Nostalgia Motorcycle: reviving the mythological BMW R7

เมื่อนักปั้นมือทองจากสำนัก NMoto ริเริ่มโปรเจคคืนชีพ BMW R7 สองล้อในตำนาน
บทความ: ลีออง เนียม

[ English ]

BMW R7 มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานที่ได้รับการยกย่องว่าสง่างามประดุจ “โมนาลิซ่า” แห่งวงการสองล้อ ด้วยการแต่งแต้มกลิ่นอายขององค์ประกอบแนวอาร์ทเดโคที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ประกอบกับความลึกลับที่เกิดจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับต้นกำเนิดและความแรงของรถรุ่นดังกล่าวซึ่งถูกเก็บงำไว้อย่างลึกลับในโกดังของ BMW จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2012 หรือนับเป็นเวลาร่วม 80 ปีตั้งแต่ที่มันถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1934 รถ BMW R7 ที่ผ่านการบูรณะอย่างดีก็ย่างกรายเข้ามาในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance อันโด่งดังและคว้ารางวัลเบสท์อินคลาสไปได้แบบนิ่มๆ

จักรยานยนต์สีดำคันนี้มาพร้อมเส้นสายที่พลิ้วไหว ตัดด้วยเส้นสีขาวที่โค้งเว้า มีฮาร์ดเทลที่ลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์และมีบังโคลนที่มีรูปทรงร้ายกาจไม่เหมือนใคร ทั้งหมดดูแล้วล้ำสมัยกว่ารถจักรยานยนต์อื่นในเวลานั้น ถือเป็นการผสมผสานรูปลักษณ์แนวอาร์ทเดโคเข้ากับเทคโนโลยีที่ใหม่เอี่ยมในเวลานั้น เช่น ระบบคันเกียร์มือเช่นเดียวกับรถยนต์หรือแม้แต่โช้คอัพหน้าแบบสไลด์ซึ่งรถรุ่นนี้มีก่อนใครเพื่อน แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายเมื่อรถรุ่นนี้ไม่อาจผลิตจริงได้เพราะผู้คนในช่วงเวลานั้นต่างเป็นกังวลกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นมากกว่าที่จะมาซื้อจักรยานยนต์แนวนี้

BMW R nineT ซึ่งเป็นต้นแบบของการโมดิฟายให้กลายเป็น Nostalgia Motorcycle

อเล็กซ์ นิซนิคเป็นหนึ่งในผู้ชมในงาน Pebble Beach Concours d’ Elegance 2012 เขารู้สึกประทับใจกับรถ BMW R7 มากเสียจนต้องลงมือสร้างรถจักรยานยนต์ในตำนานรุ่นนี้ขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อ Nostalgia Project โดยใช้รถ BMW R nineT เป็นพื้นฐานแล้วติดตั้งเครื่องเคียงระดับพรีเมียมถึง 96 ชิ้นอย่างประณีต ในจำนวนนี้มี 11 ชิ้นมาจากสำนัก Motogadget เพื่อเนรมิตให้เกิดเป็นเครื่องจักรสองล้อที่โฉบเฉี่ยวแต่ก็มีความสุขุมในเวลาเดียวกันเช่นนี้

Nostalgia Motorcycle ยังคงรักษากลิ่นอายสไตล์อาร์ทเดโคของยุคทศวรรษที่ 1930 ไว้อย่างดี โดยมาพร้อมการดีไซน์โช้คอัพหน้าและหลังในสไตล์คลาสสิค เช่นเดียวกับปลายท่อไอเสียโครเมียมทรงหางปลาที่รับกับทรวดทรงของตัวรถได้อย่างลงตัว แต่ก็มีบางองค์ประกอบที่แตกต่างบ้างตามความเหมาะสม เช่น ในเรื่องสรีระศาสตร์ก็มีการวางเบาะนั่งของ Nostalgia ในตำแหน่งที่ต่ำลง แต่สามารถปรับความสูงจากพื้นได้มากถึง 31 นิ้ว และเป็นเบาะแบบซอฟท์เทลด้วยเพื่อความนุ่มสบายในทุกเส้นทางการขับขี่

