YOO Studio’s Mark Davison on Developing Residential Projects

Luxuo Thailand สัมภาษณ์คุณมาร์ค เดวิสันแห่ง YOO Studio ซึ่งเป็นที่มาของชื่อคอนโดมิเนียม KHUN by YOO โดยแสนสิริ
บทความ: LuxuoTH

[ English ]

ถ้าคอนโดมิเนียมมีสถานะแห่งความเป็นเซเลบได้เหมือนคน KHUN by YOO ก็จะต้องเข้าข่ายดังกล่าวอย่างแน่นอนด้วยบุคลิกที่ดูฟู่ฟ่า รายละเอียดการตกแต่งที่กรุ่นกลิ่นศิลปะและการเลือกใช้วัสดุโลหะโทนสีทองแดงเป็นหน้ากากตามจุดต่างๆ ของตัวอาคารและพื้นที่ส่วนกลาง KHUN by YOO เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางย่านทองหล่อซึ่งมีราคาเริ่มต้น 17.9 ล้านบาท และเป็นที่พักอาศัยแบบมีแบรนดิ้งนอกแห่งแรกของแสนสิริซึ่งเป็นผลงานแห่งความร่วมมือกับ YOO Studio บริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก

Luxuo Thailand มีโอกาสได้พบและพูดคุยกับคุณมาร์ค เดวิสัน หัวหน้าแผนกออกแบบของ YOO Studio ตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่ด้วยสภาวะต่างๆ ทางสังคมที่ตึงเครียดเพราะผลกระทบจากโรคระบาดจึงยังไม่ได้นำบทสัมภาษณ์ดังกล่าวมาเผยแพร่ ครั้นเมื่อประเทศไทยเราเริ่มคลายการล็อคดาวน์มาจนถึงจุดนี้แล้วจึงเห็นเป็นจังหวะอันดีที่จะได้ชักชวนให้คุณผู้อ่านคิดถึงเรื่องราวที่ทำให้เบิกบานใจหรือคิดถึงอนาคตที่สวยงามได้ อย่างเช่นเรื่องที่พักอาศัยซึ่งสามารถตอบโจทย์ทางด้านไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดีเช่นนี้

KHUN by YOO

ธุรกิจของ YOO Studio คืออะไร และคำว่า YOO ในที่นี้มีความหมายว่าอะไรครับ
ตอนที่เราเริ่มเปิดบริษัทกันนะครับ ตอนนั้นก็มีตัวผม มีฟิลลิป สตาร์ค และมีจอห์น ฮิทช์ค็อกซ์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่มีกันเพียงสามคนแค่นี้ ตัวฟิลลิปเองเขามีคนมาขอให้ออกแบบบ้าน ออกแบบนั่น ออกแบบนี่อย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว แต่การจะรับงานระดับไพรเวทของใครเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่ใช้เวลาเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงคิดว่าถ้ามาทำร่วมกับเรา เราจะสามารถหาทางทำให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้บ้านในดีไซน์ที่ตนต้องการ โดยไม่ต้องไปคุยกับฟิลลิปโดยตรงทุกวันหรืออะไรประมาณนี้ และบ้านดังกล่าวนั้นก็จะต้องมีบุคลิกแห่งตัวตนของเจ้าของบ้านแฝงอยู่ด้วย

บ้านบางแบบก็เน้นเรื่องการตกแต่งภายในมากเสียจนไม่มีความเป็นคุณอยู่ในนั้น เราอยากที่จะลองเปลี่ยนดูบ้าง ทำให้คุณไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบมโนภาพของนักออกแบบภายใน คนเราหลายคนมีของที่อยากจะย้ายมาจากบ้านเก่า และเราต้องการจะหาทางที่จะทำให้เขาเหล่านี้สามารถสร้างพื้นที่ที่เป็นของเขาจริงๆ เป็นของครอบครัวเขาจริงๆ และเป็นของเพื่อนฝูงเขาจริงๆ ได้ มันมีทั้งเรื่องของตัวเขาและเรื่องของการที่เราเข้าไปช่วยเขา คำว่า YOO จึงหมายถึงตัวคุณและการที่เราช่วยคุณออกแบบ ไม่ใช่เรื่องของตัวเราหรือดีไซน์ของเรา ง่ายๆ เท่านั้นเลย [แต่ก็มีลูกเล่นในการสะกดนะ]

