Haute Couture Meets Haute Horlogerie in the Vacheron Constantin Égérie

คอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงยุคใหม่โดยเฉพาะ
บทความ: ลภีพันธ์ โชติจินดา

[ English ]

ความเฟื่องฟูของวงการนาฬิกาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้แบรนด์ต่างๆ ทำการบ้านอย่างจริงจังเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น Vacheron Constantin ก็เป็นแบรนด์หนึ่งที่จับกระแสได้ถูกและเลือกเอาใจสุภาพสตรีเป็นพิเศษในปีนี้ด้วยคอลเลคชั่นใหม่ที่มีชื่อว่า Égérie

เพราะนาฬิกาเป็นสินค้าที่ตั้งอยู่บนอารมณ์และความรู้สึก Vacheron Constantin จึงคิดนอกกรอบแล้วพิจารณาว่าจะมีอะไรบ้างที่ดึงดูดใจคุณผู้หญิงผู้มีรสนิยม และเป็นสิ่งที่มีชั้นเชิงตลอดจนรายละเอียดเฉกเช่นงานประดิษฐ์นาฬิกา สุดท้ายแล้วจึงหยิบเอาการออกแบบอาภรณ์ชั้นสูงหรือโอตกูตูร์มาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของการพัฒนานาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่นี้

กว่าจะมาเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวของนาฬิกา Vacheron Constantin Égérie

สุนทรียภาพแห่งความงาม ความประณีตและความเป็นเลิศของโอตกูตูร์นั้นถูกสะท้อนไว้อย่างไร้ที่ติแล้วในนาฬิกา Vacheron Constantin Égérie เริ่มต้นตั้งแต่ชื่อคอลเลคชั่นซึ่งมีที่มาจาก Egeria นางไม้ในเทพนิยายโรมันโบราณซึ่งเป็นมิวส์ให้กับเหล่าศิลปินและผู้ที่คร่ำหวอดในวงการครีเอทีฟต่างๆ ถือเป็นการสร้างบุคลิกและตัวตนให้กับนาฬิการุ่นใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี

ขั้นตอนการแกะสลักแผ่นหน้าปัดด้วยเทคนิคกิโยเช่จนเกิดเป็นลายผ้าพลีต

ลูกเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกาคอลเลคชั่นนี้เด่นชัดตั้งแต่การออกแบบหน้าปัดให้มีวงกลมที่ซ้อนกันอย่างแยบยล บริเวณศูนย์กลางและรอบนอกของพื้นหน้าปัด Égérie มีการแกะลายด้วยเทคนิคกิโยเช่แบบดั้งเดิมของวงการนาฬิกาจนเกิดเป็นลวดลายเหมือนผ้าพลีตได้อย่างน่าอัศจรรย์ จะเว้นระยะว่างไว้ก็เพียงบริเวณที่จะประดับตัวเลขอารบิกทรงเพรียวบางที่ผลิตด้วยเนื้อทอง 18 กะรัตแท้ๆ เท่านั้น

แล้ว Vacheron Constantin ยังเพิ่มจุดเด่นให้กับ Égérie ทุกรุ่นด้วยการจัดวางองค์ประกอบแบบเยื้องจุดศูนย์กลางดูสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นเม็ดมะยมประดับมูนสโตนที่ตำแหน่งสองนาฬิกา วงหน้าปัดเล็กที่อยู่ติดกันเพื่อใช้แสดงค่าคอมพลิเคชั่นของนาฬิการุ่นนั้นๆ และโลโก้ Vacheron Constantin ทางด้านตรงข้ามกันของหน้าปัด

Vacheron Constantin Égérie Self-Winding

นาฬิการุ่นแรกของคอลเลคชั่นนี้คือ Égérie Self-Winding ตัวเรือนขนาด 35 มม. ตัวเรือนโรสโกลด์หรือสเตนเลสสตีลขนาด 35 มม. ประดับเพชรทรงราวน์คัท 58 เม็ด (น้ำหนักประมาณ 0.88 กะรัต) รอบขอบตัวเรือน และ 34 เม็ด (น้ำหนักประมาณ 0.09 กะรัต) บนวงหน้าปัดเล็กที่ล้อมรอบหน้าต่างวันที่ เครื่องนาฬิการุ่นคาลิเบอร์ 1088 เป็นเครื่องออโต้ที่สะดวกต่อการใช้งานด้วยโรเตอร์แกะลายมอลตีสครอสอันเป็นสัญลักษณ์ประจำบ้าน Vacheron Constantin ซึ่งผลิตจากทอง 22 กะรัตเพื่อน้ำหนักและประสิทธิภาพในการขึ้นลาน จัดว่าเป็นนาฬิกาที่เหมาะกับชีวิตประจำวันสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากได้นาฬิกาที่ไม่ซ้ำกับใครในแวดวงสังคม

