Indulge in the High-Tech Shine of Rado

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

หลากบุคลิกที่ประกอบกันเป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีศักยภาพในชื่อ Rado
บทความ:
อาชก โซมาน

[ English ]

Rado เป็นแบรนด์อายุเก่าแก่กว่า 100 ปีที่อาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมมากนักในตลาด แต่ทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นสำหรับ Rado เพราะนาฬิการุ่น Captain Cook ที่เข้ามารับกับกระแสความนิยมนาฬิกาสปอร์ตดีไซน์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว

แต่เดิมนั้นบริษัทผู้ผลิตนาฬิกา Rado นั้นดำเนินธุรกิจผลิตเครื่องสำหรับนาฬิกาตั้งโต๊ะและนาฬิกาข้อมือประเภทจักรกลเป็นหลัก และไม่ได้ผลิตนาฬิกาข้อมือในชื่อแบรนด์ของตนเองจนกระทั่งมีรุ่น Golden Horse ออกมาในปี ค.ศ. 1957 เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีของบริษัท และเมื่อถึงปี ค.ศ. 1959 นาฬิกา Rado ก็มีจำหน่ายในกว่า 61 ประเทศและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในทวีปเอเชียและภูมิภาคตะวันออกกลาง

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado DiaStar 1

เชื่อว่า Rado เองต้องเห็นว่านาฬิกาที่ตนผลิตต้องเผชิญกับสภาพการใช้งานเช่นไร อันเป็นสาเหตุให้มีการเปิดตัวนาฬิกา DiaStar 1 ในปี ค.ศ. 1962 สำหรับคนยุคสมัยใหม่ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมอันหลากหลายซึ่งจะทำให้นาฬิกาต้องถูกกระทบกระทั่ง โดย DiaStar 1 รุ่นนี้ผลิตจากวัสดุทังสเตนคาร์ไบด์ที่มีความแข็งเป็นพิเศษ ตัวเรือนมีรูปทรงเป็นวงรี และขอบตัวเรือนมีลักษณะยกขึ้นเพื่อช่วยปกป้องบริเวณกระจกของนาฬิกาเอาไว้ ดีไซน์ดังกล่าวเป็นการปูทางสำหรับนาฬิการุ่นอื่นๆ ที่จะตามออกมาและยังคงมีอิทธิพลต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของ Rado ในปัจจุบันนี้

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado Integral

หลังจากที่ Rado เข้ามาอยู่ในเครือ Swatch Group แล้วก็มีพัฒนาการสำคัญอีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 1986 กับการพัฒนานาฬิกา Rado Integral ซึ่งเป็นการนำเอาวัสดุไฮเทคเซรามิกมาใช้ในวงการนาฬิกาเป็นครั้งแรกและทำให้เป็นที่สนใจของผู้คนในทันที และนาฬิการุ่น Integral นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเรือนเซรามิกเท่านั้น หากแต่ว่ายังมีสายนาฬิกาที่ผลิตจากเซรามิกเพื่อเข้าคู่กันด้วย

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado V10K

Rado ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับการออกแบบนาฬิการุ่น Integral เพราะว่านักสะสมนาฬิกาอีกหลายต่อหลายรุ่นยังคงจดจำ Rado ด้วยภาพของนาฬิกาสีดำที่เงางามดุจจิวเวลรีรุ่นนี้ และ Rado Integral ก็ยังเป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่าที่ Swatch Group มอบให้กับตลาดในเวลานั้นด้วยเพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผลมากๆ แล้วในปี ค.ศ. 2002 นาฬิการุ่น V10K จึงสร้างสถิติใหม่ของความทนทานต่อการขีดข่วน ด้วยการเคลือบนาโนคริสตอลลีนไดมอนด์บนพื้นผิวของนาฬิกาเพื่อให้ได้ระดับความแข็ง 10,000 วิคเกอร์ จนยังคงตำแหน่งการเป็นนาฬิกาที่แข็งที่สุดในโลกจนถึงวันนี้

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado Captain Cook รุ่นสเตนเลสสตีล

