Purity in Classic Cars Collecting

คุณอู๋ นภัทร อัสสกุล กับเส้นบางๆ ในการเลือกสะสมรถแนวคลาสสิกที่ใช้ใจนำ ไม่ใช่ราคา
บทความ: อังคณา วงศ์วิเศษไพบูลย์ ภาพ: พีรกร วรธนัญชัย

[ English ]

“เคยมีคนนิยามว่าผมเป็นคนหัวโบราณที่ใช้ชีวิตโลดโผน” นภัทร อัสสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเอสเตท จำกัด เปิดประเด็นให้เราทำความรู้จักเขาในอีกแง่มุมหนึ่ง เขารักกีฬาทุกชนิดตามประสาผู้ชายแมนๆ ทั้งดำน้ำ ยิงปืน ขี่ม้า และในฐานะนักสะสมรถเก่ามือวางอันดับต้นๆ ซึ่งคนในวงการรู้จักกันดีในนาม “อู๋ วินเทจ” วันนี้เขาเปิดโอกาสให้ Luxuo Thailand เข้าไปสัมผัสของล้ำค่าทางใจอย่างใกล้ชิด

ทำไมถึงสะสมรถคลาสสิก
จริงๆ ก็เหมือนผู้ชายทั่วไปที่ชอบรถ แต่ทีนี้มันเผอิญมาทางรถเก่า ผมว่ารถสมัยก่อนมันสวย มันมีเสน่ห์ มันมีดีไซน์ มีองค์ประกอบที่ถูกใจเรา ผมเป็นคนชอบรถสปอร์ต เคยมีรุ่นพี่แนะนำว่าถ้ายูจะเล่น ยูก็ควรจะมีแนวว่ายูชอบแบบไหน มันจะได้ไม่สะเปะสะปะ ผมเลยมีแต่รถสองประตู เพราะผมแข่งรถด้วย พอเริ่มศึกษา เริ่มเล่นลึก มันก็เริ่มมีเพื่อน เหมือนของเล่นนั่นแหละ เล่นคนเดียวไม่สนุก

คุณชอบสะสมรถยี่ห้ออะไร
ส่วนใหญ่เป็น Porsche ซะเยอะ จริงๆ ผมเริ่มตั้งแต่รถอิตาเลียน ยี่ห้อ Alfa แล้วก็ต่อด้วย BMW, Porsche, Honda, Toyota ฉะนั้นการที่คุณจะเล่นรถอะไรก็เลือกเอาที่ชอบ ผมเป็นคนชอบขับรถ ผมก็จะชอบสมรรถนะ ผมเริ่มเล่นรถมาเกือบ 20 ปี รถส่วนใหญ่ก็แก่กว่าผมหมด [หัวเราะ] รถที่ผมมี อายุประมาณ 30 ปลายๆ ถึงกว่า 40 ปี คือเมื่อ 40-50 ปีที่แล้วสมรรถนะรถญี่ปุ่นสู้รถยุโรปไม่ได้รถก็เหมือนนาฬิกา เหมือนเสื้อผ้าที่คุณใส่ ไลฟ์สไตล์ของคุณจะบอกตัวตนของคุณ ไม่มีอะไรผิดอะไรถูกหรอก มันผิดก็ต่อเมื่อคุณซื้อรถที่ไม่เหมาะกับคุณ หรือว่าคุณอายในรสนิยมของคุณ อย่างรถบางคันของผม บางครั้งขับๆ ไปแล้วเกิดเสียอยู่ข้างถนน เพื่อนๆ พากันขำ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอายอะไร

คุณซื้อรถแต่ละคันด้วยเหตุผลจากความชอบล้วนๆ
แน่นอนครับ คนอื่นผมไม่รู้ มันเป็นทัศนคติของแต่ละคน แต่ผมจะไม่ซื้ออะไรที่ไม่ชอบ สำหรับผมมันลงลึกไปถึงความชื่นชอบ ความศรัทธา การให้มูลค่า ผมเป็นคนที่ให้ราคากับของที่มันจับต้องไม่ค่อยได้ อย่างเช่นความตั้งใจของคน ความทุ่มเทของคน เวลาที่ผมซื้อรถเก่าที่เขาออกแบบมางามๆ ผมไม่ได้ซื้อเพราะว่ามันสวยอย่างเดียว หรือเป็นที่นิยม ผมรู้สึกว่าผมได้ซื้อช่วงชีวิตดีๆ ของคนคนนั้นในเวลานั้น ช่วงชีวิตที่ดีที่สุดในการออกแบบของเขา ผมให้คุณค่ากับคนที่พยายามมากกว่าจะตีค่าว่ามันราคาเท่าไร

