Diamond Ring แหวนหมั้นเพชรทรงกลมล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็ก ดีไซน์เรียบหรูในแบบร่วมสมัย

เพชรทรงมาร์คีส (Marquise Cut)

เพชรทรงมาร์คีส มีปลายแหลมทั้งสองด้าน คล้ายเม็ดข้าวหรือเรือ ตามตำนานกล่าวว่าได้รับแรงบันดาลใจจากรอยยิ้มของมาดาม เดอ ปงปาดูร์ พระสนมเอกของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ช่วยให้นิ้วมือดูเรียวยาว โดดเด่น

  • Chaumet – Joséphine Aigrette 0.50 carat solitaire Ring แหวนเพชรมาร์คีสทรงชูล้อมเพชรทรงกลมบนตัวเรือนทองคำขาวดีไซน์มงกุฎ
  • Reza – ‘A’ Series Overlap Ring แหวนเพชรมาร์คีส 13 เม็ด จัดเรียงในแนวขนานแบบซ่อนหนามเตย เผยความงามของเพชรอย่างเต็มที่

เพชรรูปไข่ (Oval Cut)

เพชรรูปไข่เป็นทรงเพชรที่ได้รับการพัฒนาในช่วงปี 1960 และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ให้ความรู้สึกทันสมัย มีเอกลักษณ์ แต่ยังคงความคลาสสิก และช่วยให้นิ้วมือดูยาวและเรียวขึ้น

  • Boodles – Classic Oval Diamond Rose Gold Engagement Ring แหวนเพชรรูปไข่เม็ดเดี่ยวบนตัวเรือนโรสโกลด์ฝังเพชรสีชมพู ดีไซน์หรูหรา คลาสสิก
  • De Beers – DB Classic Oval-Shaped Centre with Pear-Shaped Side Stones Diamond Ring แหวนเพชรรูปไข่เม็ดกลาง ขนาบด้วยเพชรทรงหยดน้ำสองเม็ดบนตัวเรือนแพลตินัม

เพชรทรงหยดน้ำ (Pear Cut)

เพชรทรงหยดน้ำ หรือเพชรทรงลูกแพร์ เป็นรูปทรงเพชรที่ผสมผสานความงามของเพชรทรงกลมและทรงมาร์คีส นิยมสวมให้ส่วนแหลมชี้ไปทางปลายนิ้ว ช่วยให้นิ้วมือดูยาวเรียวขึ้น

  • Chopard – Precious Lace Mini-Frou-Frou Ring แหวนทองคำขาวโมทีฟดอกไม้ เกสรเป็นเพชรเม็ดกลมโต ล้อมด้วยกลีบดอกเพชรทรงหยดน้ำ เพิ่มความระยิบระยับด้วยเพชรล้อมทรงกลม
  • Chanel – Ruban Ring แหวนทองคำขาวทรงโบว์ประดับเพชรทรงกลม โดดเด่นด้วยเพชรทรงหยดน้ำที่ปลายโบว์ และเส้นสายโค้งมนอันงดงาม เอกลักษณ์ของเมซง

เพชรทรงเอเมอรัลด์ (Emerald Cut)

เพชรทรงเอเมอรัลด์ เป็นเพชรรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัดมุมแบบขั้นบันได หรือสเต็ปคัท เพื่อป้องกันการแตกหัก มีความโปร่งใสสูง อาจไม่สะท้อนแสงระยิบระยับเท่าเพชรรูปทรงอื่น แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • Boucheron – Vendôme Liseré Ring แหวนเพชรทรงเอเมอรัลด์บนตัวเรือนทองคำขาว ประดับเพชรล้อมรอบ ตัดขอบด้วยแลคเกอร์สีดำ ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของจัตุรัสว็องโดม
  • Harry Winston – Classic Winston Emerald-Cut Engagement Ring with Tapered Baguette Side Stones Ring แหวนหมั้นเพชรเอเมอรัลด์เม็ดกลาง ประกบข้างด้วยอัญมณีทรงบาแกตต์เพิ่มความระยิบระยับ

เพชรทรงบาแกตต์ (Baguette Cut)

เพชรทรงบาแกตต์ เป็นเพชรทรงเหลี่ยมผืนผ้าหรือทรงแท่งที่เจียระไนแบบสเต็ปคล้ายเพชรทรงเอเมอรัลด์ แต่เรียบและเหลี่ยมน้อยกว่า นิยมใช้ประกบข้างเพชรเม็ดหลักหรือจัดเรียงเป็นแถวในดีไซน์ร่วมสมัย

