Casa Maria Luigia is Massimo Bottura’s First Luxury Bed & Breakfast in Italy

Italian restaurateur and the chef patron of Osteria Francescana opened a 12-room Italian inn in spring.
Words: Angelyn Tan

[ ภาษาไทย ]

Born and raised in Modena, Massimo Bottura had a typically Italian upbringing (as in greatly influenced by matriarchs in the family), the Michelin starred chef developed an interest in cooking after watching his mother, grandmother and aunt in the kitchen preparing family meals. After a stint at one of the world’s top restaurants, Le Louis XV of Alain Ducasse à l’Hôtel de Paris, in 1994, Bottura finally struck it out on his own, eventually earning his third star in 2015. Now, the tastemaker turns his eye to the ultimate experience in food and hospitality, his own bed and breakfast.

Named for the Italian restaurateur’s mother, Casa Maria Luigia is a luxurious country inn in the countryside of Emilia, Italy. Located just 20 minutes away from the bed and breakfast is Bottura’s 12-table destination restaurant, Osteria Francescana, ranks number one on the World’s 50 Best Restaurants List for 2018 (and 2016), and placed number two in 2017, behind Eleven Madison Park in New York.

Bottura and his wife, Lara Gilmore, bought the 200-year-old estate spanning across 12 acres with 12 rooms at an auction and designed it to their taste. It took a year for them to renovate the inn from rags to riches with the help of Gilmore’s designer friends. The couple plan to entertain their guests in a luxurious space filled with artwork by artists like Matthew Barney, Tracey Emin and Andy Warhol, and antiques collected by the couple. Casa Maria Luigia is completed with swimming pool and tennis courts.

Apart from its aesthetics that guests are paying for, guests can be prepared to rooms will be stocked with snacks local to the region: chunks of Parmigiano Reggiano and half bottles of Lambrusco, or sparkling red wine. A common kitchen serving breakfast and light lunch and a guaranteed reservation at the three Michelin starred Osteria Francescana in Modena as well. Food connoisseur should be well-aware how difficult it is to make a reservation at the world’s best restaurant.

Bottura is not the only renowned chef who branched into the hotel industry. Japanese celeb chef Nobu Matsuhisa also has his name under luxe properties across the globe.


เชฟชื่อดังชาวอิตาเลียนและเจ้าของร้านอาหาร Osteria Francescana พร้อมเปิดโรงแรมขนาด 12 ห้องพักในฤดูใบไม้ผลิของปีนี้

บทความ: แองเจลีน ตัน

มาสซิโม บอตตูรา เกิดและเติบโตที่เมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี เขาถูกเลี้ยงดูมาตามแบบฉบับของครอบครัวอิตาลีแท้ๆ (จึงได้รับอิทธิพลมาจากแม่และญาติที่เป็นผู้หญิงมาอย่างเต็มที่) เชฟระดับมิชลินสตาร์คนนี้เริ่มสนใจการทำอาหารหลังจากที่เขาเห็นแม่ ยาย และป้าของเขาทำอาหารให้ทุกคนในครอบครัว บอตตูราได้ทำงานที่ร้านอาหารซึ่งติดอันดับต้นๆ ของโลก คือร้าน Le Louis XV ของอะแล็ง ดูกาส ที่โรงแรม Hôtel de Paris หลังจากที่ทำงานมาได้ระยะหนึ่ง ในปี ค.ศ. 1994 บอตตูราก็ตัดสินใจออกมาเปิดร้านอาหารของตนเอง และท้ายที่สุดร้านของเราก็ได้รับดาวที่สามจากมิชลินในปี ค.ศ. 2015 ปัจจุบันเชฟชื่อดังคนนี้กำลังหันมาสนใจเรื่องของการแบ่งปันประสบการณ์ชั้นเลิศในการรับประทานอาหารและพักผ่อนหย่อนใจกับคอนเซปท์ “ที่พักพร้อมอาหารเช้า” ของเขาเอง

ชื่อโรงแรม Casa Maria Luigia เป็นชื่อที่เขาตั้งตามชื่อของแม่ โรงแรมแห่งนี้เป็นที่พักผ่อนพร้อมอาหารเช้าซึ่งตกแต่งอย่างมีระดับ และตั้งอยู่ในเขตชนบทของแคว้นเอมิเลีย ประเทศอิตาลี แขกที่มาพักสามารถเดินทางจากโรงแรมแห่งนี้โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที เพื่อไปยังร้าน Osteria Francescana ซึ่งมีเพียง 12 โต๊ะเท่านั้น ในปี ค.ศ. 2018 (และปี ค.ศ. 2016) ร้านนี้ได้รับเลือกให้เป็นอันดับหนึ่งในบรรดาร้านอาหารที่ดีที่สุดของโลก 50 แห่ง และหล่นลงไปเป็นอันดับสองในปี ค.ศ. 2017 เพราะร้าน Eleven Madison Park ในนิวยอร์ค ได้รับเลือกให้เป็นอันดับหนึ่งในปีนั้น

บอตตูราและลารา กิลมอร์ ภรรยาของเขา ประมูลซื้ออาคารอายุ 200 ปีแห่งนี้ ซึ่งมีเพียง 12 ห้อง บนเนื้อที่ขนาด 12 เอเคอร์ และดำเนินการตกแต่งใหม่ตามสไตล์ที่พวกเขาชอบ โดยใช้เวลานานถึง 1 ปีในการแปลงโฉมจากสภาพทรุดโทรมให้กลายเป็นโรงแรมที่หรูหราจนแล้วเสร็จ โดยมีเพื่อนๆ ของกิลมอร์ที่เป็นนักออกแบบมาช่วยกันทำโครงการนี้ บอตตูราและกิลมอร์ตั้งใจจะให้แขกที่มาพักได้มีความสุขกับการชมผลงานของศิลปินอย่างแมทธิว บาร์นี เทรซี เอมิน และ แอนดี วอร์ฮอล รวมทั้งชื่นชมของเก่าที่ทั้งคู่สะสมไว้ด้วย และ Casa Maria Luigia ก็ยังมีทั้งสระว่ายน้ำและสนามเทนนิสไว้คอยบริการอย่างครบครันด้วย

นอกจากจะได้สัมผัสกับความสุนทรีย์ในสถานที่หรูหราแห่งนี้ แขกที่มาพำนักยังจะได้ลองลิ้มชิมรสของว่างและเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่นซึ่งทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้อย่างพร้อมพรั่งในห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นชีสพาร์มีจาโนเรจจีอาโน ไวน์แลมบรุสโก หรือไวน์แดงสปาร์กลิง ตลอดจนมีครัวส่วนกลางที่ให้บริการอาหารเช้าและอาหารกลางวันเบาๆ รวมถึงการให้เอกสิทธิ์กับลูกค้าในการจองโต๊ะที่ร้าน Osteria Francescana ซึ่งเป็นร้านระดับสามดาวจากการจัดอันดับของมิชลินได้อย่างแน่นอนด้วย นักชิมที่คร่ำหวอดในวงการคงทราบดีว่าการจองโต๊ะในร้านอาหารที่ได้รับเลือกให้เป็นอันดับหนึ่งของโลกนั้นยากเย็นเพียงใด

อนึ่ง บอตตูราไม่ได้เป็นเชฟชื่อดังเพียงคนเดียวที่หันมาสนใจธุรกิจโรงแรม เชฟชาวญี่ปุ่น โนบุ มัตสุฮิสะ ก็เป็นอีกคนที่เป็นเจ้าของโรงแรมหรูหลายแห่งทั่วโลก