Still Time to Experience The Summer Journey Menu at Sra Bua by Kiin Kiin

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

Sra Bua by Kiin Kiin พร้อมเปิดให้บริการอีกครั้งหลังล็อคดาวน์ด้วยเซ็ตเมนู Summer Journey
บทความ: ลภีพันธ์ โชติจินดา

[ English ]

ล็อคดาวน์รอบล่าสุดนี้ทำให้หลายท่านต้องลุกขึ้นมาสวมบทบาทเชฟจำเป็นเพื่อปรุงอาหารเอง ไม่ว่าจะด้วยต้องการแน่ใจในความสะอาดปลอดภัยของอาหาร เพื่อเพิ่มสีสันให้กับชีวิตช่วงล็อคดาวน์ตามมาตราการป้องกันของรัฐบาล หรือเพราะโหยหาและคิดถึงบรรยากาศการนั่งรับประทานอาหารที่ร้านด้วย

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลได้ปลดล็อคการให้บริการของห้องอาหารต่างๆ เราจึงอยากจะเชิญชวนมาเยี่ยมเยียน Sra Bua by Kiin Kiin ห้องอาหารแห่ง Siam Kempinski Hotel Bangkok ที่ได้รับรางวัลมิชลินหนึ่งดาวสี่ปีซ้อนและกลับมาเปิดต้อนรับเหล่านักชิมที่ต้องการความรื่นรมย์และรสชาติอาหารที่แปลกใหม่ด้วยเซ็ตเมนู Summer Journey (สูงสุด 8 คอร์ส 3,200++ บาท) และเพิ่มสีสันให้กับมื้ออาหารด้วยจูซแพร์ริ่งในชื่อ Story of Gems หรือ น้ำผลไม้เลอค่าดั่งอัญมณีที่เสิร์ฟคู่ไปกับทุกเมนู (สูงสุด 8 คอร์ส 790++ บาท)

เชฟระดับมิชลินสตาร์ เฮนริค อูล-แอนเดอร์เซน เชฟชาวเดนมาร์กผู้มีความรู้และเข้าใจในรสชาติของอาหารไทยอย่างลึกซึ้ง และหัวหน้าเชฟชยวีร์ สุจริตจันทร์ ร่วมกันเฟ้นหาวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลชั้นเลิศทั้งของไทยและต่างประเทศมาสร้างเป็นเมนูอาหารไทยประยุกต์ที่น่าสนใจ เริ่มต้นด้วยสแน็กสไตล์สตรีทฟู๊ดที่ทางห้องอาหารเปลี่ยนจากการเสิร์ฟบริเวณล็อบบี้ต้อนรับตามเดิมเป็นการเสิร์ฟที่โต๊ะเลยตามแนวปฏิบัตินิวนอร์มอล

สตรีทฟู๊ดที่กล่าวถึง อาทิ เมอแร็งต้มข่าเห็ด ถุงข้าวเม่ากรุบกรอบปรุงรสด้วยผงแกงกะหรี่ ยำส้มโอใส่ไข่แดงเค็มไชยากับไข่ปูจากสุราษฏ์ธานีรสชาติหวานมันเค็ม ซุปเห็ดหอมกรุ่นมาพร้อมกับเห็ดมอเรลสอดไส้ขิง ปลากะพงเซวิชเช่ในโฟมของน้ำเสาวรสสุดจี๊ดจ๊าด และส้มตำหนังไก่ย่างสุดกรุบกรอบ ถือเป็นการเริ่มออกเดินทางที่น่าตื่นเต้น และยังไม่นับเป็นคอร์สที่หนึ่งเลยด้วยซ้ำ

