Boeing and Aerion Supersonic AS2 Jet to Launch in 2023

Collaborative effort between Boeing and Aerion aims to return the glamour and luxury of supersonic jet travel to the 21st century.
Words: Jonathan Ho

[ภาษาไทยกรุณาอ่านด้านล่าง]

Aerion AS2 Clouds

Then known as the premier British-French turbojet-powered passenger airliner, the Aérospatiale British Airways Concorde ended the age of supersonic jet travel in 2003. Now, thanks to a collaborative effort between Boeing and Aerion, the glamour and luxury of supersonic jet travel is about to make a return to the 21st century.

It’s ironic that we’ve had faster-than-sound turbo-jet travel since the 70s but have had trouble maintaining that level of technological development at the turn of the century. Now, designed to fly at Mach 1.4, the AS2 aircraft supersonic passenger aircraft by Boeing and Aerion aims to return civilian supersonic flight to the market by 2023.

AS2_Dec2017_Elevations_LR

New York to London in 3 Hours: Boeing and Aerion Supersonic AS2 jet to launch 2023

Flying at 1610 kilometres per hour, the Boeing – Aerion AS2 aircraft will become emblematic of luxury business-travel, able to take passengers from New York to London in slightly over 3 hours.

Aerion_AS2_Interior_LR (1)

Lockheed Martin was previously a partner on the AS2 supersonic jet in 2017 and according to Forbes, Aerion spokesman Jeff Miller declined to elaborate why the collaboration fell through in 3rd quarter 2018.  It is worth noting that since the late 70s, Lockheed Martin is better recognised for military aviation than civilian air travel. That said, Lockheed has not given up supersonic aspirations; the same year, NASA awarded the defence contractor close to $250 million to develop a faster-than-sound jet which could achieve supersonic speeds without the accompanying sonic boom; the result was the X-59 Quiet Supersonic Technology aircraft designed to reach 1510 kmh. A supersonic jet like Lockheed’s X-59 is able to operate over-land air routes without contravening current air travel regulations which ban supersonic travel over land due to noise and environmental concerns.

Interior Shots

“Through this partnership that combines Aerion’s supersonic expertise with Boeing’s global industrial scale and commercial aviation experience, we have the right team to build the future of sustainable supersonic flight.”

Steve Nordlund, the head of Boeing NeXT

A passion project of Texas billionaire Robert Bass, Boeing’s undisclosed investment in Bass’s Aerion supersonic jet will go towards development costs for the project including General Electric’s trijet engine based on, the best-selling CFM56. In October 2018, Aerion announced it expected to sell 300 aircraft over the next 10 years and it’s among one of three companies hoping to return supersonic flight to the civilian market after a gap of 15 years. The Boeing – Aerion AS2 is slated for its first flight in 2023.


จากนิวยอร์กถึงลอนดอนภายใน 3 ชั่วโมง! เครื่องบินเจ็ทโฉมใหม่จาก Boeing และ Aerion Supersonic AS 2 พร้อมเปิดตัวในปีค.ศ. 2023

การร่วมมือระหว่าง Boeing และ Aerion ครั้งนี้มุ่งนำเสน่ห์และความหรูหราของการเดินทางด้วยซูเปอร์โซนิคเจ็ทกลับมาในศตรวรรษที่ 21

[English Above]

Aérospatiale British Airways Concorde ซึ่งเมื่อก่อนรู้จักกันว่าเป็นเครื่องบินโดยสารสัญชาติอังกฤษ-ฝรั่งเศสที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนจากเทอร์โบเจ็ท ได้ยกเลิกผลิตเครื่องบินซูเปอร์โซนิคเจ็ท ตั้งแต่ปี 2003 แต่ล่าสุดนี้ ต้องขอบคุณความร่วมมือระหว่าง Boeing และ Aerion ที่จะทำให้เสน่ห์และความหรูหราของการเดินทางด้วยซูเปอร์โซนิคเจ็ทกลับมาอีกครั้งในศตรวรรษที่ 21

นับเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่แม้เราจะมีเทอร์โบเจ็ททีมีความเร็วกว่าเสียงมาตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1970 แต่กลับมีปัญหาในการบริหารจัดการการพัฒนาเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ก็พร้อมอวดโฉมอีกครั้ง พร้อมการออกแบบให้สามารถบินได้ที่สัดส่วนความเร็วถึง Mach 1.4 สำหรับเครื่องบินโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วยพลังซูเปอร์โซนิค AS2 จาก Boeing และ Aerion นี้วางแผนจะตัวสู่ตลาดภายในปีค.ศ. 2023

AS2_Dec2017_Elevations_LR

เครื่องบิน Boeing – Aerion AS2 ที่มีอัตราความเร็ว 1,610 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งการท่องเที่ยวสุดหรู ที่สามารถนำผู้โดยสารจากนิวยอร์กไปยังลอนดอนได้ในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น

Aerion_AS2_Interior_LR (1)

อันที่จริงแล้ว Lockheed Martin เคยเป็นพันธิมตรสำหรับการสร้าง AS2 ซูเปอร์โซนิคเจ็ทเมื่อปี 2017 และ อ้างอิงจากการเผยแพร่ของนิตยสาร Forbes โดย Jeff Miller ตัวแทนจากบริษัท Aerion ปฎิเสธที่จะกล่าวถึงเหตุผลที่การร่วมมือนี้สิ้นสุดลงในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 อย่างไรก็ดีต้องบอกว่าตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา Lockheed Martin จะโด่งดังในแง่ของการบินทางทหารมากกว่าการบินสำหรับประชาชนทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องบอกว่า Lockheed ไม่ได้ยอมแพ้ในการนำเทคโนโลยีซูเปอร์โซนิคมาใช้ – ในปีเดียวกันนั้น NASA ได้ให้เงินสนับสนุนสำหรับบริษัทคู่สัญญาด้านการป้องกันประเทศเป็นเงินมากถึงเกือบ $250 ล้านเพื่อพัฒนาเจ็ทที่สามารถทำความเร็วได้มากกว่าเสียง ซึ่งจะสามารถทำความเร็วระดับซูเปอร์โซนิคได้โดยไม่ต้องมีโซนิคบูมเข้ามาเกี่ยวข้อง และผลลัพธ์ก็คือเครื่องบิน X-59 Quiet Supersonic Technology ที่ถูกออกแบบมาให้ทำความเร็วได้ถึง 1,510 กิโลเมตรต่อโมง โดยซูเปอร์โซนิคเจ็ทอย่างX-59 ของ Lockheed ก็สามารถที่จะทำงานบนเส้นทางบินเหนือแผ่นดินที่ไม่ฝ่าฝืนกฎระเบียบการเดินทางทางอากาศในปัจจุบัน ซึ่งห้ามเดินทางเหนือเสียงเหนือแผ่นดิน เนื่องจากความกังวลในเรื่องเสียงรบกวนและสิ่งแวดล้อมนั่นเอง

สำหรับโครงการที่เป็นเหมือนสานฝันให้เป็นจริงของเศรษฐีพันล้านในเท็กซัสอย่าง Robert Bass นี้ การลงทุนที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของ Boeing ในซูเปอร์โซนิคเจ็ท Aerion จะนำไปใช้ในด้านการพัฒนา โดยรวมถึงการพัฒนาเครื่องยนต์ไตรเจ็ทของ General Electric ซึ่งมีต้นแบบมาจากโมเดลยอดนิยมอย่าง CFM56 ในเดือนตุลาคมปีค.ศ. 2018 Aerion ได้ประกาศว่ามันตั้งเป้าที่จะขายเครื่องบิน 300 ลำใน 10 ปีข่างหน้า และมันก็ยังเป็นหนึ่งในสามบริษัทที่คาดว่าจะนำเครื่องบินซูเปอร์โซนิคกลับมาสู่ตลาดการบินสำหรับประชาชนทั่วไปหลังจากผ่านไป 15 ปี โดย Boeing – Aerion AS2 ได้ถูกวางแผนเพื่อนำกลับมาบินครั้งแรกในปีค.ศ. 2023