Weekend Cooking with Le Creuset

สามเมนูทำง่ายไม่ต้องลุ้นกับ Le Creuset และเชฟปาร์ค ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย
บทความ: LuxuoTH

[ English ]

Le Creuset เป็นแบรนด์เครื่องครัวเก่าแก่ของฝรั่งเศสที่ยังคงความนิยมในสังคมสมัยใหม่ได้ด้วยคุณภาพและความสะดวกที่เหนือชั้น จากจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1925 ที่เมืองเฟรส์นัวเลอกร็องสู่ครัวในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างน้อย 60 ประเทศ เครื่องครัวเหล็กหล่อของ Le Creuset มีคุณสมบัติในการนำความร้อน กระจายความร้อนและเก็บความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับการใช้ทำอาหารแบบใช้ความร้อนสูงในเวลาอันสั้น และแบบใช้ความร้อนปานกลางถึงต่ำที่ต้องตั้งเตาไว้อย่างต่อเนื่องและปล่อยให้ความร้อนกระจายตัวอยู่ภายในภาชนะอย่างสม่ำเสมอ

Luxury cookware featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

เครื่องครัวเหล็กหล่อ Le Creuset สามารถใช้ได้กับเตาเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาขดลวด เตาเซรามิคหรือแม้กระทั่งเตาถ่าน และแน่นอนว่าใช้ในเตาอบได้ด้วย แต่เตาที่ต้องห้ามเพียงอย่างเดียวนั้นก็คือไมโครเวฟ เราฟังเรื่อง Le Creuset มาเยอะจนอยากลองด้วยตนเองว่าจะสมคำร่ำลือหรือไม่ แต่กองบรรณาธิการของเราก็ใช่ว่าจะถนัดเรื่องการทำอาหาร (น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสายชิมมากกว่า) เราจึงต้องมีวิทยากรคนสำคัญซึ่งก็คือเชฟปาร์ค ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย มาเป็นผู้ช่วยสาธิตในครั้งนี้ ตัวเชฟปาร์คเองนั้นมีธุรกิจร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นญี่ปุ่น-ไทยในชื่อ Chim Ramen อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 33 แต่วันนี้เราขอให้เชฟทำเมนูที่เป็นอาหารชาติอื่นที่ไม่ใช่แนวที่ตัวเชฟเองถนัดที่สุด เพื่อให้คุณผู้อ่านมั่นใจว่าตนเองก็สามารถทำสามเมนูต่อไปนี้ตามเชฟปาร์คเลยได้เหมือนกัน

เริ่มต้นกันที่ข้าวปาเอญ่า อาหารประจำชาติอันโด่งดังของประเทศสเปน ปาเอญ่าคือการหุงข้าวในกระทะหรือหม้อที่มีฝาปิดได้ ข้าวมีลักษณะเม็ดสั้นกลมคล้ายข้าวญี่ปุ่น ส่วนประกอบสำคัญนอกจากเนื้อสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นซีฟู๊ดหรือไก่ ผัก เช่น มะเขือเทศ ถั่วลันเตา ยังมีสมุนไพรและหญ้าฝรั่นที่ทำให้ข้าวปาเอญ่าหอมกรุ่น มีสีเหลืองชวนรับประทาน

โดยเราจะใช้หม้อ Signature Round French Oven ขนาด 22 ซม. สีแดงเซรีส ภายในเคลือบเอนาเมลตามแบบฉบับของ Le Creuset สำหรับผลิตภัณฑ์ เอนาเมลของหม้อรุ่นนี้เป็นสีขาวเพราะว่าออกแบบมาให้เหมาะกับการทำอาหารแบบสโลว์คุ๊ก ซึ่งทำให้การหุงข้าวปาเอญ่านั้นสุกทั่วถึงดีและยังคงรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อสัตว์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ผิวเคลือบสารเอนาเมลมีลักษณะเหมือนผิวแก้ว อันเป็นคุณสมบัติที่ทำให้คุณสามารถหมักอาหารในภาชนะและนำไปปรุงได้โดยไม่ต้องเสียเวลา ทั้งตัวหม้อ Le Creuset นี้ยังมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม หรูหรา สามารถนำเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารได้เลยอีกด้วย

