Opinion: Why I Fall for the Breguet 7137 and 7337 in White Gold

Breguet ปรับโฉม Classique สองรุ่นเด่นด้วยรายละเอียดที่ทำให้นาฬิกาดูอ่อนวัยลงเป็นอย่างมาก
บทความ: รักดี โชติจินดา

[ English ]

“นานาจิตตัง” เป็นวลีที่สามารถใช้ได้ทุกวันในวงการนาฬิกา เพราะนาฬิการุ่นเดียวกันนั้น คนหนึ่งมองอาจบอกว่าปิ๊ง แต่อีกคนอาจบอกว่าขัดใจสุดๆ สำหรับผม ผมชอบนาฬิกาที่มีดีไซน์ย้อนยุค มีกลิ่นอายวินเทจ ดังนั้นพวกรุ่นที่ทำเลียนแบบของโบราณนั้นผมมักจะเทใจให้ได้โดยเร็ว ผมไม่รู้สึกว่านาฬิกาแนวนั้นจะมีปัญหาอะไร เพราะนี่คือโอกาสที่คนในยุคสมัยปัจจุบันจะได้ใส่นาฬิกาที่มีหน้าตาแบบนั้นบ้าง โดยไม่ต้องมาระแวดระวังอะไรมากมายเหมือนเวลาที่เอาของที่เป็นวินเทจจริงๆ มาใส่ ในขณะเดียวกัน นักสะสมนาฬิกาอีกขั้วหนึ่งก็จะบอกว่านาฬิการีเอดิชั่นเหล่านี้ก็เป็นแค่ของก๊อปปี้ หรือหนักไปกว่านั้นก็อาจบอกว่าเป็นเพียงกลวิธีของแบรนด์นาฬิกาในการหาเงินแบบง่ายๆ

หลักการของผมง่ายมากครับ ถ้าดีไซน์นั้นเป็นดีไซน์ดั้งเดิมของแบรนด์นั้นอยู่แล้วก็ปล่อยให้เขาทำไปเถอะ เพราะว่าผู้ซื้อนาฬิกาอย่างเราไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว (นอกจากเสียเงิน) เขาไม่ได้ไปลอกเลียนแบบใครมา เขาแค่นำอดีตของเขามาสานต่อให้อยู่ยงคงไปจนถึงอนาคตก็เท่านั้น

7137 รุ่นไวท์โกลด์ใหม่

Breguet เป็นตัวอย่างเรื่องดีไซน์ที่ผูกอิงกับอดีตได้เป็นอย่างดี เพราะ Breguet เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และรู้จักเอาความรุ่มรวยนั้นมาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีสติ ไม่เสียของ อย่างหน้าปัดของนาฬิการุ่น Classique 7137 ก็มีที่มาจากดีไซน์ของนาฬิกาพกหมายเลข 5 จากปลายยุคศตวรรษที่ 18

นาฬิกาพกหมายเลข 5

ตรงกลางหน้าปัดมีเข็มชั่วโมงและเข็มนาที ทางด้านบนซ้ายมีเข็มบอกกำลังลานสำรอง ทางด้านบนขวามีมูนเฟส และที่บริเวณหกนาฬิกามีวงหน้าปัดเล็กซึ่งในนาฬิกาพก No. 5 นั้นจะเป็นเข็มวินาที แต่ในนาฬิกาข้อมือ Classique 7137 เปลี่ยนเป็นเข็มวันที่แทนเพื่อเพิ่มอรรถประโยชน์ และแน่นอนว่าอีกสิ่งที่ต้องมีเหมือนกับนาฬิกาพกรุ่นต้นตำรับก็คือการแกะลวดลายที่ต่างกันบนหลายส่วนของพื้นหน้าปัดด้วยกระบวนการเอ็นจิ้นเทิร์นซึ่งเป็นงานถนัดของ Breguet มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

