Who’s Who in the Hotel Industry of the World

ยุติทุกความสับสนว่าใครเป็นเจ้าของใครในแวดวงธุรกิจโรงแรมของโลก
บทความ:
จินตนา ปัญญาอาวุธ

[ English ]

อุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลกสร้างรายได้รวมอยู่ที่ 600,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2018 ตามรายงานของ Statista พอร์ทัลออนไลน์ด้านสถิติสัญชาติเยอรมัน และมีแนวโน้มว่าจะยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เราได้เห็นการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมโรงแรมมากขึ้น โดยที่บริษัทยักษ์ใหญ่ใช้กลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการแบรนด์อื่นๆ เข้ามาบริหารเพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตและหาลูกค้าใหม่ๆ จนหลายคนอาจสับสนหรือจำไม่ได้ว่าตอนนี้แบรนด์โรงแรมใดอยู่ภายใต้การบริหารของเครือใดกันแน่ Luxuo Thailand จึงรวบรวมพอร์ตโฟลิโอของเครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ของโลก 4 บริษัทมาอัพเดทให้ทราบกันค่ะ


Hilton Worldwide Holdings

Waldorf Astoria Los Cabos Pedregal

เครือโรงแรมสุดหรูระดับโลกและจัดเป็นเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งคงจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก Hilton Worldwide Holdings รายงาน “Hotels 50 2019” ของ Brand Finance ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และประเมินมูลค่าแบรนด์ชั้นนำระบุว่า พอร์ตโฟลิโอของเครือ Hilton ในปี ค.ศ. 2019 มีมูลค่าสูงที่สุดในวงการอุตสาหกรรมโรงแรม โดยมีมูลค่ารวม 14,673 ล้านเหรียญสหรัฐฯเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 41.4 หรือ 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

กลุ่มโรงแรมสัญชาติอเมริกันรายนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1919 โดยคอนราด ฮิลตัน เมื่อเขาซื้อโรงแรม Mobley Hotel ที่เมืองซิสโก รัฐเท็กซัส ต่อมาในปี ค.ศ. 1925 คอนราด ฮิลตันซึ่งเป็นปู่ทวดของปารีส ฮิลตันไฮโซสาวชื่อดังก็ซื้อโรงแรม Dallas Hilton และถือเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักร Hilton

Hilton Jiuzhaigou Resort

หลังจากที่คอนราด ฮิลตันเสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1979 อีก 3 ปีต่อมา Conrad Hotels ก็ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้งที่ล่วงลับ Hilton Worldwide เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลก ปัจจุบันมีโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำในเครือกว่า 6,000 แห่ง มีจำนวนห้องพักรวมกันกว่า 954,000 ห้องใน 117 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานกว่า 170,000 คนทั่วโลก โดยมี Hilton Hotels & Resorts เป็นโรงแรมเรือธงของเครือ

ปลายปี ค.ศ. 2018 Hilton เปิดตัว LXR Hotels & Resorts แบรนด์โรงแรมสุดหรูที่มีโรงแรมอยู่ในเครือข่าย อาทิ The Biltmore Mayfair โรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมย์แฟร์ ลอนดอนและเป็นโรงแรมแห่งแรกในยุโรปของ LXR Hotels & Resorts

LXR Habtoor Palace Dubai

Hilton Worldwide มีแบรนด์โรงแรมในเครือทั้งหมด 17 แบรนด์และครอบคลุมกลุ่มตลาดที่หลากหลาย อาทิ Waldorf Astoria Hotels and Resorts, LXR Hotels & Resorts และ Conrad Hotels & Resorts อยู่ในกลุ่มโรงแรมลักชัวรี่ โรงแรมระดับพรีเมียม อาทิ Hilton Hotels, DoubleTree, Canopy by Hilton และ Curio Collection ส่วนโรงแรมระดับกลาง เช่น Hampton by Hilton

