The Manzoni is Tom Dixon’s Shoppable Restaurant in Milan

Designer Tom Dixon opens a restaurant and showroom called The Manzoni in Milan, featuring three of his latest collection
Words: Angelyn Tan

[ ภาษาไทย ]

Rising to prominence in the mid 80s as a talented furniture designer, Tom Dixon was 30 years ahead of the hipster trend of recycled furniture, making his signature welded salvaged furniture his calling card. Nevertheless, his foray into mainstream design began just before the turn of the 90s when he worked with Italian design stalwart Cappellini for whom he designed the Iconic ‘S’ chair.

Having successfully run in his own company and heading Habitat to great success, Dixon eventually formed his own namesake label, sold internationally in 65 countries and since 2012, an annual fixture at Maison et Objet, Paris. Today, he has his cool new concept – a restaurant in Milan where everything is for sale – The Manzoni. Quality hand-crafted furniture should be enjoyed, touched and used before purchasing it and this is why the British designer decided to make his showroom permanent in Milan this year. Tom Dixon’s design research studio worked on The Manzoni showcasing his three latest collections. However, it is no mere furniture showroom, it is also a fine dining option for potential buyers.

At The Manzoni, Dixon’s new collections includes Fat, an upholstered seating line; Spring, a trio of pendant lamps; and Opal, a spherical lighting collection. In the restaurant, these elements work to soften the space and balance the bass notes of concrete and marble – expressing Dixon’s vision.

“It’s very monochromatic, which is what we’ve focused on with the new collection, and also with an emphasis on materiality. So the walls, the tables, the elements of stainless steel all relate back to that idea,” said Jessica Strutt of Tom Dixon.

The Manzoni’s main space, called The Dining Hall, features a vast “monastic Italian” dining table lit by a string of Opal globes, accompanied by Fat dining chairs. Looking for a private dining area? The Jungle Room functions as the main display area for the brand’s collections but can be turned into a private dining area for guests to enjoy.

Beyond the Jungle Room lies the courtyard, with an expansive round green Primavera marble table accompanied with silver seats with thick bases and vertically trained plants that grows up the walls. Guests will be able to enjoy Italian dinner entrees by Executive Chef, Roy Smith Paredes Ynfantes, such as Sicilian-style ring-shape pasta with roasted eggplant, tomato and ricotta and boneless duck leg cooked in Lambrusco wine.

“After doing 5-days exhibitions in Milan, we finally decided that we had enough of putting such energy into pop-up exhibitions,” explains the designer. “With the city being so active and engaging right now, it is the right time to forget being temporary and build something permanent.”

This is not the first restaurant Tom Dixon has worked on. The Coal Office restaurant in London joins the offices, flagship store and showroom that Dixon opened in April 2018 and The Manzoni is another fine addition to his portfolio.


ดีไซเนอร์ชื่อดัง ทอม ดิกซัน เปิดร้านอาหารกึ่งโชว์รูม The Manzoni กลางกรุงมิลาน

บทความ: แองเจลีน ตัน

ทอม ดิกซัน ไต่เต้าขึ้นมาจนมีชื่อเสียงในช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 ในฐานะนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ผู้มากความสามารถ เขาเป็นผู้นำเทรนด์สุดแนวในการทำเฟอร์นิเจอร์รีไซเคิลล่วงหน้าไปก่อนใครถึง 30 ปี โดยสร้างเฟอร์นิเจอร์จากซากวัสดุที่นำมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน และทำให้เป็นผลงานสร้างชื่อที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเขา อย่างไรก็ดี ก่อนทศวรรษที่ 1990 ในช่วงที่เขาทำงานกับ Cappellini แบรนด์สัญชาติอิตาเลียนที่แข็งแกร่งด้านดีไซน์ ดิกซันเริ่มรุกคืบสู่การออกแบบซึ่งเป็นที่นิยมในกระแสหลัก และเก้าอี้รูปตัว S อันโด่งดังก็เป็นผลงานของเขา

หลังจากบริหารบริษัทของตัวเอง พร้อมกับนำพาแบรนด์ Habitat จนประสบความสำเร็จอย่างมาก ในที่สุดดิกซันก็สร้างแบรนด์โดยใช้ชื่อของตัวเองผลิตสินค้าออกวางขายใน 65 ประเทศทั่วโลก และปักหลักเป็นเจ้าประจำทุกปีที่งานดีไซน์ระดับโลก Maison et Objet ในกรุงปารีส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ในวันนี้เขามีแนวคิดใหม่สุดเท่ คือการสร้างร้านอาหารกลางกรุงมิลานชื่อ The Manzoni ซึ่งมีขายทุกอย่าง เพราะเขาคิดว่าลูกค้าควรได้เพลิดเพลิน  สัมผัส และใช้งานเฟอร์นิเจอร์คุณภาพเยี่ยมที่ทำด้วยมือก่อนซื้อ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมดีไซเนอร์ชาวอังกฤษผู้นี้จึงตัดสินใจสร้างโชว์รูมของตัวเองเป็นการถาวรในกรุงมิลานปีนี้ ทีมวิจัยงานออกแบบจากสตูดิโอของทอม ดิกซัน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้าง The Manzoni ซึ่งจัดแสดงผลงานจากสามคอลเลคชั่นล่าสุดของดิกซัน แต่ The Manzoni ไม่ได้เป็นแค่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ หากยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของภัตตาคารที่นำเสนออาหารแบบไฟน์ไดนิ่งและบริการคุณภาพสูงให้กับกลุ่มคนที่คาดว่าจะเป็นผู้ซื้อในอนาคต