เครื่องยนต์นั้นเป็นแบบบ็อกเซอร์ความจุ 1,170 ซีซีตามแบบมาตรฐานที่มากับ BMW R nineT ซึ่งมีกำลัง 110 แรงม้าและแรงบิด 86 นิวตัน-เมตร แต่ด้วยน้ำหนักของเฟรมอลูมิเนียมที่เบากว่านั้นจึงทำให้มีอัตราความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สมรรถนะเช่นนี้ย่อมสูงกว่าเครื่องบ็อกเซอร์พิกัด 793 ซีซี 35 แรงม้าของ BMW R7 ตัวต้นแบบอย่างแน่นอนเพราะว่าเทคโนโลยีต่างๆ ได้พัฒนาไปไกลแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหม่อื่นๆ ได้แก่ ชุดเกียร์แบบ 6 สปีด ระบบควบคุมการเกาะถนน ระบบเบรคแบบเอบีเอสและระบบสตาร์ทรถโดยไม่ใช้กุญแจ

สำนัก NMoto ตั้งค่าตัวของ BMW R7 ไว้ที่ 49,500 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้พร้อมรับออเดอร์แล้วและจะผลิตในจำนวนจำกัดเท่านั้นซึ่งแน่นอนว่า “ถูกใจ…ไม่มีคำว่าแพง” เมื่อคุณลองคิดดูว่ารถต้นแบบ BMW R7 นั้นถ้าเอามาขายกันจริงก็หลายล้านดอลลาร์อย่างแน่นอน และจะมีวันนั้นหรือไม่ก็ไม่รู้

บทความที่เกี่ยวข้อง: ศาลอิตาลีมีคำสั่งคุ้มครอง Ferrari 250 GTO และยุติการผลิตซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างที่ทำกันมานานหลายปี


The mythological BMW R7, which has never seen the light of day, incarnates into the Nostalgia Motorcycle through the adroit hands of NMoto.

Words: Leon Ngiam

The BMW R7 is considered by classic motorbike collectors to be the “Mona Lisa” of bikes – extraordinarily adorned in the art deco style, with its mystery and allure enhanced with a shroud of fuzzy accounts and myths of its purported prowess. An object clandestinely tucked away in BMW’s repository, in 2012, nearly 80 year since its conceptualisation in 1934, the restored BMW R7 swaggered into the famed Pebble Beach Concours d’Elegance and clinched the best-in-class honours.

The swanky black bike – whose frame is defined by curvaceous white lines, and hosts an aerodynamically hardtail silhouette and wickedly flared fenders – had an unmatched moxie that was ahead of its time. It masterfully integrated the art deco style with cutting-edge technology of the time, featuring a car-style gear shifter and a telescopic fork, which was the first of its kind. A pity that it was never materialised as the endemic anxiety during the 1930s pre-war era enervated men of their ambitions of owning a retro-futuristic bike.

One inspired Pebble Beach participant was Alex Niznik, who, utterly impressed by its exquisiteness, devoted his ingenuity to rebirth the legendary unicorn: the Nostalgia Project. Using the BMW R nineT as the base model, Alex fastidiously installed 96 handcrafted parts, 11 of which sourced from Motogadget, to create the stylishly wild, yet tamed, biking beast.

Just as the original prototype, it is embellished in the 1930s art deco style and comes with front and rear suspension as well as a chiselled silver-colour exhaust. There are some differences, but they are rightfully justified.

Ergonomically, the Nostalgia Motorcycle has a lower but adjustable seat at 31 inches and is made softtail to provide a smoother riding experience. This modified rendition of the BMW R nineT, retains the default 1,170 cc boxer engine with 110 hp and 86 Nm of torque but boasts a lighter aluminium frame to offer a top speed of 225 km/h. This is invariably superior to the BMW R7 prototype’s 793 cc boxer engine that put out 35 hp; those numbers were exceptional then, not now. Other new school elements include the modern six-speed gearbox, traction control, anti-lock braking system and keyless ignition.

NMoto is currently taking in order for the limited production of this extravagantly customised bike at USD 49,500; not so hefty if you realise that the only BMW R7 prototype may be going at millions, if at all.

See also: Italian Court Rules Ferrari 250 GTO a “Work of Art”, Protecting it from Reproduction