ล็อบบี้

แล้วนี่ต้องมีระบบการตั้งชื่อโครงการด้วยไหมครับ อย่างที่นี่ชื่อ KHUN by YOO
ที่จริงก็ไม่ได้มีระบบอะไรนะครับ ส่วนมากถ้าลูกค้าไม่อยากโชว์ชื่อ เราก็จะทำเงียบๆ ไป เราจะไม่พยายามยัดเยียดชื่อของเราให้ใคร เรารักที่จะเป็นผู้ออกแบบก็เท่านั้น ถ้าคุณตั้งใจจะเรียกชื่อตึกว่า Green Tomatoes ก็เรียกตามนั้นเลยครับ ไม่ต้องเรียก Green Tomatoes by YOO แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเขาเลือกที่จะซื้อแบรนด์ เขาก็อยากจะได้ชื่อแบรนด์นั้นอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งเองเป็นธรรมชาติ

คุณมาร์ค เดวิสัน

บริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างแสนสิรินั้นได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการร่วมงานกับ YOO หรือเพราะว่าคุณเป็นคนกลางเชื่อมต่อระหว่างดีไซเนอร์และบริษัทผู้พัฒนาโครงการ
ผมคิดว่าประโยชน์นั้นก็มีอยู่หลายประการนะครับ สำหรับตัวผมแล้ว เพราะว่าผมเองมาจากฝั่งผู้ออกแบบ ผมมองว่านี่เป็นเรื่องใหญ่เพราะบริษัทผู้พัฒนาโครงการส่วนมากรู้สึกหวาดหวั่นเวลาที่จะต้องร่วมงานกับดีไซเนอร์ชื่อดัง เขาคิดว่าเขาจะคุมดีไซเนอร์รายนั้นไม่อยู่ คิดว่าเดี๋ยวจะต้องเจอปัญหาแนวอีโก้เล่นใหญ่ คิดว่าสุดท้ายแล้วจะต้องใช้เงินอีกมหาศาลในระดับที่ไม่ได้เผื่องบประมาณไว้ ทำนองนี้นะครับ

แต่เราเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพมากครับ เราไม่ได้มีอีโก้เหมือนใครเขา เราสามารถตัดสินใจอะไรได้อย่างรวดเร็ว ว่าง่ายๆ คือ เราทำให้คุณไม่ต้องกังวลเวลาที่จะต้องร่วมงานกับดีไซเนอร์ชื่อดัง และนี่ก็เป็นประโยชน์อันใหญ่หลวงประการหนึ่งสำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก เพราะว่าเขาจะรู้สึกอุ่นใจมากๆ เมื่อมีการประชุมเพื่อเริ่มโครงการแล้วเราอธิบายให้ฟังว่าทั้งหมดนี้คือบทบาทของเรานะ

ห้องตัวอย่าง

คุณมีองค์ประกอบในการออกแบบใดที่ปรากฏอยู่ในผลงานทุกชิ้นทั่วโลกของคุณหรือไม่
เรามีปรัชญาอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งอันที่จริงเราก็ไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก เรามาค้นพบว่าอาคารเหล่านี้ไม่ควรมีเพียงห้องพักเท่านั้น เราต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เราต้องการความดีงามนี้ซึ่งทุกวันนี้บริษัทต่างๆ ล้วนคิดถึงกันหมดแล้ว สมัยก่อนนั้นบางบริษัทเขาจะเอาฟิตเนสไปใส่ไว้ในห้องใต้ดินที่ไม่มีหน้าต่าง เพียงเพื่อให้เรียกได้ว่า นี่นะ ที่นี่มีฟิตเนสแล้วนะ พอจะนึกภาพออก ใช่ไหมครับ แต่ดูคอนโดนี้สิครับว่าสวยงามราวกับเป็นโรงแรม เห็นแล้วเบิกบานใจจริงๆ เห็นแล้วรู้เลยว่าลูกบ้านที่นี่จะมีที่พักใจเพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เหมือนเป็นหมู่บ้านส่วนตัวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางมหานคร และผมคิดว่านี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการผลักดัน จะเรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์หนึ่งของเราก็ได้ครับ

ห้องตัวอย่าง

คุณทำอย่างไรให้เกิดความลงตัว ระหว่างสิ่งที่คุณอยากให้มีในฐานะผู้ออกแบบ สิ่งที่ลูกค้าต้องการให้มีในฐานะผู้พัฒนาโครงการ และสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังในฐานะผู้ซื้อตัวจริง
ข้อนี้ตอบง่ายครับ เราเป็นผู้ออกแบบคอนเซปท์ เราร่วมงานกับลูกค้าที่รู้จักตลาดของเขาดีอยู่แล้ว เขามาหาเราเพราะเขาคิดว่าเขามีสิ่งดีที่จะมอบผ่านเราและร่วมกับเราให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่เขารู้อยู่แล้วว่าจะซื้อโครงการของเขา เราต้องเชื่อใจว่าเขารู้จักตลาดดีพอ แล้วเราจะคิดคอนเซปท์ขึ้นมา จากนั้นจึงร่วมพัฒนากับลูกค้าไปจนเสร็จสมบูรณ์ เราเป็นบริษัทที่มีความยืดหยุ่นสูงมากเพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยนั้นเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โครงการเช่นนี้บางครั้งใช้เวลาในการพัฒนานานถึงสี่ปี คุณจึงจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น เราเข้าใจถึงจุดนี้ดีจึงพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนอะไรตามสภาพความจำเป็น เริ่มแล้วก็ทำด้วยกันไปจนเสร็จสมบูรณ์ครับ

