Longines Flies High with the Spirit Collection

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ความสำคัญของคอลเลคชั่น Spirit ในภาพรวมแห่งความเป็น Longines
บทความ:
อาชก โซมาน ภาพ: แร้ง คอนเซปท์และสไตล์: WOW Singapore  

[ English ]

การที่มนุษย์ขึ้นไปอยู่ในยานพาหนะที่บินสูงจากพื้นดิน 1,800 เมตรอย่างในยุคเริ่มแรกของการบินช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นั้นไม่เพียงต้องฝากชีวิตไว้กับเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่ยังต้องใช้ใจและความกล้าเป็นอย่างมากด้วย และหากเป็นการบินในเส้นทางไกลอย่างเช่นการข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นก็ถือว่า นักบินต้องใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบินเลยเนื่องจากต้องใช้เวลานานหลายวัน แม้แต่การบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกของคนดังในวงการนาฬิกาอย่างชาล์ส ลินด์เบิร์กในปี ค.ศ. 1927 ก็ยังใช้เวลาถึง 33 ชั่วโมง

แต่ก่อนอื่นต้องขอประกาศให้ชัดเจนว่าบทความนี้ไม่ใช่บทความเรื่องนาฬิกา Avigation, Lindbergh หรือ Weems และไม่ได้เป็นบทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบินหรือนาฬิกานักบินด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่า Spirit ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนาฬิกานักบินที่ Longines มีอยู่แล้ว แต่ว่าคอลเลคชั่นนี้เป็นคอลเลคชั่นใหม่เอี่ยมที่มีความพิเศษและจำเป็นต้องได้รับเวลาในการฟูมฟักสักเล็กน้อย  

Longines เป็นแบรนด์ระดับแนวหน้าในเรื่องของการนำดีไซน์วินเทจกลับมาทำใหม่ นับตั้งแต่ที่มีรุ่น Legend Diver ออกมาเมื่อปี ค.ศ. 2007 ไม่มีแบรนด์นาฬิกาสวิสแบรนด์ใดนำประวัติศาสตร์ของตนเองมาใช้ประโยชน์ได้อย่างดีเท่ากับ Longines จนสามารถกล่าวได้ว่าแบรนด์ในค่าย Swatch Group แบรนด์นี้เป็นผู้กำหนดนิยามของนาฬิกาแนวรีอิชชู และเป็นผู้วางเทรนด์นิววินเทจที่ครองตลาดนาฬิกาในที่สุด ถือเป็นของที่เข้ามาถ่วงดุลกับนาฬิกาสปอร์ตที่กำลังเด่นดังได้เป็นอย่างดี

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

คอลเลคชั่น Spirit เป็นนาฬิกาแนวนิววินเทจสำหรับปี ค.ศ. 2020 และไม่มีนาฬิกาชื่อนี้ในสารบบสมัยใหม่ของ Longines นี่คือไลน์นาฬิกาใหม่เอี่ยมจริงๆ จากแบรนด์นาฬิกาสวิสอายุ 188 ปี นี่จึงเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ เพราะ Longines เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน นาฬิการุ่นเก่าที่นำมาผลิตใหม่รุ่นต่างๆ ของ Longines มักทำให้เรายิ้มได้เวลาคัดเลือกนาฬิกามาเขียนถึง เพราะมันจะต้องมีแก่นสารให้บอกเล่าอยู่เสมอ และมีเนื้อหนังของสาระเพียงพอต่อการขบคิดของเรา

คำถามแรกที่เกิดขึ้นก็คือว่า ในเมื่อ Longines มีคอลเลคชั่นที่แข็งแกร่งอย่าง Master, HydroConquest, Heritage และคอลเลคชั่นอื่นๆ อยู่แล้วคอลเลคชั่น Spirit ใหม่จะตอบโจทย์ในเรื่องใด คำตอบเวอร์ชั่นสั้นก็คือว่า Spirit นี้สามารถเป็นตัวแทนแห่งวิสัยทัศน์อันร่วมสมัยของ Longines ที่มีความสืบเนื่องเชื่อมโยงกับธรรมเนียมแต่ดั้งเดิมของแบรนด์ แต่ไม่ได้ถูกพันธนาการไว้โดยขนบที่ว่าเหล่านั้น

