The Desert Retreat You Need in UAE

The exclusive Al Faya Lodge & Spa is a quaint getaway located at the heart of Sharjah Desert.
Words: Angelyn Tan

[ ภาษาไทย ]

Jonathan Ashmore has made a name for himself, going from strength to strength after leaving the established Godwin Austen Johnson and founding Anarchitect in 2013 with an eye for superlative craft, detail, materiality and as the name implies – a hint of anarchy. It’s a unique architectural approach with races context, narrative and human behaviour to create exquisite spaces and experiences. Some of the practice’s high profile projects in Dubai have included El Chiringuito Ibiza, and the Rossano Ferretti Hairspa, which won the Retail Design of the Year at the CID Awards 2017. But the Al Faya Lodge & Spa is shaping up to be one of the coolest, architectural juxtapositions for them.

Al Faya Lodge & Spa
Al Faya Lodge & Spa

With offices in Dubai and London, Anarchitect turned the century old building into a contemporary, minimalist lodge compromising of only five rooms, creating a quaint setting for guests with a single-storey stone building situated at the heart of Sharjah Desert. The Al Faya Lodge & Spa has certainly come a long way since the building was originally a 1960s clinic and grocery store, next to the UAE’s first petroleum pumps.

Al Faya Lodge & Spa
Al Faya Lodge & Spa

Crafted with raw materials and earthy colours, the luxurious lodge was designed in classic Anarchist style – contextualised with its environment. “Desert conditions present extreme heat in summer with intense and prolonged sun exposure so it is important to consider these factors when first designing the form and mass of the building and secondly the selection of suitable and robust materials which go hand in hand,” explained Ashmore on designing the Al Faya Lodge & Spa.

Extreme sand storms, unexpected low-temperatures at night and rain is what one would experience in the desert. Al Faya’s concrete construction provides durability to the extreme environment, thanks to the polished concrete, granite and travertine used. 

Al Faya Lodge & Spa
Al Faya Lodge & Spa

The 5-star accommodation compromises of a dining room, reception room, library and roof terrace. The 5 rooms offer skylight and a private roof terrace for star-gazing. The purpose-built spa building houses an open-air saltwater pool and three salt spa experiences; heat, water and salt inhalation. The restaurant and visitors’ reception are located on the other side of the property and comprise a dining room, outdoor terrace, fire-pit and a public roof terrace. The boutique hotel is an addition to the Sharjah collection, alongside with Kingfisher Lodge on the Arabian Sea Coast and the Al Bada yer Oasis coming soon.

Al Faya Lodge & Spa



พักผ่อนอย่างมีสไตล์ที่รีสอร์ทส่วนตัว Al Faya Lodge & Spa กลางทะเลทรายชาร์จาห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

บทความ: แองเจลีน ตัน

โจนาธาน แอชมอร์ ได้สร้างชื่อเสียงให้ตนเองด้วยผลงานการออกแบบอันโดดเด่นที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เขาก้าวออกจากบริษัทสถาปนิกเก่าแก่ Godwin Austen Johnson แล้วมาก่อตั้งบริษัท Anarchitect เมื่อปี ค.ศ. 2013 เขามีความถนัดในการออกแบบตกแต่งอาคารโดยใช้ทักษะทางศิลปะชั้นสูง ใส่ใจกับทุกรายละเอียด เลือกใช้วัสดุหลายชนิดมาประกอบกัน และออกแบบตามแนวคิดทางสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายของความเป็นอนาธิปไตยตามชื่อของบริษัท

การออกแบบอาคารของแอชมอร์มีเอกลักษณ์ เนื่องจากเขานำบริบทของเชื้อชาติ การบอกเล่าเรื่องราว และพฤติกรรมของมนุษย์มาใช้ในการออกแบบพื้นที่และประสบการณ์ให้งดงามลงตัว โครงการที่แอชมอร์ออกแบบตกแต่งและโด่งดังในดูไบ ได้แก่ ร้านอาหาร El Chiringuito Ibiza และร้านสปาผม Rossano Ferretti Hairspa ซึ่งได้รับรางวัล Commercial Interior Design Awards ในสาขาการออกแบบเพื่อธุรกิจค้าปลีกเมื่อปี ค.ศ. 2017 ส่วนรีสอร์ท Al Faya Lodge & Spa ซึ่งกำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานออกแบบตกแต่งอาคารที่ล้ำสมัยที่สุดของแอชมอร์และทีมงาน

