Treasure of Rubies by Van Cleef & Arpels

Van Cleef & Arpels Presents Another Legendary Collection, Treasure of Rubies.
Words: Chidsupang Chaiwiroj | English Translation: Angie Thien
Photos: Courtesy of Van Cleef & Arpels

[ ภาษาไทย ]

Diamonds may be a girl’s best friend, but rubies are what drives the hearts of people from all over the world. It’s a little known fact that rubies are much harder to find than diamonds, and one of the people who have fallen for this rare stone is Jacques Arpels, of Van Cleef & Arpels. The legendary Arpels family would travel to India and the Far East numerous times from the 1950s – 1970s in search of the ‘King of Gems’ to complete their iconic works.

After creating the Emeraude en Majesté collection, completely dedicated to emeralds in 2016, Van Cleef & Arpels returns this year with The Treasures of Rubies. This high jewellery collection consists of 60 pieces, with highlights like the Rubis Flamboyant necklace that features over 25 carats of rubies, with a matching diamond ring whose centre stone can be removed and attached onto the necklace. Equally stunning is the Rubis Imperial necklace that features hundreds of ruby beads with a total weight of 1,066 carats.


อีกหนึ่งตำนานแห่งอัญมณี โดย Van Cleef & Arpel

Words: Chidsupang Chaiwiroj
Photos: Courtesy of Van Cleef & Arpels

เพชรอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิง แต่ทับทิมนี่สิเป็นที่แสวงหาของมนุษย์ทุกแห่งหน แถมยังหายากกว่าเพชรอีกด้วย และหนึ่งในผู้ที่ยอมรับว่าตกหลุมรักเสน่ห์ของทับทิมแบบถอนตัวไม่ขึ้นก็คือ ฌากส์ อาร์เพลส์ (Jacques Arpels) แห่งแบรนด์ แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เพลส์ นั่นเอง พี่น้องตระกูลอาร์เพลส์ดูจะเดินทางไปยังอินเดียและตะวันออกไกลอยู่บ่อยครั้งระหว่างทศวรรษที่ 1950 – 1970 เพื่อค้นหา ‘ราชาแห่งอัญมณี’ ที่งดงามที่สุดมาสร้างสรรค์เป็นผลงานระดับไอคอน

และหลังจากที่สร้างสรรค์คอลเลกชั่นที่อุทิศให้กับความงามของมรกตในชื่อว่า Emeraude en Majeste ในปีค.ศ. 2016 ในปีนี้ แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เพลส์กลับมาพร้อมกับไฮจิวเวลรี่คอลเลกชั่นใหม่ที่ออกแบบด้วยทับทิมโดยเฉพาะ โดยคอลเลกชั่น Treasure of Rubies นี้ประกอบด้วยผลงาน 60 ชิ้น โดยมีไฮไลต์อย่างสร้อยคอ Rubis Flamboyant ที่ใช้ทับทิมหนักกว่า 25 กะรัต พร้อมแหวนที่เข้าชุดกันที่เพชรตรงกลางสามารถถอดมาสลับเปลี่ยนกับทับทิมบนสร้อยคอได้ และสร้อยคอ Rubis Imperial ที่โดดเด่นด้วยงานร้อยลูกปัดทับทิมน้ำหนักรวม 1,066 กะรัต และอื่นๆอีกมากมาย