Conrad Maldives Rangali Island

Hilton Worldwide มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา บริษัทมีรายได้สุทธิ 764 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2018 ลดลงร้อยละ 29.52 จากปีก่อนหน้า ส่วนราคาหุ้น HLT ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ปิดที่ 110.91 ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ 71.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ วันเดียวกันเมื่อปี ค.ศ. 2018


Marriott International

The Ritz-Carlton Hong Kong

Marriott International เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ก่อตั้งขึ้นโดย เจ วิลลาร์ด แมริออท ในปี ค.ศ. 1927 ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารงานของบิล แมริออท ลูกชาย

แมริออทผู้พ่อเริ่มต้นทำธุรกิจจากร้านขายรูทเบียร์ที่วอชิงตัน ดีซี ก่อนที่จะขยายมาทำธุรกิจโรงแรมจนกลายเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรมชั้นนำระดับโลกที่มีโรงแรมในเครือกว่า 7,200 แห่งทั่วโลก ครอบคลุม 133 ประเทศ มีจำนวนห้องพักรวมกันมากกว่า 1.3 ล้านห้อง และมีพนักงานมากกว่า 176,000 คนทั่วโลก

W Taipei

การเข้าซื้อกิจการ Starwood Hotels & Resorts ในปี ค.ศ. 2016 ทำให้ Marriott International มีแบรนด์ชั้นนำอยู่ในเครือทั้งหมด 30 แบรนด์ ตั้งแต่แบรนด์โรงแรมที่เน้นความหรูหรา อาทิ Ritz-Carlton, JW Marriott และ St. Regis แบรนด์ระดับพรีเมียมอย่าง Marriott, Sheraton Hotels and Resorts, Le Méridien และ Renaissance Hotels ไปจนถึงแบรนด์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับล่าง เช่น Fairfield Inn

St. Regis Mardavall Mallorca Resort

ตามรายงาน“Hotels 50 2019”มูลค่าพอร์ตโฟลิโอของ Marriott ร่วงลงมาอยู่อันดับ 2 มาอยู่ที่ 13,423 ล้านเหรียญสหรัฐฯลดลงจากปี ค.ศ. 2018 ร้อยละ 27.4 หรือกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเสียแชมป์ให้กับ Hilton

Mystique Santorini, a Luxury Collection Hotel

สำนักงานใหญ่ของ Marriott International ตั้งอยู่ที่เบเธสดา รัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา บริษัทมีรายได้สุทธิ 1,907 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2018 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 31 ราคาหุ้น MAR ในตลาดหุ้นแนสแด็ก ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ปิดที่ 151.43 ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ 108.56ดอลลาร์สหรัฐฯ วันเดียวกันเมื่อปีก่อนหน้า


InterContinental Hotels Group

Six Senses Zil Pasyon Seychelles

IHG เป็นเครือโรงแรมสัญชาติอังกฤษที่มีโรงแรมในเครือมากกว่า 5,700 แห่งทั่วโลก มีจำนวนห้องพักรวมกันมากกว่า 860,000 ห้องในเกือบ 100 ประเทศและมีพนักงานมากกว่า 400,000 คนทั่วโลก

ก่อนจะมาเป็น IHG เครือโรงแรมนี้เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ Bass และ Six Continents ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี ค.ศ. 1777 และเป็นเครือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมากมายทั้ง ผู้ผลิตเบียร์ ผู้ผลิตน้ำอัดลม โรงแรม ร้านอาหาร ผับและบาร์

Regent Porto Montenegro Hotel

ในปี ค.ศ. 1988 Bass ได้เข้าซื้อ Holiday Inn International ของอเมริกาและกลายเป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมนี้ได้เบ็ดเสร็จในปี ค.ศ. 1990 ต่อมาในปี ค.ศ. 1998  Bass เข้าซื้อกิจการแบรนด์ InterContinental ซึ่งก่อตั้งโดย Pan American Airways

และอีก 3 ปีต่อมา Bass ก็เปลี่ยนชื่อเป็น Six Continents และแยกธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหม่คือ InterContinental Hotels Group PLC ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมและน้ำอัดลม และ Mitchells & Butler PLC ซึ่งทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และค้าปลีก จากนั้นในปี ค.ศ. 2003 IHG ก็ถือกำเนิดขึ้นและกลายเป็นเครือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโรงแรมเพียงอย่างเดียว