นาฬิการุ่นต่างๆ ในคอลเลคชั่นนี้ใช้เข็มบอกเวลาทรงบาทอน หลักชั่วโมงเลขอารบิกแบบผนึกติด ดวงดาว 5 ดวงและคำว่าโครโนมิเตอร์เพราะว่าผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงโดย COSC แล้ว ที่ปลายเข็มวินาทีกลางหน้าปัดของระบบโครโนกราฟมีสัญลักษณ์รูปข้าวหลามตัด เข็มและตัวเลขทั้งหมดมีการเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่าเป็นจำนวนมาก นาฬิกาทุกรุ่นใช้เครื่องใหม่ที่ ETA ผลิตให้กับ Longines โดยเฉพาะ ทุกรุ่นใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลซึ่งกันน้ำได้ 100 เมตร ทุกรุ่นมาพร้อมกับการรับประกันนาน 5 ปี

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

ในเรื่องดาว 5 ดวงนั้น Longines บอกว่านี่เป็นการสะท้อนถึงคุณภาพในระดับสูงสุดที่ทางแบรนด์มีให้ และเป็นการย้อนกลับไปยังธรรมเนียมที่แบรนด์เคยทำในสมัยก่อน ความหมายก็ 5 ดาวเหมือนในมาตรฐานคุณภาพในวงการอื่นๆ นั่นเอง โดยเราจะเห็นว่านาฬิกาในอดีตนั้นบางรุ่นก็มีสัญลักษณ์ 5 ดาวเช่นนี้ และผู้ผลิตนาฬิกาสวิสแต่เดิมก็เคยผลิตนาฬิกาเป็น 3 ระดับคุณภาพด้วยกันเพื่อขายในราคาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การมี 5 ดาวกำกับจึงเป็นการบ่งบอกว่านาฬิกาเรือนดังกล่าวนั้นมีคุณภาพอยู่ในระดับสูงสุด

คุณภาพสูงสุดดังกล่าวนี้พบได้ในคอลเลคชั่น Spirit เมื่อพิจารณานาฬิกาแต่ละรุ่น อย่างรุ่น 3 เข็มจะดูราวกับว่าเดินทางผ่านกาลเวลา จากยุคปัจจุบันย้อนกลับไปอดีตแล้วกลับมายังปัจจุบันใหม่เพื่ออยู่บนข้อมือของคุณ เรารู้สึกแบบนี้จริงๆ เมื่อได้เห็นและลองใส่บนข้อมือ และก็เป็นจริงเช่นนี้สำหรับทุกเวอร์ชั่นในไลน์นี้ นาฬิกา Spirit แบบ 3 เข็มใช้เครื่องออโต้รุ่น L888.4 ซึ่งมีกำลังลานสำรอง 64 ชั่วโมงและมีบาลานซ์สปริงผลิตจากซิลิคอน

สีของหน้าปัดมีหลากหลาย ได้แก่ สีดำด้าน สีเงินแบบพื้นมีลายเกรนและสีน้ำเงินแบบขัดซันเรย์ ทั้งรุ่น 3 เข็มและรุ่นโครโนกราฟมีหน้าปัดสีเหมือนกันเช่นนี้ สำหรับรุ่นโครโนกราฟที่เห็นว่ามีปุ่มกด 3 ปุ่มนั้นเป็นเพราะว่าปุ่มกดที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกาเอาไว้ใช้ตั้งวันที่ และเป็นปุ่มแบบขันเกลียวด้วยคุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไปกดเปลี่ยนวันที่โดยไม่ต้องใจ นาฬิกา Spirit รุ่นที่เป็นโครโนกราฟทำงานด้วยเครื่องออโต้รุ่น L688.4 เราลองใส่แล้วรู้สึกว่ารับกับข้อมือดี และเราชอบใส่รุ่นที่เป็นสายโลหะมากกว่า แต่แบบสายนาโต้ก็น่าสนใจเช่นกัน ทั้งตัวเรือนและสายโลหะไม่มีขอบตรงจุดใดที่คมจนรู้สึกได้ซึ่งถือว่าแปลกมาก