  • Bucherer – Baguette Love แหวนเพชรบาแกตต์เรียงตัวบนตัวเรือนทองคำขาว ล้อมกรอบด้วยเพชรทรงกลมเม็ดเล็กรอบวง ดีไซน์เรียบหรูทันสมัย
  • Dermond – Absolute Deco Geo Oversized Ring แหวนเพชรบาแกตต์และกลมดีไซน์เรขาคณิตในสไตล์อาร์ตเดโค สง่างามราวแมกซิมัมสเตทพีซแห่งงานออกแบบ

เพชรทรงปรินเซส (Princess Cut)

รูปทรงเพชรแบบปรินเซส หรือเพชรทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส พัฒนาขึ้นในช่วงปี 1980 ขึ้นชื่อเรื่องความเล่นแสงและเปล่งประกายมากที่สุดในบรรดาเพชรทรงสี่เหลี่ยม

  • Cartier – Étincelle de Cartier Ring, Princess-cut Diamond, Paved แหวนเพชรทรงปรินเซสคัทเม็ดกลาง ล้อมรอบด้วยเพชรทรงกลมเม็ดเล็กบนตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ เปล่งประกายระยิบระยับ
  • Bulgari – Griffe Ring แหวนแพลตินัมประดับเพชรชูทรงปรินเซส ขนาบด้วยเพชรสองเม็ดซ้าย-ขวา เรียบหรู สวมใส่ได้ทุกวัน

เพชรทรงคุชชั่น (Cushion Cut)

เพชรทรงคุชชั่น หรือเพชรทรงสี่เหลี่ยมขอบมน คล้ายหมอนอิง เป็นรูปทรงเพชรที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี ผสมผสานความคลาสสิกและร่วมสมัย ให้ความรู้สึกโรแมนติก

  • Graff – Icon Cushion Cut Diamond Engagement Ring แหวนเพชรทรงคุชชั่นเม็ดชู ล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็ก บนตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชร เปล่งประกายระยิบระยับ
  • Jessica McCormack – East West Cushion Diamond Button Back Ring แหวนเพชรทรงคุชชั่นแบบวางเพชรแนวนอน (East-West) ที่พบไม่บ่อย ทั้งร่วมสมัยและคลาสสิก ตามฉบับลอนดอน

เพชรรูปหัวใจ (Heart Cut)

เพชรทรงรูปหัวใจเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก มีการเจียระไนที่ซับซ้อนเพื่อให้ได้รูปทรงหัวใจที่สมมาตรสวยงาม เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษที่ต้องการสื่อถึงความรักอย่างชัดเจน

  • Fred – Pretty Woman Unconditional Ring แหวนเพชรทรงหัวใจดีไซน์ซ้อนสองชั้นล้อมด้วยเพชรทรงกลม สื่อถึงรักแท้และความผูกพันอันลึกซึ้ง
  • Darry Ring – Heart Shaped Bypass Engagement Ring with Pink Diamond โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเรือนแบบไขว้กัน ประดับเพชรเม็ดหลักทรงหัวใจและเพชรสีชมพูเม็ดเล็กด้านล่าง

บทความที่เกี่ยวข้อง:
อัญมณีเสริมดวงที่สายมูควรรู้ เสริมดวงให้ปังในชีวิตทุกๆ ด้าน
รวมเครื่องประดับไข่มุกจากแบรนด์หรู เสริมลุคสง่างาม ใส่ง่ายได้ทุกวัน


5 Luxury Yoga Retreats in Thailand for Inner Peace and Indulgence

5 รีสอร์ตสำหรับโยคะรีทรีตทั่วไทย ที่ให้คุณดื่มด่ำความสงบได้แบบลักชัวรี

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Chiva-Som Hua Hin

การดูแลสุขภาพกายและใจกลายเป็นส่วนสำคัญของไลฟ์สไตล์ของยุคนี้ โยคะรีทรีตจึงกลายเป็นจุดหมายที่เหล่านักเดินทางสายเวลเนสให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อประสบการณ์นั้นมาพร้อมกับความเงียบสงบ วิวธรรมชาติ และบริการระดับไฮเอนด์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความรู้สึกหรูหราอย่างลงตัว และนี่คือ 5 โยคะรีทรีตรีสอร์ตระดับลักชัวรีในประเทศไทยที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้ง