Crowne Plaza London

เดือนกรกฎาคมปี ค.ศ. 2018 IHG เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 51 ของ Regent Hotels & Resorts ด้วยเงินลงทุน 39 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในเดือนกุมภาพันธ์ปี ค.ศ. 2019 ก็เข้าซื้อกิจการของโรงแรมหรู Six Senses Hotels Resorts Spas มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดีลล่าสุดทั้ง 2 ดีลช่วยเสริมสถานะของ IHG ให้เด่นขึ้นในตลาดโรงแรมลักชัวรี่

ปัจจุบัน IHG มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 17 แบรนด์ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่างกันออกไป โรงแรมอย่าง InterContinental Hotels & Resorts, Kimpton Hotels & Restaurants, Regent Hotels & Resorts และ Six Senses Hotels & Resorts มุ่งลูกค้าตลาดไฮเอนด์ที่รักความหรูหรา ส่วน Crowne Plaza Hotels & Resorts มุ่งตลาดนักธุรกิจระดับบน และ Holiday Inn มุ่งนักท่องเที่ยวระดับกลางและนักธุรกิจทั่วไป

The Palazzo at The Venetian Las Vegas

พอร์ตโฟลิโอของ IHG ในปี ค.ศ. 2019 มีมูลค่ารวม 6,588 ล้านเหรียญสหรัฐฯเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 7.9 หรือเกือบ 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และอยู่อันดับ 4 ของตารางตามรายงานของ “Hotels 50 2019”

สำนักงานใหญ่ของ IHG ตั้งอยู่ที่เดนแฮ่ม มณฑลบักกิ้งแฮมเชอร์ สหราชอาณาจักร บริษัทมีรายได้สุทธิ 351 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2018 ลดลงร้อยละ 35 จากปีก่อนหน้า ราคาหุ้น IHG ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ปิดที่ 68.67 ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ 54.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ วันเดียวกันเมื่อปี ค.ศ. 2018


Accor Hotels

Sofitel New York

Accor เครือโรงแรมสัญชาติฝรั่งเศส ถือกำเนิดขึ้นจากเพื่อน 2 คนคือ พอล ดูบรูเล่และเจราร์ด เปลิซอง ที่ร่วมกันเปิด Novotel โรงแรมแห่งแรกของพวกเขานอกเมืองลีลล์ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1967 ในห้วงเวลาที่คนฝรั่งเศสยังไม่เชื่อในโมเดลของธุรกิจโรงแรมแบบใหม่นี้

ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความกล้าของทั้งคู่ ฝันของพวกเขาในการสร้างธุรกิจการบริการก็เป็นจริงเมื่อ Accor กลายเป็นเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปที่มีโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำระดับสากลรวมถึงบ้านพักตากอากาศสุดหรูในเครือกว่า 4,900 แห่ง มีห้องพักมากกว่า 700,000 ห้องใน 110 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงาน 280,000 คนทั่วโลก

Mövenpick Hotel Beirut

ปี ค.ศ. 2016 นับเป็นหมุดหมายที่สำคัญของ Accor ในการยืนยันถึงความเป็นผู้นำแห่งความหรูหราระดับโลกเมื่อบริษัทเข้าซื้อกิจการของกลุ่ม FRHI ซึ่งมีโรงแรมหรูในเครือคือ Fairmont, Raffles และ Swissôtel รวมถึงการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Banyan Tree เพื่อเสริมทัพความแข็งแกร่งในตลาดระดับลักชัวรี่

Banyan Tree Mayakoba

ปัจจุบัน Accor เป็นเจ้าของและบริหารแบรนด์โรงแรมทั้งหมด 39 แบรนด์ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย อาทิ Raffles, Fairmont, Sofitel และ Banyan Tree Hôtels and Resorts ซึ่งเป็นแบรนด์สำหรับลูกค้าระดับ 5 ดาว โรงแรมระดับพรีเมียม เช่น Pullman, Swissôtel, Mövenpick และ M Gallery โรงแรมระดับกลาง เช่น Novotel และ Mercure และ Ibis โรงแรมชั้นประหยัด

