Kos Cos Depicts The Canvas of Our Every Emotion Through Dynamic Portraits

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator

คอส คอส ศิลปินชาวศรีลังกาจากฮ่องกงที่ก้าวข้ามกรอบของความธรรมดาด้วยความเคลื่อนไหวและพละกำลังจากสีสันที่จัดจ้านและลายพู่กันที่หนักแน่น
บทความ
: จูเลีย โรซาน

[ English ]

คอส คอสเป็นศิลปินชาวศรีลังกาที่เติบโตขึ้นมาในยุคทองของป้ายบิลบอร์ดแบบมือวาด เวลาเลิกเรียนแล้วเขาก็จะไปที่ร้านของคุณพ่อเขาเพื่อเรียนรู้และฝึกฝีมือการวาดภาพ ปัจจุบันนี้เขาอาศัยอยู่ที่ฮ่องกง ผลงานภาพวาดบุคคลของเขาโดดเด่นด้วยการใช้สีสันที่จัดจ้านและลายพู่กันที่หนักแน่นจนเกิดเป็นความเคลื่อนไหวและพละกำลังที่ก้าวข้ามกรอบของความธรรมดาไปแล้ว

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
คอส คอส ศิลปินชาวศรีลังกาซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ฮ่องกง

ขอห้าคำที่บ่งบอกถึงผลงานของคุณค่ะ
เป็นนามธรรม มีสีสัน ร่วมสมัย โมเดิร์นและอยู่เหนือกาลเวลา

คุณเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1974 ที่ศรีลังกา ครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวศิลปิน
ผมมองว่าผมเป็นคนโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อคุณแม่ ชีวิตวัยเด็กของผมก็เหมือนเด็กอื่นๆ ที่เติบโตในย่านชานเมืองของโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาในช่วงปลายทศวรรษที่ 70 จนถึงกลางทศวรรษที่ 80 ชีวิตก็เป็นแนวเรื่อยๆ เรียบๆ มีต้นไม้และธรรมชาติเขียวขจีสมบูรณ์ พอถึงช่วงวันรุ่น ที่บ้านเราก็ย้ายไปอยู่ที่เมาท์ลาวิเนียซึ่งเป็นเมืองชายฝั่ง ที่นี่เองที่ทำให้ผมเกิดความผูกพันกับท้องทะเลครับ

คุณจำอะไรจากยุคสมัยนั้นได้บ้าง ความทรงจำเหล่านั้นส่งผลต่องานศิลปะของคุณหรือไม่  
ด้วยความที่บ้านผมนั้นเป็นพื้นที่ของการสร้างสรรค์อยู่เสมอ ผมจึงได้รับอิทธิพลมาเป็นอย่างมาก คุณแม่ผมมักจะทำงานต่อผ้าเมื่อท่านมีเวลาว่าง ผมก็นั่งดูคุณแม่นำผ้าสีสันต่างๆ มาจับต่อกันเพื่อสร้างเป็นผ้าผืนโตแบบที่จะแขวนตกแต่งบนกำแพงได้อย่างสวยงาม ผมรู้สึกว่างานต่อผ้าของคุณแม่ส่งอิทธิพลถึงผมในเรื่องของสี

ทางด้านคุณพ่อนั้นมีบริษัททำป้ายโฆษณากลางแจ้ง ผมจำได้ดีเลยว่าช่วงผมอายุ 7-8 ปี ผมจะไปที่ร้านของพ่อในตอนเย็นหลังเลิกเรียนเพื่อดูศิลปินวาดป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นคนวาดโหษณาต่างๆ มากมาย ตั้งแต่รูปเด็กทารกไปจนถึงดาราภาพยนตร์ หรือนมผงและบุหรี่บนบิลบอร์ดขนาดยักษ์ เมื่อมองย้อนกลับไป บิลบอร์ดกลางแจ้งเหล่านั้นก็ส่งอิทธิพลอย่างมากต่องานภาพวาดบุคคลในยุคเริ่มแรกของผม

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
“Cheung Nam”

