Advertisement
Advertisement

The Chronograph: A Classical Complication Reinvented Time and Again by A. Lange & Söhne

Share this article

A. Lange & Söhne กับการออกแบบนาฬิกาโครโนกราฟที่แตกต่างอย่างมีระบบระเบียบมานานถึง 25 ปี
บทความ: รักดี โชติจินดา ภาพ: A. Lange & Söhne

[ English ]

การที่คนส่วนมากนึกถึง Lange 1 ก่อนนาฬิการุ่นอื่นเมื่อพูดถึงชื่อแบรนด์ A. Lange & Söhne นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่า Lange 1 มีดีไซน์การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ บนหน้าปัดที่ไม่เหมือนใคร และเป็นนาฬิกาหนึ่งในสี่รุ่นแรกที่ทางแบรนด์เปิดตัวในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1994 เมื่อกลับมาดำเนินกิจการอีกครั้งหนึ่งหลังจากการรวมประเทศของเยอรมนี และในเวลานั้น A. Lange & Söhne ก็เริ่มวางแผนออกแบบและพัฒนาเครื่องนาฬิกาแบบโครโนกราฟยุคสมัยใหม่รุ่นแรกของตนเองซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อนาฬิกาที่ชื่นชอบฟังก์ชั่นโครโนกราฟที่ใช้จับเวลาเป็นพิเศษ

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Datograph

นาฬิกาโครโนกราฟรุ่นแรกของ A. Lange & Söhne มีชื่อว่า Datograph ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 1999 โดยมีเครื่องโครโนกราฟแบบคอลัมน์วีลแบบไขลานสุดคลาสสิกที่สามารถจับเวลาได้นานถึง 30 นาทีด้วยเข็มทดนาทีแบบกระโดดเพื่อการอ่านค่าอย่างแม่นยำ พร้อมด้วยฟังก์ชั่นโครโนกราฟที่ทำให้ผู้ใช้นาฬิกาสามารถรีเซ็ทเข็มและเริ่มจับเวลาครั้งใหม่ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว แล้วยังมีหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาที่ทำให้เรือนเวลาขนาด 43.2 มม. รุ่นนี้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเป็นพิเศษ ปัจจุบัน A. Lange & Söhne ยังคงผลิตนาฬิการุ่นนี้อยู่ในคอลเลคชั่น Saxonia แต่ว่าเปลี่ยนชื่อเป็น Datograph Up/Down หลังจากที่มีการเพิ่มเข็มบอกกำลังลานสำรองเข้าไปที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาและลดขนาดตัวเรือนลงเหลือเพียงแค่ 41 มม.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
1815 Chronograph

หลังจาก Datograph เป็นเวลา 5 ปี A. Lange & Söhne ก็มีนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นถัดไปในชื่อว่า 1815 Chronograph ในปี ค.ศ. 2004 เพื่อเป็นเกียรติแก่งานผลิตนาฬิกาโครโนกราฟในอดีตของเฟอร์ดินานด์ เอดอล์ฟ ลังเงอซึ่งสามารถสืบย้อนกลับไปได้จนถึงปี ค.ศ. 1868 โดยที่ 1815 Chronograph ขนาด 39.5 มม. นี้ก็เป็นนาฬิกาโครโนกราฟกลไกคอลัมน์วีลที่มีฟังก์ชั่นฟลายแบ็คและจับเวลาได้นาน 30 นาทีเหมือนกับ Datograph แต่ว่าความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดก็คือการที่นาฬิการุ่นนี้ไม่มีหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทำให้ 1815 Chronograph ดูเหมือนกับนาฬิกาพกในยุคสมัยของผู้ก่อตั้งแบรนด์มากกว่า และเมื่อสังเกตใกล้ๆ ก็จะเห็นว่าสเกลที่อยู่รอบนอกหน้าปัดนั้นไม่ได้เป็นแทคคิมิเตอร์ หากแต่เป็นพัลโซมิเตอร์ที่สามารถใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ เครื่องของนาฬิการุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 2010 ให้มีกำลังลานสำรองนานขึ้นเป็น 60 ชั่วโมง และในปี ค.ศ. 2018 ก็มีการเผยโฉมนาฬิกา 1815 Chronograph ตัวเรือนพิงค์โกลด์ใหม่อีกสองเวอร์ชั่นซึ่งมาพร้อมกับหน้าปัดสีดำและสีเงินให้เลือก

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
1815 Rattrapante Perpetual Calendar

