เมื่อมนต์เสน่ห์ของการเดินทางด้วยรถไฟระดับตำนานมาบรรจบกับความเย้ายวนของโมนาโก Venice Simplon-Orient-Express เตรียมเปิดเส้นทางใหม่จากกรุงปารีสสู่มอนติคาร์โลในปี 2027 นับเป็นครั้งแรกที่ขบวนรถไฟสีน้ำเงินเข้มอันเป็นเอกลักษณ์จะพาผู้โดยสารเดินทางสู่หัวใจของโมนาโก ผ่านเส้นทางอันงดงามของ French Riviera ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2027 การเดินทางจะเริ่มต้นขึ้นจากกรุงปารีส ก่อนมุ่งหน้าเลียบชายฝั่ง Côte d’Azur ผ่านทัศนียภาพอันงดงามของ French Riviera และเข้าสู่ Monte Carlo ใจกลางโมนาโก โดยเส้นทางใหม่นี้จะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของตารางการเดินทางประจำปี และนับเป็นอีกหนึ่งบทใหม่ของประสบการณ์การเดินทางด้วยรถไฟระดับลักชัวรีในยุโรป

การเดินทางครั้งนี้เชื่อมโยงสองเมืองซึ่งต่างเป็นไอคอนแห่งความหรูหราของยุโรปเข้าด้วยกัน ตั้งแต่เสน่ห์เหนือกาลเวลาของปารีส ไปจนถึงบรรยากาศอันหรูหราของโมนาโก ดินแดนที่เป็นที่ตั้งของ Casino de Monte-Carlo และสนามแข่ง Formula One Grand Prix อันเลื่องชื่อ และก่อนจะตีตั๋วออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์จริง LUXUO ขอชวนคุณร่วมสำรวจเรื่องราวของเส้นทางในฝันครั้งนี้ ผ่านตัวอักษรและภาพสวยๆ ตั้งแต่ต้นทางในกรุงปารีส ไปจนถึงปลายทาง ณ มอนติคาร์โล
A Journey Designed Around the Art of Slow Luxury
ประสบการณ์เริ่มต้นตั้งแต่ผู้โดยสารก้าวขึ้นสู่ขบวนรถไฟที่สถานีในกรุงปารีส ภายในตู้รถไฟแต่ละขบวนยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศของยุคทองแห่งการเดินทางด้วยรถไฟ ผ่านรายละเอียดการออกแบบสไตล์ Art Deco อันเป็นเอกลักษณ์ของ Venice Simplon-Orient-Express ผู้โดยสารสามารถเลือกพักได้ตั้งแต่ Historic Cabins, Suites ไปจนถึง Grand Suites ซึ่งแต่ละห้องได้รับการออกแบบให้สะท้อนเรื่องราวและมรดกของรถไฟที่เดินทางผ่านประวัติศาสตร์ยุโรปมายาวนานเกือบหนึ่งศตวรรษ สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น L’Observatoire คือหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเดินทาง ด้วยตู้รถไฟส่วนตัวที่สร้างสรรค์ร่วมกับศิลปินระดับโลก JR ภายในประกอบด้วยห้องนอน ห้องน้ำส่วนตัวพร้อมอ่างอาบน้ำแบบตั้งพื้น พื้นที่นั่งเล่น ห้องสมุด และห้องน้ำชาลับ ให้บรรยากาศเสมือนห้องพักส่วนตัวที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับวิวทิวทัศน์ของ French Riviera



เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า การเดินทางเปลี่ยนผ่านสู่ช่วงเวลาแห่งดินเนอร์ในหนึ่งในสองห้องอาหารของขบวนรถไฟ ได้แก่ Étoile du Nord และ L’Oriental ซึ่งต่างนำเสนอเสน่ห์ของ Art Deco ผ่านรายละเอียดการตกแต่งและบรรยากาศที่แตกต่างกัน ค่ำคืนดำเนินต่อที่ Bar Car ‘3674’ พื้นที่ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของ Venice Simplon-Orient-Express ที่นี่ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับค็อกเทล ดนตรีเปียโนสด และบทสนทนา ท่ามกลางบรรยากาศของการเดินทางในยุคทองที่ยังคงมีชีวิตชีวา

From Paris to the French Riviera
เมื่อถึงเช้า อาหารเช้าพร้อมขนมอบสดใหม่ น้ำผลไม้คั้นสด ชา และกาแฟจะถูกเสิร์ฟถึงห้องพัก ขณะที่ขบวนรถไฟเคลื่อนตัวไปตามแนวชายฝั่ง Côte d’Azur หนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของการเดินทางคือเส้นทางผ่าน Massif de l’Estérel ที่โดดเด่นด้วยหน้าผาสีแดง ก่อนเดินทางผ่าน Saint-Raphaël มุ่งหน้าสู่ Cannes และ Nice พร้อมทิวทัศน์กว้างไกลของ French Riviera ที่ปรากฏผ่านหน้าต่างรถไฟ เมื่อใกล้ถึงโมนาโก เส้นทางจะค่อยๆ เปลี่ยนจากชายฝั่งสู่ภูมิประเทศที่รายล้อมด้วยภูเขา ก่อนเข้าสู่ Monaco-Monte-Carlo Station ซึ่งซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปใต้ภูเขา และกลายเป็นจุดสิ้นสุดของการเดินทางจากปารีส

A New Chapter in a Legendary Journey
การเลือกมอนติคาร์โลเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ยังมีความหมายในเชิงประวัติศาสตร์สำหรับ Venice Simplon-Orient-Express เพราะโมนาโกเคยมีบทบาทสำคัญต่อการถือกำเนิดของรถไฟขบวนนี้ ในปี 1977 ตู้รถไฟดั้งเดิมจำนวนสองตู้ถูกซื้อผ่านการประมูลที่มอนติคาร์โล และกลายเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นในการฟื้นคืนตำนานของ Orient-Express สู่ Venice Simplon-Orient-Express ที่รู้จักกันในปัจจุบัน




เส้นทางปารีส–มอนติคาร์โลยังสอดคล้องกับแนวคิด Slow Luxury ของ Belmond ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางอย่างมีความหมาย มากกว่าการเดินทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมายเพียงอย่างเดียว โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้สัมผัสทั้งภูมิทัศน์ อาหาร การบริการ และประวัติศาสตร์ตลอดระยะเวลาที่อยู่บนขบวนรถไฟ สำหรับฤดูกาล 2027 เส้นทาง Paris to Monte Carlo – Monaco จะเปิดให้บริการในวันที่ 10 พฤษภาคม 2027 โดยราคาสำหรับการเดินทางเริ่มต้นที่ 4,870 ยูโรต่อคน สำหรับผู้โดยสาร 2 คนที่พักร่วมกันใน Historic Cabin พร้อมบริการพนักงานตลอด 24 ชั่วโมง อาหารทุกมื้อ ไวน์ที่ได้รับการคัดสรรโดยซอมเมอลิเยร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์แบบไม่จำกัด และบริการรับส่ง