Kamalaya Koh Samui – เกาะสมุย

Kamalaya สวรรค์สำหรับผู้แสวงหาความสมดุลภายใน ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเลของเกาะสมุย ที่นี่มีโปรแกรมโยคะบำบัด Personal Yoga Synergy ที่ออกแบบให้เหมาะกับระดับและความต้องการของแต่ละบุคคล ตั้งแต่โยคะเบื้องต้นไปจนถึงการฝึกฝนขั้นสูง ทั้งยังผสานศาสตร์การแพทย์แผนจีนและอายุรเวทเข้าไว้อย่างกลมกลืน

(Photo: Kamalaya Koh Samui)
(Photo: Kamalaya Koh Samui)
(Photo: Kamalaya Koh Samui)
(Photo: Kamalaya Koh Samui)
(Photo: Kamalaya Koh Samui)
(Photo: Kamalaya Koh Samui)

Amatara Welleisure Resort – ภูเก็ต

Amatara Welleisure Resort ตั้งอยู่บนแหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต นำเสนอโปรแกรมโยคะรีทรีต Amatara Yoga ที่ปรับให้เหมาะกับผู้เข้าร่วมทุกระดับ โดยมีการผสมผสานโยคะ การฝึกอาสนะ การทำสมาธิ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และโปรแกรมดีท็อกซ์ เพื่อเสริมสร้างความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ ท่ามกลางวิวทะเลอันดามันอันงดงาม

(Photo: Amatara Welleisure Resort)
(Photo: Amatara Welleisure Resort)
(Photo: Amatara Welleisure Resort)
(Photo: Amatara Welleisure Resort)
(Photo: Amatara Welleisure Resort)
(Photo: Amatara Welleisure Resort)

Chiva-Som Hua Hin – หัวหิน

Chiva-Som Hua Hin คือจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โยคะที่นี่ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการบำบัดและการเชื่อมโยงกับตัวตนอย่างลึกซึ้ง ผู้เข้าพักสามารถเลือกโยคะเพื่อสุขภาพกระดูกสันหลัง โยคะบำบัด หรือการฝึกหายใจอย่างมีสติ พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

(Photo: Chiva-Som Hua Hin)
(Photo: Chiva-Som Hua Hin)
(Photo: Chiva-Som Hua Hin)
(Photo: Chiva-Som Hua Hin)
(Photo: Chiva-Som Hua Hin)

Samahita Retreat – เกาะสมุย

แม้จะไม่ได้เน้นความหรูหราภายนอกเทียบเท่ารีสอร์ตระดับ 6 ดาว แต่ Samahita คือชื่อที่ได้รับการยอมรับในวงการโยคะระดับสากล โดยเฉพาะในด้านเนื้อหาการสอนและการดูแลสุขภาพจากภายใน โปรแกรมโยคะรีทรีตของที่นี่มีหลากหลาย อาทิ Yoga & Fitness Retreat, Yoga Breath Mind Retreat รวมถึงโปรแกรมฝึกอบรมขั้นสูงสำหรับครูสอนโยคะ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้โยคะอย่างจริงจังในบรรยากาศสงบแต่ยังคงความพรีเมียม

(Photo: Samahita Retreat)
(Photo: Samahita Retreat)
(Photo: Samahita Retreat)
(Photo: Samahita Retreat)
(Photo: Samahita Retreat)

Rakxa Integrative Wellness – บางกระเจ้า

Rakxa ถือเป็นรีสอร์ตเวลเนสในเมืองที่โดดเด่นด้วยการผสานโยคะ การแพทย์แผนตะวันตก และแพทย์แผนไทยเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบครบวงจร พร้อมการวินิจฉัยสุขภาพก่อนเริ่มโปรแกรมโยคะทุกครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมมาอย่างเข้มงวด

(Photo: Rakxa Integrative Wellness)
(Photo: Rakxa Integrative Wellness)
(Photo: Rakxa Integrative Wellness)
(Photo: Rakxa Integrative Wellness)
(Photo: Rakxa Integrative Wellness)

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ให้รางวัลตัวเอง ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า ที่ Chi, The Spa โรงแรม Shangri-La Bangkok
ยกระดับไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายใจกลางกรุง กับ Infinity Fitness โรงแรม InterContinental Bangkok ที่ที่เป็นมากกว่าฟิตเนสเซ็นเตอร์