7137 รุ่นโรสโกลด์ใหม่

นาฬิกาอีกคู่หนึ่งที่มีดีไซน์อิงกันอยู่ก็คือนาฬิกาข้อมือ Classique 7337 กับนาฬิกาพกหมายเลข 3833 จากปี ค.ศ. 1823 หน้าปัดบอกเวลาของนาฬิการุ่นนี้ได้รับการจัดวางแบบเยื้องลงทางด้านล่าง ทำให้ทางด้านบนมีที่พอสำหรับหน้าต่างมูนเฟสตรงกลาง และหน้าต่างบอกวันและวันที่ทางด้านซ้ายและขวาตามลำดับ เช่นเดียวกันกับตัวอย่างคู่แรก รายละเอียดตรงนี้ Breguet ก็ทำการปรับเปลี่ยนอย่างแนบเนียนเช่นกัน โดยในนาฬิกาพกหมายเลข 3833 นั้นทางด้านซ้ายจะเป็นเข็มบอกกำลังลานสำรอง ไม่ใช่หน้าต่างบอกวันเหมือนใน Classique 7337 นี้ ถ้าเปลี่ยนแล้วทำให้ลงตัวอย่างนี้ เปลี่ยนเลยครับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

นาฬิกาพกหมายเลข 3833

นาฬิกาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องพัฒนาไปข้างหน้าเรื่อยๆ เฉกเช่นเดียวกันกับสินค้าอื่นทุกชนิดในโลก ดังนั้น Breguet ก็ไม่สามารถย่ำอยู่กับอดีตได้ หากแต่ต้องมองไว้ด้วยว่ารสนิยมของผู้ซื้อในยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดแล้ว จนเกิดเป็น Classique 7137 และ 7337 เวอร์ชั่นใหม่สำหรับปี ค.ศ. 2020 นี้ ประกอบด้วยรุ่นโรสโกลด์หนึ่งรุ่นและรุ่นไวท์โกลด์หนึ่งรุ่น ในทั้งสองโมเดลตัวอย่างนี้

7337 รุ่นโรสโกลด์ใหม่

รุ่นโรสโกลด์จะมีหน้าปัดวัสดุทองที่ทำให้กลายเป็นสีเงิน เราสามารถบอกได้ว่านี่คือเวอร์ชั่นใหม่หรือเก่าได้อย่างรวดเร็วโดยการดูที่วงวินาทีเล็กซึ่งหากเป็นรุ่นใหม่นี้ก็จะแกะเป็นลายดามิเยร์ที่ดูเหมือนตารางหมากรุก สำหรับรุ่นไวท์โกลด์นั้นจะดูออกว่าเป็นรุ่นใหม่ทันทีเพราะว่ามีหน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม และวัสดุที่ใช้ผลิตหน้าปัดนั้นก็เป็นทองเช่นกัน และเราจะสังเกตเห็นด้วยว่าดวงจันทร์ของนาฬิกาเวอร์ชั่นใหม่นี้มีรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เป็นรูปหน้าคนก็กลายเป็นการทำลายนูนต่ำผิวเงาและการเซาะร่องผิวด้าน ดูทันสมัยขึ้นมากจริงๆ เหมาะสำหรับคนที่เคยมองว่าดวงจันทร์แบบมีหน้านั้นดูโบราณเกินไปครับ