ในเรื่องของความหนา รุ่น 3 เข็มมีตัวเรือนหนา 11 มม. และรุ่นโครโนกราฟมีตัวเรือนหนา 15 มม. ถามว่าใส่ใต้ปลายแขนเสื้อได้หรือไม่ก็ต้องตอบว่าพอได้สำหรับรุ่น 3 เข็ม และรุ่น 3 เข็มนี้ยังมีแบบที่มาในชุดพิเศษที่เรียกว่า Prestige Edition ด้วย โดยในกล่องจะมีสายโลหะ สายหนังและสายนาโต้อย่างพร้อมสรรพ

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Longines ไม่ได้ผลิตนาฬิกาตามวิสัยทัศน์ของผู้ใดผู้หนึ่ง อย่างคอลเลคชั่น Spirit นี้ก็เป็นองค์รวมของดีเอ็นเอแห่งความเป็น Longines เราชอบที่ทางแบรนด์มีการอ้างอิงถึงนักชาติพันธุ์วิทยาและนักสำรวจชาวฝรั่งเศส พอล-เอมิล วิคเตอร์ เพราะชื่ออื่นๆ ที่ Longines อ้างอิงถึงทั้งหมดอย่างอมีเลีย แอร์ฮาร์ท เอลินอร์ สมิธและฮาเวิร์ด ฮิวจ์ส นั้นเป็นนักบินยุคบุกเบิก แต่วิคเตอร์เป็นที่รู้จักกันจากการจัดคณะนักสำรวจชาวฝรั่งเศสไปเยือนขั้วโลกเหนือและใต้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเคยทำงานสำรวจและวิจัยที่กรีนแลนด์มาก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1934

เรือนนาฬิกาแต่ละรุ่นในคอลเลคชั่น Spirit จึงเป็นไปตามคำบรรยายของ Longines เองจากในโบรชัวร์ว่า “ด้วยแรงบันดาลใจจากผู้บุกเบิกและนักสำรวจที่มีความมุ่งมั่นในการเดินทางผ่านดินแดนที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน บุรุษและสตรีที่เสี่ยงชีวิตของตนเพื่อพิชิตฟากฟ้า ผืนแผ่นดินและท้องทะเล นี่คือแก่นแท้ของจิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้บุกเบิกที่ไม่รู้จักยอมแพ้แม้จะต้องประสบกับความยากลำบากและความล้มเหลว”

เราอาจจะอ่านแล้วอินตามตัวหนังสือข้างบนนี้มากเกินไป แต่ที่แน่นอนคือว่า Spirit นั้นเป็นคอลเลคชั่นนาฬิกาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับช่วงเวลาปัจจุบันในประวัติศาสตร์ของโลกเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง: An Interview with Longines CEO Matthias Breschan


The Spirit collection delivers a contemporary vision for Longines watches that is still tethered to the brand’s traditions, without being shackled to them.

Words: Ashok Soman Photo: Rank Art Direction and Styling: WOW Singapore

When humans lived in a mechanised transport at 1,800 metres above the ground, technology was not our only assurance. In this pioneering era of the early 20th century, you needed a measure of faith and lots of courage. And yes, pilots virtually lived on their planes because it used to take days to cross the Pacific Ocean, for example. Even the Atlantic crossing of horological icon Charles Lindbergh in 1927 took 33 hours.

Speaking of which, this story requires clarity. This is not about the Avigation watches nor the Lindbergh and Weems models. Indeed, it is not about historic aviation and pilot’s watches at all. That is not to say there are not threads connecting the Spirit watches with Longines’ existing aviation models. However, the Spirit collection is entirely new and something extraordinary like this needs a bit of space to breathe.

