Watch Industry’s Most Romantic Love Story is Renewed Over River Seine

Van Cleef & Arpels พัฒนาต่อยอดนาฬิกา Lady Arpels Pont des Amoureux จนกลายเป็นคอลเลคชั่นใหม่โดยสมบูรณ์
บทความ: รักดี โชติจินดา  

[ English ]

นาฬิกาทั่วไปบอกเวลาด้วยเข็มสองเข็ม แต่ Lady Arpels Pont des Amoureux บอกเวลาด้วยคนสองคน เรือนเวลารุ่นนี้เป็นผลงานของ Van Cleef & Arpels และเปิดตัวให้สาธารชนได้ชื่นชมในปี ค.ศ. 2010 ชื่อรุ่นภาษาฝรั่งเศสของนาฬิการุ่นนี้พอจะแปลคร่าวๆ ได้ว่า “สะพานแห่งคู่รัก” ความเก๋อยู่ตรงที่การใช้เข็มเรโทรกราดสองเข็ม ทางซ้ายเป็นเข็มรูปผู้หญิงถือร่ม ทำหน้าที่บอกชั่วโมง ทางขวาเป็นรูปผู้ชายถือดอกกุหลาบ ทำหน้าที่บอกนาที ทั้งสองจะค่อยๆ เดินเข้าใกล้กันบนสะพานข้ามแม่น้ำแซนจนกระทั่งมาเจอกันพอดีที่เวลา 12 นาฬิกาเพื่อจุมพิตกันเบาๆ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเริ่มต้นการเดินทางข้ามสะพานรอบใหม่

Lady Arpels Pont des Amoureux กับสายหนังจระเข้สีน้ำเงิน

นี่คือความโรแมนติกอย่างที่ Van Cleef & Arpels เรียกว่าเป็น “บทกวีแห่งกาลเวลา” และความหลักแหลมของกลไกที่อยู่เบื้องหลังฉากคู่รักบนสะพานดังกล่าวนี้ก็ทำให้ชื่อของ Van Cleef & Arpels มีความโดดเด่นในแวดวงนาฬิกาจักรกลชั้นสูงได้อย่างมีนัยสำคัญ

การประกอบเข็มนาทีและเข็มขั่วโมงแบบเรโทรกราดที่เป็นกลไกสำคัญของนาฬิการุ่นนี้

เราจะเรียกนาฬิการุ่นนี้ว่าเป็นนาฬิกาสวิสที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นฝรั่งเศสอย่างเต็มเปี่ยมก็ได้ เพราะคอนเซปท์แห่งความหวานแหววนี้เป็นผลผลิตแห่งความคิดสร้างสรรค์ของทีม Van Cleef & Arpels ที่ปารีส จากนั้นจึงเลือกใช้ความช่วยเหลือจากบริษัทผู้พัฒนาเครื่องนาฬิกาอิสระชื่อ Agenhor ที่เจนีวาในการพัฒนาโมดูลเรโทรกราดที่จะนำมาติดตั้งบนเครื่องเบสจาก Jaeger-LeCoultre ในที่สุดแล้วนาฬิกา Lady Arpels Pont des Amoureux รุ่นแรกก็ได้รับรางวัลต่างๆ มากมายรวมถึง Grand Prix d’Horlogerie de Genève ด้วยในปี ค.ศ. 2010 นั้นเอง

และในวันนี้ ก่อนที่เรือนเวลาแสนหวานดังกล่าวจะมีอายุครบ 10 ปีในปีหน้า Van Cleef & Arpels ก็ได้พัฒนาต่อยอด Pont des Amoureux จากนาฬิกาเพียงรุ่นเดียวให้กลายเป็นคอลเลคชั่นนาฬิกาใหม่โดยสมบูรณ์