Raffles Singapore

สำนักงานใหญ่ของ Accor ตั้งอยู่ที่อิซซี่-เลส์-มูลิโนซ์ ฝรั่งเศส บริษัทแจ้งว่ามีรายรับสุทธิอยู่ที่ 3,610 ล้านยูโรในปี ค.ศ. 2018 เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากปีก่อนหน้า ราคาหุ้น AC ในตลาดหลักทรัพย์ปารีส ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ปิดที่ 41.75 ยูโร เทียบกับ 37.11 ยูโร วันเดียวกันเมื่อปี ค.ศ. 2018

บทความที่เกี่ยวข้อง: Luxe List Grail Travel Destinations


Luxuo Thailand proposes a single post to end all confusions as to parentage and ownership of hotel brands.

Words: Jintana Panyaarvudh

For an industry that generated total global revenue of USD 600.49 billion in 2018, according to Statista, a German online portal for statistics, it could be said that the growth trajectory of the hotel industry will continue to travel northwards for years to come.

The past decade has seen a consolidation in the hotel industry, with industry giants absorbing new customers through a surge in mergers and acquisitions. While there are numerous players in the industry, here’s our update of four brands that dominate the globe.


Hilton Worldwide Holdings

Hilton Worldwide Holdings is a global luxury hospitality company and one of the world’s largest that owns and operates several hotel chains and subsidiaries bearing the Hilton name.

The combined value of all Hilton brands, which made 2019’s elite ranking, amounted to USD 14.67 billion, achieving overall brand value growth of 41 per cent or USD 4.3 billion, according to “Hotels 50 2019” rankings by Brand Finance, an independent brand valuation and strategy consultancy.

The American hotel company was founded by Conrad Hilton in 1919 when he purchased Mobley Hotel in Cisco, Texas. In 1925, Hilton, the great-grandfather of American celebrity Paris Hilton, bought the Dallas Hilton hotel and sowed the seeds for the rise of the Hilton empire. In 1979, founder Conrad Hilton died and three years later the Conrad Hotels brand was created in his honour.

Hilton Worldwide is one of the world’s largest and fastest-growing hospitality companies with a portfolio of nearly 6,000 properties with more than 954,000 rooms in 117 countries. The company employs 170,000 employees worldwide. Hilton Hotels & Resorts is the Group’s flagship hotel brand.

In 2018, the Group launched LXR Hotels & Resorts, a luxury brand which has a network of hotels including The Biltmore Mayfair situated in a prime location in the heart of Mayfair, London, which also marked LXR’s European debut.

Hilton currently operates 17 brands across different market segments, including luxury brands Waldorf Astoria Hotels and Resorts, LXR Hotels & Resorts and Conrad Hotels & Resorts while Hilton Hotels, DoubleTree, Canopy by Hilton and Curio Collection are premium brands, and Hampton by Hilton is a midscale hotel.

Hilton Worldwide has its headquarters in Virginia, the United States. The company reported net income of USD 764 million in 2018, a 29.52 per cent drop from 2017. The share price of HLT on the New York Stock Exchange on 31 December 2019 was USD 110.91 compared to USD 71.80 on 31 December 2018.


Marriott International

Marriott International is an American multinational hospitality company founded by John Willard Marriott in 1927, and is currently led by his son Bill Marriott.

Willard Marriott started his business from a root beer stand in Washington, DC and built what is now considered a world class hotel company with more than 7,200 properties and 1.3 million rooms in 133 countries. Marriot employs 176,000 people worldwide.

The acquisition of Starwood Hotels & Resorts in 2016 added 30 leading hotel brands to its stables, ranging from luxury brands such as Ritz-Carlton, JW Marriott and St. Regis, premium brands like Marriott, Sheraton Hotels and Resorts, Le Méridien and Renaissance Hotels, to a low-cost hotel like Fairfield Inn.

