Blancpain Celebrates the Art of Living in Thailand with Sühring

ความมีชั้นเชิงของศิลปะแห่งการประกอบอาหารชั้นสูงที่สะท้อนถึงศาสตร์และศิลป์แห่งงานผลิตนาฬิกาได้เป็นอย่างดี
บทความ: รักดี โชติจินดา  

[ English ]

ช่วงหลังนี้เห็นสื่อต่างๆ ในไทยพูดถึงนาฬิกา Blancpain กันมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญซึ่งเราดูแล้วก็รู้สึกว่าดีใจกับแบรนด์ด้วย เพราะ Blancpain นั้นเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีดีอยู่ในหลายแง่มุม เพียงแค่ว่าที่ผ่านมาอาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากพอในประเทศไทย

หากจะว่าไปแล้ว นาฬิกาก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่ผู้ซื้อต้องใช้อารมณ์ควบคู่ไปกับเหตุผล (หรือบางทีอาจใช้อารมณ์ล้วนๆ ก็แล้วแต่สไตล์ของคน) ทุกวันนี้นาฬิกาไม่ได้มีบทบาทของการเป็นเครื่องมือเท่าสมัยก่อนแล้ว แต่ใช่ว่านาฬิกาจะไม่สำคัญเพราะจะมีเครื่องประดับชิ้นใดที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณได้เท่านี้ ดังนั้นเราจึงกล่าวได้ว่าเวลาที่เราเลือกซื้อนาฬิกาสักเรือนหนึ่งนั้น เราไม่ได้ซื้อเพียงแค่โลหะวัตถุแต่ยังเลือกเอาชื่อและคุณค่าที่ผูกโยงอยู่กับแบรนด์นาฬิกามาไว้บนข้อมือของเราด้วย

อาคารโรงงานของ Blancpain ที่เมืองเลอบราซูส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

แล้วคุณค่าของ Blancpain คืออะไร ภาพที่เรานึกออกเมื่อพูดถึง Blancpain ก็คือความจริงแท้ นวัตกรรมและชั้นเชิงของผู้รู้ ต้องขอแจกแจงแต่ละหัวข้อดังนี้ Blancpain นั้นเอาแบรนด์ของตนเองไปผูกไว้กับสามแวดวงของโลก ได้แก่ หนึ่งคือการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลผ่านทางโครงการ Blancpain Ocean Commitment ที่ Blancpain นั้นร่วมสนับสนุนให้เกิดการยกระดับความตระหนักตรงจุดนี้อย่างจริงแท้ สองคือการร่วมสนับสนุนการแข่งรถรายการต่างๆ ในอดีตที่สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการพัฒนาและนวัตกรรมเหมือนดั่งคำขวัญของแบรนด์ที่ว่า “Innovation is Our Tradition” และสามคือการใช้ชีวิตแบบมีชั้นเชิงซึ่งในเรื่องนี้ Blancpain เลือกใช้โลกของอาหารชั้นสูงเป็นตัวแทนให้เกิดการเชื่อมโยงกับโลกของนาฬิกาชั้นสูงได้โดยง่าย

เชฟโจเอล โรบูชง
เชฟมาร์ติน เบราซาเตยี เชฟดานี การ์เซียและเชฟจูเลียน โรเยร์

Blancpain ทำเรื่องนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว ก่อนที่คนในสังคมส่วนใหญ่จะให้ความสนใจกับศิลปะของอาหารชั้นสูงหรือเทรนด์ในการยกเชฟให้เป็นเหมือนดาราหรือเซเลบริตี้ จุดเริ่มต้นอยู่ที่ปี ค.ศ. 1986 เมื่อ Blancpain มอบนาฬิกาเรือนพิเศษที่มีการแกะสลักชื่อให้กับเชฟ เฟรดี จิราร์เดท์ หลังจากที่เขาได้รับการประกาศชื่อให้เป็น Best Chef in the World แล้วในปี ค.ศ. 1989 ก็ยังมีการมอบนาฬิกาให้กับเชฟปอล โบคุส และเชฟโจเอล โรบูชงอีกเมื่อทั้งสองได้รับการยกเกียรติให้เป็น Chef of the Century (พร้อมกับเชฟ เฟรดี จิราร์เดท์ รวมเป็นสามคน) โดยสำนัก Gault & Millau หลังจากนั้นจำนวนเชฟที่ Blancpain ไปผูกมิตรด้วยก็มีมากขึ้นเรื่อยมา จนถึงวันนี้หากเอาดาว Michelin ของเชฟทั้งหมดนั้นมานับรวมกันก็เกินกว่า 100 ดวงแล้ว