ข้าวปาเอญ่า
ส่วนผสมมีดังนี้ …
ข้าวปาเอญ่า หรือ ข้าวเม็ดกลมสั้น400 กรัม
น้ำสต๊อกไก่600 มิลลิลิตร
กระเทียม20 กรัม
หัวหอม50 กรัม
มะเขือเทศบด200 กรัม
ผงปาปริก้า5 กรัม
พริกหยวกแดง50 กรัม
ถั่วลันเตา40 กรัม
หญ้าฝรั่นหยิบมือ
ใบเบซิล5-6 ใบ
กุ้ง300 กรัม
เนื้อปู200 กรัม
ปลาหมึก200 กรัม
ไวน์ขาว50 มิลลิลิตร
น้ำมันมะกอก
เกลือ
พริกไท

เริ่มด้วยใส่น้ำมันมะกอกวอร์มหม้อให้ร้อน ผัดโชริโซ่ หอมใหญ่และกระเทียมให้หอม ตามด้วยซึฟู๊ดและไวน์ขาว ผัดพอให้สุก 70% แล้วตักขึ้นมาพักไว้ จากนั้นผัดพริกหยวกและปาปริก้าในหม้อใบเดิม ตามด้วยมะเขือเทศบด น้ำสต๊อกและหญ้าฝรั่น ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไท ใส่เมล็ดถั่วลันเตาและข้าวลงไป หมั่นคนอย่าให้ติดก้นหม้อจนน้ำสต๊อกเริ่มงวด จากนั้นปิดฝา นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 20 นาที เมื่อครบเวลา นำข้าวออกจากเตาอบ จัดเรียงซีฟู๊ดที่พักไว้ให้สวยงาม และปิดฝานำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสอีก 5 นาที ตกแต่งด้วยพาเมซานชีส ปาปริก้าและใบโหระพาสับ

หากใครอยากทำเมนูที่ง่ายและเร็วกว่านั้น เราขอแนะนำกัมบัสหรือกัมบัสอัลอาคิลโยซึ่งถ้าแปลตรงตัวก็คือกุ้งกระเทียมนั่นเอง กัมบัสเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของประเทศสเปนอีกเช่นกัน หัวใจหลักของเมนูนี้มีด้วยกันสามอย่างคือ กุ้ง กระเทียมและน้ำมันมะกอก ดังนั้นคุณภาพของวัตถุดิบทั้งสามอย่างนี้มีผลกับรสชาติของจานนี้เป็นอย่างมาก โดยเราจะใช้กระทะ Le Creuset Signature Skillet ขนาด 26 ซม. สีส้มเฟลม ภายในเคลือบเอนาเมลสีดำเพราะเป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้ใช้ทำอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงในระยะเวลาสั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรุงอาหารประเภท ปิ้ง ย่าง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการดูดซึมเก็บน้ำมันที่เกิดจากอาหารขณะที่ใช้ความร้อนในการปรุง เข้าไปในพื้นผิวโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ ยิ่งใช้ไปนานๆ จะยิ่งให้รสที่ดียิ่งขึ้น

กัมบัสกุ้งลายเสือ
ส่วนผสมมีดังนี้ …
กระเทียม10 กลีบ
กุ้งลายเสือ10 ตัว
เกลือบดหยาบ5 กรัม
สโมคปาปริก้า5 กรัม
ใบพาร์สลีอิตาเลียน10 กรัม
แครนเบอร์รี่แห้ง10 กรัม
พริกไทดำ
น้ำมันมะกอก
มะนาวเหลือง

เตรียมกุ้งลายเสือแกะเปลือกแยกเก็บเปลือกกุ้งเอาไว้ ส่วนเนื้อกุ้งนำไปหมักกับกระเทียมบด เกลือ พริกไท และสโมคปาปริก้า ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอกและเปลือกกุ้งลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 15 นาทีและตักเปลือกกุ้งออก จากนั้นเปิดไฟกลาง นำกระเทียมลงไปเจียวกับน้ำมันเปลือกกุ้งจนเริ่มเหลือง นำแครนเบอร์รี่และเนื้อกุ้งที่หมักไว้ลงไปทอดในกระทะให้สุกประมาณ 75% จากนั้นปิดเตา ปรุงรสเพิ่มเล็กน้อยด้วยเกลือ โรยอิตาเลี่ยนพาร์สลี เสิร์ฟคู่กับเลม่อนและขนมปัง  