World of Watches/Luxuo Thailand ได้รับเกียรติให้มาร่วมงานกาล่าเปิดตัวครั้งสำคัญนี้ที่ปารีส พร้อมสัมภาษณ์คุณฌอง เบียนเนเม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสารระดับนานาชาติซึ่งเล่าให้เราฟังว่า “โปรเจคนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เรื่องราวแห่งความรักเป็นเรื่องที่มีความเป็นสากล ทุกคนเข้าถึงและเข้าใจได้ มันก็คือความฝันอย่างหนึ่ง ในกระบวนการออกแบบของเรานั้นก็พยายามให้มีสมดุลทั้งในแง่ของสัญลักษณ์ที่เป็นการอุปมาอุปไมย และในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถปลุกเร้าอารมณ์ได้ด้วย นาฬิกาเวอร์ชั่นใหม่นี้จึงมีฟังก์ชั่นที่เจ้าของนาฬิกาสามารถควบคุมได้ นั่นคือเรามีปุ่ม [ที่ตำแหน่ง 8 นาฬิกา] ซึ่งเมื่อคุณกดแล้วคู่รักทั้งสองจะเดินมาจูบกันทันที คุณไม่ต้องรอเวลาเที่ยงวันหรือเที่ยงคืนอีกต่อไป อยากจูบเมื่อใดก็จูบเมื่อนั้นได้ทันทีแบบออนดีมานด์”

เครื่องนาฬิการุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นให้มีฟังก์ชั่นพิเศษมากกว่า Pont des Amoureux รุ่นเดิม

ใช่แล้วครับ ตามนั้นเลย คุณอ่านไม่ผิดแน่นอน จากนี้ไปถ้าคุณใส่ Pont des Amoureux เรือนนี้ไปเจอเพื่อนก็ไม่ต้องนั่งสาธยายแล้วว่ากลไกทำงานอย่างไร กดปุ่มโชว์แล้วรอดูความอึ้งบนหน้าเพื่อนได้เลยในขณะที่คู่รักทั้งสองเดินมาจูบกันบนสะพาน ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือว่าคุณจะกดให้กลไกนี้ทำงานกี่ครั้งก็ได้โดยที่ไม่เปลืองพลังงานสำรองเลย นั่นเป็นเพราะว่าโมดูลตัวใหม่ (ซึ่งยังคงพัฒนาด้วยความร่วมมือกับ Agenhor) ได้รับการออกแบบมาให้มีชุดวีลพิเศษที่หมุนด้วยความเร็วต่างกัน ชุดวีลนี้เองจะรับพลังงานจากการกดปุ่มไปปั่นแบบทดรอบต่อเพื่อส่งกำลังเข้าสู่ระบบออโตมาตอนโดยไม่ต้องใช้พลังงานจากแบเรลเลย

ด้านหลังของนาฬิกา Lady Arpels Pont des Amoureux

โมดูลนี้ติดตั้งอยู่บนเครื่องเบสจาก ValFleurier ซึ่งเป็นเครื่องออโต้แบบโรเตอร์เต็ม มองเห็นโรเตอร์ได้ผ่านทางช่องบนฝาหลัง แต่ต่อให้มีทั้งกลไกกดปุ่มแบบออนดีมานด์และมีโรเตอร์ขึ้นลานแล้วตัวเรือนไวท์โกลด์ของนาฬิกา Pont des Amoureux ก็หนาขึ้นเพียงเล็กน้อย ถ้าไม่ได้จับพร้อมกับรุ่นเดิมก็น่าจะบอกไม่ได้ว่าหนาขึ้น เส้นผ่าศูนย์กลางก็ยังคงเป็น 38 มม. เท่าเดิม วิธีการดูว่านาฬิกา Pont des Amoureux ในมือคุณเป็นรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ก็ให้ดูรายละเอียดบนหน้าปัด เพราะในรุ่นใหม่นั้นสเกลชั่วโมงและสเกลนาทีจะอยู่ห่างกันมากขึ้นกว่าเดิมจนเกิดเป็นช่องว่างตรงกลาง และรูปพระจันทร์เสี้ยวก็ย้ายตำแหน่งให้อยู่สูงกว่าตัวเลขแล้ว (จากเดิมที่อยู่ใต้ตัวเลข)

