The Big Money Conversation with Lord Andrew Hay of Knight Frank Wealth Division

สนทนาประสาคนมีเงินในหัวข้อการลงทุนอย่างฉลาด ทั้งในอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ระดับลักชัวรี่อื่นๆ
บทความ: โจนาธาน โฮ

[ English ]

ถ้าติดตามความเคลื่อนไหวในการซื้อขายของล้ำค่า จะพบว่างานศิลปะมีมูลค่าสูงสุดในปี 2019 ได้แก่ ภาพเขียนชื่อ Portrait of an Artist (Pool with Two Figures) โดยเดวิด ฮ็อคนีย์ ประมูลที่สถาบันประมูล Christie’s ไปในราคา 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นผลงานของศิลปินซึ่งยังมีชีวิตอยู่ที่ราคาแพงที่สุด ด้านรถคลาสสิกนั้น สถาบันประมูล RM Sotheby’s เคาะราคารถ Ferrari 250 รุ่นปี 1962 ที่ราคา 48.8 ดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นรถราคาแพงที่สุดที่มีการประมูลกัน นาฬิกา Rolex Daytona “Unicorn” รุ่นปี 1970 ขายโดยบริษัท Phillips with Bacs & Russo ที่ราคา 5.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นนาฬิกาแพงที่สุดที่มีการประมูลกันเมื่อปี 2018 สถิติราคาการประมูลที่เห็นแล้วใจสั่นเหล่านี้บ่งชี้ถึงกระแสการใช้จ่ายของผู้มีอันจะกินทั้งหลาย ทว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้วาดภาพไว้สวยหรูเกินจริงหรือไม่ LUXUO ซักถามเอาความจริงจากท่านลอร์ด แอนดรูว์ เฮย์ ผู้อำนายการฝ่ายบริหารความมั่งคั่งของ Knight Frank เราถามจริงให้ท่านลอร์ดตอบตรงในเรื่องของล้ำค่าระดับโลกที่น่าสนใจเหล่านี้

ลอร์ด แอนดรูว์ เฮย์

ในช่วงที่ดูเหมือนเงื่อนไขต่างๆ มาประจวบเหมาะกันพอดี ผู้นำโลกที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ใกล้จะถึงกำหนดของ Brexit ไหนยังจะมีเรื่องสงครามการค้า รวมทั้งภาวะฟองสบู่หนี้สินจีนซึ่งใกล้จะแตก เงื่อนไขเหล่านี้มีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างไรบ้าง ตลาดเตรียมรับมือไว้แล้วใช่หรือไม่
ผมยังเชื่อมั่นว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังปลอดภัยที่สุด เพราะไม่ว่าอย่างไรก็เป็นทรัพย์ของจริง มีอยู่จริง ให้ผลกำไร อาจมีผลกระทบบ้างในตลาด ขึ้นกับว่าอยู่ที่ประเทศไหน ซึ่งเป็นส่วนผสมกับอุปสงค์ในประเทศนั้นๆ กับอุปสงค์ของโลก แล้วถ้าจะเอาไข่ทั้งหมดใส่ตะกร้าจีนเพียงใบเดียวนี้ไม่น่าจะดีนะครับ คือเราควรกระจายความเสี่ยง หน้าที่ของเราในฐานะตัวแทนทางด้านการลงทุนคือเราต้องมีเครือข่ายระดับโลก เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผู้ซื้อจากทั่วโลก ในกรุงลอนดอนที่เดียว เราทำธุรกรรมกับกว่า 70 ชาติ จริงอยู่ที่ตลาดรัสเซียอยู่ๆ ก็แห้งขอด แต่เรายังเหลือตลาดในอีก 69 ประเทศซึ่งน่าจะเติมเต็มช่องว่างทางอุปทานที่เกิดขึ้นได้สบาย ตลาดแบบนี้ถือว่าแข็งแรงกว่าตลาดแบบอื่น