Rado มีนาฬิกาที่ใช่สำหรับตลาดเมื่อถึงจุดที่เทรนด์นาฬิกาวินเทจกลับมาเยือนแบรนด์ต่างๆ หลังจากสภาวะวิกฤตการเงินยุคปี ค.ศ. 2008 และเมื่อเทรนด์นาฬิกาสปอร์ตเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังเมื่อ 4 ปีที่แล้ว Captain Cook ก็ไม่เพียงเป็นนาฬิกาที่ใช่ แต่ว่าเป็นนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น Rado จึงผลิตนาฬิกา Captain Cook ใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2017 ให้มีรายละเอียดเหมือนเดิมทุกประการ แม้แต่ในเรื่องขนาดก็ทำให้เล็กเพียง 37 มม. จนเป็นที่ประหลาดใจของทุกคนที่มีภาพติดตาว่า Rado จะต้องเป็นนาฬิกาสีดำเงาๆ นาฬิกา HyperChrome Captain Cook ใหม่ประสบความสำเร็จในทันทีและมีเสียงเรียกร้องจากนักสะสมนาฬิกาว่าจะเอานาฬิการุ่นนี้ในขนาดตัวเรือนที่ใหญ่ขึ้น Rado จึงผลิตรุ่นขนาดใหญ่พิเศษ 45 มม. ออกมา แล้วยังมีขนาด 42 มม. ที่ทุกคนต้องการด้วยอีกซึ่งในครั้งนี้เรียกชื่อเพียง Captain Cook แล้วโดยไม่มีคำว่า HyperChrome นำหน้า

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado Captain Cook รุ่นบรอนซ์

นอกจากนี้ Rado ยังมีการผลิตนาฬิกา Captain Cook แบบลิมิเต็ดเอดิชั่นจำนวน 999 เรือนที่มีทั้งสายผ้าและสายสตีลในชุด และอีกรุ่นหนึ่งเป็นตัวเรือนบรอนซ์แบบไม่ลิมิเต็ด เราต้องเน้นย้ำด้วยว่านี่เป็นนาฬิกาบรอนซ์รุ่นแรกของ Rado และเป็นนาฬิกาบรอนซ์รุ่นแรกของ Swatch Group ด้วยเลย จึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งของแบรนด์จากเมืองเลงเนาแบรนด์นี้

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado Captain Cook รุ่นเซรามิก

สำหรับในเรื่องของสีสันนั้น Rado ก็มีคอลเลคชั่น True Thinline ที่ผลิตตัวเรือนและสายเซรามิกเป็นสีสันสดใสต่างๆ ตามทฤษฎีสีของเลอกอร์บูซิเยร์ ทำให้นาฬิกา True Thinline Corbusier มีชีวิตชีวาในระดับที่นาฬิกาน้อยรุ่นนักจะมี ตัวเรือนเป็นแบบอัลตร้าธินที่บางเพียง 5 มม. และมีโครงสร้างแบบโมโนบล็อกตามมาตรฐานของ Rado ส่วนสายนาฬิกานั้นก็สวมใส่สบายเป็นอย่างมาก และมีจุดสังเกตที่น่าสนใจตรงที่ Rado วางตลาดนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่นนี้ในฐานะนาฬิกาแบบยูนิเซ็กซ์ ในขณะที่นาฬิกา True Thinline ปกติจะเป็นนาฬิกาสำหรับผู้หญิง เมื่อมาพิจารณานาฬิกาทั้งไลน์ในภาพรวมแล้วเราก็มองว่าที่จริงจะผู้หญิงใส่หรือผู้ชายก็ใส่ได้เหมือนกันหมด อยู่ที่รสนิยมของแต่ละคนเท่านั้นมากกว่า

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado True Thinline Corbusier

สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องเทคนิคการผลิตนาฬิกาเป็นพิเศษ นาฬิกา True Thinline Corbusier อาจบ่งบอกถึงอะไรหลายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในคอลเลคชั่นนาฬิกาอื่นๆ ของ Rado ก็ได้ เราควรจะคาดหวังว่าจะได้เห็นนาฬิกา Integral สี Powerful Orange หรือไม่ หรือจะเป็น Captain Cook ขอบตัวเรือนสี Sunshine Yellow ดี แล้วถ้าเป็นนาฬิกา Ceramica สี Spectacular Ultramarine จะเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้ก็คงต้องรอดูกันต่อไปแต่บอกได้เลยว่าจะเป็นเรื่องของรสนิยมมากกว่าข้อจำกัดทางด้านเทคนิคใดๆ แล้ว


We take a look at the brand’s mastery of materials as seen in the Captain Cook and the True Thinline collections.