สรุปแล้วเรื่องการทำอาหารมีอะไรเหมือนกับการทำนาฬิกา ฟังดูผิวเผินอาจแตกต่างกันมาก แต่เมื่อคิดถึงรายละเอียดและความใส่ใจที่ต้องใช้แล้วขอบอกว่าเหมือนเป็นโลกคู่ขนานเลยจริงๆ เชฟต้องมีความแม่นยำ ช่างนาฬิกาก็ต้องมีเช่นกัน เชฟต้องมีความเชี่ยวชาญ อันนี้ก็เหมือนกับช่างนาฬิกาอีก และทั้งเชฟและช่างนาฬิกาต่างก็ต้องมุ่งสู่ความเป็นเลิศโดยมีพลังใจเป็นแรงขับเคลื่อนไม่ต่างกัน คงมีอาชีพเพียงไม่มากนักในโลกที่ต้องใช้ส่วนผสมของศาสตร์และศิลป์ในสัดส่วนเท่าๆ กันเช่นนี้ ทั้งยังเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นเหมือนกันด้วย

การแข่งขันทำอาหาร Bocuse d’Or
หนังสือแนะนำร้านอาหารของ Relais & Châteaux

นอกจากเชฟเป็นรายบุคคลแล้ว Blancpain ยังเป็นพันธมิตรกับสมาคมหรือองค์กรต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอาหารด้วย เช่น การเป็นผู้สนับสนุนงานประมูลไวน์เพื่อการกุศล Auction Napa Valley การแข่งทำอาหาร Bocuse d’Or ของเชฟปอล โบคุสที่กล่าวถึงข้างต้นซึ่งจัดขึ้นทุกสองปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 แล้ว Blancpain ยังเป็นพาร์ทเนอร์รายสำคัญของ Relais & Châteaux อีกด้วย สมาคมสัญชาติฝรั่งเศสนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1954 ปัจจุบันมีสมาชิกเป็นโรงแรมและร้านอาหารระดับหรูที่เป็นของเจ้าของรายย่อยโดยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือใหญ่จำนวนกว่า 550 แห่งทั่วโลก

ทั้งหมดนี้นำเรามาสู่ Restaurant Sühring ที่บ้านเรา คุณผู้อ่านอาจเดาได้แล้วว่าเพราะอะไร ก็เพราะว่าร้านอาหารแห่งนี้นอกจากจะได้รับดาว Michelin สองดวงและได้รับการจัดอันดับที่สี่ในรายการ Asia’s 50 Best Restaurants ปี ค.ศ. 2019 แล้วยังเป็นหนึ่งในเพียงสองร้านอาหารในประเทศไทยที่ติดโผในไกด์บุคของ Relais & Châteaux นั่นเอง!

ดังนั้นเมื่อ Blancpain ต้องการที่จะขยายวงในการประชาสัมพันธ์ด้านนี้จึงไม่ต้องไปเฟ้นหาร้านอาหารที่ใดไกล ก็มาเริ่มต้นที่ Sühring นี้ได้เลย ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นนาฬิกาแขวนผนัง Blancpain ที่ร้านอาหารหรือโรงแรมหรูอื่นๆ แต่ก็คงจะค่อยเป็นค่อยไปเพราะว่า Blancpain เป็นแบรนด์ที่มีความพิถีพิถัน แถมยังเป็นแบรนด์สวิสระดับดั้งเดิมก็คงจะไม่ขยับตัวอะไรรวดเร็วจนเราหรือใครตกใจว่าเธอเปลี่ยนไป 