7337 รุ่นไวท์โกลด์ใหม่

ถ้าถามว่าผมจะซื้อรุ่นไวท์โกลด์หน้าปัดน้ำเงินนี้ไหม ขอตอบว่าคงจะไม่ซื้อเป็น Breguet เรือนแรกของตัวเอง เพราะคิดว่าเรือนแรกอยากได้แบบที่ดูดั้งเดิมกว่านี้ แต่ถ้าบังเอิญว่าผมมี Breguet อยู่แล้ว และจะซื้อรุ่นนี้เป็น Breguet เรือนที่สองหรือสามไหม อันนี้ตอบได้ทันทีว่าก็เป็นไปได้สูงมาก เพราะว่าลุคด้วยรวมดูสดใหม่แต่ไม่ฉูดฉาดเกินไป มีรายละเอียดเล็กน้อยให้พินิจพิจารณาตามจุดต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้อิงกับอดีตเสียจนดูโบราณแน่นอน โดยรวมต้องบอกว่าดูดีมากๆ แต่ก็นั่นแหละครับ “นานาจิตตัง” อย่างที่บอกไว้ตอนต้น ผมจบบทความนี้ด้วยภาพวริสท์ช็อทสุดงามจาก Breguet ในหน้าขวามือนี้ก็แล้วกันนะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง: Tudor Black Bay Fifty-Eight Navy Blue is a Watch for Sharing


Breguet refreshes the two Classique watches with subtle touches that make all the difference.

Words: Ruckdee Chotjinda

Watch buying is, most of the time, a purely subjective matter. What makes one tick may just tick somebody else off. I love vintage-inspired designs and have my affection ready to give to most re-issued watches. This is because I appreciate the fact that such timepieces enable us, the people of today, to sport that look on our wrist without having to fear for the fragility or irreplaceability of the original. Again, the opposite may just be true for other folks who dismiss re-editions as a copy or, worse, an attempt of watch brands to make easy money.

I would say that, if a watch company owns an original design, let them do a re-issue as they please, as it is in their right – and the watch buying public has nothing to lose anyway. It is not as if they are imitating somebody else. Rather, they are perpetuating their own legacies!

Breguet marks a unique example to this end. Rich in heritage, the company is clearly adept at employing (while not exploiting) that legacy. Their contemporary Classique 7137 wristwatch takes after a historic late 18th century pocket watch known as No. 5. Like the original arrangement, the dial features central hour and minute hands, a power reserve indicator on the upper left, a moon phase indicator on the upper right, and a subdial at six o’clock. The latter housed a second hand in the original pocket watch No. 5, but a date hand in today’s Classique 7137 watch provides extra functionality. And again, like the original pocket watch, the dial of the Classique 7137 presents various engine-turned patterns – a Breguet specialty – for the different indication sectors.

Another pair to highlight includes the modern Classique 7337 wristwatch and its historic inspiration, the pocket watch No. 3833 from 1823. The main time indication is slightly off-centred towards the bottom part of the dial, leaving enough space for the moon phase indication up top and two arched windows on the sides for day and date indications. Once again, Breguet allowed themselves some liberty in foregoing the power reserve indicator in the original pocket watch in favour of the day window in the Classique 7337. The change makes perfect sense in terms of aesthetics and practicality.

Like other industries, watchmaking has to evolve, and Breguet is keen to keep with the tastes of modern-day watch buyers with refreshed versions of Classique 7137 and 7337 watches for 2020. Each of these models are enriched with one rose gold and one white gold reference.

The rose gold ones with a silvered gold dial can be most quickly distinguished by the new damier checkerboard engraving pattern in the circular subdial. The novelty of the white gold ones, on the other hand, is immediately announced by the deep Breguet blue shade on the dial, which is also made of gold. Note how the moon on these new versions replaces the human face drawing with a more realistic execution of shiny relief and matte grooves – a divisive move but one that is necessary to capture a new audience. 

Am I buying the white gold version with the blue dial? Well, it would not be my first Breguet watch, which I think should be more traditional. But, if asked if I could consider it as my second or third Breguet timepieces, I would say why not? It is refreshing but not loud, detailed but not dated, and overall, very smart. I leave you to ponder this choice for yourself with the beautiful shots provided by the brand.

The new 7337 in white gold

See also: Tudor Black Bay Fifty-Eight Navy Blue is a Watch for Sharing

Author profile

Even after years as a writer and a journalist, Ruckdee still considers himself a translator first of all, as that background service was the gateway to his present career. When not working on Luxuo Thailand, Ruckdee manages the quarterly print magazine World of Watches Thailand -- a sister title within our group.