คุณย้ายมาอยู่ที่ฮ่องกงเมื่อปี ค.ศ. 1999 เพื่อทำงานในสาขาโฆษณาและครีเอทีฟ ฮ่องกงสร้างแรงบันดาลใจอะไรให้คุณคะ
ผมก็ไม่ได้วางแผนว่าจะย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่ฮ่องกงครับ มันเป็นโอกาสที่อยู่ๆ ก็โผล่มาเฉยเลย วันหนึ่งผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อสนิทที่สุดคนหนึ่งซึ่งเคยทำงานที่บริษัทโฆษณาเดียวกันกับผมที่ศรีลังกา เขาถามว่าผมอยากจะมาทำงานที่ฮ่องกงไหม ผมตอบตกลงแล้วบอกพ่อแม่ว่าจะไม่อยู่บ้านสองปีนะ สุดท้ายก็นี่ล่ะครับ อยู่ฮ่องกงมา 21 ปีแล้ว การย้ายจากศรีลังกาแล้วตรงมาอยู่ที่ฮ่องกงเลยเป็นเหมือนการย้ายเข้าเมืองแห่งอนาคตที่มีแต่ตึกกระจกและคอนกรีตสูงเสียดฟ้า มีป้ายไฟนีออนขนาดใหญ่สีสันต่างๆ และมีพลังอันเหลือล้นนั้นถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ท่วมท้นสำหรับทุกประสาทสัมผัสจริงๆ

แล้วคุณมาทำงานศิลปะอย่างเต็มที่ตั้งแต่เมื่อใด
ประมาณ 8 ปีก่อนครับ ผมโชคดีที่มีแกลเลอรี่แห่งหนึ่งในฮ่องกงมาสนใจงานของผม หลังจากนั้นผมก็นำผลงานของผมไปจัดแสดงตามแกลเลอรี่ต่างๆ ทั่วฮ่องกงและสหราชอาณาจักร แล้วในปี 2019 ผมก็ตัดสินใจในที่สุดว่าจะทำงานศิลปะเป็นอาชีพแล้วเปิดสตูดิโออีกแห่งหนึ่งที่เบลเยียมร่วมกับพาร์ทเนอร์ด้านงานสร้างสรรค์ของผม

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
“Untitled”

ภาพวาดบุคคลเป็นแนวหลักของงานศิลปะของคุณ คุณพอจะเล่าให้เราฟังได้หรือไม่คะว่าทำไมคุณจึงหลงใหลในอารมณ์ที่หลากหลายของใบหน้ามนุษย์
ใช่แล้วครับ ผมสนใจวาดภาพบุคคลมากกว่าภาพประเภทอื่นใดทั้งหมด ใบหน้าคืออัตลักษณ์ของเรา ใบหน้าของมนุษย์นั้นมีความซับซ้อน ทั้งยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามอารมณ์และความรู้สึกของเรา ในบรรดาสรรพสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ มนุษย์เหมือนถูกโปรแกรมมาในให้สนใจใบหน้าของมนุษย์คนอื่นๆ นั่นเป็นเพราะว่าเราสามารถเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับผู้คนได้เป็นอย่างมากจากหน้าของเขา ผมชอบวาดภาพบุคคลให้ดูไม่เสร็จแบบอาร์ทๆ นะครับ หากจะเปรียบเทียบกับภาพวาดบุคคลทั่วไป ซึ่งเทคนิคนี้ไม่เพียงทำให้มีกลิ่นอายของความโมเดิร์น แต่ยังทำให้ผู้พบเห็นใช้เวลาอยู่กับภาพนานขึ้นด้วย

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
“Angie”

ศิลปะของคุณมีพัฒนาการไปเป็นระยะเวลานานถึง 15 ปี แล้วคอลเลคชั่นล่าสุดของคุณเป็นการเล่าเรื่องราวอะไรบ้าง
ศิลปินหลายท่านชอบถ่ายทอดความคิดของตนผ่านทางภาพวาด แต่ผมคิดในทิศทางที่ต่างกันสำหรับคอลเลคชั่น “Shape of a Thought” ผมมองว่ารูปร่างของความคิดเป็นหัวข้อที่เป็นนามธรรมมากๆ ที่จะหยิบยกมาเล่น เพราะความคิดของเรานั้นมาจากที่ใดก็ไม่รู้ อยู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว ไม่มีใครรู้ว่าความคิดหน้าตาเป็นอย่างไร ความคิดสีอะไร ใหญ่โตไหม หนักหรือเบา มีรูปทรงอย่างไรหรือว่าเกิดขึ้นจากที่ใด รู้เพียงแค่ว่าความคิดเกิดจากการกระบวนการทางประสาทก็เท่านั้นเลย