คุณเป็นพวกซื้อรถมาเก็บ หรือซื้อมาเพื่อขับ
ผมเป็นคนใช้รถ ผมรู้คุณค่าของสิ่งของ บางคนอาจจะบอกว่าโอย ราคาตั้งแพง ต้องเก็บดีๆ ซึ่งผมก็เข้าใจมุมมองของเขานะ แต่ผมรู้สึกว่าถ้าซื้อรถคันนี้ ผมกับคุณก็จ่ายเท่ากัน ผมขับเยอะกว่าคุณ ผมได้ใช้มันมากกว่า เท่ากับผมได้เสพ ไม่ได้ซื้อมาเก็บ ผมไม่เคยคุยกับใครเลยนะว่ารถคันนี้ดีมั้ย แล้วราคาจะขึ้นหรือเปล่า มีคนคุยกับผมแบบนี้เยอะมากเลย แล้วผมก็จะมีเส้นบางๆ ของผมโน้ตไว้ ผมไม่เคยถามใครเลยนะ มีแต่ถามว่าจุกจิกมั้ย ซ่อมยังไง ซ่อมที่ไหน ไม่มายด์ด้วยนะว่าต้องซ่อม ขอแค่ว่าให้มีคนซ่อมเถอะ ไม่ใช่ว่าซื้อมาแล้วซ่อมไม่ได้ก็จะสงสารเขา เพราะถ้าเราไม่มีปัญญาดูแลเขา เราก็ไม่ควรจะซื้อมา

คุณเคยบอกว่าแรงม้ากับความสนุกเร้าใจมันแตกต่างกัน
แตกต่างกันเยอะครับ คำว่าเร้าใจกับแรงม้ามันไม่ได้มาด้วยกัน อย่างรถสมัยนี้ 500 แรงม้าขึ้นไป ขับ 200 มันยังไม่เสียวเลย ถามว่าดีมั้ย มันดีนะ มันดีซะจนเราไม่ได้รู้สึกอะไร ทุกอย่างมีคอมพิวเตอร์ช่วยหมด ในขณะที่รถเก่าๆ มี 200 แรงม้า ขับไปก็เสียวจะตายอยู่แล้ว ขับ 150 นี่เหงื่อแตก หัวใจเต้นตุ้บๆ เพราะมันไม่มีกลไกอะไรมาช่วย ก้อนเนื้อที่มันนั่งอยู่ในรถนี่มีความหมายสำหรับเรามาก มันจะเป็นรถเก่า เป็นรถที่ห่วย มันขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นหลัก ในขณะที่รถใหม่ๆ คนขับมีส่วนแค่ 20% เท่านั้น

สะสมรถเยอะขนาดนี้ คุณยังมีรถในฝันอีกมั้ย
มีทุกคนแหละครับ ไม่เคยพอหรอก ยิ่งเล่นรถคลาสสิกไปเรื่อยๆ สังคมก็ยิ่งกว้างขึ้น เราก็จะเห็นว่า เอ้อ เขาเล่นกันอย่างนี้นะ น่าเสียดายที่บ้านเรามองรถเก่าเป็นขยะ เป็นของหนีภาษี ในขณะที่ต่างประเทศเขาเห็นรถเก่าป็นอาร์ท ซึ่งทำให้ประเทศเราไม่มีโอกาสได้ดุลการค้า มีแต่เสียดุลการค้า เพราะสมมติคุณซื้อรถคันละ 1 ล้านเข้ามา คุณเสียภาษีเต็มที่เลย คันละ 3 ล้าน โอกาสที่ผมจะซื้อแล้วขายกลับไปเมืองนอกคืออะไร คือคันนี้ต้องมีราคา 3 เท่าเป็นอย่างต่ำ แต่รัฐบาลญี่ปุ่น มาเลเซียบอกซื้อไปเลย เมื่อคุณขายออก คุณจะได้ภาษีส่วนนั้นคืน

ฝากถึงคนที่คิดจะเล่นรถ
เวลาเล่นรถก็ต้องมีความรู้นิดหนึ่ง ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้รู้ทุกยี่ห้อ จะรู้แค่ยี่ห้อที่ตัวเองชอบ มีคนมาถามบ่อยเลยว่าซื้อรถอะไรแล้วราคาจะขึ้น ผมหรือกลุ่มเพื่อนผมซื้ออะไรแล้วราคาจะขึ้นหมด ผมไม่เคยซื้อรถตามกระแสเลยนะ แต่บังเอิญของที่ชอบดันเป็นกระแส ผมว่าถ้าคุณไปซื้อของตามกระแส สุดท้ายคุณก็จะติดอยู่กับของที่คุณไม่ได้รัก ฉะนั้นเอาของที่เรารักและมีคุณค่ากับเราดีกว่า รถคลาสสิกถ้าคุณลงจากรถแล้วไม่หันไปมอง ถ้าไม่รู้สึกว่าสวย แสดงว่าคุณซื้อมาผิดคัน เหมือนมีแฟนน่ะ ถ้าเธอเดินมาแล้วคุณไม่ได้หันมองตาม นี่คือผิดคนแล้วล่ะ


Oou Naputt Assakul and the fine lines he draws in his pursuit of classic cars

Words: Angkana Wongwisetpaiboon Photo: Perakorn Voratananchai

“One person once called me a traditionalist with a thrilling lifestyle,” offers Naputt Assakul. The Managing Director of Siam Estate Co., Ltd. is into all masculine sports like diving, shooting and horse riding. His established position in Thailand’s classic car collecting circles has earned him the “Oou Vintage” moniker (Oou being his nickname in the first place). Today, he is kind enough to grant Luxuo Thailand an interview and to give us access to his prized possessions.

