The National Art Center, Tokyo as a Nourishing Ground for All

มุมสงบสำหรับคนรักงานศิลป์ในย่านรอปปองงิของกรุงโตเกียว
บทความ: รักดี โชติจินดา ภาพ: The National Art Center, Tokyo

[ English ]

ผู้เขียนขอใช้วลีที่คนนิยมพูดว่า “ดีต่อใจ” กับ The National Art Center, Tokyo เพราะทันทีที่เดินทางไปถึงก็ได้เห็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษากลุ่มใหญ่เดินเป็นขบวนสวนกับครอบครัวหนึ่งที่กำลังกลับออกมาพร้อมคุณยายบนรถเข็น เพียงเท่านี้ก็เห็นได้แล้วว่าสถานที่แห่งนี้มีศักยภาพในการดึงดูดผู้คนโดยไม่จำกัดวัยและเพศ

นิทรรศการ Anzaï : Personal Photo Archives 1970-2006

The National Art Center, Tokyo ตั้งอยู่ในระยะเดินได้จากสถานีรถไฟใต้ดินรอปปองงิ หรือหากเดินจากห้าง Tokyo Midtown ก็ยิ่งใกล้เพียงนิดเดียว อาคารนี้โดดเด่นด้วยรูปทรงด้านหน้าที่โค้งไปมาราวกับคลื่นกระจกสีเขียว นี่คือผลงานการออกแบบของคิโช คุโรกาว่าร่วมกับบริษัท Nihon Sekkei การก่อสร้างใช้เวลานานสี่ปีและเสร็จบริบูรณ์ในปี ค.ศ. 2007 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่คุโรกาว่าจากไปด้วยวัย 73 ปี

ความโอ่อ่าและโปร่งโล่งของบริเวณโถงหลักที่สูงต่อเนื่องไปจนถึงชั้นบนสุด

อาคารนี้มีสามชั้นบนดินและหนึ่งชั้นใต้ดิน ทั้งหมดรวมกันเป็นพื้นที่เกือบ 48,000 ตารางเมตร ในจำนวนนี้ 14,000 ตารางเมตรเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นแล้ว แต่แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่โตแต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กลับไม่มีสิ่งของใดจัดแสดงเป็นการถาวร แกเลอรี่ขนาด 1,000 ตารางเมตรจำนวน 10 ห้องนั้นมีไว้สำหรับนิทรรศการของสมาคมศิลปินต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ส่วนแกเลอรี่พิเศษขนาด 2,000 ตารางเมตรจำนวนสองห้องเอาไว้ใช้จัดนิทรรศการของทีมภัณฑารักษ์ของ NACT เอง หรือนิทรรศการที่จัดร่วมกับบริษัทสื่อมวลชนและสถาบันศิลปะอื่นๆ ทุกคนสามารถเดินเข้าไปชมสถาปัตยกรรมอันสวยงามของอาคารแห่งนี้ได้ฟรี จะเริ่มจ่ายเงินก็ต่อเมื่อเลือกว่าจะเข้าชมนิทรรศการใดแล้วเท่านั้น โดยด้านหน้าแกเลอรี่แต่ละห้องก็จะมีเคาน์เตอร์เพื่อเก็บค่าเข้าชมแยกกันไปเลย และค่าเข้าชมจะเป็นเท่าใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดของแต่ละนิทรรศการจะกำหนดเอง

ผลงานของทาคามะสะ คูนิยาสึในการจัดแสดงงานศิลป์ Artist File 2013 – NACT Annual Show of Contemporary Art

นานๆ ครั้งก็จะมีนิทรรศการที่เปิดให้เข้าชมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายด้วย อย่างในช่วงที่เราไปเยือนนั้นก็มี Koinobori Now!  โดยเรโกะ ซูโดร่วมกับเอเดรียน การ์แดร์และไซอิชิ ไซโต ลักษณะเป็นศิลปะจัดวางที่ประกอบด้วยธงปลาคาร์ปจำนวน 319 ผืนที่แขวนเรียงรายลงมาจากเพดานสูงแปดเมตรของห้องแกเลอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดของ NACT จนดูราวกับว่าปลาหลากสีเหล่านี้กำลังเวียนว่ายอยู่ในกระแสน้ำแต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย แล้วยังมีการใช้เสียงเพลงประกอบเป็นฉากหลังเพื่อเสริมบรรยากาศให้ดูสมจริงยิ่งขึ้นอีก และที่ทุกคนสามารถเข้าชมได้ฟรีนั้นก็เพราะว่าผู้จัดตั้งใจให้มีคนได้เข้ามาชื่นชมได้เป็นจำนวนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่แต่เดิมไม่ได้คุ้นเคยกับงานศิลปะมากนัก จะได้เดินเข้ามาสัมผัสได้เลยโดยไม่ต้องคิดลังเลอะไร

นิทรรศการ Koinobori Now! โดยเรโกะ ซูโดร่วมกับเอเดรียน การ์แดร์และไซอิชิ ไซโต (Photo: Ken Kato)

