3 Reasons Why Paris is called ‘The City of Love’

Share this article

3 เหตุผลที่ปารีสขึ้นชื่อว่าเป็น “มหานครแห่งความรักและความโรแมนติก”
บทความ: ศศิวิมล สุริยะมณี ภาพ: Shutterstock

ย่างเข้าเดือนกรกฎาคมก็เรียกได้ว่าเริ่มรู้สึกถึงกระแสของความเป็นฝรั่งเศสขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งวันชาติซึ่งจะตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี อีกทั้งกลิ่นอายของกระแสโอลิมปิกที่ปารีสได้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ก็ยิ่งทำให้ฝรั่งเศสน่าเป็นที่จับตามองและเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่เคยสงสัยหรือตั้งคำถามกันไหมว่า หากพูดถึงปารีส ทำไมภาพของความโรแมนติกถึงลอยมาเป็นอันดับต้นๆ ในหัว เผื่อไขข้อสงสัยนี้ Luxuo Thailand จึงได้รวม 3 เหตุผลที่ทำให้ปารีสขึ้นชื่อว่าเป็นนครแห่งความรักและโรแมนติกมาให้แล้ว จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย


1. ปารีสถูกใช้เป็นฉากในหนังและซีรีส์แนวรักโรแมนติกเป็นประจำ
หากมองย้อนกลับไปในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของต่างประเทศอย่าง Midnight in Paris, Before Sunset, The Dreamers, Emily in Paris, Amélie และ Paris, je t’aime เชื่อว่าหลายคนต้องเคยคุ้นหูกับชื่อภาพยนตร์เหล่านี้มาก่อนไม่มากก็น้อย ด้วยเนื้อหาพล็อตเรื่องที่เกี่ยวโยงกับความรักสุดโรแมนติก อีกทั้งจำนวนการผลิตซีรีส์หรือภาพยนตร์ประเภทนี้ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และถูกแพร่หลายไปทั่วโลก ภาพจำของเมืองปารีสในละคร ซีรีส์ หรือภาพยนตร์ส่วนใหญ่ เราก็จะเห็นว่ามักถูกถ่ายทอดออกมาให้เกี่ยวกับเรื่องราวความรักอยู่หลายครั้ง ทำให้เมืองปารีสได้กลายเป็นเมืองแห่งความโรแมนติกไปโดยปริยาย มากไปกว่านั้น อิทธิพลของสื่อภาพยนตร์ยังส่งผลทำให้เหล่าแฟนๆ และคอหนังต่างพากันไปตามรอยสถานที่ต่างๆ ที่ปรากฏในภาพยนตร์ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ปารีสเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสน่ห์และความโรแมนติกมากยิ่งขึ้น


2. ความงดงามของเมืองและสถาปัตยกรรม
ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าปารีสนับเป็นเมืองแห่งศิลปะและแฟชั่นที่มีการจัดวางผังเมืองอย่างเป็นระบบและมีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงาม หากเดินไปตามถนนในกรุงปารีสเราจะเห็นตึกรามบ้านช่องที่ผสานทั้งแนววิคตอเรียน อาร์ตนูโว อาคารสมัยใหม่และอื่นๆ อีกหลากหลาย สิ่งเหล่านี้เมื่อถูกผสมผสานเข้าด้วยกันยิ่งมีผลทำให้บรรยากาศของปารีสดูโรแมนติกมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญยังไปเชื่อมโยงกับเหตุผลในข้อหนึ่งที่ว่าภาพจำของปารีสในภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ถูกผลิตซ้ำขึ้นมานั้นเผยให้เห็นความสวยงามของการออกแบบเมืองและอาคารตามสถานที่ต่างๆ จนกลายเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน ยกตัวอย่างเช่น หอไอเฟล ที่ติดอันดับสถานที่ขอแต่งงานที่ได้รับความนิยมอย่างมาก


3. Wall of Love หรือ Le mur des je t’aime สัญลักษณ์ที่ตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งความรักและสันติสุข
หากคุณเดินไปในย่านมงมาร์ต แถวจัตุรัสเจอฮอง ริกตุสในกรุงปารีส ก็จะพบเจอกับกำแพงแห่งความรักหรือในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Le mur des je t’aime ซึ่งเป็นโปรเจกต์ศิลปะแนวสตรีทอาร์ตของสองศิลปิน เฟรเดริก บารอน และ แคลร์ คิโต้ โดยถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2543 บนกำแพงพื้นที่ขนาด 416 ตารางฟุต ประกอบด้วยการวางเรียงแผ่นกระเบื้องลาวาเคลือบ 612 แผ่น พร้อมการเขียนประโยค ‘ฉันรักคุณ’ ด้วยภาษาต่างๆ มากกว่า 300 ภาษาทั่วโลกเต็มทั่วกำแพง ซึ่งกำแพงนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานศิลปะหรือจุดเช็คอินทำคอนเทนต์สำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติสุข การไม่แบ่งแยก และความรักที่ไม่จำกัดเพียงแต่ความรักของคู่รัก แต่ยังรวมไปถึงความรักของมิตรสหาย ครอบครัวเครือญาติ และเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง: Patagonia 101: What to Expect and How to Prepare

Get Exclusive Connections with LUXUO Thailand
Join us today
Connect!
Close
Join us for exclusive access to Luxuo Thailand's contents and events
Subscribe
close-image