The Reverso Hybris Mechanica Calibre 185 is the World’s First Watch With Four Faces

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

นาฬิกา Reverso รุ่นพิเศษจำนวน 10 เรือนที่ขอพื้นที่ในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการนาฬิกาด้วยการมีมากถึง 4 หน้าปัดในเรือนเดียว
บทความ:
รักดี โชติจินดา  

[ English ]

เราเห็นนาฬิกา Reverso แบบ 2 หน้ากันเป็นประจำอยู่แล้ว แม้แต่ 3 หน้าก็ยังเคยมีอยู่รุ่นหนึ่งในอดีต ดังนั้นในโอกาสฉลองครบรอบ 90 ปีของคอลเลคชั่น Reverso ในปีนี้ Jaeger-LeCoultre ต้องสร้างความพิเศษเหนือกว่าทุกครั้งที่เคยด้วยนาฬิกา Reverso แบบ 4 หน้าปัดเป็นครั้งแรก ประกอบด้วย 2 หน้าปัดบนตัวเรือนและอีก 2 หน้าปัดบนแคร่ที่แบกรับตัวเรือนไว้

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

นาฬิการุ่นนี้มีชื่อว่า Reverso Hybris Mechanica Calibre 185 ภายในบรรจุคอมพลิเคชั่นมากกว่า 11 ชนิดไว้ตามจุดต่างๆ บนหน้าปัดด้านหน้าของตัวเรือนมีเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์แบบอินสแตนเทเนียส แสดงค่าวันและเดือนด้วยหน้าต่างที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา มีวันที่แบบบิ๊กเดทที่ตำแหน่ง 5 นาฬิกาและมีตัวเลขบอกรอบปีอธิกสุรทินที่ตำแหน่ง 1 นาฬิกา และที่ทำงานอย่างเป็นสง่าราศีจนสะดุดทุกสายตาก็คือฟลายอิ้งตูร์บิยองที่ตำแหน่ง 7 นาฬิกา

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

บนหน้าปัดด้านหลังของตัวเรือนมีการแสดงค่าเวลาเดียวกันกับหน้าปัดด้านหน้า แต่แทนที่จะใช้เข็มก็เปลี่ยนเป็นระบบจั๊มปิ้งอาวประกอบกับวงแหวนนาทีแทน และบนหน้านี้เองที่คุณจะได้เห็นแฮมเมอร์ทั้งสองของระบบมินิทรีพีทเตอร์ที่พัฒนาไปจนถึงจุดที่สามารถตีเสียงชั่วโมงและนาทีได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการเว้นช่องว่างตรงกลางในช่วงนาทีที่ 1-14 ของชั่วโมงซึ่งไม่มีการตีเสียงบอกควอเตอร์แต่อย่างใด

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

แต่ฟังก์ชั่นของ Reverso รุ่นนี้ไม่ได้อยู่เพียงในตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 51.2 x 31 x 15.15 มม. เท่านั้น หากแต่ยังมีอีก 2 หน้าปัดอยู่บนแคร่ที่แบกรับตัวเรือนไว้ หน้าปัดที่สามของนาฬิการุ่นนี้อยู่ทางด้านหน้าของแคร่ ครึ่งบนเป็นมูนเฟสตามมุมมองของซีกโลกเหนือที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่และมีลวดลายสมจริงเป็นพิเศษ และมีวงหน้าปัดเล็กสองวงด้านล่างบอกมุมโคจรสูง-ต่ำของดวงจันทร์ และวงโคจรใกล้-ไกลโลกของดวงจันทร์ ด้านล่างสุดของหน้าปัดนี้มีตัวเลขปีคริสตศักราช 4 หลักฝากไว้อยู่ด้วย สุดท้ายคือหน้าปัดที่สี่ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของแคร่ซึ่งทำหน้าที่แสดงภาพมูนเฟสตามมุมมองจากซีกโลกใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เหลือทำเป็นแผนที่ดวงดาวด้วยการแกะสลักและลงสีแล็คเกอร์ ด้านล่างสุดมีตัวเลขระบุหมายเลขประจำตัวเรือน