และด้วยคำขวัญ Never Stand Still เราจึงเห็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ A. Lange & Söhne จนนำไปสู่นาฬิการุ่น 1815 Rattrapante Perpetual Calendar ในปี ค.ศ. 2013 เรือนเวลาสุดซับซ้อนรุ่นนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 41.9 มม. และหนา 14.7 มม. จึงสวมใส่บนข้อมือได้จริงทั้งที่ภายในนั้นมีถึงสองคอมพลิเคชั่นอันเป็นที่สุดแห่งวงการนาฬิกา ได้แก่ ฟังก์ชั่นรัตตราปองต์หรือสปลิทเซ็กเกินด์โครโนกราฟซึ่งประกอบด้วยเข็มวินาทีที่เพิ่มขึ้นมาอีกเข็มหนึ่งเพื่อจับเวลาการเข้าเส้นชัยของนักวิ่งคนที่สองหรือรถแข่งคันที่สอง (หากจะพูดเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน) เพิ่มเติมจากเวลาของคนแรกหรือคันแรกที่เข้าเส้นชัยไปก่อนแล้ว สำหรับฟังก์ชั่นเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์นั้นก็แสดงค่าต่างๆ ของระบบปฏิทินด้วยการใช้เข็มเพียงแค่สี่เข็มในหน้าปัดเล็กสองวงที่ตำแหน่ง 9 และนาฬิกา พ่วงด้วยหน้าต่างมูนเฟสที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาซึ่งมูนเฟสของนาฬิการุ่นนี้มีความเที่ยงตรงสูงเป็นพิเศษโดยจะคลาดเคลื่อนเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้นในระยะเวลา 122.6 ปี สำหรับรุ่นที่โชว์ในบทความนี้เป็น 1815 Rattrapante Perpetual Calendar เวอร์ชั่นไวท์โกลด์หน้าปัดพิงค์โกลด์ที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นจำนวน 100 เรือนจากปี ค.ศ. 2023 ที่ผ่านมานี้เอง

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
1815 Rattrapante

สำหรับนักสะสมนาฬิกาที่ต้องการฟังก์ชั่นรัตตราปองต์โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีฟังก์ชั่นเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์ A. Lange & Söhne ก็มีตัวเลือกให้เป็นนาฬิการุ่น 1815 Rattrapante ตัวเรือนขนาด 41.2 มม. ซึ่งผลิตเป็นครั้งแรกด้วยวัสดุฮันนีโกลด์เป็นจำนวนจำกัด 100 เรือนในปี ค.ศ. 2020 เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ 175 ปีแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงแห่งแคว้นแซกโซนี ก่อนที่จะมีอีกชุดหนึ่งเป็นตัวเรือนแพลทตินัมจำนวน 200 เรือนตามออกมาในปี ค.ศ. 2022 โดยเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เลยว่านาฬิกาโครโนกราฟของ A. Lange & Söhne รุ่นใดเป็น 1815 Rattrapante จากการวางตำแหน่งวงทดเวลาและวงวินาทีเล็กเป็นแนวตั้งที่ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกาตามลำดับ

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Odysseus Chronograph

ล่าสุดในปี ค.ศ. 2023 ที่ผ่านมา A. Lange & Söhne มีการเปิดตัวนาฬิการุ่น Odysseus Chronograph ซึ่งไม่เพียงจะเป็นนาฬิกาที่มีความซับซ้อนที่สุดในคอลเลคชั่น Odysseus ที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่กี่ปี แต่ยังเป็นนาฬิกาโครโนกราฟที่มีระบบขึ้นลานแบบอัตโนมัติรุ่นแรกของทางแบรนด์อีกด้วย อย่างไรก็ดี เมื่อดูเผินๆ คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่า Odysseus รุ่นนี้เป็นนาฬิกาโครโนกราฟเพราะว่าไม่มีปุ่มกดให้เห็นเด่นชัด และบนหน้าปัดก็ไม่มีวงทดเวลา สาเหตุก็เป็นเพราะว่า Lange ออกแบบให้ปุ่มกดทั้งสองนั้นมีรูปทรงที่กลมกลืนไปกับตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.5 มม. จนดูคล้ายเป็นบ่าปกป้องเม็ดมะยม และการจับเวลานั้นก็ทำโดยเข็มสองเข็มที่อยู่ตรงกลางหน้าปัด เข็มแรกมีสีแดงใช้สำหรับค่าวินาที และอีกเข็มหนึ่งเป็นสีโรเดียมสำหรับค่านาที ดังนั้นเราจึงสามารถอ่านค่าเวลาที่จับไว้ได้อย่างชัดเจนและแม่นยำเหนือกว่านาฬิกาโครโนกราฟทั่วไปอย่างแน่นอน

และนี่ก็คือบทความสรุปความเป็นมาของนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นต่างๆ ส่วนหนึ่งในสารบบของ A. Lange & Söhne เรามารอดูกันต่อไปดีกว่าว่าในงาน Watches and Wonders Geneva 2024 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนหน้านี้จะมีผลงานรุ่นใหม่ที่เป็นโครโนกราฟอะไรเพิ่มเติมจากแบรนด์ระดับไฮเอ็นด์จากประเทศเยอรมนีแบรนด์นี้อีกหรือไม่

บทความที่เกี่ยวข้อง: The Quiet Charm of the Lange 1 Perpetual Calendar in Platinum


We revisit some of the German manufactory’s recent forays into the specialized field of time measurement. 