อย่าง Sentosa Cove ซึ่งปกติแล้วเป็นหนึ่งในย่านระดับพรีเมียมในสิงคโปร์ ราคาอสังหาริมทรัพย์ตก 26% เหตุการณ์แบบนี้จะลุกลามไปถึงส่วนอื่นของตลาดหรือไม่
อะไรแบบนี้ส่งผลด้านความรู้สึกแน่นอน แต่ผมขอให้ลองดูสถานการณ์นี้ในกรอบของระยะเวลาสิบปี อย่างในกรุงลอนดอนที่ผู้คนพากันหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อตลาดอสังหาฯ ราคาตกลง 15% ทั้งที่จริงแล้วมูลค่ามันเพิ่มขึ้น 80% ตั้งแต่ปี 2010 คิดสะระตะแล้วยังกำไร 65% บางทีคนเรามองการสั้นไปหน่อยทั้งที่จริงแล้วควรจะมองการณ์ไกล ตลาดตราสารทุนก็เหมือนกัน เราต้องมองระยะไกล เนื่องจากตลาดพวกนี้ตกแล้วฟื้นตัว อย่างตลาดอสังหาฯ นี่จัดว่าแข็งแรงกว่าเพื่อน

คอนโดมิเนียม Seascape ที่ Sentosa Cove มีราคาขายตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ล่าสุดมีการขายห้องแบบขาดทุน 50%

ทางเราได้รับอีเมลเกี่ยวกับธุรกรรมด้านอสังหาฯ สำหรับที่อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักรซึ่งทุบสถิติเลยทีเดียว อยากทราบว่าผู้ซื้อเหล่านี้มาจากที่ใด เขาไม่ใช่คนอังกฤษใช่ไหมครับ
เรื่องนี้สุดมาก ผมทำงานด้านนี้มา 37 ปี ก็เพิ่งเห็นอะไรแบบนี้ในช่วงสองเดือนหลัง คือไม่เคยเจอการตกลงซื้อขายในระดับซูเปอร์พรีเมียมมากมายขนาดนี้มาก่อน และเกิดขึ้นทั่วโลกด้วย นี่เป็นปรากฏการณ์ระดับสากลนะครับ ชนชั้นมหาเศรษฐีของทั้งโลกต่างฮือกันมาทุ่มลงทุนในที่ดิน ในตลาดที่ว่านั้นกรุงลอนดอนจัดเป็นระดับท๊อปเอ็นด์ คือตลาดที่แข็งแกร่ง เป็นเมืองที่อยู่แล้วปลอดภัย มาเรียนหนังสือก็ดี ส่วนตลาดกลางๆ นั้นออกจะหินนิดนึงครับ

นิวยอร์คยังคงเป็นเมืองที่อสังหาริมทรัพย์มีราคาสูงแม้ว่าสภาพตลาดโลกจะซบเซาลงไปบ้าง

คนรวยแบบรวยสุดๆ เขาไปซื้อที่ในเมืองอะไรกัน
คนรวยที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้านดอลลาร์จะเลือกกรุงลอนดอน นครนิวยอร์คและฮ่องกงก่อน ตามมาด้วยสิงคโปร์ ลอสแองเจลิส ซิดนีย์ ผมยังไม่เห็นว่าจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นนะ เมืองเหล่านี้คุณภาพชีวิตดีเยี่ยม มีหลักนิติธรรม ปลอดภัย โปร่งใส เว้นเสียแต่ว่าจะมีเรื่องแรงๆ เกิดขึ้นอย่างที่แวนคูเวอร์ ซึ่งขึ้นภาษีที่เกี่ยวกับการโอนที่ดินและอสังหาฯ อย่างพรวดพราด ส่งผลให้ตลาดตายสนิท พื้นที่ใหม่ๆ น่ะหายาก ดูไบยังอีกนานกว่าจะเป็นตลาดระดับบน คือเมืองเขาก็ดีนะ แต่ยังขาดปัจจัยสำคัญอย่างไลฟ์สไตล์และการศึกษา

มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ซิดนีย์ไต่ระดับขึ้นสูงเป็นอันดับที่ 8 ในโลก