บริษัท Anarchitect ซึ่งมีออฟฟิศที่ดูไบและลอนดอนได้แปลงโฉมอาคารเก่าอายุร้อยปีให้กลายเป็นรีสอร์ทแนวมินิมัลลิสม์ร่วมสมัย ประกอบด้วยห้องพักเพียง 5 ห้อง แขกที่มาพักจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ไม่เหมือนใครในอาคารชั้นเดียวซึ่งตกแต่งด้วยหินและตั้งอยู่ใจกลางทะเลทรายชาร์จาห์ Al Faya Lodge & Spa ถูกตกแต่งใหม่จนแทบดูไม่ออกว่าอาคารแห่งนี้เคยเป็นคลินิกและร้านขายของชำในทศวรรษ 1960 ที่ตั้งอยู่ข้างปั๊มน้ำมันแห่งแรกในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รีสอร์ทอันหรูหราแห่งนี้ใช้วัสดุตกแต่งแบบดิบๆ และเลือกใช้สีเอิร์ธโทน เพื่อให้เป็นอาคารแบบคลาสสิกตามแนวคิด Anarchism ซึ่งเป็นการออกแบบและตกแต่งให้ตัวอาคารมีความกลมกลืนกับบริบทของสิ่งแวดล้อม แอชมอร์ อธิบายถึงแนวทางที่เขาใช้ในการออกแบบรีสอร์ทแห่งนี้ว่า “สภาพอากาศในทะเลทรายจะร้อนจัดมากในฤดูร้อน เพราะได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์เต็มที่และเป็นระยะเวลานาน เรื่องของสภาพอากาศจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกในการออกแบบรูปทรงและขนาดของอาคาร อันดับที่สองคือเรื่องของการเลือกวัสดุที่เหมาะสมและทนทานซึ่งสอดรับกับรูปแบบของอาคารเป็นอย่างดี”

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นพายุทรายที่รุนแรง อุณหภูมิที่ลดต่ำลงชนิดคาดไม่ถึงในช่วงกลางคืน และฝนที่อาจตกลงมาโดยไม่ได้คาดหมายเป็นสภาพอากาศที่เราพบเจอได้เสมอในทะเลทราย ทว่าอาคารคอนกรีตของ Al Faya สามารถทนต่อสภาพอากาศที่รุนแรงนี้ได้ ทั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับคอนกรีตขัดมัน หินแกรนิตและหินทราเวอร์ทีนที่แอชมอร์เลือกใช้

รีสอร์ทระดับห้าดาวแห่งนี้มีพร้อมทั้งห้องอาหาร บริเวณต้อนรับแขก ห้องสมุด และระเบียงนั่งเล่นบนหลังคา ห้องพักทั้ง 5 ห้องมีหลังคาที่มีช่องรับแสงธรรมชาติและระเบียงนั่งเล่นส่วนตัวบนหลังคาห้องพักสำหรับนอนดูดาว ในส่วนของอาคารที่เป็นสปานั้นประกอบด้วยสระน้ำเกลือกลางแจ้งและให้บริการสปาเกลือสามรูปแบบ ทั้งผ่านความร้อน น้ำ และการสูดดมไอของเกลือที่ระเหยขึ้นมา บริเวณร้านอาหารและจุดต้อนรับซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของรีสอร์ท ประกอบไปด้วยห้องอาหาร ระเบียงกลางแจ้ง เตาผิงและระเบียงนั่งเล่นบนหลังคาซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนรวม รีสอร์ทเก๋แนวบูติคโฮเต็ลแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทในความดูแลของกลุ่มโรงแรม Sharjah Collection ซึ่งบริหารจัดการรีสอร์ทอื่นๆ ด้วย อาทิ Kingfisher Lodge บนชายฝั่งทะเลอาหรับ และ Al Badayer Oasis ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้

Al Faya Lodge & Spa