Words: Ashok Soman

For a brand with more than 100 years of history that is still active today, Rado is actually not that famous. Happily, the Rado Captain Cook changed all that, thanks in part to the current demand for sports watches of all sorts. Rado is a brand on the up-and-up.

An etabliseur focussed on mechanical clock and watch movements, the firm did not make wristwatches under its own name until the Golden Horse in 1957: a watch created to celebrate the 40th anniversary of the company. By 1959, Rado had a presence in more than 61 countries and was especially popular in Asia and the Middle East.

Rado must have realised that its watches were seeing a lot of use because by 1962, it debuted the DiaStar 1 to cope with the unforgiving world of the modern working person. For Rado, the DiaStar 1 was a radical proposition, not just in the ultra-tough tungsten carbide material it deployed. Matching its toughness was an uncompromising oblong case shape, with a pronounced bezel that protected the face of the watch. It was a sign of the watches to come, and continues to influence the brand to this day.

In 1986, now a part of the Swatch Group, Rado hit a new high with the Rado Integral watch which brought high-tech ceramics to watchmaking and immediately received positive notices. Not only was the case of the Integral in ceramic but so was the bracelet.

For the design of the watch, Rado really hit it out of the park. Generations of watch collectors came to define Rado by the way the Integral looked – black with the high shine of jewellery. As it stood then, the watch was a paragon of the Swatch Group value proposition, boasting high production values for a very reasonable price. In 2002, the V10K watch took scratch-resistance to a new level. The watch was coated with a layer of artificial nanocrystalline diamond, giving it a hardness of 10,000 Vickers. It is still the world’s hardest watch.

When the vintage trend took hold at most brands after the financial crisis of 2008, Rado found it had the right watch to capture the public’s interest. When the sports watch trend really took off four years ago,

the Captain Cook was no longer the right watch – it was perfect. So Rado struck in 2017 with a pitch-perfect reissue of the watch – down to the 37 mm size – that surprised everyone who still saw Rado as the maker of shiny black watches.

The new HyperChrome Captain Cook was an immediate hit, with collectors clamouring for a larger size. Rado not only obliged with its own oversized version at 45 mm, but also with a 42 mm crowd-pleaser that dropped the HyperChrome name.

There is also a limited edition (999 pieces) that comes with both fabric and bracelet as a package, and now a bronze version with only a leather strap that is not limited. Significantly, this bronze watch is the first Rado watch to ever be offered in bronze. It is also the first such watch in this material from Swatch Group, which is quite the coup for the Lengnau brand.

As far as colourways go, the True Thinline collection is where Rado’s ability to offer ceramic in different colours comes into play, going all-in on bright hues by citing Le Corbusier’s colour theory. To dig into it a little, the True Thinline Corbusier models exhibit a sense of playfulness and dynamism not seen elsewhere. The ultra-thin 5 mm cases are of the usual Rado monobloc standard, and the bracelets are highly wearable. Interestingly, Rado positions the limited edition as a unisex offering, while the standard True Thinline is meant for ladies. Looking at all of them together, it seems they could work for either gender; it really depends only on taste.

Indeed, the key take-away for watch specialists with the True Thinline Corbusier models is what they might mean for other Rado collections. Shall we expect to see an Integral in the same shade of Powerful Orange, or perhaps a bezel in Sunshine Yellow for the Captain Cook? How about a Ceramica entirely in Spectacular Ultramarine? It is certainly too early to tell, and once more is more dependent on taste than any technical constraint.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado Captain Cook in ceramic