Lady Arpels Pont des Amoureux กับสายไวท์โกลด์ประดับเพชร

พูดถึงหน้าปัดแล้วก็ต่อเรื่องนี้เลยแล้วกัน เพราะจากเดิมที่มีหน้าปัดเดียว เวลานี้ก็มีหลายหน้าปัดแล้ว เริ่มต้นที่หน้าปัดฉากกลางวันของ Lady Arpels Pont des Amoureux Jour ตัวเรือนโรสโกลด์ที่เปลี่ยนบรรยากาศได้อย่างสุดซึ้ง จากเดิมที่คู่รักมาพบกันเวลากลางคืนก็ได้มาเจอะเจอกันในช่วงกลางวันบ้าง

Lady Arpels Pont des Amoureux Jour กับสายหนังจระเข้สีม่วง

หน้าปัดกลางวันนั้นใช้เทคนิคกริซายล์เอนาเมลเหมือนกับหน้าปัดกลางคืน แต่ว่าเป็นกริซายล์เอนาเมลแบบมีสีแทนซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Van Cleef & Arpels สีที่ว่านี้ก็คือสีชมพูและสีฟ้าที่ช่างศิลป์ของทางแบรนด์ต้องใช้เวลา 30-40 ชั่วโมงในการแต่งแต้มด้วยทักษะและความระมัดระวังจนเกิดเป็นฉากหลังที่ดูมีมิติลุ่มลึก รับกับชิ้นงานรูปสะพานที่แกะสลักมาจากโรสโกลด์ที่อยู่เบื้องหน้าได้เป็นอย่างดี

การลงสีหน้าปัดด้วยเทคนิคกริซายล์เอนาเมล

และในเมื่อวันเวลาไม่ได้ล่วงเลยกันไปตามชั่วโมงเท่านั้น แต่อย่างมีการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลอย่างสม่ำเสมอ Van Cleef & Arpels จึงใช้โอกาสนี้เปิดตัวนาฬิกา Lady Arpels Pont des Amoureux เพิ่มอีก 4 รุ่นรวดเลยสำหรับฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

Lady Arpels Pont des Amoureux Printemps สำหรับฤดูใบไม้ผลิ

สีสันมีบทบาทสำคัญอีกครั้งหนึ่งในนาฬิการุ่นฤดูกาลต่างๆ นี้ โดย Van Cleef & Arpels ใช้กริซายล์เอนาเมลโทนสีชมพูเพื่อเซ็ทฉากสำหรับฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวสำหรับฤดูร้อน สีออกส้มและน้ำตาลสำหรับฤดูใบไม้ร่วง และสีฟ้ากับสีขาวสำหรับฤดูหนาว ใต้สะพานของแต่ละรุ่นจะมีสัญลักษณ์เพื่อตอกย้ำภาพของแต่ละฤดูกาล ได้แก่ ดอกไม้ ผีเสื้อ ใบไม้ร่วงและเกล็ดหิมะ ทั้งหมดแกะสลักมาจากทองและลงสีด้วยมือ ถ้าเพ่งใกล้ๆ บนเข็มนาฬิกาจะเห็นด้วยว่าเสื้อผ้าของหญิงสาวและชายหนุ่มมีการเปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ ด้วย เช่น ในฤดูร้อนก็เป็นแขนสั้น ในฤดูหนาวก็เป็นแขนยาว เป็นต้น

การลงสีบนดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำฤดูกาล

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของนาฬิการุ่น 4 ฤดูกาลนี้ก็คือว่าไม่มีสายหนัง จะต้องมากับสายทองปูเพชรและอัญมณีสีตามรุ่นจนเต็มพื้นที่ สีของทองที่ใช้ผลิตตัวเรือนและสายในแต่ละรุ่นก็ต่างกันด้วยเพื่อให้เข้ากับสีของการตกแต่งของฉากโดยรวม เรือนที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นรุ่นฤดูใบไม้ร่วงเพราะเป็นรุ่นเดียวในเซ็ทนี้ที่ใช้เยลโลว์โกลด์ แตกต่างจากฤดูกาลอื่นๆ และแตกต่างจากรุ่นกลางคืนและรุ่นกลางวันที่ใช้โรสโกลด์หรือไวท์โกลด์ทั้งหมด