เชฟโทมัสและเชฟมาธีอัส ซูห์ริงในครัวของ Sühring

และในโอกาสที่ได้จับมือทำงานร่วมกันในครั้งนี้ เชฟโทมัสและเชฟมาธีอัส ซูห์ริงก็ได้รับเกียรติในรูปของนาฬิกาแขวนผนัง Blancpain สองเรือนไว้ใช้ติดตั้งเพื่อรับแขกที่ร้านแบบเก๋ๆ ไม่เหมือนใคร ไม่เพียงเท่านั้น สองเชฟคู่แฝดเจ้าของร้านยังเปิดครัวให้ถ่ายภาพอย่างอารมณ์ดีด้วยพร้อมนาฬิกา Blancpain บนข้อมือทั้งสองคน

Blancpain Villeret Moon Phase บนข้อมือเชฟมาธีอัส
Blancpain Villeret Moon Phase

เชฟมาธีอัสเลือก Villeret Moon Phase ตัวเรือน 40 มม. เครื่องออโต้ ตัวเลือกนี้ขอบอกเลยว่าคาดไม่ถึง เพราะเรานึกภาพ Villeret ว่าจะต้องใส่กับชุดสูทไปทำงานหรือติดต่อธุรกิจอะไรอย่างนั้นมาโดยตลอด แต่นี่ต่อให้วัสดุจะเป็นเร้ดโกลด์และฟังก์ชั่นจะเป็นคอมพลีทคาเลนดาร์ก็เอามาใส่กับผ้ากันเปื้อนได้แบบดูดี น่าสนใจ สะท้อนให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่อย่างแท้จริงและช่วยลบกรอบอะไรที่เรานำมาครอบนาฬิกาไว้โดยสัญชาตญาณได้เป็นอย่างดี

Blancpain Fifty Fathoms Automatique บนข้อมือเชฟโทมัส
Blancpain Fifty Fathoms Automatique

ส่วนเชฟโทมัสมาแบบสมบุกสมบันเลย เพราะตัวเลือกของเขาคือนาฬิการุ่น Fifty Fathoms Automatique ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำระดับตำนานที่ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953 แม้ว่าตัวเรือนสเตนเลสสตีลของนาฬิการุ่นนี้จะมีขนาดใหญ่ถึง 45 มม. แต่เมื่อสวมบนข้อมือแล้วก็กระชับและสบายเพราะสายผ้าสีดำแบบกันน้ำที่มาคู่กันนี้มีรองพื้นด้านล่างเป็นแผ่นยาง ดังนั้นจึงถือว่าเป็นนาฬิกาที่ไปไหนไปกัน ลุยได้ทุกสถานการณ์แบบไม่ต้องระแวดระวังอะไรนัก

หากเป็นคนไม่รู้นาฬิกามองก็อาจคิดว่า Villeret หรือ Fifty Fathoms นี้เป็นนาฬิกาทรงกลมเหมือนเรือนเวลาอื่นๆ ในตลาด แต่ผู้อ่าน Luxuo และ World of Watches ของเราทราบดีกว่านั้นแน่นอน และในเวลานี้ก็จะเกิดภาพในใจแล้วด้วยว่า Blancpain เป็นนาฬิกาที่สื่อถึงศิลปะแห่งการใช้ชีวิตได้อย่างไร


The Swiss watch brand has long since been associated with haute cuisine.  

Words: Ruckdee Chotjinda

We could not help but noticed that Blancpain has been gaining the local attention they have long deserved in Thailand. Watches of the 21st century are emotional products. They are more than mere tools or symbol of status, but a true embodiment of a person’s taste. It is thus not an exaggeration to say that we do not only buy a timepiece but also the brand and what it stands for.