ห้องอ่านหนังสือส่วนกลาง

มีอะไรในอาคารนี้ที่คุณใส่เข้าไปเพราะคิดว่าไม่มีคอนโดมิเนียมใดในกรุงเทพมหานครมีไหมครับ
ไม่นะ ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น นี่ไม่กล้านึกด้วยซ้ำเพราะว่ากรุงเทพมหานครออกจะมีอะไรตั้งมากมาย แต่ผมพยายามออกแบบอะไรที่มันแตกต่างมากกว่าซึ่งก็เป็นความท้าทายอยู่เสมอและในขณะเดียวกันก็น่าสนใจด้วย เพราะบางดีไซน์นั้นก็แตกต่างจริง แต่คนดูแล้วรู้สึกกลัว และจะไม่อยากมา แต่เราพยายามดึงเอารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มาจากพื้นที่ละแวกนี้ซึ่งมีกลิ่นอายอุตสาหกรรมเบาๆ แล้วจึงตกแต่งล็อบบี้บางส่วนด้วยคอนกรีตดิบ และเราก็ใช้ทองแดงซึ่งเป็นวัสดุที่หลอมขึ้นรูปได้และให้ความรู้สึกที่อบอุ่น เราชอบการนำความแข็งและความอ่อนมาเจอกัน นำความอุ่นและความเย็นมาเจอกัน ทำนองนี้ครับ

พื้นที่สันทนาการเพิ่มเติมบนชั้นดาดฟ้า

คำถามสุดท้ายครับ … ประเทศไทยเราใช้คำว่า “ลักชัวรี่” กันจนเฝือแล้ว เราขอฟังเวอร์ชั่นคุณบ้างดีกว่าว่าลักชัวรี่ในความคิดของคุณคืออะไร
สำหรับผมแล้ว ลักชัวรี่ไม่ใช่เรื่องของสิ่งของครับ ลักชัวรี่ไม่ใช่เรื่องของวัสดุหรือพื้นผิว ถ้าจะพูดในแง่ของการออกแบบ ลักชัวรี่คือเรื่องของสัดส่วน คือความรู้สึกที่ลงตัว มันอาจจะแค่ทาสีขาวเรียบๆ ก็ได้ แต่ถ้ามันมีสเปซ มีความสมมาตร เส้นสายต่างๆ เรียบเกลี้ยงและได้ระนาบ นี่ก็เป็นลักชัวรี่แล้วเหมือนกัน

แต่ที่สุดของความลักชัวรี่สำหรับผมก็คือการที่ได้ปิดโทรศัพท์มือถือเวลากลางคืน เมื่อใดก็ตามที่ทำได้ คุณควรจะทำทุกอย่างให้สงบลง คุณจำเป็นต้องปิดสวิทช์ คุณต้องมีสถานที่ที่คุณสามารถปิดสวิทช์ได้ และผมคิดว่าสถานที่นั้นก็ควรจะเป็นบ้านของคุณ เพราะไม่มีที่ใดจะเหมาะเท่าแล้ว บ้านควรจะเป็นที่ที่คุณสามารถพักใจได้ บ้านไม่จำเป็นต้องใหญ่โตหรือตกแต่งด้วยวัสดุที่สวยงามอะไร คือของเหล่านี้มีก็ดี แต่ถ้าได้ลดเสียงแห่งความวุ่นวายของโลกลงได้สักหน่อย นั่นก็เป็นความลักชัวรี่สำหรับผมแล้วครับ

สระว่ายน้ำความยาว 30 เมตร

บทความที่เกี่ยวข้อง: Yu Kiroro Can be Your Hokkaido Home Away from Home


The Head of Design was in Thailand in connection with Sansiri’s KHUN by YOO property.

Words: Ruckdee Chotjinda

If residential properties can have a celebrated status like people, KHUN by YOO will certainly qualify for it with that mildly flamboyant personality from the artsy decor and the signature use of copper-toned metal cladding throughout the general space. It even comes with a prestigious Thonglor address. With a starting price of 17.9 million baht, KHUN by YOO is Sansiri’s first branded residence development in collaboration with YOO Studio – a global brand of real estate placemaker.