Lady Arpels Pont des Amoureux Automne กับโทนสีและฉากของฤดูใบไม้ร่วง

คุณสามารถซื้อนาฬิกา Pont des Amoureux รุ่น 4 ฤดูกาลนี้แบบฤดูเดียวหรือครบทั้ง 4 ฤดูก็ได้ และ Van Cleef & Arpels ก็คงจะคิดล่วงหน้ามาแล้วว่าจะต้องมีคนซื้อครบชุดเช่นนั้นจริงจึงออกแบบตู้ไม้ซิคามอร์มาไว้พร้อมแล้วสำหรับการวางตั้งโชว์เรือนเวลาแห่งความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้แบบสวยๆ

ฉากหน้าหนาวของ Lady Arpels Pont des Amoureux Hiver

ขอยกคำพูดของคุณฌอง เบียนเนเมอีกครั้งซึ่งกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “โลกแห่งจินตนาการนั้นมีความสำคัญสำหรับ Van Cleef & Arpels เป็นอย่างมาก เราคือแบรนด์ช่างทำเครื่องประดับชั้นสูง ที่เราดำเนินกิจการอยู่บนโลกทุกวันนี้ก็เพื่อนำเสนอแง่มุมที่น่าเบิกบานของชีวิตซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด เราจะต้องเสริมสร้างคุณค่าอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น และเรามีหน้าที่ดำรงไว้ซึ่งหัตถศิลป์ประเภทต่างๆ แล้วพัฒนาต่อยอดต่อไปตามสมควร”

Lady Arpels Pont des Amoureux Hiver

ความลงตัวแห่งองค์ประกอบทางด้านเทคนิคและสุนทรียะเช่นนี้เองทำให้ Van Cleef & Arpels เป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีความโรแมนติกไม่เหมือนใครในวงการนาฬิกายุคศตวรรษที่ 21 นี้ และนี่เรายังไม่ได้เริ่มพูดถึงนาฬิกาในคอลเลคชั่นอื่นๆ ของเขาด้วยซ้ำ!


Van Cleef & Arpels turns the Lady Arpels Pont des Amoureux into a full collection.

Words: Ruckdee Chotjinda

Time can be told by two hands, or in this case, two people. The Lady Arpels Pont des Amoureux or the Lovers’ Bridge watch was unveiled to the world in 2010 by Van Cleef & Arpels, making the maison a prominent name to rival the more established marques with contemporary ingenuity.

Its main characteristic is the use of two retrograde hands to indicate the hour and the minute. But these are not ordinary hands – they are shaped, respectively, into figurines of a lady holding an umbrella and a young man with a big rose hidden behind his back. Across the bridge over the River Seine, the two lovers would draw nearer and nearer with each passing hour until they physically meet at 12 o’clock sharp. At this very moment, they lean ever so slightly beyond the hour and minute scales for a brief kiss before the whole process is repeated. Nothing could have been more romantic – it is a true poetry of time.

You can call this watch a timepiece with a Swiss heart and a French spirit. The narrative was conceived by the soulful team of Van Cleef & Arpels in Paris. Then, with the help of Geneva-based movement developer Agenhor, the necessary retrograde module was realised to be fitted on a Jaeger-LeCoultre base movement. The Lady Arpels Pont des Amoureux went on to win significant accolades including the Grand Prix d’Horlogerie de Genève in 2010.

Now, just before the heart-warming timepiece turns 10 next year, Van Cleef & Arpels has decided to evolve this most romantic love story of modern watchmaking industry into a full collection. World of Watches/Luxuo Thailand was in Paris for the gala event to launch the products.

