Wallaya Heritage Stay: A Time Capsule for a Retro Retreat

Share this article

Wallaya Heritage Stay โอเอซิสแห่งกาลเวลา ที่สุดของการพักผ่อนในบรรยากาศย้อนยุค
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพ: อินทราชัย เวศม์มัฆวาน

Wallaya Heritage Stay เรือนไม้สักโบราณในซอยเทเวศร์ 2 ย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกบูรณะและปรับปรุงใหม่จนงดงาม พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนที่อยากสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งกาลเวลาและความงามของสถาปัตยกรรมไทยโบราณ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและกลมกลืนกับสังคมสมัยใหม่ และถึงแม้ในย่านนี้จะมีชุมชนโบราณและอาคารเก่าแก่หลายแห่ง แต่สิ่งที่ทำให้ Wallaya Heritage Stay แตกต่างและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เห็นจะเป็นทำเลที่ตั้งท่ามกลางอาคารพักอาศัยสมัยใหม่แบบที่ว่าหากมองผ่านๆ โดยไม่ทันสังเกต ก็อาจไม่ทราบเลยว่ามีเรือนโบราณตั้งอยู่ และอีกอย่างคงหนีไม่พ้นความสวยงามของบ้านที่ดูเหมือนมีมนตร์ขลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง

เรือนไม้สักหลังนี้สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 นับอายุถึงปีนี้ก็ 103 ปีแล้ว แต่เดิมเป็นบ้านของพระยาสุรินทรเสวี (เถา วัลยะเสวี) มหาดเล็กห้องบรรทมในรัชกาลที่ 6 ผู้เป็นต้นสกุลวัลยะเสวี ต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนกัลยาที่มีคุณบุบผา วัลยะเสวี บุตรสาวคนที่สองของพระยาสุรินทรเสวีเป็นผู้อำนวยการ แต่หลังจากโรงเรียนปิดตัวลง พื้นที่โรงเรียนและพื้นที่โดยรอบถูกพัฒนาเป็นอพาร์ตเมนต์ มีเพียงเรือนโบราณหลังนี้ที่ยังหลงเหลืออยู่

ภาพ: Wallaya Heritage Stay

จากความตั้งใจแรกของคุณเจี๊ยบและคุณเต้อ เจ้าของบ้านคนปัจจุบันที่อยากบูรณะเรือนหลังนี้แล้วเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้สุดท้ายแล้วเรือนไม้สักจากสมัยรัชกาลที่ 6 หลังนี้ได้กลายมาเป็น Wallaya Heritage Stay โรงแรมขนาดกะทัดรัดอบอุ่น 4 ห้องพักในที่สุด โดยคุณเจี๊ยบและคุณเต้อพยายามรักษาโครงสร้างดั้งเดิมของบ้านไว้ให้มากที่สุด มีการดีดบ้านเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งและปรับให้เป็นเรือนใต้ถุนสูง ต่อเติมบริเวณห้องน้ำของแต่ละห้องพัก เปลี่ยนวัสดุที่ชำรุดเสียหาย และทาสีใหม่ด้วยโทนสีไข่ไก่ สีขาว สีเขียว สีน้ำตาล ให้อารมณ์บ้านโบราณที่ดูอบอุ่น น่าพักอาศัย และกลมกลืนกับสีอาคารโดยรอบ

พื้นที่ใต้ถุนเรือนได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่รับแขกที่ครบครัน มีทั้งเคาน์เตอร์ต้อนรับ โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ ม้านั่งรูปไข่ โต๊ะนั่งจิบกาแฟ และห้องน้ำแยกชาย-หญิง เมื่อเดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 1 ของ Wallaya Heritage Stay เราจะพบกับระเบียงบ้านที่สามารถนั่งรับลมและผ่อนคลายได้ อีกทั้งยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบด้วยห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหาร รวมถึงห้องพักขนาดใหญ่ที่สุดอย่างห้องตำลึง 01 ที่พิเศษตรงที่มีห้องรับประทานอาหารส่วนตัว ห้องน้ำที่เชื่อมต่อกับวอล์คอินคลอเซ็ท และระเบียงเล็กๆ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายอย่างสูงสุด

ห้องตำลึง 01
ห้องตำลึง 01

เมื่อถามถึงที่มาของชื่อห้อง ก็ถือว่าล้ำลึกและน่าสนใจไม่น้อย เพราะมาจากมาตราเงินพดด้วงที่เรียกว่า “ตำลึง” ซึ่งใช้กันมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยชื่อห้องจะไล่เรียงตามค่าเงินจากมากไปน้อยหรือจากขนาดห้องใหญ่สุดไปเล็กสุด ได้แก่ ตำลึง 01 (Family room), ตำลึง 02 (Executive room), ตำลึง 03 (Deluxe room) และตำลึง 04 (Superior room) แต่เอ๊ะ แล้วทำไมเราถึงบอกว่าห้องใหญ่สุดตรงชั้น 1 คือ ห้องตำลึง 01 แทนที่จะเป็นห้องตำลึง 04 นั่นเพราะมีเหตุขัดข้องทางเทคนิคเล็กน้อยในการแปะป้ายห้อง ฉะนั้นหากคุณเข้าพักแล้วชื่อห้องไม่ตรงตามนี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจไป

จากชั้น 1 เดินขึ้นไปยังชั้น 2 จะพบกับโถงรับแขก และห้องพักอีก 3 ห้องที่เหลือ ได้แก่ห้องตำลึง 02, ห้องตำลึง 03 และห้องตำลึง 04 โดย ห้องตำลึง 02 มีลูกเล่นตรงห้องรับแขกแบบต่างระดับที่น่านั่งเป็นอย่างมาก ซึ่งเราว่าดีไซน์ห้องแบบนี้ไม่น่าจะเห็นกันได้บ่อย ๆ และที่สำคัญ ห้องตำลึง 02 และห้องตำลึง 03 สามารถเปิดประตูแปลงร่างเป็นห้องเชื่อมต่อกันได้ หากเข้าพักกันหลายคน ก็ถือว่าเหมาะเลยทีเดียว ส่วนห้องตำลึง 4 แม้จะเป็นห้องที่เล็กที่สุด แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด เรียกว่าขนาดกะทัดรัด พักผ่อนได้สบาย แถมยังมีห้องน้ำส่วนตัวด้วยเช่นกัน

ห้องตำลึง 02
ห้องตำลึง 02
ห้องตำลึง 03
ห้องตำลึง 04

พูดถึงเรื่องการตกแต่งภายในของที่นี่ แน่นอนว่าต้องเป็นสไตล์วินเทจ เฟอร์นิเจอร์เน้นงานไม้และหวาย ข้าวของเครื่องใช้และของตกแต่งมีทั้งของเก่าที่เจ้าของบ้านสะสมไว้ และของใหม่ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน อาทิ กระโถนสังกะสีลายดอกไม้ที่นำมาใช้เป็นถังขยะ เครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบไขลาน นาฬิกาลูกตุ้ม ชุดโซฟาผ้าซาตินลายดอกไม้ ลำโพงบลูทูธทรงวินเทจ ทีวีจอแบนแขวนผนัง ทั้งหมดดูกลมกลืนกับสไตล์ของบ้านและของวินเทจดั้งเดิมเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่อย่างตู้เซฟเหล็กที่ตั้งอยู่ในโถงรับแขกชั้น 2 แถมยังให้อารมณ์เหมือนบ้านที่อยู่อาศัยกันมาหลายยุคหลายสมัยซึ่งย่อมต้องมีข้าวของเครื่องใช้ ของประดับตกแต่งหลากหลายตามกาลเวลา

ห้องรับแขก ชั้น 1
โถงรับแขก ชั้น 2
โถงรับแขก ชั้น 2
ห้องรับประทานอาหาร

ภายในห้องพักทุกห้องจะมีกาแฟ ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มไว้ให้บริการฟรี ทั้งยังมีอาหารเช้าให้บริการตั้งแต่เวลา 7:00 – 10:00 น. ที่ห้องรับประทานอาหารบริเวณชั้น 1 โดยมีเมนูให้เลือกทั้ง American Breakfast และอาหารไทย เช่น ข้าวต้ม ผัดไทย รวมถึงชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง ผลไม้สด และขนมไทยปิดท้ายมื้อ ทั้งนี้ เมนูที่เสิร์ฟอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และฤดูกาล

Wallaya Heritage Stay ถือว่าตอบโจทย์มากสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมวัด วัง พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหารโลคัล และคาเฟ่สวยๆ ในย่านพระนคร หรือหากอยากเดินทางไปใจกลางกรุงเทพฯ อย่างสยาม สีลม และย่านอื่นๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทั้งนี้ ห้องพักแต่ละห้องสามารถรองรับแขกได้ 2 ท่าน หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด หรือมาเป็นหมู่คณะก็สามารถเช่าเหมาหลังได้ หรือจะเช่าพื้นที่จัดกิจกรรม ถ่ายพรีเวดดิ้ง งานหมั้น งานแต่ง ในสเกลเล็กๆ อบอุ่น ที่นี่ก็พร้อมรองรับผู้ร่วมงานได้ 20-30 คน หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามกับทาง Wallaya Heritage Stay ได้โดยตรง

บทความที่เกี่ยวข้อง: Bang Krachao: Bangkok’s Tranquil Oasis

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image