Behind the Scene with Chopard’s Prestigious “Palme d’Or”

Chopard

เบื้องหลังการสร้างสรรค์กิ่งปาล์มทองคำ เอกลักษณ์ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์โดย Chopard
บทความ: มันตา คลังบุญครอง ภาพ: Chopard

[ English ]

นอกจากการเดินพรมแดงหรูหราอลังการที่ทุกคนเฝ้ารอชม อีกเอกลักษณ์หนึ่งที่ทำให้คนทั่วโลกนึกถึงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ก็คือตัวรางวัลรูปกิ่งปาล์มสีทองอร่ามหรือที่เรียกกันว่า “ปาล์มดอร์” ที่มอบให้แก่ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของแต่ละปี และปรากฏอยู่ในมือของผู้กำกับมากฝีมือระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน ปีนี้ Chopard แบรนด์จิวเวลรี่จากสวิตเซอร์แลนด์ผู้ออกแบบและผลิตตัวรางวัลปาล์มทองคำให้กับเทศกาล ประกาศว่านอกจากรางวัลปาล์มดอร์สำหรับภาพยนตร์เรื่องยาวยอดเยี่ยม และรางวัลมินิปาล์มสำหรับภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมแล้ว ทางแบรนด์ยังจะมีโอกาสได้ผลิตแท่งคริสตอลสลักรูปกิ่งปาล์มเพื่อเป็นรางวัลให้กับผู้ชนะรางวัลอื่นๆ อีกหกรางวัลด้วย

Chopard
ภาพสเกทช์ถ้วยรางวัลปาล์มดอร์ที่เราคุ้นตา

Chopard เริ่มออกแบบและผลิตรางวัลปาล์มทองคำให้กับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ซึ่ง แคโรไลน์ ชอยเฟเล ประธานร่วมและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของแบรนด์ที่หลงใหลในศาสตร์และศิลป์บนแผ่นฟิล์มเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เป็นผู้รับหน้าที่ตีความและออกแบบตัวรางวัลใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากทิวแถวต้นปาล์มที่ทอดตัวยาวตลอดแนวทางเดินในลาครัวแซ็ตต์ และกิ่งปาล์มที่ปรากฏบนตราประจำเมืองคานส์ ตามตำนานที่เล่ากันว่าแซ็งออนอคราท์ นักบวชผู้สร้างวิหารบนเกาะเลแร็งส์ใกล้ๆ กับเมืองคานส์ สวดภาวนาขอให้งูจำนวนมากมายที่อาศัยบนเกาะนั้นหมดไปเพื่อจะได้สร้างวิหาร จึงเกิดคลื่นยักษ์ซัดโถมขึ้นมากวาดเอางูลงไปทะเลไปจนหมด เซนต์ออนอเรทจึงต้องปีนขึ้นไปบนต้นปาล์มเพื่อหาที่ยึดเกาะไม่ให้โดนพัดลงทะเลไปด้วย ต้นปาล์มจึงกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองในที่สุด

แต่กิ่งปาล์มของแคโรไลน์พิเศษไปกว่านั้น ปิแอร์ วอยท์ ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ให้อิสระเธอเต็มที่ในการตีความและออกแบบตัวรางวัลขึ้นมาใหม่ เธอจึงนำเอาไอเดียความโรแมนติกของเมืองคานส์ ความหรูหราโก้หร่านของเทศกาล และความสวยงามอวบอิ่มราวกับภาพวาดของเฟรนช์ริเวียร่ามาผสานเข้ากับดีไซน์กิ่งปาล์ม ที่เมื่อมองในมุมตัดขวางจะเห็นว่าไหลลู่ขึ้นจากก้านที่ดูเหมือนหัวใจดวงเล็กๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมซง Chopard แล้วมีใบปาล์มเล็กๆ จำนวน 19 ใบที่ดูอ่อนช้อยราวกับว่ากำลังพลิ้วไหวไปตามจังหวะการโอบกอดของสายลมทะเล

รางวัลเลอค่านี้ทำจากทองเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัตน้ำหนัก 118 กรัม และเป็นทองที่มีชื่อเรียกว่าแฟร์ไมนด์เนื่องจากขุดมาจากแหล่งที่ผ่านการรับรองแล้วว่ามีการดำเนินงานที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม และมีการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเหมาะสมในเชิงมนุษยธรรม ใบปาล์มสีทองสุกปลั่งถูกบรรจงวางบนแท่งคริสตอลที่สกัดออกมาให้มีรูปร่างเหมือนเพชรทรงเอเมอรอลด์คัท ถ้วยรางวัลแต่ละชิ้นนี้ใช้เวลาในการผลิตกว่า 40 ชั่วโมงโดยฝีมือช่าง Chopard ห้าคน เพื่อให้ได้รางวัลล้ำค่าสวยสะดุดตา ที่จะมอบให้กับผู้ชนะรางวัลในงานเทศกาลภาพยนตร์ที่ทรงเกียรติที่สุดรายการหนึ่งของโลก

Chopard
ถ้วยรางวัลปาล์มดอร์ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

See Also: Where the Stars Stay in Cannes
พาคุณเยือน Hôtel Martinez แหล่งรวมดาราและเซเลบช่วงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์


Emblematic design and ethically sourced materials combine to make the trophy even more special.

Words: Manta Klangboonkrong Photo: Chopard

Aside from the elegant red carpet, there is another unique item associated with the famous Cannes Film Festival, the Golden Palm or Palme d’Or. This esteemed award is given to only the best movie of the year and is in the possession of only a handful of the film industry’s top talents. Chopard—Swiss Luxury Watches and Jewellery Manufacturer—honored with the designing and producing the Palme d’Or, has announced that in addition to the grand prize for Best Feature Film and the mini Palme for Best Short Film, the brand will also produce produce rock crystals engraved with a palm branch for six other awards.

Chopard has designed and produced the Film Festival’s prize since 1998. Caroline Scheufele, co-president and artistic director of Chopard was tasked with the prestigious redesign. Her inspiration stemmed from the palm trees that lined La Croisette in Cannes, as well as the victorious palm branch on the Cannes’ coat-of-arms. The later was a reference to the legend of Saint Honorat, a monk who wished to build an abbey on Lérins islands near Cannes. He prayed for deliverance from the snakes that infested the island, and in response to his prayer, large waves swept over the island to rid it of snakes. Saint Honorat climbed a tall palm tree to escape the waves, and the palm forever became a symbol of the city.

But Caroline’s vision is even more unique. Pierre Viot, then director of the Cannes International Film Festival, gave her free reign on the redesign, and she infused the it with the inherent romance and glamour of the French Riviera. The cross-sectioned palm would reveal a heart at the stem, an emblem of Chopard, and in addition 19 small palm leaves were put into the design. Each leaf would be placed at a gentle angle, as if swaying in the soft ocean breeze.

The award is made of 118 grams of 18-carat ‘Fairmined’ gold. Fairmined gold is certified to have been excavated from ethical and sustainable sources. The golden palm is carefully paired with a rock crystal cushion, shaped like an emerald-cut diamond. To create the strikingly beautiful Palme d’Or, five Chopard artisans would have to work 40 hours. It is a fitting tribute for the winner of one of the world’s most renowned film festivals.

Chopard
Caroline Scheufele of Chopard

See Also: Where the Stars Stay in Cannes
We take you to Hôtel Martinez, a regular haunt for celebrities during the Cannes International Film Festival.