เห็นว่าตัวแทนอสังหาริมทรัพย์บางแห่งหันมาใช้สกุลเงินคริปโตหรือเงินดิจิตอลในการซื้อขายแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสกุลเงินเช่นนี้ดีอย่างตรงที่ไม่ติดขัดเรื่องมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ สิ่งนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติในอีกสิบปีข้างหน้าหรือไม่
ไม่น่านะครับ แล้วผมขอเห็นต่างในเรื่องนี้ ผมไม่คิดว่ารัฐบาลของประเทศต่างๆ จะยอม ที่ปล่อยให้เลยเถิดมาขนาดนี้ก็แปลกใจมากแล้ว งานวิจัยของเราเองบอกว่าตอนนั้นผู้คนจะหันมาถือเงินดิจิทัลในรูปของสินทรัพย์มากขึ้น 14% ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อ มาตอนนี้ตัวเลขนี้ลดฮวบ อีกทั้งรัฐบาลทั่วโลกต้องการอะไรที่มันมีความโปร่งใส ซึ่งเงินดิจิทัลนี่มันไม่ใช่เลย เดี๋ยวบรรดารัฐก็จะหาทางควบคุมให้ได้ในไม่ช้า

มีข้อมูลอะไรไหมที่ระบุว่าคนรวยระดับล้นฟ้าอัลตราไฮเน็ทเวิร์ธจะหันไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่สนใจสินทรัพย์ประเภทอื่น  เพราะมันปลอดภัยกว่า
ไม่ทราบนะครับ แต่ที่แน่ๆ คนจะฝากเงินแช่ไว้ในธนาคารน้อยลงเพราะอัตราดอกเบี้ยมันต่ำเตี้ยมาก นับเป็นความเปลี่ยนแปลงในช่วงสิบปีหลัง แถมยังมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ที่ไหนๆ ก็พิมพ์ธนบัตรกันเป็นว่าเล่น เกิดเป็นเงื่อนไขหลายประการที่เราไม่เคยเจอมาก่อน มีเงินสดหมุนเวียนในระบบจำนวนมหาศาล ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือกองทุนซึ่งเมื่อก่อนหมายตาเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ทางพาณิชย์ ตอนนี้หันมาสนใจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย และช่วงนี้มีกองทุนจำนวนไม่น้อยหันมาเล่นสินทรัพย์ทางเลือกอีกด้วย

Rolex Paul Newman Daytona

ตลาดนาฬิกาหรูเบ่งบานขนาดนี้ แต่ทำไมจึงเติบโตไม่เท่าตลาดงานศิลปะและรถคลาสสิก
เรื่องนี้น่าจะขึ้นกับปัจจัยอย่างอุปสงค์และอุปทานนะครับ คนมีรถก็ด้วยหลายสาเหตุ รถบางรุ่นบางคันมูลค่ามีแต่จะขึ้น ยกตัวอย่าง รถรุ่นที่เป็นรถแข่งของ Aston Martin ผลิตออกมาไม่ถึงสิบคัน ตลาดนี้จึงมีลักษณะเฉพาะเจาะจงมาก เจ้าของนั้นไม่ได้แค่มีไว้อวด แต่ยังเล่นจริงใช้จริง หลายคนนำรถไป Goodwood Festival of Speed ที่ประเทศอังกฤษ อีกหลายคนเอารถคลาสสิกราคา 20 -30 ล้านดอลลาร์ ลงสนามแข่งด้วยความรักรถและชอบความเร้าใจ ทั้งหมดนี้คือเรื่องของเจ้าของรถ ว่ากันว่าตลาดรถคลาสสิกนี่ยังไม่ถึงจุดพีค คือคนรวยเมืองจีนเขาเล่นตลาดไวน์ชั้นดีแล้ว แต่ตอนนี้ยังมาไม่ถึงตลาดรถคลาสสิก ถ้ามาเมื่อไหร่รถรุ่นที่เอ็กซ์คลูซีฟมากๆ คงราคาขึ้นสุดเพดานแน่