ที่ The Manzoni มีการจัดแสดงคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของดิกซัน ประกอบไปด้วย “Fat” กลุ่มสินค้าประเภทที่นั่งบุนวม “Spring” กลุ่มสินค้าประเภทโคมไฟห้อยเพดานที่มีไฟสามดวง รวมถึง “Opal” คอลเลคชั่นผลิตภัณฑ์หลอดไฟทรงกลม องค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ส่งผลให้บรรยากาศในภัตตาคารมีความละมุนขึ้น และช่วยบาลานซ์ความขรึมจริงจัง แต่ทว่าแข็งแกร่ง ประหนึ่งโน้ตเสียงเบสจากคอนกรีตและหินอ่อนให้มีชีวิตชีวาขึ้น แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของดิกซันได้ดี

“ร้านอาหารตกแต่งโดยใช้โทนสีเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่เน้นมากในคอลเลคชั่นใหม่ และเราก็ให้ความสำคัญกับวัสดุที่เลือกใช้ ดังนั้น ผนังห้อง โต๊ะอาหาร รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ ในร้านที่ทำจากสเตนเลสสตีลจึงย้อนกลับไปที่ไอเดียเหล่านั้นทั้งหมด” เจสสิกา สตรัตต์ แห่งทอม ดิกซัน กล่าว

ส่วนที่เป็นพื้นที่หลักของ The Manzoni เรียกว่า The Dining Hall มีโต๊ะอาหารขนาดใหญ่แบบที่เห็นตาม “อารามในอิตาลี” สว่างไสวไปทั่วบริเวณด้วยดวงไฟทรงกลมจากคอลเลคชั่น Opal ที่ห้อยระโยงเป็นสาย พร้อมด้วยเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหารจากคอลเลคชั่น Fat และหากใครกำลังมองหาพื้นที่ส่วนตัว บริเวณที่เรียกว่า The Jungle Room ซึ่งปกติใช้เป็นพื้นที่หลักสำหรับจัดแสดงสินค้าคอลเลคชั่นต่างๆ ของแบรนด์ ก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับการทานอาหารได้อย่างเต็มที่

ถัดจาก The Jungle Room เป็นลานกว้าง มีโต๊ะหินอ่อนพริมาเวราทรงกลมสีเขียวขนาดใหญ่ วางคู่กับเก้าอี้สีเงินที่มีฐานหนา และต้นไม้ที่ปล่อยให้เลื้อยขึ้นไปตามผนังห้อง ลูกค้าจะได้เพลิดเพลินกับอาหารจานหลักมื้อค่ำสไตล์อิตาเลียนที่สรรค์สร้างโดย เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ รอย สมิธ ปาเรเดส อินฟานเตส อาทิ พาสต้ารูปวงแหวนแบบซิซิเลียน เสิร์ฟพร้อมมะเขือม่วงย่าง มะเขือเทศ เนยแข็งริคอตตา และขาเป็ดเลาะกระดูกนำมาปรุงสุกในซอสไวน์ลัมบรุสโก

“หลังจากจัดงานแสดงสินค้าแบบ 5 วันในกรุงมิลานอยู่หลายครั้ง ในที่สุดเราก็ตัดสินใจว่าพอเสียทีกับการใช้พลังงานมากขนาดนั้นไปกับงานแสดงสินค้าชั่วคราว จัดเสร็จก็ต้องรื้อออก” ดีไซเนอร์ชื่อดังกล่าว “กรุงมิลานในตอนนี้เต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนและมีเสน่ห์ดึงดูดเป็นอย่างมาก ถึงเวลาแล้วที่เราควรลืมอะไรที่ชั่วคราว และหันมาสร้างสิ่งที่ยั่งยืนถาวรแทน”

นี่ไม่ใช่ร้านอาหารแห่งแรกที่ทอม ดิกซัน สร้างขึ้น แต่ยังมี The Coal Office ภัตตาคารในกรุงลอนดอนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ร่วมกับออฟฟิศอีกหลายแห่ง แฟล็กชิปสโตร์ และโชว์รูมที่ดิกซันเปิดตัวในเดือนเมษายนปีที่แล้ว และล่าสุด The Manzoni ก็กลายเป็นอีกหนึ่งสมาชิกใหม่คุณภาพเยี่ยมที่เข้ามารวมอยู่ในแฟ้มผลงานของเขา