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

มาถึงจุดนี้คุณอาจมีข้อสงสัยว่าการแสดงค่าบนแคร่สัมพันธ์กับการแสดงค่าบนตัวเรือนนาฬิกาได้อย่างไรในเมื่อกลไกไม่มีจุดใดเชื่อมต่อกัน ความอัจฉริยะของเขาก็คือการออกแบบเครื่องนาฬิกาทางฝั่งตัวเรือนให้มีเดือยยื่นออกมาเวลาเที่ยงคืน เดือยนี้จะจิ้มเข้าที่ตัวตั้งค่าด้านบนของแคร่พอดีเพื่อให้การแสดงค่าทางดาราศาสตร์ทั้งหมดเดินหน้าไปหนึ่งวัน เพียงเท่านี้ Jaeger-LeCoultre ก็สามารถทำให้แคร่ของนาฬิการุ่นนี้ไม่หนาจนผิดรูปทรงของ Reverso ไปได้แล้ว โดยมีข้อแม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือเจ้าของนาฬิกาต้องไม่ดันตัวเรือนออกจากแคร่ในช่วงเวลาเที่ยงคืน มิฉะนั้นการแสดงค่าต่างๆ ของหน้าปัดที่สามและสี่จะไม่ได้รับการปรับตั้งประจำวัน

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

นับเป็นอีกครั้งที่ Jaeger-LeCoultre แบรนด์ดังจากเลอซองทิเยร์ได้แสดงความเหนืออีกครั้ง นาฬิกา Reverso รุ่นนี้ผลิตเป็นจำนวนจำกัด 10 เรือนและมาพร้อมกับกล่องแบบพิเศษที่มีตัวช่วยตั้งค่าอยู่ในถาดด้านล่าง เพียงเจ้าของวางนาฬิกาลงในช่องที่จัดเตรียมไว้ ระบุจำนวนวันนับตั้งแต่วันที่นาฬิกาดับ แล้วตัวช่วยตั้งค่าจะทำหน้าที่ปรับค่าปฏิทินและดาราศาสตร์ทั้งหมดอย่างรวดเร็วและปลอดภัย สนนราคาของ Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Mechanica Calibre 185 รุ่นนี้คือ 1,350,000 ยูโร

บทความที่เกี่ยวข้อง: Watches and Wonders Geneva 2021: An Executive Summary


A series of 10 units, this astounding timepiece has rightly earned its place in the modern history of watchmaking.

Words: Ruckdee Chotjinda

Reverso watches with two dials are common. They even made one with three dials in the past. So, for the 90th anniversary of the collection, Jaeger-LeCoultre enters a new frontier with a quadriptyque Reverso with two dials on the case and two more on the cradle.

The watch, known as the Reverso Hybris Mechanica Calibre 185, features 11 complications across its four dial. On the recto face of the watch, you will find components of the instantaneous perpetual calendar which include the day and the month windows at 12 o’clock, the big date windows at five o’clock and the leap year indicator at one o’clock position. The flying tourbillon at the seven o’clock position is also unmissable.

On the verso side, the same time as on the front is displayed by a jumping hour indicator and a minute ring. This back side of the case is also home to the minute repeater mechanism where the chiming works are carried out by the two hammers at the bottom. The minute repeater on this watch also knows how to skip the typical gap of silence when there is no quarter to chime.

The white gold watch measures 51.2 x 31 x 15.15 mm, but it is not yet everything. Two more dials for are integrated into the two sides of the cradle to show celestial indications. On the third dial, the moonphase as seen from the northern hemisphere is represented in an extra large and realistic manner at the top. The two subdials below indicate the draconic lunar cycle (the height of the moon) and the anomalistic lunar cycle (apogee and perigee). The 4-digit year indication completes this face. Finally, on the fourth dial, an aperture displays the moonphase as seen from the southern hemisphere. The solitary indication is kept company by an exquisitely engraved and lacquered sky chart. The limitation number for the piece can also be found at the bottom of this face.

You may now wonder how cradle-side indications advance each day, considering the fact that the cradle is not mechanically linked to the watch’s movement inside the case. A trick is ingeniously built into the watch case in the form of a pin that emerges at midnight to actuate a trigger at the top of the cradle. This clever trick makes it possible for the cradle to remain as thin as possible so as to preserve the proportion of the Reverso. For this arrangement, the only restriction is for the case not to be slid out of the cradle around the time of midnight otherwise the cradle-side indications will miss their nightly advance.

The Grande Maison of Le Sentier has demonstrated their unbridled mechanical prowess once more. Each of the 10 units being produced will be delivered in a special box whose lower tray features a built-in corrector mechanism for the watch. The owner simply puts the watch in the support frame, specify the number of days since the day the watch stopped), and all calendar and astronomical indications are rapidly and safely set by the box’s built-in corrector. The Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Mechanica Calibre 185 will cost you EUR 1,350,000.

See also: Watches and Wonders Geneva 2021: An Executive Summary