ความคิดที่เราปล่อยให้เข้าไปอยู่ในสมองของเราทุกวันนี้เองที่กำหนดชีวิตและส่งผลต่ออนาคตของเรา ความคิดมีส่วนกำหนดพฤติกรรมและการตัดสินใจ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าการกระทำ บุคลิกและตัวตนของเราล้วนแล้วแต่อยู่บนพื้นฐานของความคิดเราทั้งสิ้น ผมสร้างภาพความคิดในรูปทรงที่ดูคล้ายใบหน้าคนเมื่อมองจากด้านข้างแต่ปรับให้เป็นทรงคล้ายทรงกระบอกหรือทรงกลม ดูเผินๆ จะเห็นคล้ายกับลูกข่างที่กำลังหมุนอยู่หรือยูเอฟโอครับ

สีสันมีบทบาทอย่างยิ่งในคอลเลคชั่นนี้ เพราะผมเชื่อว่าความคิดนอกจากจะต้องมีรูปทรงแล้วยังต้องมีสีด้วย สีเหล่านี้จะเปลี่ยนไปตามความคิดรูปแบบต่างๆ โดยผมสร้างปรากฏการณ์นี้ด้วยการบรรจงเลือกใช้สีเป็นชุดต่างๆ กันเพื่อชักจูงความคิดของคุณไปยังฉากเหล่านั้น

ใครเป็นครูที่สร้างแรงบันดาลใจในชีวิตและทำให้คุณอยากเป็นศิลปินครับ ขอแค่คนเดียวเลย
ถามอย่างนี้ก็ต้องตอบว่าคุณพ่อผมเองครับซึ่งเป็นแรงบันดาลใจมาตลอดทั้งชีวิตของผม ทุกวันนี้คุณพ่ออายุ 76 แล้ว ต้องนั่งรถเข็นแล้ว แต่ก็ยังวาดรูปอยู่เลยครับ

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
“Absent Mind I”

ทุกวันนี้มีคนที่สะสมงานของคุณในเอเชียและในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เว็บไซท์ศิลปะชั้นนำระดับโลกมีการกล่าวถึงตัวคุณ การเป็นที่รู้จักเช่นนี้ส่งผลอย่างไรต่อตัวคุณบ้าง
ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่งานของผมเป็นที่รู้จักทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ความตั้งใจเบื้องหลังงานของผมก็คือการสื่อสารถึงมุมมอง ซึ่งก็คือมุมมองของตัวผมเอง ผมรู้สึกว่าเราจำเป็นต้องสร้างโลกทัศน์ของตัวเราเองเพราะว่าโลกทัศน์ดังกล่าวจะกลายเป็นทัศนภาษาเฉพาะตัวของคุณ ถ้างานของผมไปสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครได้ นั่นก็คงเป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมจะทำให้เกิดขึ้นได้แล้วครับ

แล้วเราจะได้เห็นนิทรรศการเดี่ยวของคุณอีกครั้งเมื่อไรและที่ใดคะ
อันนี้ตอบไม่ถูกเหมือนกันครับว่าเมื่อไรแน่ เพราะสภาพสถานการณ์ด้านสุขภาพที่สังคมเราต้องเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ นี่แผนการจัดนิทรรศการที่เบลเยียมกับพาร์ทเนอร์ของผมก็ต้องถูกกระทบไปด้วยเช่นกัน แต่ผมก็พยายามมองอะไรในแง่บวกและเฝ้าติดตามสถานการณ์ ก็หวังว่าจะได้จัดโชว์ตามที่ตั้งใจช่วงปลายปี 2020 หรือต้นปี 2021 ครับ

เราพอจะดูผลงานอื่นของคุณได้ที่ใดบ้างในช่องทางออนไลน์ แล้วถ้าจะซื้อต้องทำอย่างไร
สามารถดูผลงานได้บนเว็บไซท์ของผม งานที่ขายนั้นบางชิ้นขายผ่านออนไลน์แกลเลอรี่ของ Saatchi Art ครับ

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
“The Dancers”

บทความที่เกี่ยวข้อง: Chok Yue Zan Paints His Childhood’s Lost Paradise


The artist’s work explores beyond the conventional and traditional, adding movement and energy through vivid colour and bold brushstrokes.

Words: Julia Roxan

In the golden age of hand-drawn signage, Sri Lankan Kos Cos turned his father’s agency workshop into a personal playground, where he studied and practised brush skills after school. Renowned for portraits that are distinctive through their use of vivid colour and bold brushstrokes, the Hong Kong-based artist’s work explores beyond the conventional and traditional, adding movement and energy to create a more dynamic piece of work.