Words: Ruckdee Chotjinda Photo: A. Lange & Söhne

The Lange 1 is the face by which many people remember A. Lange & Söhne by. That is rightly so because of its unique layout, and its being among the first four watches presented by the modern A. Lange & Söhne company in October 1994. But already at the time, the manufactory was working hard at designing and executing its first contemporary chronograph caliber which paved the way for them to become established as a purveyor of the industry’s most interactive complication.

Datograph Up/Down Lumen

The resulting timepiece was the Datograph in 1999. It features the classic, hand-winding column wheel chronograph capable of measuring an event lasting up to 30 minutes with a jumping minute counter for precise reading. Its flyback function allows the chronograph to be swiftly reset and restarted with one push of a button. The 43.2 mm Datograph was made forever distinctive with the incorporation of the outsize date feature at the 12 o’clock position, hence, the “dato” part of its name. Today, this milestone timepiece remains in production within the Saxonia collection, but referred to as the Datograph Up/Down as it has since been enhanced with a small but purposeful power reserve indicator at the 6 o’clock position, while also reducing the case size to 41 mm.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
1815 Chronograph

Five years after the Datograph, A. Lange & Söhne presented the 1815 Chronograph in 2004 as a tribute to Ferdinand Adolph Lange’s heritage of chronographs which began in 1868. Similar to the Datograph, this is a column-wheel-operated, flyback chronograph that measures an event lasting up to 30 minutes. The absence of the outsize date gives the 1815 Chronograph more resemblance to pocket watches from the time of the brand’s founder. A closer look around the peripheral of the dial will also reveal that the scale provided is not a tachymeter but a pulsometer for the measurement of heart rate. Its movement was updated in 2010 to extend the power reserve to 60 hours, and two new pink gold versions of this 39.5 mm watch were presented in 2018 with either a black or an argenté dial.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
1815 Rattrapante Perpetual Calendar

But true to the brand’s “Never Stand Still” motto, A. Lange & Söhne did not stop there. It astounded the watch collecting world in 2013 with the 1815 Rattrapante Perpetual Calendar. Measuring 41.9 mm in diameter and 14.7 mm in thickness, the watch is moderately sized and highly wearable, considering the fact that it combines two of the industry’s most coveted complications. On one hand, we have the rattrapante or the split-seconds chronograph whose extra second hand makes it possible to mark finishing time of, for example, a second runner or car. Meanwhile, the perpetual calendar displays all pertinent information with four hands in the two subdials at the 9 and 3 o’clock positions, plus the moon phase indicator at the 6 o’clock position that will be accurate for 122.6 years if the watch is kept running continuously. Shown here is the latest 2023 version of the 1815 Rattrapante Perpetual Calendar in white gold with a pink gold dial, limited to 100 pieces only.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
1815 Rattrapante and 1815 Chronograph

Watch collectors who wish to own only the rattrapante chronograph without the perpetual calendar were given their chance in 2020. To commemorate the 175th anniversary of Saxon precision watchmaking, A. Lange & Söhne has launched the 1815 Rattrapante watch (without the perpetual calendar complication) in a 41.2 mm case size. The first limited edition in honey gold was limited to only 100 pieces. It was followed only two years later by a 200-unit version in platinum two years later. The 1815 Rattrapante is quickly identifiable by the vertical positioning of the two subdials with the 30-minute counter and the subsidiary second dial at the 12 and 6 o’clock positions, respectively.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Odysseus Chronograph

Lastly, in 2023, A. Lange & Söhne presented the world with the Odysseus Chronograph. It is not only the most complicated timepiece in the nascent collection of luxury sports watches, but also the brand’s first self-winding chronograph watch! Still, it is only with trained eyes that anyone can tell that it is a chronograph. This is because the 42.5 mm watch in stainless steel is without prominent buttons on the side of the case or a typical subdial or counter on the dial. Chronograph pushers are given a deceptive design that is harmonious with the case and the crown which they flank. Elapsed time of up to 60 minutes are marked by the two central chronograph hands: the red one for the second and the rhodium one for the minute. Fastest and most accurate reading is thus ensured, as far as mechanical chronographs are concerned. 

And that was our quick recap of what A. Lange & Söhne has achieved so far where the chronograph complication is concerned. Watches and Wonders Geneva 2024 is just around the corner. Let’s wait and see what novelties will be presented by the German manufactory at the show – one of them could very well be yet another inventive chronograph!

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

See also: The Quiet Charm of the Lange 1 Perpetual Calendar in Platinum

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image