Why do you like to collect classic cars?
Actually, I am like most guys who like cars, but I happen to be into classic ones. I think the cars from the older times are beautiful. They have charm, style and features that please me. I like sports cars. I once had an older friend who said if I want to collect cars, I should decide on a style that I like so I would be focused. That is why I collect only two-door models because I also like to race. As I dive deeper into these cars, I start to have friends in the circles. Cars are like toys – they are best enjoyed with others.

What brands do you collect?
The majority are Porsche. I began with the Italian Alfa and after that BMW, Porsche, Honda and Toyota. Just choose what you like. I like to drive so I appreciate performance. I’ve been collecting cars for almost 20 years. Most of my cars are older than I am [laughs]. They are well over 30 and 40 years old. Japanese cars from 40 to 50 years ago could not compete with European ones in terms of performance. Cars are like watches or the clothes you wear. Your lifestyle tells who you are. There is no right or wrong. But it can be wrong when you buy a car that doesn’t suit you or if you feel embarrassed about your taste. Some of my cars break down suddenly. My friends would laugh at me. But I am perfectly okay with that.

So it is all about personal preferences for you?
Of course, I don’t know about others. Everyone has their own view on this, but I won’t buy anything I don’t like. For me, I go all the way down to passion, faith and values. I appreciate the intangible qualities like human dedication and efforts. When I buy a classic car with a beautiful design, I don’t buy it just because it is beautiful or popular. I am buying into the glorious moments of the designers’ life, the peak of their design. I give greater value to the perseverance of people than to try and assess the price of a product.

Do you buy to keep or do you buy to drive?
I’m someone who uses my cars. I understand the value of things. Some might say that expensive cars must be kept well in a garage. I can appreciate where they are coming from. But for me, if I buy this car, I pay the same price you do, but I get more drive out of it. I get to enjoy the car, not just to own it. I never have this kind of conversation where I say a car is good or that it will appreciate in value. A lot of people talk to me this way. I have this fine line in my mind. And I don’t ask these questions. I only want to know if a car requires high maintenance, how to repair or where to repair. I don’t even mind repairs, as long as there is someone who can do it. I would feel very bad if I buy a car and it cannot be fixed. I would feel bad for the car. If we cannot take care of it, we should not buy it in the first place.

You once said that horsepower and driving thrill are not one and the same.
Yes, they are very different. Horsepower is not a guarantee of thrill. Cars these days may come with 500 horsepower. You feel no fear when going 200 kilometres per hour. Is that a good thing? Yes, it is. It is so good you feel nothing. Everything is computerised. On the other hand, with an older car of 200 horsepower, you feel immediately the thrill. Going 150 kilometres per hour, you begin to sweat and your heart pounds more strongly because there is no system to help you. The driver sitting inside the car is everything. It can be an old car, it can be a lousy car, but that all depends on us as the driver. With newer cars, the driver accounts for only 20% of the experience.

You have many cars now. Is there a holy grail out there for you still?
There is a holy grail for everyone. You can never have enough. As you follow classic cars more and more, your horizon expands and you see how things are done. It’s a shame though that the Thai authority views classic cars as junk, as something associated with tax evasion. Other countries consider classic cars an art form. Thailand will never have a trade surplus. We will only be in deficit. Let’s say you are buying a 1 million baht car and you pay all taxes, it becomes 3 million baht. What is the chance of you selling the car once again to another country? The car costed you three times minimum. The Japanese and the Malaysian governments are more supportive in that they refund the taxes to you once you resell the car to a buyer outside of the country.

Please share a few words of advice for people who are inspired to collect cars.
If you are going to collect cars, you should know a little. I first have to say I don’t know every brand. I only know about the brands I like. I am often asked which car to buy that the price will go up. The cars I buy or those bought by my friends all go up in price. I don’t buy what is trending. It just so happens that what I like became a trend. Personally, I think that you will be stuck with something you don’t love if you buy on the basis of market trends. So you should buy what you love or what means something to you. If you get out of a classic car and don’t look back, if you don’t feel it’s beautiful, then you got the wrong car. The same applies to girlfriends. If she walks over and you don’t give her a second look, you’ve chosen a wrong girl.