Five words which describe your work best.
Abstract, colourful, contemporary, modern and timeless

You were born in 1974 in Sri Lanka in an artistic family.
I consider myself lucky to have been born to my parents. I had a normal childhood just like other kids growing up in the suburbs of Colombo, Sri Lanka during the late 70s to mid 80s. Life was slow-paced and simple – with lots of greenery and nature. In my mid-teens we moved to Mount Lavinia which is a coastal town: that’s where I developed my relationship with the sea.

What memories do you have of that specific time of your life? What influence has it had on your art?
My homefront was always a creative space and influenced me greatly. My mother used to make patchwork using textiles in her free time. I watched her combining colourful pieces of textiles to create fantastic wall hangings, etc. I feel this influenced me on colours.

My father had his own outdoor advertising agency. I have vivid memories of this when I was seven to eight years old. I remember going to my father’s workshop after school to see artists working on outdoor advertising billboards. Here, I had the first-hand opportunity to see painters creating advertisements from babies to movie stars, milk powder to cigarettes on giant billboards. Looking back, those outdoor billboards were a heavy influence on my early portrait works.

You moved to Hong Kong in 1999, working in the advertising and creative field. What did Hong Kong inspire you of?
I wasn’t planning on moving to Hong Kong. It was an opportunity that came out of the blue. One day I received a call from one of my best friends, who used to work at the same advertising agency as me in Sri Lanka. He asked me if I’d like to come and work in Hong Kong, I said yes and told my parents that I was going away for two years. So here I am, in Hong Kong, after 21 years! Coming to Hong Kong straight from Sri Lanka was like entering a futuristic city with super tall glass and concrete buildings, massive colourful neon signs and infinite energy was an amazing experience. It was definitely sensory overload!

When did you decide to focus fully on your art and creation?
Around eight years ago, I was fortunate to have my work recognised by a gallery in Hong Kong. After that I started to show my work regularly in galleries across Hong Kong and the United Kingdom. In 2019, I finally decided to fully focus on art as my career and went to open another studio in Belgium with my creative partner.

Portraits are at the very core of your art. Tell us more about your fascination for human faces in all their diversity?
Yes, I’ve always been drawn more towards portraits than any other type of painting. Our face is our identity. The human face is complex and constantly changes with emotions and moods. Of all the things in the world, humans are most susceptible – physiologically and biologically – to take an interest in another human face. This is because it displays a great deal of information about that person. I like to leave portraits artfully unfinished compared to traditional portraits. Not only does this bring a modern-touch but also, the viewer can engage more with the piece.

Your art has evolved over the past 15 years. What story does your latest collection tell?
Many artists like to express their thoughts via paintings. However, I thought in the opposite direction for my “Shape of a Thought” collection. For me, the shape of a thought is a very abstract idea to play with. Subjectively our thoughts come from nowhere: they just pop into our heads; no one really knows what it looks like, its colour, size, weight, shape or where they originate from. Objectively, we can say that thoughts emerge from neural processes.

The thoughts we allow into our brain everyday shape our lives and impact our future. They contribute to our behaviours, decisions and therefore our actions, personality and character are based on our thoughts. I created thoughts as the shape of a human profile in a cylindrical or spherical way, almost looking like a spinning top or a UFO.

Colours also play a major role in this collection as I believe thoughts come in a shape as well as colours. These colours change according to each particular thought. To create this phenomenon, I chose different colour combinations very carefully to convey your thoughts to those scenes.

If you were to name one mentor who has inspired you in your life and path as an artist, who would that be?
It would have to be my father, who has been a lifelong inspiration for me. Seventy-six years young, a wheelchair user and still continues to be a painter!

You have today collectors around Asia and around the world. You are referenced amongst the leading global art websites. What does such recognition inspire you?
I am humbled to have my work recognised locally and internationally. The intention behind my works is to express a point of view: mine. I feel it is important to build your worldview as it becomes your unique visual language. If my work in turn inspires someone else then this is probably the greatest value I can bring.

When and where can we expect to see your next solo exhibition?
I can’t comment on exactly when, because of the current health situation in society. In fact, this affected my most recent plans to open an exhibition in Belgium with my creative partner. Being optimistic and looking at the situation, I hope to have my show in late 2020 or early 2021.

Where can we see some of you work online. Are these for sale?
You can view my works on my web site. Selected works are available on Saatchi Art online gallery.

Luxury art featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
“When Kanye West realised God was using him to show off”

See also: Chok Yue Zan Paints His Childhood’s Lost Paradise