และอย่างที่กล่าวข้างต้นแล้วว่าเครื่องครัวของ Le Creuset นั้นมีการเคลือบเอนาเมลไว้ด้านใน จึงทำให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสูงสุด ไม่ต้องทาน้ำมันแล้วนำไปอบต่อหลังล้างสะอาดก่อนนำไปเก็บทุกครั้งหลังใช้เหมือนภาชนะที่ทำจากเหล็กหล่อแบบเปลือยทั่วไป เราจึงเหลือเวลาไปทำของหวานกันสักอย่าง และของหวานที่เชฟปาร์คเลือกทำในวันนี้คือแครมบรูเลมะพร้าวและเสาวรสที่จะให้รสชาติแตกต่างกันในแต่ละคำที่ตัก ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะตักเจอมะพร้าว ตักเจอเสาวรส หรือตักเจอทั้งสองอย่างในคำเดียวกัน โดยเราจะใช้หม้อ Mini Round Cocotte ขนาด 10 ซม. สีแดงเซรีส สีเหลืองโซเลยและสีม่วงแคสซีส์ ผลิตจากเซรามิกและเคลือบเอนาเมลสีขาวสำหรับเมนูนี้ ซึ่งหม้อ Mini Round Cocotte เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Le Creuset ในกลุ่มเครื่องครัวสโตนแวร์ที่มีสีสันและดีไซน์ที่สวยงาม มีคุณสมบัติในการกระจายความร้อนรวมถึงกักเก็บความร้อนได้ดีเยี่ยม ทนทาน ทั้งยังทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายแม้กับเครื่องล้างจานอัตโนมัติ

แครมบรูเลมะพร้าวและเสาวรส
ส่วนผสมมีดังนี้ …
ครีม300 กรัม
น้ำมะพร้าว450 มิลลิลิตร
เสาวรส40 กรัม
น้ำตาลทราย120 กรัม
ไข่ไก่3 ฟอง
ไข่แดง9 ฟอง

นำไข่ทั้งฟอง ไข่แดงและน้ำตาลใส่ภาชนะใช้ตะกร้อมือตีให้ละลายเข้ากันดี เติมครีมและน้ำมะพร้าวคนให้เข้ากันดี นำส่วนผสมมากรองผ่านกระชอนแบบละเอียด จากนั้นใส่เนื้อมะพร้าวและเสาวรสลงไปในส่วนผสมที่กรองแล้ว นำส่วนผสมเทใส่หม้อ Mini Round Cocotte ที่เตรียมไว้ นำเข้าเตาอบและอบในถาดรองน้ำที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1-1.5 ชั่วโมง เมื่อนำออกจากเตาอบให้พักไว้ที่อุณหภูมิปกติ 15 นาที  โรยน้ำตาลตามชอบบนขนมที่เซ็ตตัวแล้ว นำเบิร์นเนอร์เผาด้านหน้าจนน้ำตาลละลายเป็นสีน้ำตาลไหม้สวย

หากใครลองทำสูตรใดสูตรหนึ่งข้างต้นแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปส่งมาอวดเราด้วยที่ editorial@luxuothailand.com เราจะได้รู้ว่าผู้อ่านของเราชอบคอนเทนท์แนวนี้

Luxury cookware featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
เชฟปาร์ค ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย

*** Le Creuset ขอขอบคุณ Teka Thailand และ Küppersbusch ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และเตาที่ใช้ในการถ่ายทำบทความนี้ ***

บทความที่เกี่ยวข้อง: Indulgent Pattaya Pit Stop at Pebbles Bar & Grill


Three surefire menus you can cook with Le Creuset and Chef Park Pattarawit Junthai

Words: LuxuoTH

From the 1925 beginning in France’s Fresnoy-le-Grand, Le Creuset products can be found in the kitchens of at least 60 countries globally today. The legendary French brand continues to enjoy great popularity in the modern days, thanks to the superior quality and convenience they offer. Their cast-iron cookware is known to be conductive of heat while being able to distribute it evenly during the cook and retaining it afterwards. Several models are available for short cooking at high heat and for slow cooking at medium to low heat where you need to leave the stove on for a long time, allowing the heat to disperse evenly throughout the food.

You will be surprised to read that Le Creuset cast-iron cookware can be used on nearly all kinds of stoves such as gas, electric, coil, ceramic and even charcoal. Of course, they can be used in ovens, but certainly not microwaves. We have heard so much about Le Creuset that we wanted to see if they are really that good and useful. Still, our editorial members are hardly useful in a kitchen so we have enlisted the professional help of Chef Park Pattarawit Junthai. Given that the chef owns and operates a Japanese-Thai fusion restaurant Chim Ramen on Soi Sukhumvit 33, we asked him to cook cuisines outside of his business to assure our readers that you, too, can follow his recipes and achieve the same results.