So what does Blancpain stand for? Well, genuinity, innovation and connoisseurship come to mind. These elements are embodied in the three worlds they are associated with. Through the Blancpain Ocean Commitment program, the manufacture contributes meaningfully to the conservation of the world’s greatest resource. Their previous association with car races reflects their spirit of innovation – one may recall their motto “Innovation is Our Tradition”. And, lastly but perhaps more closely related to our daily life, Blancpain exhibits a great sense of connoisseurship through their partnerships in the haute cuisine circles.

No, they did not jump on the bandwagon two years ago or anything like that. Way before fine dining became a lifestyle trend and chefs are celebrated as stars, Blancpain recognised the exceptional qualities of this profession in 1986 when they presented a specially engraved watch to Chef Frédy Girardet when he was named Best Chef in the World. They did the same in 1989 when Chef Paul Bocuse and Chef Joël Robuchon where named Chefs of the Century (together with Chef Frédy Girardet himself) by the Gault & Millau guide. These chefs became friends of the brand and the list naturally grew over the years, accounting for more than 100 Michelin stars among them.

You may ask why chefs. The reason is not immediately obvious but it can be quite clear when you think about it. The precision involved in the work of a chef is as crucial as that of a watchmaker. And like watchmakers, they strive for expertise and excellence, all with passion as a guiding principle. Few other trades of the world share this unique time-honoured balance between science and art when you think about it.

In addition to individual chefs, Blancpain works with culinary-related programs as well. They are a supporter of the charity wine auction titled Auction Napa Valley, and the biennial cooking contest Bocuse d’Or founded in 1987 by the aforementioned Chef Paul Bocuse. Additionally, Blancpain is a partner of Relais & Châteaux – an acclaimed French association established in 1954 which now encompasses more than 550 independently owned and operated hotels and restaurants around the world.

This leads us to Restaurant Sühring of Bangkok. Most people would recognise this fine establishment as a two Michelin-starred restaurant. They were most recently listed in the number four spot of 2019 Asia’s 50 Best Restaurants ranking. But a lesser known fact is that Sühring is one of the only two restaurants in Thailand to have been included in the guidebook of Relais & Châteaux!

Consequently, Sühring is a good starting point for Blancpain to further enhance their presence in this market. We will not be surprised if we start seeing Blancpain clocks at other prestigious restaurants or hotels in Thailand. But one thing is sure, that the number will grow very slowly, because we are talking about a highly selective and a truly traditional Swiss firm.

To commemorate this newly formed friendship, the twin owners and chefs Thomas and Mathias Sühring are presented with two Blancpain wall clocks that they can use to greet customers. They have also agreed to pose for a special set of photographs as they go about their culinary art in the kitchen, wristed with a Blancpain watch each.

Chef Mathias went for the self-winding Villeret Moon Phase in 40 mm size. Honestly, we were surprised by the choice. We have always thought of the Villeret line as the watch for the boardroom. But, here, Chef Mathias has demonstrated that red gold and complete calendar complication can go well with an apron as well as they do a business suit. Everything really comes down to lifestyle choices. Boundaries are just a set of rules we apply out of habit or conformity. 

Representing the sportive and adventurous side of Blancpain, the stainless steel Fifty Fathoms Automatique on the wrist of Chef Thomas is undoubtedly more ready for action, especially around water. This diver’s watch has been a legend within the watch industry since 1953. It is not a small watch at 45 mm, but designed to be highly wearable, especially with the water-resistant, rubber-lined black canvas strap. In other words, it can be a discerning customer’s go-anywhere-do-anything watch.

The Villeret or the Fifty Fathoms may continue to be just another round watch in the eyes of the uninitiated. But our dearest Luxuo / World of Watches readers know better and will appreciate the subtle link between these Blancpain timepieces and the true art of living.

Twin chefs Thomas and Mathias Sühring of Restaurant Sühring
Author profile

Even after years as a writer and a journalist, Ruckdee still considers himself a translator first of all, as that background service was the gateway to his present career. When not working on Luxuo Thailand, Ruckdee manages the quarterly print magazine World of Watches Thailand -- a sister title within our group.