Ferrari 250 GTO จากปี 1962

นาฬิการุ่น Daytona ของ Paul Newman ประมูลได้ราคาสูงลิ่วชนิดบ้าไปแล้ว เช่นเดียวกับภาพวาด Salvator Mundi ก็เช่นกัน เหล่านี้บอกว่าความรักความหลงใหลชนะการใช้เหตุผลหรือไม่
จะว่าไปก็ใช่ ผมว่าโลกของงานศิลปะนี่น่าสนใจมาก คืองานชิ้นต่างๆ ล้วนเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์ ไม่มีชิ้นใดเหมือน นี่ไม่ใช่ตลาดที่สามารถควบคุมหรือชักนำได้ มันน่าสนใจที่ตรงนี้ มูลค่าก็มีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตลาดนี้จึงมีมิติที่น่าสนใจมาก ทว่าในตลาดงานศิลปะนั้น รสนิยมอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เผลอๆ จะเร็วกว่าในตลาดนาฬิกาด้วยซ้ำ จะลงเล่นตลาดงานศิลปะได้คนเล่นจะต้องมีความรู้ความชำนาญเรื่องนี้อย่างมาก

ไหนๆ ก็พูดถึงความรู้ความชำนาญเฉพาะทางแล้ว ผมอยากจะชูประเด็นตรงนี้ว่าอย่างนาฬิกา เราสามารถสืบเสาะจนรู้ว่าผลิตเมื่อไหร่ ออกจากโรงงานเมื่อไหร่ แต่ถ้าเป็นงานศิลปะซึ่งอ้างว่าเป็นของลีโอนาร์โด ดาวินชี ชิ้นล่าสุดซึ่งมีผู้ค้นพบ ก็ยังมีปัญหาเนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญมาชี้แจงแสดงเหตุผลว่างานชิ้นนี้น่าจะเป็นฝีมือของผู้ช่วย ไม่ใช่ผลงานของดาวินชีเอง นักวิจารณ์บางคนถึงกับบอกว่าผลงานชิ้นนี้ขาดรายละเอียดหลายอย่างซึ่งปกติเรามักจะพบในงานของดาวินชี แล้วอย่างนี้นักลงทุนสักคนหนึ่งจะตัดสินใจแบบรอบคอบได้อย่างไรในเมื่อเราไม่สามารถตรวจสอบงานศิลป์ว่าจริงแท้ได้เหมือนกับนาฬิกา ถ้าจะลงตลาดนี้คุณก็ต้องรู้จริงเท่านั้น

Salvator Mundi

เล่นของสะสมอย่างรถคลาสสิกและนาฬิกานี่มันเกี่ยวข้องกับความรักความหลงใหลไม่น้อยเลย แล้วนักลงทุนจะเลือกของอย่างมีเหตุผลได้อย่างไร
จะว่าไป พวกมือใหม่หัดลงทุนสะสมคือคนที่เพิ่งมั่งมีเงินทองในระดับที่เรียกว่าเงินเปลี่ยนชีวิต ผมเห็นคนพวกนี้รีบลงสนามไปเล่นของในตลาด ทว่าพี่ๆ เขายังขาดความเฉลียว ของที่เลือกคุณภาพอาจไม่สมราคา แต่ผิดเป็นครูครับ ในไม่ช้าพี่ๆ เขาก็เริ่มศึกษาหาข้อมูล จนมีความรู้ความชำนาญ บางคนรู้ไม่แพ้ผู้เชี่ยวชาญเลยนะ นักสะสมรถคลาสสิกบางคนมีความรู้เรื่องรถเป็นอย่างดี บางคนก็ลงเอยเป็นคนที่ควบคุมตลาดเพราะมีทั้งความรู้และกำลังทรัพย์มหาศาล ข้อมูลและความรู้มาจากความรักความหลงใหล จะเล่นอะไรให้เก่งคุณต้องมีความรักความหลงใหลในเรื่องนั้น  

สื่อ Vice and Vox ลงบทความหลายเรื่องบอกว่าแกลเลอรีและสถาบันทั่วโลกรวมหัวกันเพิ่มมูลค่าของงานศิลปะบางชิ้นโดยไม่มีที่มาที่ไป ถ้าเป็นจริงตามนั้น การลงทุนในงานศิลปะยังถือว่าปลอดภัยตามที่ Knight Frank Wealth Report ระบุหรือไม่
คือว่า … มีตลาดไหนบ้างล่ะครับที่ไม่มีการปั่นราคา ผู้เล่นมักหาลู่ทางครอบงำให้ตลาดเป็นไปในทิศทางที่ตนต้องการอยู่แล้ว ทางออกก็คือถ้าไม่ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ก็ต้องลงเล่นให้ลึกจนเป็นผู้เชี่ยวชาญเสียเอง