5 Cutting-Edge Gadgets to Elevate Your Summer Experience

5 แกดเจ็ตไฮเทคสุดล้ำที่ขาดไม่ได้สำหรับซัมเมอร์นี้

บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: Nebula by Anker

ซัมเมอร์นี้ อัพเกรดการพักผ่อนริมทะเลและกิจกรรมกลางแจ้งของคุณด้วยไอเท็มเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผสมผสานฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์หรูเข้าด้วยกัน Luxuo Thailand คัดสรร 5 แกดเจ็ตไฮเทคระดับพรีเมียมที่จะช่วยให้การพักผ่อนในช่วงหน้าร้อนของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์หรูหราและเทคโนโลยีทันสมัย

1. Ray-Ban Meta AI Glasses
แว่นกันแดดอัจฉริยะจาก Ray-Ban ร่วมกับ Meta ที่มาพร้อมลำโพงในตัว กล้องความละเอียดสูง และไมโครโฟน ช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพ ฟังเพลง รับสาย และสั่งงานผ่าน AI Assistant ได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ ดีไซน์หรูหราคลาสสิกที่เข้ากับทุกลุคซัมเมอร์

2. Larq Bottle PureVis
ขวดน้ำอัจฉริยะที่มีเทคโนโลยี UV-C LED ในตัว ฆ่าเชื้อโรคได้อัตโนมัติทุก 2 ชั่วโมง รักษาอุณหภูมิเครื่องดื่มให้เย็นนานถึง 24 ชั่วโมง หรือร้อนนานถึง 12 ชั่วโมง ดีไซน์มินิมอล วัสดุสแตนเลสคุณภาพสูง เหมาะสำหรับการพกพาไปทะเลหรือทริปต่างๆ

3. Nebula by Anker Capsule 3 Laser
โปรเจคเตอร์พกพาพร้อมเทคโนโลยีเลเซอร์ล่าสุด ขนาดกะทัดรัดเท่ากระป๋องเครื่องดื่ม น้ำหนักเพียง 900 กรัม ให้ความละเอียด Full HD 1080p ระบบเสียง Dolby Audio คุณภาพสูง แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 2.5 ชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์ปรับโฟกัสและแก้ไขภาพบิดเบี้ยวอัตโนมัติ สร้างประสบการณ์ชมภาพยนตร์กลางแจ้งสุดล้ำได้ทุกที่

4. Devialet Mania
ลำโพงพกพาระดับลักชัวรีจากฝรั่งเศส มาพร้อมเทคโนโลยี Active Stereo Calibration ที่ปรับเสียงอัตโนมัติตามพื้นที่ ให้เสียงรอบทิศทาง 360 องศาด้วยดอกลำโพงคุณภาพสูง กันน้ำระดับ IPX4 ดีไซน์มินิมอลสุดหรูหรา แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง มาพร้อมแอปพลิเคชันควบคุมการใช้งานและปรับแต่งเสียงได้สะดวกตามต้องการ

5. DJI Mini 4 Pro
โดรนขนาดเล็กน้ำหนักเบา ถ่ายวิดีโอ 4K คุณภาพสูง มีระบบติดตามวัตถุอัตโนมัติ และระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบทิศทาง บินได้นานถึง 34 นาที และพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 249 กรัม บันทึกภาพมุมสูงอันน่าประทับใจของสถานที่ท่องเที่ยว ที่พักสุดหรู และกิจกรรมพิเศษของคุณได้อย่างสวยงามคมชัด สร้างคอนเทนต์ระดับพรีเมียมได้ทุกที่ทุกเวลา

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Mova พลิกโฉมการทำความสะอาดบ้าน เปิดตัวหุ่นยนต์ทำความสะอาด Mova Z50 Ultra และ Mova X4 Pro ในไทย
Lux to Know: 3 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Hasselblad แบรนด์กล้องในดวงใจผู้รักการถ่ายภาพและนักสะสมทั่วโลก

Ami Paris Carrousel: The New It-Bag with Parisian Charm

Ami Paris เปิดตัวกระเป๋า Carrousel แรงบันดาลใจจากมนต์เสน่ห์แห่งปารีส

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Ami Paris

Ami Paris แบรนด์แฟชั่นชื่อดังจากปารีส เปิดตัวกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด “Carrousel” ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณอันงดงามและความมีเอกลักษณ์ของปารีส มหานครแห่งแฟชั่นโลก กระเป๋า Carrousel ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความร่วมสมัย ผสานกับกลิ่นอายของความคลาสสิกได้อย่างลงตัว