We start with what is probably the most recognised Spanish food: paella. Paella is short-grained rice, cooked in a pan or a pot with a lid, with meat such as seafood or chicken, vegetables like tomato and green pea, and, herbs and saffron which gives the dish its signature scent and yellow colour.

Our choice of cookware is the 22-centimetre Signature Round French Oven in cerise red. The inside of this product is coated with white enamel to facilitate your slow cook efforts. Your paella will be evenly cooked while the meat retains its juiciness. This enamel coating is like a glass skin for the oven so you can use it to marinate and to cook, all in the same product. You can even use it to serve because the oven itself will look very nice on the dining table.

Ingredients are as follows …
Paella or short-grained rice400 g
Chicken stock600 ml
Garlic20 g
Onion50 g
Tomato puree200 g
Paprika powder5 g
Red chilli50 g
Green pea40 g
Saffron5-10
Basil5-6
Prawn300 g
Crab meat200 g
Squid200 g
White wine50 g
Olive oil
Salt
Pepper

Warm the oven with olive oil. Stir fry the chorizo with onion and garlic until it smells nice then follow with seafood and white wine. Cook everything to only 70% doneness then set it aside. Stir fry bell pepper and paprika is the same oven, follow with tomato puree, stock and saffron. Season with salt and pepper then add green bean and rice. Stir regularly to keep anything from sticking to the bottom. Once the stock is somewhat reduced, close the lid and put the pot in the oven at 180˚C for 20 minutes. Remove from the oven to top the rice with the seafood you put aside. Close the lid and put the pot back in the oven at 180˚C for five more minutes. Garnish with parmesan cheese, paprika and chopped basil leaves.

If you want to cook something that requires less time and involves fewer steps, we can propose the gambas. Literally translated as garlic-fried prawns, gambas al ajillo is another popular Spanish dish. It comprises three key ingredients: prawns, garlic and olive oil. The quality of these three ingredients is the key determinant of how tasty your gambas will be. We will do this with a 26-centimetre Le Creuset Signature Skillet in flame orange. You will notice that the inside of the skillet is coated with black enamel – that is because the product is designed for quick cooking with intense heat like frying and grilling. As you cook, the skillet will absorb the oil from cooking as well. This will be no harm. In fact, it will contribute to the flavours when using the product over time.

Ingredients are as follows …
Garlic 10
Tiger prawn 10
Crushed salt 5 g
Smoked paprika 5 g
Italian Parsley5 g
Dried cranberry 10 g
Black pepper
Olive oil
Lemon

Peel the prawns and put the shells aside. Marinate the prawn meat with ground garlic, salt, pepper and smoked paprika. Heat olive oil in the pan and cook the shells at low heat for approximately 15 minutes then remove the shells. Turn the heat to medium, fry garlic in the shell-infused oil until browned. Add cranberries and marinated prawn meat into the pan and cook until 75% done then turn off the heat. Season just a little with salt, sprinkle some Italian parsley and serve the dish with lemon and bread.

As mentioned above, the inside of Le Creuset products are enamelled – this offers an added layer of convenience in that you do not have to season them after cleaning like you would with naked cast-iron cookware. Therefore, you now have the time to try your hands at a dessert as well. Chef Park’s choice for the day is crème brûlée with coconut and passionfruit because it gives you a different taste if a spoonful has coconut, passionfruit or both in it. We are using 10-centimetre Mini Round Cocottes in cerise red, soleil yellow and cassis purple. These ceramic cocottes with white enamel coating on the inside are very good at distributing and containing heat. They are also easy to clean and compatible with automatic dishwashing machines.

Ingredients are as follows …
Cream300 g
Coconut water450 ml
Passionfruit 40 g
Sugar120 g
Egg3
Egg yolk9

Blend whole eggs, egg yolks and sugar well with a whisk. Add cream and coconut water then stir well. Sift the mixture with a fine sieve then add coconut meat and passionfruit into the sifted mixture. Pour it into the Mini Round Cocottes which are then to be placed on a water-filled tray in an oven. Bake at 150˚C for one to one and a half hours. Once this is done, let the cocottes rest at room temperature for 15 minutes for the crème brûlée to set. Sprinkle with sugar as you wish and use the burner until the sugar is browned.

Do send us pictures of your cooking efforts at editorial@luxuothailand.com so we will know you appreciate our suggestions!

*** Le Creuset wishes to express their gratitude to Teka Thailand and Küppersbusch for the use of their location and facilities in the production of this article. ***

See also: Indulgent Pattaya Pit Stop at Pebbles Bar & Grill