Longines is at the forefront of vintage renaissance, and had been since the Legend Diver of 2007. Certainly, no Swiss brand has demonstrated command over its own history quite as Longines has done.

Arguably, the Swatch Group-owned brand defined the reissue watch, and the new-vintage trend that has come to dominate watchmaking, counterbalancing the triumph of the sports watch.

The Spirit collection is peak new vintage because it is novel for 2020, and does not exist in the Longines assortment. It is an entirely new family of watches from a 188-year-old Swiss watchmaker. Take a moment to let that sink in, while bearing in mind the evidence of the depth of the brand’s archive. The heritage releases from Longines usually bring smiles to our faces when it comes time to decide on watches to cover. There is always something real to discuss, and meat to sink our journalistic musings into.

With such strong collections as the Master, HydroConquest and Heritage, to list only three, the first question with the Spirit collection would be this: what does it add to an already diverse assortment? The short answer is that it delivers a contemporary vision for Longines watches that is still tethered to the brand’s traditions, without being shackled to them.

The variants in the Spirit collection are united by what we call baton-style hands, applied Arabic numerals, plus five stars and the word chronometer, because the models are COSC-certified as such. The central chronograph second hand has a diamond shape on the tip. All hands and numerals use liberal amounts of SuperLuminova. All watches use new movements, produced exclusively for Longines by ETA. All are water-resistant to 100 metres, and cased in stainless steel. All have five-year warranties.

With regards to those five stars, Longines says this is a reflection of the best quality that it could offer, and is a reference to something the brand had done in the past. Basically, it is a 5-star rating, as you might find in other trades relating to quality standards. There is some indication that these five stars featured on the dial of historical pieces, and many Swiss manufactures in the past produced three levels of quality, at three distinct price points. Five stars typically indicated that a given watch was of the best quality.

The above is all that clearly unites the Spirit collection. Looking to the watches themselves, the three-hander performs the very neat trick of travelling through time, from the present to the past and back again, to recommend itself for your wrist. That is genuinely what it feels like, from looking at it to wearing it. This applies to all versions of the watch. All three-handers use the automatic calibre L888.4 with 64 hours of power reserve and a silicon balance spring.

For dial colours, there are a number including matt black, grained silver and sunray blue. These are offered across the three-hander and the chronograph models. The chronograph has three pushers and different configurations and set-ups for the date than the three-handers. The pusher at 10 o’clock controls the date, and is screwed down to prevent accidental changes. The chronograph is powered by the automatic calibre L688.4. In terms of wearability, we had no issues with fit, and yes we prefer it with the bracelet. Having said that, the NATO strap is also a great option. We did not find any sharp edges to the case or the bracelet to complain about, which is not uncommon.

In terms of thickness, the three-handers are 11 mm and the chronograph is 15 mm, so none are exactly ideal to fit under the sleeve but you can just about manage it with the 11 mm watches. Finally, there is a Prestige Edition that includes a steel bracelet, leather strap and NATO strap. This Prestige option is available for the three-hander, but not the chronograph.

Longines does not produce watches that are the vision of any one person, and the Spirit collection is definitely representative of the DNA of the brand. We like the link forged here with French ethnologist and explorer Paul-Emile Victor. The other great names cited by Longines like Amelia Earhart, Elinor Smith and Howard Hughes are all aviation pioneers, but Victor was different. He is known today for organizing post-WW2 French expeditions to both poles, but he had already done pioneering work in Greenland in 1934.

The resulting timepieces resonate with Longines’ own description of the Spirit collection from its brochure: “Inspired by timeless pioneers, explorers on a mission to enter uncharted territories. Men and women who have put their lives at stake to conquer the skies, land and seas. This is the true essence of the pioneer spirit: despite adversity and failures, pioneers never give up”.

Perhaps we are reading too much into this but it seems the Spirit is just the right collection for our current moment in history.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

See also: An Interview with Longines CEO Matthias Breschan