วิสกี้ Hibiki 17 กำลังขาดตลาดในญี่ปุ่น คุณมองว่าตลาดวิสกี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นด้วยหรือไม่
[หัวเราะ] ผมรู้มาว่าวิสกี้ขวดหนึ่งขายได้ราคา 850,000 ปอนด์ เป็น Macallan แต่อย่างว่า เรื่องวิสกี้นี่ผมก็มีที่ชอบอยู่ในใจ ผมมองว่าวิสกี้จากอังกฤษย่อมดีที่สุด แต่ตำแหน่งนี้กำลังถูกผู้ผลิตทั่วโลกท้าทาย [หัวเราะ] ในลอนดอนนี่จินกำลังมา บาร์เดียวมีจินให้เลือกกว่าร้อยตัว หลายตัวมาจากผู้ผลิตในลอนดอนเองด้วย แต่ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเทรนด์นี้จะอยู่หรืออยู่นานแค่ไหน

การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจะมีผลกระทบต่อวิสกี้ที่คนเก็บไว้หรือไม่
ผมว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อไวน์ก่อนจะมีผลต่อวิสกี้นะครับ วิสกี้ทำจากผลผลิตในภูมิอากาศแบบกลางๆ มากกว่า ส่วนไวน์อ่อนไหวต่อผลกระทบต่างๆ มากกว่า แสงแดดและอุณหภูมิส่งผลต่อคุณภาพของไวน์มากกว่าวิสกี้ นี่ทุกวันนี้ผู้ผลิตแชมเปญฝรั่งเศสก็กำลังซื้อที่ดินในอังกฤษเผื่อไว้เป็นแผนสำรองหากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงถึงขั้นวิกฤติจริงๆ

แล้วในเรื่องเทรนด์การใช้จ่ายกับสินค้าระดับลักชัวรี่ล่ะครับ คุณคิดว่าคนมีเงินแล้วลงทุนซื้ออะไรจึงจะเรียกว่าฉลาด
ไวน์ชั้นดี รถคลาสสิกและนาฬิกา ของพวกนี้มีศักยภาพมากมายเนื่องจากคนรวยระดับบนมีแต่จะรวยขึ้นเป็นอย่างมาก ถ้าจะต้องให้วางเงินเดิมพันกัน ผมว่าน่าจะเป็นรถคลาสสิกที่จะมาแรง เหตุผลเดียวคือทางเมืองจีนยังไม่เริ่มเล่นตลาดนี้ เป็นตลาดที่มีความน่าเชื่อถือไม่แพ้นาฬิกาเพราะสินค้ามีหลักฐานและซีเรียลนัมเบอร์ชัดเจน มีบริษัทที่ผลิตอะไหล่สำหรับรถที่เก่ากว่า 80 ปีด้วยนะ ผมรู้จักบ้านหนึ่งซึ่งเจ้าของคือครอบครัวหนึ่งจากตะวันออกกลาง ข้างใต้บ้านมีที่จอดรดสำหรับรถ 130 คันครับ คนจำนวนมากในขณะนี้จะซื้อบ้านโดยคำนึงถึงรถซึ่งตนเป็นเจ้าของด้วย นักพัฒนาอสังหาฯ กลุ่มหนึ่งในสหราชอาณาจักรจึงเริ่มวางแผนสร้างสนามแข่งซึ่งมีศูนย์บริการซ่อมบำรุง พิพิธภัณฑ์ยานยนต์ และมีแมนชั่นอยู่ใกล้ๆ ไว้สำหรับคนที่อยากจะมาพักผ่อนช่วงวันหยุด มาขับรถเล่น เมื่อมาถึงรถก็พร้อมสำหรับลงสนามแล้ว แข่งเสร็จก็ส่งกลับถึงมือช่างในศูนย์บริการได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง: “Money Can’t Buy” Experiences: The Next Thing in High Net Worth Luxury Marketing


Global Head of Knight Frank Wealth Division serves up opinions on where the smart money is headed in real estate and other luxury assets.

