Five Bangkok Photo Checkpoints for Tourists

Share this article

“เพราะกรุงเทพไม่ได้มีแค่เยาวราช” กับ 5 จุดเช็กอินในกรุงเทพที่ไม่ควรพลาด
บทความ: เนตรนภา ปะวะคัง ภาพเปิด: Shutterstock

ช่วงนี้ย่านไชน่าทาวน์เมืองไทยอย่างเยาวราชดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเยาวราชในช่วงกลางคืนซึ่งเต็มไปด้วยร้านอาหารสไตล์สตรีทฟู้ดชื่อดังน่าลิ้มลอง แต่กรุงเทพในฐานะที่ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดแห่งเอเชีย ย่อมไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหรือจุดเช็กอินแค่เยาวราชแน่นอน และนี่คือ 5 จุดเช็กอินในกรุงเทพที่เราอยากให้คุณได้ลองไปสัมผัสเช่นกัน หรือหากเพื่อนชาวต่างชาติของคุณกำลังมองหาเรเฟอเรนซ์สถานที่ห้ามพลาดในกรุงเทพ ลองแนะนำ 5 สถานที่นี้ดู เชื่อว่าเพื่อนของคุณจะต้องถูกใจแน่นอน

1. ตลาดน้อย
ถัดจากเยาวราชมาไม่ไกลจะเป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดย่อมชื่อว่า “ตลาดน้อย” ชุมชนชาวจีนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมระหว่างเยาวราชและบางรัก หากมองเผินๆ อาจเหมือนย่านนี้มีแต่ร้านขายอะไหล่รถยนต์มือสอง หรือเซียงกง แต่จริงๆ แล้วตลาดน้อยในเวลานี้ถือเป็นย่านฮิตฮอตที่มีทั้งสตรีทอาร์ต คาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหารระดับตำนาน และสถาปัตยกรรมโบราณอันงดงามที่รอให้คุณได้มาสัมผัส อย่างรถเต๋าโบราณสีส้มอายุกว่าร้อยปีที่จอดข้างกำแพงเก่าก็เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของตลาดน้อยใครๆ ก็แวะมาถ่ายรูปด้วย หากคุณหลงใหลในสถาปัตยกรรมโบราณ ที่นี่ก็มีอาคารสไตล์ตะวันตกที่งดงามอย่างโบสถ์กาลหว่าร์หรือวัดแม่พระลูกประคำ และธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อยให้ไปเยี่ยมชม เดินๆ แล้วหิวก็สามารถแวะเติมพลังที่ร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า ร้านดั้งเดิมที่อยู่คู่กับตลาดน้อยมากว่า 40 ปี หรือลิ้มลองบะหมี่หมูแดงอบน้ำผึ้งสูตรเด็ดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวรูก็ได้ หากอยากคลายร้อน ลองแวะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ฮงเซียงกง คาเฟ่สุดยูนีคที่ดัดแปลงมาจากอาคารเก่าอายุกว่า 200 ปี จุดเด่นของที่นี่นอกจากทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่คุณสามารถนั่งรับลมชิลๆ ได้แล้ว ยังมีงานศิลปะจัดแสดงให้ชมกันฟรีๆ ด้วย


2. วัดอรุณ
พระปรางค์สีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นอีกหนึ่งภาพจำกรุงเทพของชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย พระปรางค์องค์นี้ คือ พระปรางค์วัดอรุณ เป็นส่วนหนึ่งของ “วัดอรุณ” หรือ “วัดแจ้ง” วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ในฝั่งพระนคร ในแต่ละปีมีผู้มาเยือนวัดอรุณนับแสน แถมหลายคนยังนิยมแต่งชุดไทยเพื่อมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันที่นี่ด้วย ซึ่งหน้าวัดก็มีร้านให้เช่าชุดไทยพร้อมบริการแต่งหน้าทำผมเปิดให้บริการหลายร้านเลยทีเดียว มาเยือนวัดโพธิ์ แน่นอนว่าก็ต้องถ่ายรูปเช็กอินในมุมเสยเพื่อให้เห็นความอลังการของพระปรางค์ และถ่ายรูปโคลสอัพกับถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ประดับตกแต่งอยู่รอบพระปรางค์ แต่แนะนำเที่ยวชมบริเวณอื่นของวัดด้วยเพราะก็สวยงามไม่แพ้กัน เช่น พระอุโบสถที่ภายในตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังจากช่างชั้นครู ลานระเบียงคดที่มีตุ๊กตาศิลาจีนทั้งนักบวช เด็ก ผู้หญิง นักแสดงงิ้ว และสัตว์ต่างๆ และอีกจุดที่ห้ามพลาดก็คือ รูปปั้นพญายักษ์โบราณหน้าซุ้มประตูมงกุฎตรงทางเข้าพระอุโบสถ ที่มาของตำนานยักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์ ปัจจุบันวัดอรุณเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น. คนไทยเข้าฟรี ชาวต่างชาติมีค่าเข้าชม 200 บาท  