แรงบันดาลใจในการออกแบบกระเป๋า Carrousel มาจากเสน่ห์อันน่าค้นหาของกรุงปารีส เมืองที่เป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ โดยชื่อ “Carrousel” ของกระเป๋าได้รับแรงบันดาลใจจากม้าหมุนสุดคลาสสิกในย่านมงมาร์ต หนึ่งในแลนด์มาร์กสุดชิคของปารีส ม้าหมุนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ของความสนุกสนานและความมีชีวิตชีวา แต่ยังสื่อถึงความฝันและความเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ

รูปทรงของกระเป๋า Carrousel มีลักษณะที่ไร้โครงสร้างตายตัว ให้ความรู้สึกถึงความสบายๆ แบบไม่ปรุงแต่ง แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา วัสดุที่ใช้เป็นหนังลูกวัวชั้นสูง เสริมรายละเอียดที่ประณีตบรรจง เช่น โลหะสีทองทรงครึ่งวงกลมสลักโลโก้ Ami Paris 

กระเป๋า Carrousel มีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด Small ที่เปิด-ปิดด้วยแม่เหล็ก และขนาด Large ที่เพิ่มซิปด้านในเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ทั้งสองขนาดมีให้เลือกใน 4 สี ได้แก่ Black, Ginger, Khaki และ Cinnamon สายสะพายสามารถปรับได้ทั้งแบบสะพายไหล่ หรือสะพายข้าง ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนลุคได้ตามความต้องการ 

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Jimmy Choo เปิดตัว From the Atelier: Bon Bon กระเป๋าโอต์กูตูร์รุ่นลิมิเต็ดที่นักสะสมห้ามพลาด

Aman sets sail with its first luxury yacht Amangati launching in 2027

เปิดตัว “Amangati” เรือยอชต์หรูลำแรกจาก Aman พร้อมออกเดินทางปี 2027

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: Aman, Sinot Yacht

Aman แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทหรูระดับโลก ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการของเรือยอชต์มอเตอร์ลำแรกในโครงการ “Aman at Sea” ว่า “Amangati” หรือ “อมันคติ” ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ณ อู่ต่อเรือ T.Mariotti S.p.A ในเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี โดยมีกำหนดปล่อยลงน้ำในฤดูร้อนปี 2027

“อมันคติ” มีความหมายในภาษาสันสกฤตว่า “การเคลื่อนไหวอย่างสงบ” สื่อถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ความลื่นไหล และการไหลเวียนอย่างราบรื่นของน้ำ สอดคล้องกับเส้นสายอันงดงามของการออกแบบโดย Sinot Yacht Architecture & Design ที่สะท้อนถึงความไร้ขีดจำกัดและการไหลลื่นที่จะเป็นเอกลักษณ์ของประสบการณ์บนเรือ

เรือยอชต์หรูลำนี้มีความยาว 183 เมตร (600 ฟุต) ประกอบด้วยห้องสวีทหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 47 ห้องที่มาพร้อมระเบียงส่วนตัวทุกห้อง ซึ่งถือว่าเป็นห้องพักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับเรือในไซส์นี้ เรือ Amangati เตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาส อาทิ ร้านอาหารนานาชาติ 4 แห่ง คลับแจ๊ส Aman Spa อันกว้างขวางพร้อมสวนญี่ปุ่น และบีชคลับที่ให้แขกสามารถลงน้ำได้โดยตรงจากท้ายเรือ

เรือ Amangati ได้รับการออกแบบให้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสีเขียว เช่น การใช้พลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอมันในการดูแลผืนแผ่นดินและทะเลที่เรียกว่าบ้าน และนวัตกรรมในทุกโอกาส

วลาด โดโรนิน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Aman Group กล่าวว่า “การตั้งชื่อ Amangati (อมันคติ) ถือเป็นก้าวสำคัญและสร้างแรงบันดาลใจสำหรับ Aman เรือลำนี้จะสะท้อนแก่นแท้ของดีเอ็นเอแบรนด์เรา มอบความเป็นส่วนตัวที่เหนือชั้น สิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุดในระดับเดียวกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอมัน และบริการอันเป็นที่ยอมรับที่ยังไม่เคยมีใครสัมผัสบนผืนน้ำมาก่อน”