Words: Jonathan Ho

In terms of big money movements, art tops the list for 2019. Portrait of an Artist (Pool with Two Figures) by David Hockney was sold by Christie’s for USD 90 million, the most expensive work by a living artist. Classic cars were in on the action as well with RM Sotheby’s 1962 Ferrari 250 GTO hammered for USD 48.4 million, the most expensive car sold at auction. A 1970 Rolex Daytona “Unicorn” was sold by Phillips with Bacs & Russo for USD 5.9 million, the most expensive watch sold at auction in 2018. These eye-watering new records provide general hints as to where high net worth individuals are putting their money, but do they really paint an accurate picture? LUXUO caught up with Lord Andrew Hay, the Head of Knight Frank’s Wealth Division for a frank discussion on the world’s big ticket items.

Based on the odd confluence of having unpredictable world leaders, Brexit on the horizon and the trade war, as well as the looming Chinese debt bubble, how does this influence real estate market? Is the property market coming to a head?
I’m completely confident that property will remain a safe asset if only because it is real, exists and can produce a yield but there are certainly repercussions to markets depending on one nationality. It’s a mix of domestic demand and global demand, and if you put all your eggs in the China basket, it’s not going to work. Our job as agents is to have a global network so our clients have access to buyers from all over the world. In London alone, we dealt with over 70 nationalities last year, there, the Russian market dried up almost overnight but we still had another 69 nationalities to cover the gaps in demand, it’s a much healthier market.

Sentosa Cove, traditionally one of the premier districts in Singapore has taken a beating, down 26% in value, will that spill over into the rest of the market?
It will certainly affect sentiment but I wonder how this will look over a 10-year period. In London, people are in an uproar over how the market has dropped 15% but the fact is that it went up 80% since 2010, so they’re still 65% ahead. People are very short term now when they really need to take a long-term view. It’s the same with the world’s equity markets, you should look at the long term because all these markets do recover and real estate is more robust than most.

I’ve been getting many emails about record-breaking residential real estate transactions being done in the UK, where are all these buyers coming from? They’re not locals are they?
It’s extraordinary. I’ve been doing this for 37 years but in the last two months, I’ve never seen so many super prime deals taking place around the world. It looks like globally, the world’s super rich are making heavy investments into property. In London, at the very top end of the market, it’s quite strong. It’s a safe place to live and a great place to study. It’s the mid-market that is finding it a bit tough.

What are the top locations for ultra-high net worth?
People worth more than 50 million dollars go for London, New York and Hong Kong. Beyond that, Singapore, Los Angeles, Sydney. I don’t see that changing. Great quality of life, rule of law, safe, transparent and unless something very dramatic happens like in Vancouver which has ramped up acquisition tax which essentially killed the market. New entrants are rare, Dubai has yet to become a super prime market, it is a great place but it lacks key ingredients like lifestyle and education.

A few agents came to prominence for adopting cryptocurrencies for real estate transactions. It is a good tool to get around capital controls. Will this become the new normal in the next 10 years?
I don’t think so and I really hope not. I don’t think governments will allow it. I’m amazed it has gone on as long as it has. Our research has shown that as an asset class, people were going to increase their exposure to it by 14%, I’m amazed. It has dropped dramatically and government wanting transparency around the world and cryptocurrencies completely contradict that. Controls are coming.

Is there any data that ultra-high net worth individuals are investing in property to the exclusion of other asset classes because it’s a safer asset?
I don’t know but one thing is for sure, there are fewer keeping money in the bank because interest rates are so poor. This has been a huge change in the last 10 years, coupled with quantitative easing and money being printed left and right, there’s a set of circumstances we’ve never been seen before. There’s a lot of cash in circulation. The funds previously looking only at commercial properties are now looking into residential properties, so this another huge change. Right now, there’s a growing number of funds getting into alternative asset classes as well.