Marriott’s portfolio dropped to second place as the value of its brands in the “Hotels 50 2019” ranking amounted to USD 13.42 billion, fell by 27.4 per cent or USD 5 billion from 2018, giving way to Hilton to top the elite list.

The company’s headquarters is based in Bethesda, Maryland, in the United States. The company  reported net income of USD 1.907 billion in 2018, up 31 per cent over the previous year. The MAR stock price on the Nasdaq Stock Market on 31 December 2019 was USD 151.43 compared to USD 108.56 on the same day a year ago.


InterContinental Hotels Group

InterContinental Hotels Group (IHG) is a British multinational hospitality company with approximately 5,700 hotels and 860,000 guest rooms in nearly 100 countries worldwide. The Group employs more than 400,000 people worldwide.

Starting its business in 1777 and formerly known as Bass, and then Six Continents, IHG was historically a conglomerate operating as a brewer, soft-drinks manufacturer, hotelier, leisure operator, and restaurant, pub and bar owner.

In 1988, Bass acquired American Holiday Inn International and became the owner of the remainder of the Holiday Inn brand in 1990. In 1998, Bass acquired InterContinental established by Pan American Airways.

Three years later, Bass changed its name to Six Continents which separated into two new listed groups: InterContinental Hotels Group PLC operating the hotels and soft drinks businesses; and Mitchells & Butler PLC operating the retail and standard commercial property developments business.

In 2003, the entire company was renamed InterContinental Hotels Group, and IHG became a stand-alone hotel company.

In July 2018, IHG acquired a 51 per cent stake in Regent Hotels and Resorts for USD 39 million. In February 2019, it acquired top-tier luxury operator Six Senses Hotels Resorts Spas and its management business for USD 300 million in cash. Both deals elevate IHG to a vital presence in the top tier of luxury.

IHG currently owns 17 hotel brands that have different target groups. InterContinental Hotels & Resorts, Kimpton Hotels & Restaurants, Regent Hotels & Resorts and Six Senses Hotels & Resorts target high-end and luxury lovers. Crowne Plaza Hotels & Resorts is a premium hotel targeting top business travellers while Holiday Inn serves midscale travellers.

According to the “Hotels 50 2019” report, IHG’s portfolio now ranks fourth, with a total value of USD 6.58 billion, up 7.9 per cent or nearly USD 500 million over the previous year.

The company’s worldwide headquarter is in Denham, Buckinghamshire, in the United Kingdom. The Group reported net income of USD 351 million in 2018, down 35 per cent year on year. IHG trades on the New York Stock Exchange and its price on 31 December 2019 was USD 68.67 compared to USD 54.59 on 31 December 2018.


Accor Hotels

Accor, a French multinational hospitality company, is the story of two friends Paul Dubrule and Gérard Pélisson who opened their first Novotel hotel outside Lille in northern France in 1967 at a time when no one in France believed in this new hotel business model.

Through their creativity and boldness, their dream of hospitality has today become Accor, the largest hotel group in Europe.

Accor operates in 110 countries, with more than 4,900 hotels and 280,000 employees worldwide. Its total capacity is approximately 700,000 rooms.

The year 2016 was a milestone in Accor’s history when the French company confirmed its global leadership in the world of luxury with the acquisition of FRHI Hotels & Resorts and its three luxury hotel brands, Fairmont, Raffles and Swissôtel, and forged a partnership with Banyan Tree to strengthen their luxury segment.

Accor currently owns and manages 39 hotel brands, covering all customer target groups. Raffles, Fairmont, Sofitel and Banyan Tree are 5-star luxury brands; Pullman, Swissôtel, Mövenpick and M Gallery are premium hotels; Novotel and Mercure are midscale hotels; while Ibis is an economy hotel brand. 

The company is headquartered in Issy-les-Moulineaux, France.  The Group reported total revenue of EUR 3,610 million in 2018, up 16 per cent over the previous year. The AC stock price in the Paris Stock Exchange on 31 December 2019 was EUR 41.75 compared to EUR 37.11 on the same day in 2018.

See also: Luxe List Grail Travel Destinations