Amangati จะเปิดตัวจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในฤดูร้อนปี 2027 และจะเปิดให้บริการเช่าเหมาลำส่วนตัว เพื่อมอบโอกาสให้แขกได้สำรวจจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหลที่สุดในโลกด้วยความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
5 เลานจ์สนามบินสุดหรูระดับโลก ที่สุดแห่งประสบการณ์การเดินทางระดับเอลีท
เตรียมตัวให้พร้อม กับทริปล่องเรือรอบโลก Around the World Cruise 2027 จาก Oceania Cruises

V-ZUG Opens First Thai Flagship, Elevating Luxury Living with Swiss Innovation

V-ZUG เปิดแฟล็กชิปแห่งแรกในไทย ยกระดับไลฟ์สไตล์หรูด้วยนวัตกรรมสวิส

บทความ: Luxuo Thailand ภาพ: V-ZUG

V-ZUG แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัลตร้าลักชัวรีจากสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศเปิดตัวสตูดิโอแฟล็กชิปแห่งแรกในประเทศไทย ณ อาคารบุปผจิต สาทร ใจกลางกรุงเทพฯ นำเสนอนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผสมผสานงานฝีมือสวิสอันประณีต การออกแบบที่เหนือกาลเวลา และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งแรกที่บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน 100% ในกระบวนการผลิตตั้งแต่ปี 2563 

แองเจลีน ยับ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ V-ZUG

แองเจลีน ยับ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ V-ZUG กล่าวว่า “สตูดิโอของเราไม่ใช่แค่โชว์รูมธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งศิลปะการทำอาหารที่เทคโนโลยีและศิลปะมาบรรจบกัน สะท้อนสัญญาของ V-ZUG ในการยกระดับไลฟ์สไตล์ผ่านนวัตกรรมที่ยั่งยืนและการออกแบบที่เหนือกาลเวลา”

ในงานเปิดตัว ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่รังสรรค์โดยเชฟชั้นนำระดับมิชลินสตาร์ ได้แก่ เชฟแซม เลียง และเชฟฟอเรสต์ เลียง จากร้านอาหาร Forest 森, เชฟเดวิด ฮาร์ตวิก อดีตหัวหน้าเชฟจากร้านอาหาร IGNIV กรุงเทพฯ และเชฟอภิสิทธิ์ จิตประสงค์ จาก V-ZUG Gourmet Academy ประเทศไทย เหล่าเชฟชั้นนำได้แสดงให้เห็นถึงพลังและความแม่นยำของเครื่องใช้ไฟฟ้า V-ZUG ผ่านเมนูอาหารไฟน์ไดนิ่งที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเน้นย้ำวัตถุดิบธรรมชาติ ความยั่งยืน และการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ

สตูดิโอแฟล็กชิปของ V-ZUG นำเสนอผลิตภัณฑ์โดดเด่นหลายรายการ อาทิ ตู้ถนอมผ้า RefreshButler ที่ดูแลเสื้อผ้าโดยไม่ใช้สารเคมี เตาอบ Grand 90cm Combi-Steam ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเครื่องล้างจานและซักผ้ารุ่น Adora ที่เน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืน V-ZUG ภูมิใจในมาตรฐาน “Swiss Made” โดยให้ความมั่นใจว่า 80-90% ของกระบวนการผลิตและส่วนประกอบมาจากสวิตเซอร์แลนด์

นอกจากนี้ V-ZUG ยังร่วมงานกับเชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ เชฟระดับมิชลินสตาร์คนไทย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ยั่งยืนสามารถยกระดับประสบการณ์การทำอาหาร การขยายธุรกิจของ V-ZUG สู่ประเทศไทยเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ได้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพสูงมาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมสตูดิโอ V-ZUG ได้ที่อาคารบุปผจิต ชั้น G ถนนสาทรเหนือ กรุงเทพฯ

บทความที่เกี่ยวข้อง:
Hermès en Contrepoint คอลเลกชั่นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ผสมผสานระหว่าง ศิลปะ ดนตรี และการออกแบบได้อย่างลงตัว
ยกระดับบ้านให้ดูดีมีสไตล์ ด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากแบรนด์ลักชัวรีชั้นนำ

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image