การประดับเปลือกหอยมุกเป็นรูปเมฆ

ลูกค้าที่ต้องการความชวนฝันอีกขั้นหนึ่งควรเลือกนาฬิการุ่นที่สองคือ Égérie Moon Phase ซึ่งมีตัวเรือนขนาด 37 มม. ผลิตจากโรสโกลด์หรือสเตนเลสสตีลเช่นกัน ประดับเพชรทรงราวน์คัท 58 เม็ด (น้ำหนักประมาณ 1 กะรัต) รอบขอบตัวเรือน และ 36 เม็ด (น้ำหนักประมาณ 0.10 กะรัต) บนวงหน้าปัดเล็ก ฟังก์ชั่นที่แตกต่างจากรุ่นแรกก็คือมูนเฟสสุดสวยในวงหน้าปัดเล็กนี้เองที่จะบอกข้างขึ้นข้างแรมด้วยดวงจันทร์ทอง 18 กะรัตที่เลื่อนเข้าและออกหลังฉากมวลเมฆเปลือกหอยมุก จะเลือกเป็นรุ่นสตีลสายสตีลก็คล่องตัว หรือจะเลือกรุ่นโรสโกล์สายหนังสามสีที่คุณสับเปลี่ยนเองที่บ้านได้โดยสะดวกและไม่ต้องใช้เครื่องมือ

Vacheron Constantin Égérie Moon Phase

เมื่อเห็นรายละเอียดที่อ่อนหวานและภาพการสื่อสารอันแสนจะดึงดูดของ Égérie แล้วก็อาจทำให้ใครหลายคนลืมคิดไปเลยว่าที่จริงนั้น Vacheron Constantin ไม่ใช่แบรนด์สมัยใหม่ หากแต่อยู่คู่วงการนาฬิกามาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1755 แล้ว และถือเป็นแบรนด์นาฬิกาที่ดำเนินกิจการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดด้วย จึงกล่าวได้ว่า Égérie เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นองค์รวมแห่งขนบธรรมเนียมและความร่วมสมัยอย่างแท้จริง

ขณะนี้นาฬิกา Vacheron Constantin Égérie รุ่นต่างๆ มีจำหน่ายในประเทศไทยแล้วที่ Pendulum สาขา Siam Paragon รายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02-610-9423

รุ่นสายหนังจะมาเป็นชุดสามสี ได้แก่ น้ำเงินไนท์บลู น้ำตาลเชสนัทและชมพูราสเบอรี่

บทความที่เกี่ยวข้อง: Post-Lockdown Watch Shopping in Bangkok


The all-new collection caters specifically to discerning ladies who take joy in the minute details.

Words: Lapheepun Chotjinda  

As the watch market grew, its audience expanded and the various brands needed to pay even more attention to the needs of the increasingly diverse clientele. Vacheron Constantin is well aware of this and has since developed the new Égérie collection especially for discerning ladies.

Watches are highly emotional products. They have a lot to do with taste, sophistication and details. The same can be said for haute couture so the historic maison has deemed it fit to bring the two high-end worlds together, resulting in the Égérie. This range of all-new creations is personified after Egeria – a nymph in Roman mythology who serves as the muse for artists and people in the creative fields. Its design features thus embody the essence of beauty, craftsmanship and excellence.

One of the most notable motifs on the Égérie is the circle. We can see an interplay of the shape everywhere, including the central and the peripheral sections of the dial where the traditional guillochage technique is used to create a pleat-like pattern of engraving. The concentric space in between is graced by 18K gold Arabic numerals in an italicised slender font.

Dynamism is further enhanced by the off-centred placement of design and functional elements. The crown with its moonstone is placed at the two o’clock position. Next to it is the small dial for the complication display of the respective models. The Vacheron Constantin logo is found as a counterbalance on the other side of the dial.

Measuring 35 mm in diameter, the Égérie Self-Winding in rose gold or stainless steel is the first watch model in the collection. Its is adorned with 58 round-cut diamonds (weighing approximately 0.88 carat) on the bezel and 34 round-cut diamonds (weighing approximately 0.09 carat) on the small dial for the date display. The watch is powered by the self-winding Calibre 1088 for absolute convenience. Its winding rotor, bearing the manufacture’s Maltese Cross emblem, is made of 22K gold for heft and winding efficiency. This is a perfect timepiece for ladies who prefer to wear something that differs from their fellow socialites.

Dreamers should look at the Égérie Moon Phase. This 37 mm watch, also in either rose gold or stainless steel, bears 58 round-cut diamonds (weighing approximately 1 carat) on the bezel and 36 round-cut diamonds (weighing approximately 0.10 carat) on the small dial.

It differs from the first model by replacing the date ring with a sweet moon phase disc. The lustrous lunar representation in 18K gold marks the waxing and waning state of the earth’s only natural satellite as it appears and disappears behind the curtain of mother-of-pearl clouds. The Égérie Moon Phase is practical in stainless steel on a bracelet and versatile in rose gold with leather straps in three colours that you can switch without the use of a tool.

When looking at these intricate details and the captivating communication visuals accompanying them, it may slip the mind that Vacheron Constantin is not a young but a truly historic watchmaking company. It was established in 1755 and has been in continuous operation since – the longest among watchmaking peers. Therefore, it can be said that their overall conceptualisation of the Égérie is an impeccable culmination of traditions and contemporariness.

Vacheron Constantin Égérie watches are available in Thailand from Pendulum. Please call their Siam Paragon boutique at 02-610-9423 for more details.

Vacheron Constantin Égérie Moon Phase

See also: Post-Lockdown Watch Shopping in Bangkok

Author profile

Lapheepun used to work in the watch industry. Her familiarity with the trade allows her to cover the subject with insights. As a member of Luxuo Thailand editorial team, Lapheepun writes about other lifestyle topics as well, with primary focus on culinary related matters.