Given the exuberance of the luxury watch market, why haven’t they grown in stature similar to art and classic cars?
Based on a number of things – supply and demand? People own cars for a number of reasons, some of the things which go up like racing model Aston Martins for example, are produced in runs of less than 10 examples, so it’s a really finite market. There’s the pride of ownership but they’re also great fun, owners go to the Goodwood festival of speed in England and there are also guys racing these 20-30 million dollars classic cars on the track with all the passion and adrenaline, all that goes into the mix. That said, classic cars have yet to hit the high spot. When you think about it, the Chinese have gone into the wine market and they haven’t gotten into the classic car market. When they do, we’re bound to see some peaks in the industry for the really exclusive models.

Paul Newman Daytonas have been accruing insane values and art even more so like the Salvator Mundi. Is this something that is emblematic of how passions overtake logical objectivity?
To a degree, yes. I think the art world is a very interesting one, they are all completely unique pieces. It’s not a market that is regulated which is I think is interesting. It is also incredibly mobile, so I think that brings a completely unique dimension without a doubt. But in the art market, tastes change really quickly as well, more so than watches. With the art market, one requires tremendous expertise.

Speaking of expertise, I’ve made the argument that for a watch, you can trace its date of manufacture and when it left the factory, but with something like Leonardo’s latest discovery, it’s a little bit questionable because there are experts who can point out reasons for why the work is most likely executed by one of Leonardo’s apprentices rather than by Da Vinci himself. Some critics even point out details missing from a typical work of Leonardo Da Vinci, so how does the investor make an informed decision on an art piece which doesn’t really have verified authenticity the way a timepiece does? You really need to know what you’re doing in the art market.

When dealing with collectible items like art and classic cars there’s a lot of passion in it. How does one remain objective when picking an item to invest in?
To a degree, the beginner who just had a big wealth changing event in their lives, I have seen them go enthusiastically into the market but they’re not quite shrewd in the quality that they buy. But quickly, through their mistakes, they become knowledgeable and some even as knowledgeable as the experts. Some of the classic car collectors have extraordinary knowledge and end up controlling the market when combined with their enormous purchasing power. That thirst for knowledge is driven by passion. To be good at anything, you have to have passion.

There were articles by Vice and Vox showing that art houses and galleries around the world colluded to increase the value of certain artworks around the world. If that’s true, does it still make it a safe asset as the Knight Frank Wealth Report asserts?
Well … which markets do you believe are not manipulated? There are lots of things that players can do to influence a market in their favour. So you either have to have get an expert’s advice or become an expert yourself.

They’ve run out of the Hibiki 17 in Japan. Do you see whiskies headed in the same direction?
[Laughs] I know a bottle which just sold for GBP 850,000, a bottle of Macallan. That said, I’m biased, whiskies from the Isles are the best but their supremacy is being challenged all over the world now with so many international producers. [Laughs] Gin is coming up in London for sure. There are over a hundred different gins in a bar and many from local producers, so I don’t know if it is a trend that will endure.

Is climate change going to affect the value of someone’s whisky holdings?
I think climate change is going to affect wine before its going to affect whisky. Whiskies are produced in more temperate climates but wine is much more sensitive. Sunlight and temperature can alter the properties of wine more dramatically than whisky. In fact, some of the great French champagne producers have been buying up land in England for a worst-case climate scenario.

On trends in luxury spending, where do you think the wealthy will put smart money on?
Good wine, classic cars and watches, have huge potential because of the huge growth in wealth at the top tiers. If I had to bet on one, it would be classic cars simply because China hasn’t woken up to it yet. It’s got all the provenance of a watch thanks to serial numbers and records. There are companies making spare parts for cars from 80 years ago. I know one house in England owned by a Middle Eastern family which has parking for 130 cars under the house. Lots of people are buying real estate with their cars in mind. There’s a scheme in the UK about the begin where developers are building race tracks with a servicing centre and motor museums and beside them, mansions, so people can go in for the weekend and have a great time over the weekend. Your car has been serviced and ready to race and then you hand it off to the mechanic when you’re done.

See also: “Money Can’t Buy” Experiences: The Next Thing in High Net Worth Luxury Marketing