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

เซ็ตเมนู Summer Journey นั้นมี 4 และ 6 คอร์สให้เลือกในช่วงมื้อกลางวัน และมี 6 และ 8 คอร์สให้เลือกในช่วงมื้อค่ำ หากเป็นไปได้ เราอยากแนะนำเซ็ต 8 คอร์สมื้อค่ำไปเลยเพื่อประสบการณ์ที่เต็มอิ่ม โดยจะเริ่มต้นคอร์สแรกด้วยต้มยำกุ้งกับเส้นเต้าหู้ DIY วาฟเฟิลผักชีสไตล์เดนมาร์กแกล้มยำปลาคอด และกุ้งแช่น้ำปลากับข้าวเกรียบกุ้ง ต่อด้วยแสร้งว่าปลาแซลมอนกับน้ำยำรสพิเศษที่ได้รับการเพิ่มความอุมามิด้วยอิคุระ แล้วจึงเป็นการพบกันของตะวันตกและตะวันออกในรูปของหอยนางรมโพชมิโซะสองตัวที่วางขนาบข้างฟลานเนื้อเนียนนุ่ม เสิร์ฟคู่กับเอบเบลสกีเวอร์ (Æbleskiver) หรือแพนเค้กสไตล์เดนมาร์กที่เข้ากันอย่างสุดๆ

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

สตาร์ทเตอร์ 2 คอร์สสุดท้ายมาในแนวจัดจ้านและเข้มข้น ความจัดจ้านที่ว่านั้นคือห่อหมกเนื้อปูจากสุราษฎร์ธานีกับมูสแอสพารากัสที่ใช้สูตรเครื่องแกงจากระนองอันเป็นบ้านเกิดของเชฟชยวีร์ รับประทานคู่กับล็อบส์เตอร์บิสก์ที่เสิร์ฟมาเป็นแก้ว ส่วนคอร์สที่ว่าเข้มข้นนั้นก็คือตับห่านฟัวกราส์ซอสมะขามและชัทนีย์ลูกแพร์ที่เสิร์ฟพร้อมโฮมเมดติ่มซำไส้กงฟีน่องเป็ดและฟัวกราส์และพริกน้ำส้มสูตรเมืองตรัง  

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

สำหรับเมนคอร์สนั้น เชฟเฮนริคเลือกทำเป็นมัสมั่นซึ่โครงเนื้อจากออสเตรเลีย นำมาซูวี 48 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 62 องศา และเพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยแก่นตะวันทอดและแก่นตะวันปูเร เสิร์ฟคู่กับข้าวหอมมะลิคุณภาพจากจังหวัดสุรินทร์ จากนั้นจึงเริ่มเข้าคอร์สของหวาน ได้แก่ ทาทาร์สับปะรดกับมะพร้าวขมิ้นสมุนไพรท็อปด้วยเหล้ารัมสโนว์ และไอศกรีมชาหอมกรุ่นกับมะกรูดเชื่อม ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยเปติโฟร์หลากรูปทรงที่เป็นเหมือนลูกเล่นซิกเนเจอร์ประจำของที่นี่อยู่แล้ว

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

เราสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันในการรังสรรค์เมนูต่างๆ ของเชฟทั้งสองในแต่ละคอร์สของการเดินทางแห่งฤดูร้อนในครั้งนี้ และเพื่อให้มื้ออาหารสุดหรูนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก เราอยากให้คุณได้ลองจูสแพร์ริ่งในชื่อ Story of Gems ด้วย แต่ละแก้วมีชื่อตามอัญมณีต่างๆ และช่วยเสริมรสชาติของอาหารแต่ละคอร์สได้เป็นอย่างดี อาทิ น้ำแอปเปิ้ลแดงและขึ้นฉ่ายฝรั่งเพื่อลดความเผ็ดร้อนของคอร์สต้มยำกุ้ง น้ำเสาวรสและส้มยูซุที่ให้รสเปรี้ยวช่วยเปิดต่อมรับรสก่อนทานคอร์สฟลานมิโซะและหอยนางรม และน้ำสับปะรดและเสาวรสและกะทิที่เสิร์ฟกับเมนูของหวาน เป็นต้น

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

เมนู Summer Journey นี้จะใช้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น ณ วันที่เขียนบทความนี้ ห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin เปิดให้บริการทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มื้อกลางวันเวลา 12.00-15.00 น. (ออเดอร์สุดท้ายเวลา 13.30 น.) และมื้อค่ำเวลา 17.00-20.00 น. (ออเดอร์สุดท้ายเวลา 17.30 น.) และรับลูกค้าจำนวนจำกัด 50% ของที่นั่งทั้งหมดตามมาตรการป้องกันของรัฐบาล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโต๊ะ โทร 02-162-9000 หรืออีเมล dining.siambangkok@kempinski.com

บทความที่เกี่ยวข้อง: Venice To Charge Entrance Fees Starting Summer 2022


The current Summer Journey menu is best enjoyed with the Story of Gems juice pairing.