3. ถนนบรรทัดทอง
อีกหนึ่งสวรรค์ของนักกินในนาทีนี้ก็คงต้องยกให้ “บรรทัดทอง” ถนนที่มีความยาวประมาณหนึ่งกิโลเมตร แต่มัดรวมร้านอาหารเด็ดๆ เอาไว้กว่า 100 ร้าน ไม่ว่าคุณจะอยากลิ้มลองอาหารคาวหรือหวาน สไตล์ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือตะวันตก ที่นี่ก็มีให้คุณเลือกแบบละลานตา โดยมีทั้งร้านเก่าแก่ชื่อดังและร้านใหม่ๆ ที่กำลังเป็นกระแส ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า แต่ละร้านนั้นฮอตฮิตและมีลูกค้ารอคิวลิ้มลองความอร่อยไม่ขาดสาย ยิ่งในช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็ยิ่งคึกคักมาก ร้านในบรรทัดทองนั้นมีทั้งแบบที่นั่งรับประทานได้และต้องซื้อกลับบ้าน ร้านมีที่นั่ง เช่น ร้านส้มตำเจ๊แดงที่อร่อยจนได้มิชลินไกด์, ร้านเจ๊โอวข้าวต้มเป็ด กับเมนูดังอย่างมาม่าโอ้โหหรือมาม่าเจ๊โอว, ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งอย่างสมบูรณ์โภชนา, ร้านตั้งหยู่หมูกะทะรสเด็ด, ร้านน้ำเต้าหู้เจ๊วรรณที่ลิซ่าก็ยังมาลิ้มลอง, ร้านหนึ่ง นม นัว เจ้าดังจากภูเก็ตกับเมนูขนมปังปิ้งและนมสดที่รสนัวสมชื่อ ส่วนร้านที่ต้องซื้อกลับบ้านก็เช่น หมูสะเต๊ะนายซ้ง, ร้านขนมหวาน Layers BKK, ร้านขนมไข่เตาถ่าน Haab บอกเลยว่าร้านเยอะมากจนบรรยายไม่หมด คุณต้องไปลองเองจริงๆ


4. สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ
กรุงเทพใช่ว่าจะมีแต่ย่านค้าขายหรือตึกรามบ้านช่อง เพราะกลางกรุงก็มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติให้คุณได้ไปพักผ่อน สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ และชมวิวต้นไม้ใบหญ้าเช่นกัน “สวนลุมพินี” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “สวนลุม” เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพที่ถูกจัดให้เป็นสวนเอนกประสงค์ซึ่งคุณสามารถทำกิจกรรม ได้มากมาย ไม่ว่าจะออกกำลังกาย เดินเล่น นั่งเล่น อ่านหนังสือ เล่นกีฬา ให้อาหารปลา หรือจะทำกิจกรรมทางน้ำอย่างถีบเรือเป็ด พายคายัค เล่นซับบอร์ดก็มีเช่นกัน แถมบางสัปดาห์ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ก็ยังมีการแสดงดนตรีไทยและดนตรีสากลให้คุณได้เพลิดเพลินด้วย
ถัดจากสวนลุมไปไม่ไกลจะเป็นพื้นที่ของสวนเบญจกิติที่มีพื้นที่ประมาณ 453 ไร่ เป็นสวนสาธารณะในรูปแบบป่าในเมือง มีทั้งพื้นที่สวนป่าและสวนน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบระบบนิเวศตามธรรมชาติซึ่งควรต้องมีแหล่งน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงพืชไม้นานาพันธุ์ในสวน ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้พืชพันธุ์ดั้งเดิมของกรุงเทพและพันธุ์ไม้หายาก รวมถึงเป็นที่รองรับน้ำในช่วงที่กรุงเทพมีน้ำมากเกินไปจนเสี่ยงท่วมขังด้วย จุดไฮไลท์ของสวนเบญจกิติที่ใครๆ ก็ต้องมาเช็กอินก็คือ สะพานลอยฟ้าหรือสกายวอล์คที่ทอดยาวและลัดเลาะไปตามบึงซึ่งคุณจะเดินออกกำลังกาย วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือเดินชิลๆ ชมสวนก็ได้
หากคุณมีเวลาและอยากดื่มด่ำความเขียวขจีของทั้งสองสวนนี้ภายในวันเดียวกัน เราแนะนำให้ลองเดินไปตาม “สะพานเขียว” เส้นทางเดินและปั่นจักรยาน (ไม่) ลับที่เชื่อมระหว่างสวนลุมฯ และสวนเบญจกิติซึ่งจะเริ่มจากแยกสารสินตัดถนนวิทยุใกล้ๆ โรงเรียนสวนลุมพินีไปยังสกายวอล์กของสวนเบญจกิติ ระยะทางรวมประมาณ 1.3 กิโลเมตร บรรยากาศระหว่างทางแอบคล้ายญี่ปุ่น ยิ่งช่วงใกล้พระอาทิตย์กำลังตกจะยิ่งสวยและอบอุ่นมาก


5. ไอคอนสยาม
กรุงเทพมีศูนย์การค้าชั้นนำมากมาย แต่ไอคอนสยามมีหลายสิ่งที่โดดเด่นและแตกต่าง สำหรับขาช็อป ที่นี้มีทั้งโซนไอคอนลักซ์ที่รวมแบรนด์หรูชั้นนำระดับโลกไว้มากมาย เช่น Rolex, Cartier, Louis Vuitton สาขาแรกของโลกที่ออกแบบและตกแต่งโดยผสานความเป็นไทยลงไป, Hermés สาขาใหญ่ที่สุดในไทย รวมถึงโซนไอคอนคราฟต์ที่นำเสนอสินค้าแฮนด์เมดสไตล์ไทยแบบใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันจากแบรนด์โลคอลซึ่งคัดสรรมาเป็นอย่างดี เช่น เสื้อเชิ้ตผ้าไหม กระเป๋าสาน ของแต่งบ้าน สำหรับสายกิน ที่นี่ก็มีโซนอาหารให้เลือกถึง 7 โซน ที่ห้ามพลาดคือ โซนเมืองสุขสยามที่ชั้น G ซึ่งจำลองบรรยากาศของตลาดน้ำมาไว้ในห้าง นำเสนออาหารไทยพื้นบ้านจากทั่วทุกภูมิภาค เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักอาหารไทยเลยก็ว่าได้ หรือหากอยากรับประทานอาหารพร้อมชมวิวเจ้าพระยาแนะนำให้ขึ้นไปรับประทานอาหารที่ชั้น 5 หรือชั้น 6 สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลป์ ที่นี่ก็มีนิทรรศการภาพเขียน ประติมากรรม และอื่นๆ มาจัดแสดงให้ชมกันโดยตลอด ใครอยากชมวิวเจ้าพระยาแบบเต็มตา แนะนำโซนไอคอนสยามปาร์คบนอาคารไอคอนลักซ์และโซนริเวอร์ปาร์คริมแม่น้ำ รับรองว่ามาที่นี้ คุณจะทั้งอิ่มตา อิ่มใจ และอิ่มท้อง พร้อมได้ภาพสวยๆ กลับไปอีกเพียบ

Untitled design – 1

บทความที่เกี่ยวข้อง: Wallaya Heritage Stay: A Time Capsule for a Retro Retreat

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image