คุณสามารถร่วมส่งเสริมให้ศิลปะเติบโตและเฟื่องฟูได้ง่ายๆ เพียงพาตนเองหรือคนรักไปเยือนสถานที่ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดีนี้ เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่างานศิลป์บางชิ้นอาจส่งผลต่อความรู้สึกหรือจิตใจได้มากเพียงใด เราจึงขอแนะนำมุมสงบมุมนี้ของโตเกียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเคยไปย่านอื่นๆ มาทั่วแล้วหรือขอให้จำชื่อนี้ไว้ก่อน เผื่อวันใดอยู่โตเกียวแล้วอากาศไม่เป็นใจให้ทำอย่างอื่นก็จะได้นึกถึงแล้วเปลี่ยนแผนไปที่นี่แทน

The National Art Center, Tokyo เปิดเวลา 10.00-18.00 น. ยกเว้นวันศุกร์และวันเสาร์จะเปิดถึง 20.00 น. และปิดทุกวันอังคาร กรุณาตรวจสอบวันและเวลาตลอดจนโปรแกรมนิทรรศการอีกครั้งก่อนไป เผื่อว่าวันนั้นมีการปิดพื้นที่เพื่อใช้ทำกิจกรรมใดหรือเป็นวันหยุดพิเศษ เมื่อไปแล้วก็ต้องแวะไปช็อปที่ร้านของพิพิธภัณฑ์ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินด้วยเพราะว่ามีของน่ารักจำนวนมาก บ้างก็เน้นแค่ความคิดสร้างสรรค์ บ้างก็ออกแบบโดยอ้างอิงกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยตรง และในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ก็มีคาเฟ่สามแห่งพร้อมกับร้านอาหารอีกหนึ่งแห่ง คุณจึงอยู่ในอาคารได้เกือบทั้งวันถ้าบังเอิญว่ามีอะไรที่คุณสนใจหลายอย่างจริงๆ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.nact.jp/english

แยกพื้นที่ร้านอาหารเป็นสัดส่วนชัดเจนอยู่เหนือรูปทรงกรวยขนาดยักษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง: Lorenzo Quinn’s “Building Bridges” is a Stunner at Venice Biennale 2019


We give you a quick tour of this quiet yet inspiring corner in the capital’s Roppongi district.

Words: Ruckdee Chotjinda Photo: The National Art Center, Tokyo

There is much more to Tokyo’s Roppongi district than Roppongi Hills – consult a map and you will see interesting destinations dotting areas outside the integrated development. One such place, located within comfortable walking distance from Roppongi Metro Station and an even shorter jaunt from the upscale shopping destination of Tokyo Midtown, includes the National Art Centre Tokyo, a massive structure with a striking curved, green glass-paned facade. It was designed by the late Kisho Kurokawa and the architecture firm Nihon Sekkei; construction lasted four years, with completion in 2007 – the same year Kurokawa passed away at the age of 73.

The National Art Center, Tokyo comprises three floors and one basement level. Of the total floor space of almost 48,000 square metres, 14,000 square metres are dedicated as exhibition space – one of the largest of its kind in Japan. Interestingly, for a venue of this size, NACT does not maintain any permanent collection. The 10 galleries, each measuring 1,000 square metres in size, to host exhibitions by the associations of Japanese artists. Two more special galleries of 2,000 square metres each are intended for exhibitions organised by the NACT curatorial staff and those co-organised with mass media companies and other art institutions. Access to NACT is free – visitors pay a fee once they decide to enter an exhibition gallery. A counter is set up at the entrance and the cost is determined by the organizer of a particular exhibition.

Every once in a while, an exhibition may be open to the public free of charge like “Koinobori Now!”, which was still on during our visit. A creation by Reiko Sudo, Adrien Gardère and Seiichi Saito, the elaborated art installation occupied NACT’s largest gallery with 319 koinobori or carp streamers, all suspended in varying heights from the ceiling. Eight metres high, the configuration compelled the audience to feel as if they were in motion. The installation was made even more immersive by the accompanying ambient music in the background. For this particular exhibition, the organiser decided to grant free access to visitors because they wanted to allow as many people as possible, particularly those who may not be familiar with art, to visit the museum without hesitation.  

If you believe in the need for the arts to flourish, surprise yourself or your loved ones with a brief visit to this wonderful place of changing exhibitions. People watchers will find it uplifting to see how one single space can attract and embrace folks from a vast range of age groups, from primary school children to elderly people in wheelchairs. This nourishing ground also serves as one of the more quiet corners of Tokyo, and we would recommend a visit, especially if you have already seen other parts of the capital during previous visits. Of course, when the weather does not work in your favour, we should like you to think of this place as your Plan B. You never know how a random piece of art can inspire or affect you as a person. 

The operating hours are from 10:00 to 18:00, except for Fridays and Saturdays when NACT is open until 20:00. The National Art Center, Tokyo is closed on Tuesdays. Please check their website for up-to-date information on special holidays and exhibition programs. And finally, do not forget to visit the museum shop on the basement level as they propose a number of creative items, some of which revolve around the theme of Japan and its characteristic cultures. Three cafes and one restaurant are on site so you can spend a good part of the day there if you want to. For more information, please visit http://www.nact.jp/english.

An exterior view of The National Art Center, Tokyo

See also: Lorenzo Quinn’s “Building Bridges” is a Stunner at Venice Biennale 2019

Author profile

Even after years as a writer and a journalist, Ruckdee still considers himself a translator first of all, as that background service was the gateway to his present career. When not working on Luxuo Thailand, Ruckdee manages the quarterly print magazine World of Watches Thailand -- a sister title within our group.