Words: Lapheepun Chotjinda

The latest lockdown has brought out the chef in many once more, whether it was out of necessity, for the peace of mind or the sheer need to brighten things up a little during the time when it was impossible to dine out. The mood has changed since 1 September though as the lockdown was eased. For anyone looking to indulge in a fine dining experience after a long hiatus, we would like to remind you of Sra Bua by Kiin Kiin at Siam Kempinski Hotel.

The one-Michelin-star restaurant of four years is back with the Summer Journey menu (maximum eight courses for 3,200++ baht) they launched shortly before the lockdown. This is best enjoyed with the Story of Gems juice pairing (790++ baht for eight courses). For this Summer Journey menu, the best local and imported ingredients were meticulously chosen by award-winning Michelin-star Danish Chef Henrik Yde-Andersen and Head Chef Chayawee Suthcharitchan, then turned into sophisticated Thai fares with a good twist.

A meal here begins with their famous street food nibbles. Traditionally for Sra Bua by Kiin Kiin, these were served in the arrival lobby area, but now served at your table instead in order to comply with the new social distancing norm. These crafted nibbles include tom ka meringue; edible bag of curry-flavored puffed rice; pomelo salad with salted Chaiya egg yolk and Surat Thani crab roes; ginger-stuffed morel with a mushroom shot; snapper ceviche in a tangy passionfruit foam; and, somtam on a piece of crackling chicken skin. This concludes the beginning of the journey, and we have yet to start on the first course!

Patrons can choose either a 4-course or 6-course set for lunch and either a 6-course or 8-course set for dinner. If possible, the 8-course dinner is recommended as you will experience the journey in its entirety. For the first course, you will get to try tom yum kung in a siphon with DIY tofu noodles; cilantro waffles with Thai-style codfish salsa; and, fish sauce-drenched raw shrimps on a prawn cracker. These were followed by a second course of fluffy Norwegian smoked salmon on unripe mango strips, Thai spicy salad dressing and a touch of salmon roe; then a third course in the east-meets-west style with two miso-poached oysters served with flan and buttered Japanese miso. The Danish Æbleskiver pancake completes this third course.

The last two starter courses are powerful in their own way. For the fourth course, Chef Chayawee uses curry paste from his hometown Ranong and crab meat from Surat Thani to create a Thai-style curry soufflé in banana leaves with asparagus mousse, served with a lobster bisque in a glass. Not as hot but richer is the foie gras in tamarind sauce and pear chutney. A homemade dim sum of duck confit and foie gras with Trang-style chili vinegar sauce is served with this fifth course.

For the main course, Chef Henrik serves Australian beef short ribs sous vide at 62 degrees for 48 hours with a massaman sauce. Deep-fried sunchoke and sunchoke purée provide additional textures. The main course is served with Thai jasmine rice from Surin. The two dessert courses are pineapple tartar with coconut, turmeric and Thai herbs, topped with rum snow; and, tea ice cream with kaffir lime zest compote. The meal then concludes with their signature, creative petit fours.

We could tell the distance taken by the two chefs in their quest to create each course on this Summer Journey. To bring this meal to another level, do give their Story of Gems juice pairing a try. Each one named after a gemstone, the drinks are of course designed to complement the distinctive taste of each course. For example, the red apple and celery juice works to bring down the hotness of the tom yum kung course. The passionfruit and yuzu juice, served with the miso oyster dish, works to open the palate. Then, the pineapple and passionfruit juice with coconut milk goes hand in hand with the desserts.

The Summer Journey menu will be in service until 30 November. As of the day of this writing, Sra Bua by Kiin Kiin is open from Friday to Sunday for lunch from 12:00 to 15:00 (last order at 13:30) and for dinner from 17:00 to 20:00 (last order at 17:30). The restaurant caps seating at 50% of the full capacity in accordance with the preventive requirement of the government. For more information or reservation, please call 02-162-9000 or write to dining.siambangkok@kempinski.com.

Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Luxury dining featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

See also: Venice To Charge Entrance Fees Starting Summer 2022