Before the madness that was Covid-19, we had a chance to sit down with YOO Studio Head of Design Mark Davison to discuss this property and other relevant subjects. Now, with the lockdown eased and general sentiment improved, we feel it is time to revisit the content of that mid-morning chat.

What does YOO Studio do? And what is the meaning of the name YOO itself?
When we got together, that’s me, Philippe Starck and John Hitchcox, we were like a little partnership with just the three of us to begin with. Philippe had spent many years with people coming to him and say, can you design my house, can you design this and can you design that. But to take on private commissions was time-consuming, so, he thought, getting together with us, we could find a way to help people make the design for their home without having to go to Philippe every day or whatever, and also to make that home a part of their own spiritual character.

Sometimes it’s all about interior design and not about you as a person. We wanted to try and disconnect that thing where you have to live inside the mind of the interior designer. Most people have things they want to bring from their old home and we wanted to find a way that they could build and make a space for themselves, for their family and their friends. It’s about themselves as well as about us helping them. So the word “YOO” is not about us or our design but it’s about you and us helping you make the design. It’s that simple [but with a twist on the spelling].

Do you have also a property naming convention? Here we have KHUN by YOO, for example.
We don’t have a real convention. Mostly, if the client wants it, we can be quite quiet. We don’t force our name on anybody. We love to do the design – if you want to call the building Green Tomatoes, it does not have to be Green Tomatoes by YOO. But people, generally, when they are buying a brand, they want to include that in some form in the name.

What is the benefit for developers like Sansiri work with YOO? Is it because you are, as you say in your profile, the glue between designers and developers?
I think there are a number of things. For me, because I am from the design side, that is a big thing because most developers are terrified about working with big name. If they think they can’t control the big name, their ego is going to get in the way. They are going to end up spending huge amount of money that they haven’t budgeted for. All of this stuff.

We are a very efficient team. We don’t have the ego that is may be there in other circumstances. We can make decisions quickly. Basically, we are taking the heat out of the worry of dealing with the big name. And that has been a big one for many developers. They feel very, very comfortable once we have a kickoff meeting and that we explain that our role is that.

Is there a design element that is signature of YOO Studio that binds YOO properties around the world together?
One philosophy has developed, it wasn’t there in the beginning when we started, we realised that there needs to be more to these buildings than just apartments – we need these amenities, these fantastic amenities, but now everybody does it. It used to be that people would put a gym in and it would be like a small room in the basement with no window so they could have a tick like, hey, it has got a gym. You know what I mean. Now, this place is like a hotel. It’s a fabulous thing. It means people have this kind of refuge from the city, like this is their own little village within the city. And I think is that what we now encourage. It has become a little bit of our signature.

How do you find the balance between what you want as the design firm, what the client wants as the developer, and what the consumers want as end buyers?
That’s quite an easy one. We are concept designer. We team up with clients who know their market. They come to us because they think there is something they can offer through us, with us, to the people they know would buy their building. We rely on them knowing that there is a market there. And then we come up with a concept idea, and then we work with the client all the way. And we are very flexible because the residential market changes so quickly. Some of these projects can take like four years to happen. You have to be a bit flexible – we understand that, we are amenable. We work with them all the way.

Is there something that you incorporated into this building that you felt Bangkok was lacking in the beginning?
No, I don’t think, I don’t think, I wouldn’t even begin to presume, there is so much in Bangkok. But I tried to make something here that was different, which is always the challenge, and interesting as well. It’s easy to make something different but you can scare people away and they will never come. We pick up a little bit of what was the local area which was this slightly industrial setting. We have this raw concrete look that is a part of the lobby, and then we have copper which is a malleable, warm material. We love to play hard against soft, warm against cold, you know.

Last question … The term “luxury” is overused in Thailand. We are interested what is luxury to you?
For me, luxury is not about object. It’s not about materials and finishes. In terms of design, it’s about proportion. It’s about the feeling that you get. It doesn’t matter if it’s just painted in white. If there is a sense of space, there’s some symmetry, if things were lined up, these clean lines, this can be a luxury.

The biggest luxury for me, by the way, is not having my phone on at night time. Where possible, just quiet everything down a bit, you need to switch off. You need to find the space to switch off. And I think that space should be your home. There is nowhere else. Your home should be the place where you find that refuge. It’s not about how big the space is, how beautiful the materials are – I mean, it’s lovely to have these things – but to try and quiet down the noise of the world a little bit. And, that, for me is luxury.

The 30-metre pool with its fibre optic lighting and mirror ceiling

See also: Yu Kiroro Can be Your Hokkaido Home Away from Home