Jean Bienaymé, International Marketing and Communication Director, shares, “The project began four years ago. The love story is universal. It means something to each and everyone. It is a fantasy. The whole approach for our design is to find a balance in the design between being figurative and yet being evocative. For this new version, we have the possibility of interaction. You push a button [at eight o’clock] and then you have the kiss. You don’t have to wait noon or midnight for a kiss. You can kiss when you want, any time, on demand.”

Yes, you are reading it right. When you meet with friends, you will not have to repeat how the complication works to them. Just press the button and enjoy the look of amazement on their faces as they observe the animation on the dial. Interestingly, you can do this as many times as you like without depleting the power reserve in the barrel. That is because the new module, still a collaboration with Agenhor, is designed with a special set of wheels that spin at different speeds to harness and relay the power from the button push to the automaton display itself. The module is integrated into a base movement from ValFleurier with a full rotor which is visible through the back.

As a result of the added on-demand complication and winding rotor, this new version of Pont des Amoureux is slightly but not noticeably thicker. The white gold case diameter remains 38 mm as before. You can tell very quickly if you are looking at the original Pont des Amoureux or the 2019 version by certain details on the dial. On the new watch, the hour and minute scales are farther apart, and the crescent moon is above these scales, as opposed to below as before.

Speaking dial, well, it is “dials” now. In addition to the emblematic night scene by which we have known the Pont des Amoureux throughout its existence, the maison finds it appropriate for the lovers to meet during the day time as well. This is the Lady Arpels Pont des Amoureux Jour watch in rose gold.

This dial is realised using the grisaille enamel technique like the night scene original, but this time with colours – a first for Van Cleef & Arpels. Armed with pink and blue enamel, unmatched skills and a load of patience, the craftsmen spend 30 to 40 hours to highlight the nuances of daylight on the circular stage which is made complete by the bridge in carved rose gold.

Beyond the notion of the hours is that of the seasons. Van Cleef & Arpels chose to introduce at this same time four more timepieces within this collection for the four seasons of the year: spring, summer, fall and winter.

On these watches, colours play an important role. Coloured grisaille enamel technique is used once again to set a pinkish scene for spring, a rather green illustration for summer, a mellow blend of orange and yellow for autumn, and, a cool blue and white for winter. An additional motif can be found under the bridge to reinforce the seasonal concept – the flowers, the butterflies, the falling leaves and the snowflakes are all carved from gold and painted by hand. If you look closely enough, you will see that the lovers’ clothing changes with the season as well (e.g. shorter sleeves in the warmer seasons and longer in the winter).

The four seasonal watches are available only on a gold bracelet which is also completely paved with diamonds and coloured stones. To match the seasons, Van Cleef & Arpels is wise to use different colours of gold to further enhance the ensemble. The choice of yellow gold for autumn is not entirely surprising but worthy of a special mention.

You can buy the season watches individually or as a set of four. Apparently, Van Cleef & Arpels has already envisioned that someone may just do that and have designed a sycamore cabinet for the presentation display of these pieces of seasonal creativity.

To quote the International Marketing and Communication Director once more: “The imaginary world is very important for Van Cleef & Arpels. We are a jeweller. This is a house of high jewellery. And we are here, on earth, to propose a positive vision of life which is extremely important. We are here to create value as we said earlier, and we are here to preserve and develop crafts.”

These carefully choreographed elements of technicity, aesthetics, culture and romance combine to place Van Cleef & Arpels in an inimitable place within the watchmaking industry of the 21st century. And we have not even begun to talk about their other fantastic creations!

Lady Arpels Pont des Amoureux Hiver
Author profile

Even after years as a writer and a journalist, Ruckdee still considers himself a translator first of all, as that background service was the gateway to his present career. When not working on Luxuo Thailand, Ruckdee manages the quarterly print magazine World of Watches Thailand -- a sister title within our group.